จวิ้นอ๋องกลับไปถึงคฤหาสน์ หลังจากรับประทานอาหารเย็นกับจินวั่งซูแล้วก็เริ่มเกลี้ยกล่อมญาติผู้พี่
“ข้าสืบรู้แล้วว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร?”
“ใครหรือ?”
“คนที่แอบนัดพบกับฉิงอี”
“หือ....เจ้าช่างรู้ได้เร็วจริง”
“คนผู้นั้นคือ แม่ทัพจิน”
“หา!” ปากของจินวั่งซูอ้ากว้าง ดวงตาก็เบิกโพลง“แม่ทัพดวงพิฆาตภรรยาผู้นั้นน่ะหรือ?”
“ใช่เขามาชอบฉิงอีของเรา”
“ไม่ได้ข้าจะให้บุรุษวัยคราวบิดามาแต่งงานกับน้องสาวข้าได้อย่างไร? ซ้ำยังมีดวงทำให้ฮูหยินและอนุภรรยาตายกันหมดเสียอีกเช่นนี้แล้ว ฉิงอีของเราจะไม่โชคร้ายหรือ?”
จวิ้นอ๋องเห็นอาการแตกตื่นของพี่ชายก็อมยิ้ม“ท่านอย่าร้อนใจไป ข้าสืบมาแล้วว่าแท้จริงฮูหยินผู้นั้นร่างกายอ่อนแอมาแต่วัยเยาว์ส่วนอนุภรรยาก็เจ็บป่วยด้วยความบังเอิญจึงเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกันไม่มีสิ่งไหนที่เรียกว่า ดวงพิฆาตหรอก หากจะมีจริงๆก็น่าจะเป็นเพราะมีคนแสร้งปล่อยข่าวลือต่างหาก”
“เจ้าแน่ใจนะ”จินวั่งซูไว้เนื้อเชื่อใจในตัวน้องชายผู้สูงศักดิ์อยู่เป็นทุนเดิมเพราะเขาเป็นปัญญาชนคนฉลาดที่ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้หมิงที่ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าแผนการดังนั้น หากจวิ้นอ๋องคิดและทำอะไร ย่อมน่าเชื่อถือ
“เช่นนั้นเจ้ามีสิ่งใดจะแนะนำข้า”
“พี่วั่งซูท่านจำเรื่องสุสานขุมทรัพย์ไม่ได้แล้วหรือ? หากท่านอยากไปกับข้าในฐานะพี่ชายของว่าที่ฮูหยินย่อมจะไปได้ในทันทีจริงหรือไม่?”
จวิ้นอ๋องหย่อนข้อเสนอที่น่าสนใจทำเอาจินวั่งซูหูผึ่ง
“อืม...นั่นสินะข้าลืมเรื่องนี้เสียสนิท” สักพักสีหน้าของเขาก็ยังไม่สู้ดี“แต่ยังไงน้องสาวของเราก็ต้องไม่เสียหาย” ตาจอมเจ้าเล่ห์กลอกไปมา“ถ้าจะต้องทำการค้าแล้ว คนอย่างจินวั่งซูต้องไม่ขาดทุน”
จวิ้นอ๋องยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ‘ที่สำคัญคนได้กำไรที่สุด ต้องเป็นข้า’
ด้วยฐานะของแม่ทัพจินนั้นสูงส่งเป็นอันดับสามในแคว้นจินการจะเรียกเขามาพบในฐานะว่าที่น้องเขยย่อมดูไม่สมควรแต่จะให้จินวั่งซูเดินทางไปพบที่จวนแม่ทัพจะเป็นการอ่อนข้อให้ว่าที่น้องเขยอยู่สักหน่อยจวิ้นอ๋องจึงออกอุบายให้นัดพบที่ภัตตาคารมู่กงแทน
จินหลี่หมิงได้ยินว่าเถ้าแก่เซียงนัดพบตนก็ดีใจ รีบตรงไปตามนัด จินวั่งซูยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายแม่ทัพจินด้วยท่าทีกันเอง
“ในเมื่อท่านมีใจเมตตาต่อฉิงอีของข้าข้าก็จะเป็นตัวแทนท่านพ่อท่านแม่อธิบายให้ท่านฟังสักหน่อยว่าตระกูลของเราเป็นตระกูลพ่อค้าแม้จะไม่ได้มียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ข้าก็หวังว่าท่านจะให้เกียรติน้องสาวข้า”
“ข้าจริงใจต่อนางจึงได้มาพบเจ้าในวันนี้”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพถึงอย่างไรนางก็อายุยังน้อย อาจจะดื้อรั้น และซุกซน บางทีหากคบหากันไปท่านอาจจะพบว่า นางไม่เหมาะสม”
จินหลี่หมิงแตกตื่นเขาเกรงว่า จินวั่งซูจะมองว่าเขาแก่เกินไปสำหรับนาง
“ขอเพียงเจ้ายอมให้ข้าพบปะกับนางข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า ข้าจริงจังต่อนางมากเพียงใด” แม่ทัพจินยืนยันว่าตนเองนั้นไม่มีภรรยา ไม่มีบุตร และไม่ได้เลี้ยงสตรีนางใดไว้นอกจวน
