
Just For Love 21
ฉันไม่ได้ดูต่อว่าเขาคุยอะไรกันต่อหลังจากนั้น เพราะพี่พลเดินเข้ามากระซิบว่าซันเดย์สัมภาษณ์เสร็จแล้ว ฉันเก็บโทรศัพท์เดินเข้าไปหาซันเดย์ เขามองนิ่ง ๆ มือแบขอโทรศัพท์ในมือฉัน ฉันที่ไม่รู้ว่าเขาเป็อะไรกันแน่จึงตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ให้เขา
“หิวหรือยัง?” ฉันเอ่ยถาม ระหว่างที่กำลังเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าซันเดย์
“ยังไม่หิว” ซันเดย์ตอบนิ่ง ๆ
“เป็อะไรเนี่ย?” ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ ซันเดย์ยกแขนโอบรอบเอวฉันไว้หลวม ๆ ขณะที่กำลังตั้งใจเช็ดหน้าให้เขา
“เหนื่อยเหรอ?”
“นิดหน่อยครับ”
“งั้นเสร็จแล้วกลับที่พักเลยนะ เดี๋ยวสั่งข้าวให้”
“อยากพาไปเดินเล่น” ซันเดย์ยังอ้อนต่อ ฉันหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทิ้งสำลีเช็ดหน้าลงในถังขยะ
“ยังมีเวลาอีกหลายวันค่ะ วันนี้กลับไปพักก่อน พรุ่งนี้มีงานตอนเช้า”
“ก็ได้ครับ”
“แล้วก็ไลฟ์ด้วยนะในไอจี เผื่อแฟนคลับคิดถึง”
“ได้ครับ ๆ ” เมื่อขอบคุณและลาทีมงานเสร็จเราก็พาซันเดย์กลับเข้าที่พัก ร่างสูงไม่ยอมกลับเข้าห้องตัวเองเลย เขายึดห้องพักฉันไปแล้วเรียบร้อย ถือว่าดีมาก ๆ ที่โรงแรมนี้มีความเป็ส่วนตัวสูงแต่ฉันก็ยังไม่วางใจเท่าไหร่ กลัวซันเดย์จะถูกเล่นข่าวเสียมากกว่า
“ซัน กลับห้องตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวมีใครเห็นมันจะดูไม่ดี”
“ครับ ๆ ขอนอนก่อนนะ แล้วจะกลับห้อง”
“รับปากแล้วนะ” ฉันถามย้ำ
“ครับ” ซันเดย์ขานรับก่อนจะเงียบเสียงไป ฉันเดินไปเช็คเบอร์เซอร์วิสทางโรงแรมก่อนจะสั่งอาหารให้กับอีกฝ่าย ไม่ลืมโทรไปบอกพี่พลให้สั่งอาหารขึ้นมาทานด้วยหรือไม่ก็ลงไปเดินเล่นได้ แต่รายนั้นบอกขอสั่งขึ้นมาทานเพราะจะคุยกับภรรยาและลูก
เกือบหนึ่งชั่วโมงซันเดย์งัวเงียตื่นขึ้นมาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดอะไรสักอย่างฉันเองก็นั่งอยู่ปลายเตียงเงียบ ๆ อาหารที่สั่งไป ฉันสั่งไว้ว่าหลังจากชั่วโมงครึ่งค่อยขึ้นมาส่ง และฉันก็เข้าใจทันทีว่าซันเดย์กำลังไลฟ์เพราะเขากำลังทักทายแฟนคลับที่ดูอยู่ ฉันทำตัวเงียบ ๆ ไม่พูดหรือส่งเสียงรบกวนเขา
“ผู้จัดการอยู่ไหน? ผู้จัดการหลับครับ คงจะเหนื่อย” หลับอะไรกัน! ฉันเพิ่งพักสายตาเมื่อกี้เองนะ จะเอาอะไรมาหลับล่ะ
“เขายังไม่บอกเลยว่าอยากไปเที่ยวไหน”
“เจอกันที่งานมีตติ้งนะ อ๋อ บริษัทประกาศแล้วใช่ไหมครับ เจอกันนะ เพราะนี่จะเป็งานสุดท้ายแล้วครับ”
“อย่าส่งสติเกอร์ร้องไห้มากันเยอะสิ เจอข้างนอกก็ทักทายได้นี่ครับ พอแล้วไม่คุยเื่นี้แล้ว”
“ทานข้าวกันหรือยังครับ”
“ยังไม่ทานเลยครับ ฟางสั่งให้อยู่ ฟางข้าวจะได้ยังอ่ะ” ท้ายประโยคเขาถามฉันเสียงนุ่ม อุตส่าห์อยู่เงียบ ๆ แล้วเชียวทำไมต้องมาถามตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้
“ใกล้แล้วค่ะ เอานมก่อนไหม”
“ไม่ครับ คุณเอาขนมที่พี่อี้เอาให้มาทานด้วยสิ”
“ขนมเหรอ?” ฉันถามย้ำ ขาก้าวไปดูขนมที่ยังอยู่ในกระเป๋าเดินทาง
“ครับ เอามาด้วยไหมอ่ะ”
“เอามา รอก่อนค่ะ” ใช้เวลาไม่นานก็หาขนมเจอ ฉันหยิบขนมที่ถูกบรรจุในกระปุกสีใสพร้อมกับชื่อร้านนำไปส่งให้ซันเดย์
“ขอบคุณครับ” เขายื่นมือมารับไม่ลืมเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
“อยากเห็นเหรอ? ไม่ให้เห็นหรอกหวง”
“มีอะไรจะถามจะบอกพิมพ์มาเลยนะครับ อีกยี่สิบนาทีจะไปทานข้าวแล้วนะ”
“ฟางไม่ได้บังคับครับ แต่ฟางยังไม่ได้ทานข้าวเลยั้แ่มาถึง บอกแล้วไม่ให้เห็น หวง” ฉันปล่อยให้ซันเดย์คุยกับแฟนคลับไปส่วนตัวเองเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งก็เดินไปส่องดูพบว่าเป็พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ โดยมีพี่พลคอยยืนอยู่ด้วย
“พี่พลทานด้วยกันไหมคะ?”
