ตอนที่6 ดรรชนีดาบวายุ
.....................?
“ข้าไม่ได้ถามอะไรแบบนั้นสักหน่อย! ข้าถามว่าเ้าเป็ใครต่างหากละ!”เมื่อเจิ้งฟู่ได้สติกลับมาจากอาการใที่เห็นตัวจริงของเ้าของเสียงปริศนาแล้วเขาก็ะโถามกลับไปอีกครั้งอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบให้ตรงคำถามของเขาทว่า......
“ตั้งจิตให้มั่น ควบคุมพลังไปที่จุดตันเถียนและค่อยๆเคลื่อนพลังไปยังส่วนแขนและขาตามกระบวนท่าที่เ้าร่ายรำออกมาเมื่อพลังงานไปตามส่วนต่างๆ แล้วให้คงมันไว้ทำให้พลังงานเ่าั้เสถียรและมั่งคงให้มากที่สุด แล้วเ้าจะใช้วิชาเ่าั้”
เงาปริศนานี้ก็ยังคงพูดเหมือนเดิมอีกครั้งแต่ทว่าในครั้งนี้มีหนึ่งอย่างที่ต่างออกไป เพราะหลังจากที่มันพูดจบร่างกายของเจิ้งฟู่ก็เริ่มขยับไปเอง เขาเริ่มร่ายรำกระบวนท่าเดิมทว่าในครั้งนี้เขาได้ทำตามสิ่งที่เงาปริศนาบอกเขาควบคู่กันไปด้วย.......
"ตั้งจิตให้มั่น"
ฟู้วววว!!
"ควบคุมพลังไปที่จุดตันเถียน"
หวืดดดด!!
"จากนั้นก็เคลื่อนพลังที่แขนกับขา"
พึ่บ!
“และคงพลังงานให้เสถียรและมั่งคงก่อนที่จะใช้ออกมา!”
[ดรรชนีดาบวายุ]
ฟิ้ว!!
ตู้มมมมมมม!!
เมื่อเจิ้งฟู่ะโชื่อทักษะดรรชนีดาบวายุออกมาคลื่นพลังก่อตัวเป็รูปดาบแล้วพุ่งออกมาจากนิ้วของในทันทีซึ่งพลังงานที่พุ่งออกมานี้มันได้พุ่งกระแทกไปที่พื้นจนเกิดเสียงะเิอย่างดังพร้อมกับดินที่แตกกระจายออกเป็รูขนาดใหญ่.....
"ทะ......ทะ......ทำได้แล้ว! ในที่สุดก็ทำได้แล้ว!!ขอบใจเ้ามากเลยเ้า.....อ๊ะหายไปไหนแล้ว!? "
เจิ้งฟู่รู้สึกดีใจมากที่เขาสามารถปล่อยพลังออกมาได้ซึ่งทั้งหมดต้องขอบคุณเงาปริศนาเลยที่ช่วยให้คำแนะนำกับเขาทว่าในตอนที่เขากำลังจะหันไปขอบคุณร่างเงาลึกลับที่สอนเขาให้สามารถใช้ทักษะดรรชนีดาบวายุนั้นก็ได้หายไปจากจุดที่มันอยู่แล้ว......
"ช่างเถอะ! ยังไงก็ขอบคุณนะที่ช่วยข้า ท่านเสียงลึกลับ!! "ถึงอย่างไรเจิ้งฟู่ก็ยังะโกล่าวคำขอบคุณออกไปพร้อมกับโค้งหัวก้มลงขอบคุณในทางที่เงาปริศนาเคยอยู่......
