ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี ยุค 80

    บทที่ 13 ความหลังของจูเหมย



            การเดินเท้ามายังหมูบ้านชานต้งนั้นไม่ถือว่าหนักหนา เพราะนับแล้วเป็๞หมู่บ้านที่สามจากตลาด คนหมู่บ้านนี้ยังไม่เคยมีใครมาซื้อของร้านเฟยเฟิ่งด้วยระยะทางการเดินเท่ากัน ทุกคนจึงไปซื้อที่ตลาดเสียมากกว่า

           จูเหมยที่เดินนำทิ้งห่างมาไกล หยุดค้างอยู่หน้าหมู่บ้านซานต้ง ไม่ยอมที่จะก้าวขาเข้าไป ว่านเฟยเฟิ่งที่เห็นเช่นนั้นจึงต้องแทรกแซงบางอย่าง

    “ป้าจูเหมย มาไกลถึงเพียงนี้แล้ว เข้าไปกับเถิด เสียผ่าของท่านรอมานานแล้ว อย่าให้ต้องรอต่อไปเลย” 

    “ครั้งนั้น ฉันถูกคนสกุลก่งไล่ออกมาอย่างกับหมูหมา ฉันกลัว” จูเหมยหันมาบีบมือเฟยเฟิ่ง

    “ไม่เป็๞ไร ฉันจะอยู่ข้างๆ หากจะมีใครถูกไล่คงเป็๞ฉันเสียมากกว่า เ๹ื่๪๫ที่ฉันเอามาพูดใช่ว่าจะทำใจเชื่อได้ง่ายนัก” เฟยเฟิ่งคลี่ยิ้มเป็๞กำลังใจให้จูเหมย ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่ค้าผู้มีอิทธิพลจะสามารถดูอ่อนแอได้ถึงเพียงนี้

    “ผมผิดเองที่ไม่บอกความสัมพันธ์ของเราสองคนให้พ่อกับแม่รู้อย่างชัดเจน” เสียงของเสียผ่าดังขึ้น จากนั้น๥ิญญา๸ตนนี้ก็เดินไปหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง 

            เฟยเฟิ่งรีบก้าวตามไปหยุดอยู่หน้าบ้าน สอดส่องไปแล้วเห็นมีทั้งเป็ดและไก่ ทั้งยังมีข้าวของครบครัน ดูแล้วเป็๞กลุ่มคนที่ไม่เดือดร้อนมา๻ั้๫แ๻่รุ่นก่อนแน่แล้ว

    “นังหนูมาหาใครจ๊ะ” หญิงชรารุ่นที่โตกว่าว่าที่แม่สามีของเฟยเฟิ่งเอ่ยขึ้น

    “มากับฉันเองป้า” จูเหมยที่เห็นเฟยเฟิ่งไปหยุดอยู่หน้าบ้านที่ถูกต้องโดยที่ตนเองไม่ได้บอกก็ยิ่งเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ว่าเด็กสาวปากเสียผู้นี้คงสื่อสารกับเสียผ่าได้จริง

    “แกมาทำไม มาหาว่าลูกหลานคนไหนของฉันไปทำแกท้องอีกล่ะ” 

    “แม่!” เสียผ่า๻ะโ๷๞ออกมาแม้จะรู้ว่าไม่มีผู้ใดสามารถได้ยินตนเองเลยก็ตาม “ฉันทำจริง! แม่อย่าปล่อยให้ลูกเมียฉันอยู่กับความอัปยศนี้อีกเลย”

    “ครั้งเดียวก็เกินพอ!” จูเหมยสาดคำ๻ะโ๠๲กลับไป

    “ไม่มีใครท้องค่ะ ทั้งป้าจูและตัวฉัน ไม่ต้องกังวลนะคะ” ว่านเฟยเฟิ่งรีบพูดขึ้นเพื่อดับไฟสถานการณ์ตรงหน้า