“ขอบคุณครับ แต่ว่ามีนัดคอลกับแฟนตอนทานข้าวครับ พี่แค่มาดูความเรียบร้อยครับ”
“ขอบคุณค่ะ พรุ่งนี้เช้าเจอกันนะคะ”
“ได้ครับ” ฉันรับอาหารมาวางไว้บนโต๊ะในห้องนอน พี่พลก็ปิดประตูให้ซันเดย์ที่ไลฟ์เสร็จก็เดินเข้ามาหาและดันไหล่ให้ฉันนั่งลงที่เก้าอี้โดยที่เขาทิ้งตัวลั่งลงข้าง ๆ ฉันแทนฝั่งตรงข้าม
“พรุ่งนี้ทำงานเสร็จ ไปเดินเล่นกันไหม่นี้ซากุระบานด้วย”
“รอดูหลังทำงานก่อนค่ะไม่รู้จะไหวหรือเปล่า” ไม่ใช่เขาไหวหรือไม่ไหวนะ หมายถึงดูฉันก่อนนี่แหละว่าจะไหวไหม มือเรียวตักอาหารมาใส่จานให้พรางขยับหน้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถาม
“ถ้าพรุ่งนี้ไหวไปเดินเล่นด้วยกันนะครับ”
“ค่ะ แต่ตอนนี้ทานข้าวได้แล้วจะได้กลับไปพักผ่อน”
“ทำไมชอบไล่” เขาทำเสียงไม่พอใจ แต่มือกลับตักนู่นตักนี่มาใส่จานให้ฉันไม่หยุด
“ไม่ได้ไล่ค่ะ แต่อยากให้พักผ่อนเพราะพรุ่งนี้มีงานเช้าไง เข้าใจฟางด้วยนะ” ฉันเลือกที่จะเอ่ยอ้อนเขาเสียงหวาน ๆ แทนการดุหรืองอนเขากลับ เป็ผลให้อีกฝ่ายถึงกับแก้มแดงลามไปจนถึงใบหู
“ครับ เข้าใจฟางครับ”
“เก่งมากค่ะ อ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าถ่ายแบบเสร็จจะมีสัมภาษณ์ต่ออีกนิดหน่อยนะคะ แล้วก็เหมือนจะมีแฟนคลับมารอด้วย ยังไงก็ค่อยทักทายกับแฟนคลับหลังงานเสร็จนะ”
“ได้ครับ พรุ่งนี้เข้าไปปลุกด้วยนะก่อนเดินทางสักหนึ่งชั่วโมง”
“ได้ค่ะ”
ซันเดย์กลับห้องพักเขาไปแล้วข้าวของที่เขาเอามาด้วยเขาก็เอากลับไป อย่าหวังว่าจะได้นอนห้องเดียวกับฉันเลยค่ะ เพราะฉันห่วงเขามากจริง ๆ กลัวจะมีข่าวที่ทำให้เขาเสียชื่อเสียงและทำให้แฟนคลับเสียใจ จึงเลือกที่จะเล่นบทโหดไม่ยอมให้เขาค้างด้วย
เช้าของวันถัดมาฉันเข้าไปปลุกซันเดย์ที่ห้องพัก ก็พบว่าเขาตื่นก่อนแล้วและอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ฉันมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะบอกให้ไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังสตูดิโอเพื่อทำงาน เมื่อฟังบรีฟเสร็จและซันเดย์ถูกพาตัวไปแต่งหน้าทำผมฉันก็เดินไปหาของว่างมาให้ซันเดย์ทาน
“ซันกาแฟ” ฉันยื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่น ๆ ให้กับซันเดย์
“ขอบคุณครับ ทานอะไรหรือยังหิวไหม?” ซันเดย์ถามกลับพร้อมกับรอยยิ้ม
“ยังไม่หิวค่ะ เดี๋ยวให้พี่พลเข้ามาอยู่เป็เพื่อนนะ”
“ได้ครับ รอหน้าฉากเลยก็ได้ เอาโทรศัพท์ไปถือไว้ให้ด้วยเผื่อใครโทรมา”
“ค่ะ นี่แซนวิชทานรองท้องไปก่อนเสร็จแล้วจะพาไปทานข้าว”