"พลังนี้มันช่างรุนแรงยิ่งนัก ทำเอาเราเกือบยืนไม่ไหวแนะรีบกลับบ้านก่อนดีกว่า ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้าเพราะว่าเสียงะเิเมื่อครู่มันดังมาก คงเรียกพวกคนในตระกูลมาที่นี่แน่"
เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็วิ่งกลับบ้านของเขาในทันทีเพราะเสียงะเิที่เกิดขึ้นจากทักษะดรรชนีดาบวายุนั้นรุนแรงมากซึ่งมันเกินว่าผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานขั้นที่สี่จะทำได้เสียอีกดังนั้นแล้วมันจึงไปสะกิดความสนใจของเหล่าผู้าุโในตระกูลเข้าอีกอย่างพื้นที่ที่เกิดเสียงะเิยังเป็พื้นที่ป่าต้องห้ามของตระกูลด้วยดังนั้นแล้วเหล่าผู้าุโจึงต้องมาที่นี่......
พรึบ!!
ตุบ!!
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่? " ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้างงหลังจากที่เขามาถึงพื้นที่ที่เกิดเสียงะเิและเห็นหลุมขนาดใหญ่ตรงหน้า......
"ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับท่านลุง ข้ามาถึงก็ไม่เจอใครแล้วมีเพียงร่องรอยและรูขนาดใหญ่ตรงนั้นเท่านั้นขอรับ"ชายหนุ่มหน้าตาดีที่มาถึงที่เกิดเหตุก่อนได้พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่จนปัญญาเพราะเขามาถึงที่นี่ในเวลาเพียงไม่นานเท่านั้นหลังจากที่เกิดเสียงะเิ ทว่าเขากลับไม่พบใครเลยซึ่งชายหนุ่มที่มาถึงก่อนก็คือเทียนถ่างไหกังและเขายังเป็ลูกพี่ลูกน้องกับเจิ้งด้วย......
"ดูจากร่องรอยของหลุมนี้แล้ว น่าจะเกิดจากพลังการใช้ทักษะบางอย่างแน่และจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นแล้ว มันน่าจะเป็ทักษะระดับต่ำชั้นสูงเลยทีเดียไม่เช่นนั้นคงไม่อาจทำได้ขนาดนี้"ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นหลังจากที่จ้องมองไปที่หลุมขนาดใหญ่แล้วและสรุปผลที่ทำให้เกิดหลุดขนาดใหญ่ได้แบบนี้ว่าจะต้องเกิดจากพลังที่ใช้ออกโดยทักษะระดับต่ำชั้นสูงแน่.....
"ทักษะระดับต่ำชั้นสูงงั้นเหรอ!!? " เมื่อไหกังได้ยินแบบนั้นมันก็ะโออกมาด้วยความใก่อนจะพูดต่อไปว่า"ทักษะระดับนั้นในตระกูลของเรามีเพียงแค่สองทักษะเท่านั้นเองแล้วคนที่สามารถฝึกทักษะระดับนั้นได้ในตระกูลเราก็มีน้อยมาหรือว่าจะมีศัตรูบุกเข้ามา!? " ไหกังกล่าวพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้เพราะทักษะระดับนี้มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ฝึกและคนเ่าั้ก็อยู่ในตระกูลเพื่อบ่มเพาะพลังดังนั้นจึงไม่มีใครออกมาที่นี่แน่นอน.....
"ไม่น่าจะเป็ไปได้ ตระกูลพวกเราไม่เคยไปมีเื่กับใครแล้วจะมีศัตรูได้ยังไงกัน อีกอย่างในป่าต้องห้ามก็ไม่ได้มีสมบัติใดนอกจากความลึกลับและซับซ้อนของมันเท่านั้น" ชายวัยกลางคนรีบตอบกลับไหกังทันทีเขาคิดว่าไม่น่าจะเป็ศัตรูเพราะตระกูลเทียนถ่างไม่ได้บาดหมางกับใครถึงขัดที่ต้องส่งมือสังหารมาลอบโจมตีแบบนี้อีกอย่างในป่าต้องห้ามนี้ก็ไม่ได้มีของใดพิเศษซ่อนอยู่......