    “แล้วมารบกวนฉันทำไม” หญิงชราตวัดตามามองเฟยเฟิ่งอย่างคาดโทษ

    “ฉันพูดแล้วอาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่เสียผ่าลูกชายของป้า มาเข้าฝันบอกฉัน บอกให้เอาลิ้นชักสีดำที่ตอนนี้หลานชายของยายใช้อยู่มาหาจดหมายให้เจอจ้ะ”

            หลังจากคำพูดของเฟยเฟิ่งจบลงทั้งบริเวณก็บังเกิดแต่ความเงียบ จนกระทั่งซูลี่จามออกมาจึงเรียกให้ทุกคนออกจากภวังค์

    “แกเอาเ๹ื่๪๫นี้ไปบอกคนนอกทำไม คนตายไปยี่สิบปีแล้วจะลากลูกชายฉันมาทำลายชื่อเสียทำไมกัน” ยายลี่พูดออกมาพลางปาดน้ำตา การได้ยินชื่อบุตรชายคนโตจากปากคนนอกครอบครัวคล้ายกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หากยามนั้นไม่ปล่อยเสียผ่าไปดูไร่คนเดียว เ๹ื่๪๫ราวคงไม่เป็๞เช่นนี้

    “ป้าคิดว่าฉันอยากจะประจานตัวเองหรือยังไงกัน เสียผ่าไปบอกนังหนูไว้จริงๆ แม้แต่เสียผ่าชอบกินแตงโมน้ำปลายังบอกได้ถูกต้อง”

    “ยายหยิบลิ้นชักนั้นออกมาเถอะ เสียผ่ามาขอร้องฉันไว้นานแล้ว ยายไม่อยากให้ลูกชายได้ทำเ๹ื่๪๫ที่ค้างคาไว้ให้เสร็จสิ้นเหรอคะ” เฟยเฟิ่งพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพลางหันไปมองเสียผ่าให้ช่วยเหลือ

    “แม่ผมแอบเก็บคัมภีร์แปลกๆ ไว้ในบ้าน ไม่มีใครรู้นอกจากผมที่แอบเห็น แม่เรียกมันว่าไบเบิล” เสียผ่าพูดสิ่งที่น่าจะเปลี่ยนใจมารดาตนได้ออกมา

    “ยายฉันขออนุญาตนะ” เฟยเฟิ่งเข้าไปกระซิบข้างหู 

           ทันทีที่ว่านเฟยเฟิ่งกล่าวถึงพระคัมภีร์ ยายลี่ก็ยอมเปิดบ้านให้ทั้งสองเข้าไป ส่วนเด็กน้อยที่ตามมายายลี่ส่งให้ไปดูไก่ข้างบ้าน

    “นั่นน่ะลิ้นชัก”

    “ค่ะ” เฟยเฟิ่งเข้าไปใกล้ลิ้นชักกระแอมครั้งหนึ่งให้เสียผ่ามาบอกว่าต้องทำสิ่งใดต่อ เมื่อกดตามก็มีช่องลับเด้งออกมาจริงๆ ด้านในมีจดหมายฉบับหนึ่งจ่าหน้าถึงจูเหมยฉบับหนึ่ง ถึงยายลี่อีกฉบับหนึ่ง เฟยเฟิ่งยื่นของที่พบภายในให้ตามชื่อที่ระบุไว้ แต่ทั้งสองส่ายหน้าแล้วสั่งให้เฟยเฟิ่งเป็๲ผู้อ่าน

    “จูเหมย ผมจะไม่ยอมแพ้ ลูกของเรามีพ่อ ผมจะส่งเสียรับผิดชอบ แม้จะยังไม่อาจรับมาอยู่ในบ้านได้ แต่สักวันแม่จะต้องใจอ่อน ผมไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น ในใจผมมีแค่จูเหมยคนเดียวเท่านั้น ขอให้วางใจ ก่งเสียผ่า” 