“ครับคุณ” สามชั่วโมงที่ซันเดย์ต้องทำงานถ่ายแบบอยู่แบบนั้น นับว่าดีที่วันนี้ซันเดย์ไม่มีอาการหงุดหงิดหรืองอแงอะไร เลยทำให้การทำงานวันนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น เมื่อเอ่ยขอบคุณและลาทีมงานเราก็ออกจากสตูดิโอกันทันที แต่มีกลุ่มแฟนคลับที่ยืนรอซันเดย์กันอยู่ด้านหน้า เมื่อซันเดย์เดินออกไปสู่สายตาแฟนคลับต่างกรี๊ดกันเบา ๆ อย่างว่าล่ะนะแฟนคลับประเทศญี่ปุ่นคือนิ่งมากจริง ๆ นั่นแหละ ซันเดย์ยิ้มให้กลุ่มแฟนคลับก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ไม่ลืมทิ้งระยะห่างจากแฟนคลับด้วย ฉันกับพี่พลเดินตามห่าง ๆ และหยุดเดินเมื่อซันเดย์หยุดเดินแล้วทักทายแฟนคลับเป็ภาษาญี่ปุ่น อ้อ บอกไปหรือยังนะว่าเรามีไกด์ที่เป็คนญี่ปุ่นแต่พูดไทยชัดมาก ๆ มาช่วยดูแลหนึ่งคน แต่ดูแล้วเธอมักจะมองหน้าซันเดย์มากกว่าแปลงาน ซันเดย์เลยสื่อสารกับทีมงานเป็ภาษาอังกฤษรวมถึงการคุยกับแฟนคลับตอนนี้ด้วย
“เราพูดไทยได้นิดหน่อย” ฉันยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินแฟนคลับชาวญี่ปุ่นเอ่ยบอกซันเดย์ พวกเขาพยายามสื่อสารกันอย่างมาก แต่ไม่ได้กดดันหรือเครียดอะไรกัน อ้อ นอกจากแฟนคลับชาวญี่ปุ่นแล้วก็มีแฟนคลับชาวไทยที่พอจะคุ้นหน้าบินตามมาด้วยนะและตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในกลุ่มแฟนคลับและกำลังถ่ายรูปกันอยู่
“เธอถามว่า จะมีงานมีตติ้งส่งท้ายที่ญี่ปุ่นมีอะไรพิเศษไหมคะ” คนที่พูดภาษาไทยได้แปลประโยคที่แฟนคลับอีกคนพูดมาให้ซันเดย์ฟัง
“ต้องรอดูนะครับ อยากให้มาดูกันเยอะ ๆ ”
“แน่นอนค่ะ พวกเราจะมาดู” ครึ่งชั่วโมงที่ให้แฟนคลับและซันเดย์ได้พูดคุยกัน เมื่อแยกออกจากแฟนคลับเราก็ไปหาร้านอาหารทานกันทันที มื้ออาหารของเราเป็ราเมงร้านดังในย่านนี้ความอร่อยพี่พลรับประกันเพราะเมื่อครั้งที่มาเที่ยวกับภรรยาเ้าตัวก็มาทานและรับประกันว่าอร่อยจริง ๆ
“พี่พลอยากไปเดินไหนเป็พิเศษไหมครับ” ซันเดย์เอ่ยถามพี่พลที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างอารมณ์ดี มือที่จับมือฉันอยู่ข้างหนึ่งนั้นกำลังใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่หลังมือไปมา อ้อนแหละอาการแบบนี้น่ะแต่ยังเก๊กขรึมคุยกับพี่พล
“อยากไปเดินซื้อของให้ภรรยาครับ คุณซันจะไปไหนไหมครับ”
“ว่าจะไปเดินซื้อของเหมือนกันครับ งั้นเราไปด้วยกันไหมครับ”
“ได้ครับ แล้วคุณฟางอยากไปไหนเป็พิเศษไหมครับ”
“ฟางไม่มีค่ะพี่พล” ฉันเงยหน้าส่งยิ้มให้กับคนที่ถาม พี่พลพอได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้ากรุ่นคิด
“ฟางเขาไปได้ทุกที่ขอแค่มีของกินครับ โอ๊ย เจ็บนะ” ซันเดย์หันมามองอย่างน้อยใจ แต่แววตาเขาน่ะกำลังสนุกเชียวล่ะ ที่ได้แซวฉันแบบนั้น
“ปากจัด” ฉันว่าดุ ๆ แต่ซันแค่หัวเราะเท่านั้น วันนี้ดูเหมือนจะอารมณ์ดีเกินไปแล้วนะ อีกฝ่ายทำหน้าเ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหู
“ปากหวานด้วยนะอยากลองชิมไหม?”
=====
แอบอัพอยู่ที่ทำงานค่ะ 55555
่นี้ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ เป็ห่วงน้า