"นั้นสินะ ท่านผู้าุโคงซือพูดถูก พวกเราตระกูลเทียนถ่างไม่เคยไปมีเื่กับใครเลยแล้วจะมีศัตรูได้ยังไงกัน! "ชายวัยกลางคนอีกคนที่เป็ผู้าุโเหมือนกันพูดขึ้นเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วยกับบิดาของเจิ้งฟู่.....
"แล้วร่องรอยนี้มันมาจากไหนล่ะ? หรือว่าท่านจะบอกว่ามันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างนั้นรึเมื่อกี้พวกท่านก็ได้ยินเสียงะเิไม่ใช่หรืออย่างไร!!อีกอย่างเมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้มีฟ้าผ่าด้วยดังนั้นโอกาสที่จะเป็ศัตรูบุกเข้ามาก็มีโอกาสเป็ไปได้สูงเช่นกัน"ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางแข็งแรงได้กล่าวขึ้นพร้อมกับทำหน้าดุร้ายและจริงจัง....
อือ!!
ทุกคนต่างจมอยู่ในความคิดต่างๆเกี่ยวกับเื่นี้แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าหลุมขนาดใหญ่นี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงและใครเป็คนทำ....
กลับมาที่เจิ้งฟู่อีกครั้ง.......
เฮ้อ!!
"เหนื่อยเป็บ้าเลยวันนี้แต่มันก็คุ้มค่าเสียจริงที่เราสามารถใช้ดรรชนีดาบวายุได้เช่นนั้นก็แสดงว่าวิชาอื่นๆ เองก็คงจะใช้ได้เช่นกันสินะสงสัยพรุ่งนี้เราต้องลองไปทดสอบดูใหม่แล้ว"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขและปลื้มใจที่เขาสามารถใช้ทักษะได้ แถมทักษะนี้ยังเป็ทักษะที่รุนแรงอย่างมากด้วยและด้วยเหตุที่เขาสามารถใช้ทักษะดรรชนีดาบวายุที่ในโลกก่อนได้เขาก็คิดว่าทักษะอื่นเองก็น่าจะใช้งานได้เช่นกันถ้าทำตามขั้นตอนที่เงาปริศนาสอน.......
ลูกเจิ้ง!!
ทว่าในตอนนั้นเองเสียงะโเรียกของบิดาก็ดังขึ้นมา.......
ขอรับท่านพ่อ!!
"ท่านพ่อมีอะไรหรือเหล่า ทำไมถึงทำหน้าตาเป็กังวลอย่างนั้น? "เจิ้งฟู่ยิ้มให้บิดาของเขาในทันทีที่เห็นหน้าและเขาก็คิดว่าจะบอกเื่ความสำเร็จให้บิดารู้ แต่เมื่อเขาเห็นสีหน้าของบิดาเขาก็พับเก็บเื่ที่อยากจะพูดไป.......
"ลูกพ่อ! ใน่นี้ห้ามเ้าออกไปไหนนะ โดยเฉพาะทางป่าต้องห้ามหลังตระกูล!!" บิดาของเจิ้งฟู่รีบตอบกลับลูกชายทันทีเขารู้สึกเป็กังวลมากถ้าเกิดว่าหลุมขนาดใหญ่นั้นเกิดขึ้นโดยศัตรู.....
“ทำไมอย่างนั้นเหรอท่านพ่อ.....ทำไมถึงไม่ให้ออกไปไหน? แล้วที่ป่าต้องห้ามมีอะไร?!” เจิ้งฟู่เอียงคอเล็กน้อยในขณะที่ถามกลับไปเพราะป่าต้องห้ามนั้นเป็สนามฝึกของเขาเลย ถ้าไม่มีที่นั่นเขาคงไม่มีทุกวันนี้ดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น......
"ก็เมื่อครู่พวกพ่อได้ยินเสียงะเิดังจากทางป่าต้องห้ามพวกเราก็เลยไปดูกันแล้วก็พบกับหลุมขนาดใหญ่แถวนั้นทว่ากลับไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตหรือผู้กระทำใดๆ เลยพวกผู้าุโจึงคิดว่าน่าจะมีคนภายนอกบุกเข้ามา จึงสั่งห้ามไปแถวนั้น"
คงซือรีบอธิบายสาเหตุให้ลูกชายฟังทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงต้องห้ามไม่ให้เจิ้งฟู่ไปไหนมาไหนใน่นี้......