จินวั่งซูแสร้งตีสีหน้าเคร่งขรึม“ข้าเชื่อถือให้เกียรติของท่าน หากเห็นว่า ท่านดูแลนางได้ดีข้าจึงจะเล่าเรื่องของท่านให้ท่านพ่อกับท่านแม่ฟัง” คนเจ้าเล่ห์เปิดทางไว้เล็กน้อยและปิดทางเป็นบางส่วนเผื่อจะได้บีบแม่ทัพจิน
“เพียงเจ้ายอมให้โอกาสข้าได้พบปะกับนางข้าก็ยินดียิ่งแล้ว” แม่ทัพจินยิ้มแย้มในเมื่อพี่ชายนางกล่าวเช่นนี้เขาก็จะได้นัดพบกับนางโดยเปิดเผย
จวิ้นอ๋องนั่งฟังโดยสงบเขาเหลือบตามองทั้งสองฝ่าย จินวั่งซูยังคงรักษาผลประโยชน์ตนเองอย่างเข้มงวดซ้ำยังวางหมากไว้เพื่อเอาเปรียบแม่ทัพจินในโอกาสหน้าอีก ‘ฉิงอีเอ๋ย! หากไม่มีเจ้าข้าก็คงมองหาทางจะรุกคืบเข้าไปยากนัก เจ้าช่างตามมาได้จังหวะเหลือเกิน’
แม่ทัพจินออกจากภัตตาคารมู่กงก็รีบรุดไปหาจินฉิงอีที่จวนใต้เท้าเถาคุณหนูเถาหนิงลี่เห็นแม่ทัพร่างใหญ่งามสง่าเข้ามาในจวนก็ตื่นเต้น
“เจ้าดูสิผู้ชายของเจ้ามาโน่นแล้ว น่าจะคุยกับพี่ชายเจ้าสำเร็จ”
จินฉิงอีแทบจะถลาออกไปรับ“ท่านมาแล้ว!”
“ข้ารีบไปพบพี่ชายของเจ้าบอกกล่าวเรื่องของเรา ต่อไปข้าจะมารับเจ้าได้โดยเปิดเผย”
ใต้เท้าเถาและฮูหยินเถารู้สึกแปลกใจที่ท่านแม่ทัพแวะเวียนมาหาจินฉิงอีหลังที่นางสารภาพว่า นางบอกว่าชื่อเซียงฉิงอีเพราะอ้างแซ่เซียงตามมารดาคนในตระกูลเถาก็มิได้ติดใจอะไร ว่านางจะชื่อเซียงฉิงอีหรือจินฉิงอี
แต่สายตาผู้อาวุโสทั้งสองก็พอจะรู้ว่าแม่ทัพจินกับคุณหนูจิน มีใจรักใคร่ชอบพอกัน หากแต่ช่วงวัยที่ห่างกันมากในคราวแรกใต้เท้าเถาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง ทว่าคิดไปแล้วตนเองย่อมได้หน้าได้ตาไม่น้อยที่ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพอาศัยอยู่ในจวนนี้
แม่ทัพจินขออนุญาตใต้เท้าเถาพานางขึ้นรถม้าไปที่จวนแม่ทัพจินฉิงอีตื่นเต้นที่จะได้ออกไปข้างนอกพร้อมเขาคราวนี้ก็ไม่ต้องกลัวพี่ชายจะมาเห็นแล้ว
“เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่?” เข้าไปในรถม้าปุ๊บหนุ่มใหญ่ก็รีบอุ้มแม่นางน้อยมาชิดอกหอมแก้มนางด้วยความคิดถึงที่เก็บกลั้น
“ดูท่านสิเพิ่งขึ้นรถม้าก็ลวนลามข้าแล้ว” นางลูบแขนเขา ก้มหน้าขัดเขิน
“ใครใช้ให้พี่ชายเจ้าใจร้ายกับข้า”แม่ทัพหนุ่มกอดจูบซุกไซ้นางตลอดทางจนถึงจวนริมฝีปากของจินฉิงอีแดงเรื่อด้วยแรงดูดดึงขบเม้มที่เขาวนเวียนจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หากพี่ชายข้ารู้ว่าท่านทำเช่นนี้ ข้าคงโดนตีตายแน่”
“ฉิงเอ๋อร์ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง” เขายังหอมแก้มซ้ำอีกหนก่อนจะลงจากรถม้านางจัดเสื้อผ้าให้กระชับ จัดผมเผ้าที่เริ่มหลุดลุ่ยเพราะฝ่ามือใหญ่นั้น
พ่อบ้านจวนแม่ทัพยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มสองวันที่ผ่านมาท่านแม่ทัพทำหน้าบึ้งจนเขาเข้าหน้าไม่ติด แต่ครั้นคุณหนูจินกลับมานายท่านก็สดใสดังเดิม
“ไปดูเรือนนอนข้ากันเถิดตอนนี้เปลี่ยนผ้าใหม่ สีสันสดใสแบบที่เจ้าชอบแล้ว”
แม่ทัพจินจูงมือสาวน้อยเดินปราดไปที่ห้องนอนโดยเร็ว วันนี้เขาจะกินเต้าหู้นางให้อิ่มเพราะพรุ่งนี้มีงานมากมายนัก!
------------------------------------------------