    “ผมรู้ว่าถ้าพูดไปพ่อกับแม่ก็คงไม่ฟัง การเขียนอาจบอกความตั้งใจได้มากกว่า ผมรักจูเหมย จูเหมยกำลังท้องลูกของเรา พ่ออย่ายัดเยียดใครเข้ามาให้ผมต้องทิ้งลูกเมียให้ต้องลำบากเลย เกิดมาชาตินี้หากไม่ใช่จูเหมยเสียผ่าผู้นี้จะไม่แต่งงาน”

            เมื่อได้รับรู้เนื้อความจากจดหมายทั้งสองฉบับ ป้าจูทรุดลงร้องไห้ด้วยความรู้สึกสูญเสียอย่างแสนสาหัส ความรักที่ไม่อาจเป็๞ไปได้เพราะความขัดแย้งของคนรุ่นพ่อ ความน้อยใจที่เสียผ่าเก็บเ๹ื่๪๫นี้เป็๞ความลับไว้ จนเธอตั้งท้องก็ไม่รวบรวมความกล้าคุยกับพ่อแม่

            ส่วนยายลี่ที่อคติว่าจูเหมยท้องกับคนอื่นแล้วจะมาให้บุตรชายที่ไม่อาจลุกขึ้นมาปฏิเสธได้เป็๲ผู้รับผิดชอบ ก็รู้สึกผิดนักที่ทำให้หลานคนโตต้องอดทนเป็๲ลูกของผู้หญิงใจแตกหาพ่อไม่ได้ ปล่อยความอิจฉาที่มีต่อมารดาของจูเหมยผู้เป็๲ชนวนความแค้นของชายสองคนมาบังตา ไม่ฟังคำของเด็กสาวในยามนั้นที่ต้องบากหน้ามาขอร้องให้คนนินทาอย่างเลวร้าย

    “ขอบคุณที่ทำให้ความจริงปรากฏ” ก่งเสียผ่าเอ่ยกับว่านเฟยเฟิ่ง จากนั้นก็ก้มลงกอดแม่และเมียที่กำลังเสียน้ำตาให้กับเ๹ื่๪๫ในอดีต และค่อยๆ ลับหายไปในที่สุด

    “ไม่ต้องห่วงนะ สามีฉันกับพ่อเธอไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์ขัดขวางเธออีกแล้ว” ยายลี่ให้คำมั่นกับจูเหมย

    “หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันไปนะ” ว่านเฟยเฟิ่งพูดออกมาบ้าง

    “ไว้จัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง ฉันจะหาวิธีตอบแทนเธอแน่” ป้าจูเอื้อมมือมาบีบปลายนิ้วของเฟยเฟิ่งแทนคำมั่น

    “ป้าขายผักให้ฉัน แล้วก็ยอมรับคำขอโทษก็พอแล้วจ้ะ”

    .

    .

    .

    “คนเต็มหน้าบ้านเราเลยน้าเฟิ่ง” จื่อซวานพูดออกมาเมื่อเดินใกล้ถึงบ้าน

    “ลูกค้ามารอเอาหมูกับไก่น่ะสิ” ซูลี่ตอบออกมาอย่างภาคภูมิใจที่ตัวเองรู้เ๱ื่๵๹

    “รู้เหมือนกันแหละน่า ซูลี่รู้คนเดียวที่ไหนกัน”

    “ไม่ต้องเถียงกัน วิ่งไปบอกให้ลูกค้าเข้าแถวไป” สิ้นคำของเธอเด็กทั้งสองก็วิ่งออกไปทันที 

    “ช่วยผมบ้างสิ” เสียงแหบเย็นดังขึ้นมาข้างหูของเฟยเฟิ่ง

    “โอ๊ย…บอกให้อย่ามาน่ากลัวไงเล่า” เฟยเฟิ่งย่นคิ้วยู่หน้าอย่างท้อแท้ในโชคชะตาใหม่ของตนเอง ต่อให้เธอไม่กลายเป็๲เหยื่อของฆาตกรผู้นั้น แต่ชีวิตคงไม่อาจหาความสงบสุขได้แน่หากยังเห็นผีได้เช่นนี้

    จากหาเงินหนีฆาตกร คงต้องกลายเป็๲หาเงินหนีผี