อ๊ะ!!
"ทำไมลูกถึงได้ดูใและเหงื่อออกมากขนาดนั้นด้วยละ!? " ทว่าคงซือกลับเห็นว่าลูกชายของตัวเองดูใจนผิดปกติแถมยังมีเหงื่อไหลออกมาเยอะมากทั้งๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนมาก.......
"กะ.....ก็ใน่ะสิท่านพ่อ! มีคนนอกบุกเข้ามาในตระกูลเราเชียวนะจะไม่ให้ข้าใได้ยังไง ว่าแต่ตระกูลเราไม่ได้มีศัตรูที่ไหนไม่ใช่หรือขอรับทำไมถึงได้มีคนนอกบุกเข้ามา? " เจิ้งฟู่รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าของเขาให้กลับมาเป็ปกติก่อนที่จะถามกลับไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น.......
"พ่อเองก็ไม่รู้หรอก ว่าแต่เ้าห้ามไปแถวนั้นเด็ดขาดเลยนะ รู้ไหม"
ขอรับท่านพ่อ!!
เจิ้งฟู่คิดว่าการบอกความจริงออกไปตอนนี้อาจจะสร้างปัญหาให้กับเขาได้ดังนั้นเขาจึงยังไม่บอกความจริงกับพ่อของเขาในตอนนี้เขาเลือกที่จะเก็บเงียบและพยักหน้าทำตามพ่อของเขา...
"เอาล่ะ มากินข้าวกัน เอ๊ะ!! นี้เ้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสี่ได้แล้วนิ!!?"
เมื่อคงซือเห็นลูกชายตอบรับแล้วเขาก็ชวนลูกชายไปทานอาหารเย็นต่อแต่ทว่าในตอนนั้นเขาก็ััได้ถึงระดับพลังของเจิ้งฟู่ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมและด้วยความที่ระดับพลังของเขาสูงกว่าเขาจึงสามารถมองออกได้ในทันทีว่าเจิ้งฟู่มาถึงขั้นที่สี่ในระดับพื้นฐานแล้ว......
"ขอรับท่านพ่อเพราะตำราฝึกตนพื้นฐานที่ท่านพ่อมอบให้แหละถึงทำให้ข้าสามารถฝึกฝนได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเปล่าจนในที่สุดข้าก็สามารถทะลวงผ่านไปอีกขั้นได้สำเร็จ"เจิ้งฟู่ตอบกลับบิดาของเขาในทันทีเขารีบยกอ้างความดีเื่ที่เลื่อนระดับได้ก็เพราะตำราที่บิดาของเขามอบให้....
ขั้นสี่อะไรกัน!!?
น้องหลิง!!
ท่านแม่!!
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดกันอยู่นั้นมารดาของเจิ้งฟู่ก็มาได้ยินพอดีแต่ว่านางได้ยินไม่ค่อยชัดนักจึงได้ะโถามออกมาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ....
คือว่า....
"คืออะไรท่านพี่ ท่านมีอะไรปิดบังข้าอย่างนั้นรึ! บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"ท่านแม่ ท่านพ่อไม่ผิดหรอกหรอกขอรับข้าเองที่ห้ามไม่ให้ท่านพ่อบอกเื่นี้กับท่านแม่ที่จริงแล้วข้าแอบฝึกวรยุทธ์ไปด้วยเรียนไปด้วยและตอนนี้ข้าก็สามารถทะลวงสู่ระดับพื้นฐานขั้นสี่ได้แล้ว"
"เ้าว่ายังไงนะ? ฝึกวรยุทธ์! แถมยังอยู่ในระดับพื้นฐานขั้นสี่แล้ว!!" มารดาของเจิ้งฟู่ดูใมากเมื่อได้ยินแบบนั้นเพราะนางแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลย นางคิดว่าลูกชายกำลังเล่นตลกอยู่แต่เมื่อนางเห็นสีหน้าที่จริงจังของเจิ้งฟู่และสามีแล้วเขาก็รู้ว่านี่คือเื่จริง.......
อ้า!!
ฮ่าฮ่า ฮ่า!!
ทว่ามารดาของเจิ้งฟู่กลับไม่ได้แต่ต่อว่าเจิ้งฟู่แต่นางกลับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างดังแทนก่อนจะแสดงใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขออกมาและรีบเดินเข้าไปลูบที่หัวของเจิ้งฟู่แล้วพูดขึ้นว่า....
"ลูกแม่ เ้าทำได้ดีมาก ทำไมเ้าถึงไม่บอกแม่ล่ะ? เ้าคิดว่าแม่จะด่าเ้าหรือยังไงกันแม่เป็แม่ของเ้านะ ไม่ว่าสิ่งใดที่เ้า้า แม่ก็จะหามาให้เ้าทุกอย่างถ้าเ้าอยากฝึกวรยุทธ์จริงๆ แม่ก็จะไม่ห้ามเ้าเลย แต่เพราะเ้าบอกว่าจะเรียนแม่จึงไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ดูในตอนนี้สิ! เ้ากลับปิดบังแม่มาตลอดหลายปีและสามารถกลายเป็ผู้ฝึกตนสำเร็จจนได้"
ท่านแม่!!
"ก็ข้ากลัวท่านแม่จะโกรธเลยไม่กล้าบอกท่านอีกอย่างข้ากลัวท่านเสียใจที่ไม่ยอมฟังท่าน! "
เด็กโง่!!
"ไม่ว่าเ้าจะเลือกทางไหนแม่ก็จะสนับสนุนเ้าอย่างเต็มที่เลย มาๆเรามาฉลองกัน แม่ทำกับข้าวของโปรดเ้าด้วยนะ"
ของโปรดของข้าเหรอ!!
"เย้ๆๆ ท่านแม่แสนดีที่สุดในโลกเลย ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย"
"แล้วเ้าไม่รักพ่อหรือยังไงกัน? "
"ท่านพ่อข้าก็รัก ข้ารักพวกท่านทั้งสองคนนั้นล่ะท่านพ่อน้อยใจเป็ผู้หญิงไปได้"
"อ๊ะ ลูกเจิ้ง คำพูดของเ้า!! "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า สงสัยข้าจะติดคำวลีของท่านอาจารย์หวงมากเกินไปหน่อยเรียนกับเขามาตั้งห้าปี..."
"อือ มา มา เรามาทานข้าวกัน!! "
เจิ้งฟู่(จิ๋นหยาง)ในชาติก่อนนั้นพ่อกับแม่ของเขาตายเพราะอุบัติเหตุในตอนที่เขายังเด็กจึงทำให้เขาต้องอยู่กับลุงและป้าและไม่ค่อยได้มีเวลาที่อบอุ่นมากนักแต่เมื่อเขามาเกิดใหม่ในชาตินี้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างมากความรักที่ขาดหายไปกลับมาอีกครั้ง ชีวิตเขาตอนนี้มีความสุขมากทั้งโลกที่เขาเคยฝันถึงและความรักที่เขาโหยหาตอนนี้มันมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว......
พวกเขาทั้งสามคนต่างนั่งพูดคุยและทานข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขและเจิ้งฟู่เองก็คิดที่จะบอกความจริงเื่ทักษะของเขากับพ่อและแม่แต่ในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดออกมานั่นเอง......
ก๊อก!!ก๊อก!! ก ก๊อก!!
ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆที่หน้าบ้านขอเขาคงซือที่นั่งอยู่ก็ได้ะโถามขึ้นว่า.....
นั่นใคร!!?