ย้อนเวลามาเป็นคนร่ำรวยในยุคโบราณ

    ตอนที่ 4 พบหน้า

             จนกระทั่งจางฮุ่ยเหมยล้มป่วยลง จากอาการไข้ป่า ตอนแรกอาการไม่หนักแต่เพราะครอบครัวที่เหลืออยู่มี  แค่เด็กๆ จึงไม่รู้วิธีดูแลคนป่วยที่ถูกต้อง

            ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากหมอที่หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ตามมาให้ แต่เงินก็ยังต้องยืมหัวหน้าหมู่บ้านจ่ายให้ค่าหมอไปก่อน

            แต่จางฮุ่ยเหมยร่างกายอ่อนแอจากการขาดสารอาหารอยู่แล้ว ทำให้ไม่มีแรงพอจะสู้โรคภัยได้ จึงหมดลมหายใจไปและเธอคนใหม่ที่เข้ามาแทนที่

            เมื่อความทรงจำหลอมรวมจนเรียบร้อย จางฮุ่ยเหมยค่อยๆลืมตาขึ้น พบว่าเธอนอนบนเตียงเก่าผุพังหลังหนึ่ง ก้มมองดูตัวเองก็เห็นว่าเสื้อผ้าที่ใส่นั้นสีซีดจางจนมองไม่ออกว่าเดิมเคยเป็๞สีอะไรมาก่อน แถมทั้งบางและขาด 

            บนร่างที่ผอมแห้งของเธอถูกห่มด้วยผ้าห่มผืนเก่าที่มีรอยปะชุนทั่วทั้งผืน 

            แหงนมองหลังคาบ้านหรือจะเรียกว่ากระท่อมก็ไม่ผิดนัก ทำมาจากใบไม้อะไรสักอย่าง จางฮุ่ยเหมยไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆมีรูรั่วเต็มไปหมด 

            ผนังกระท่อมที่ทำด้วยดินก็แตกร่อนเป็๲ช่อง เล็กบ้างใหญ่บ้าง ถ้าหากเป็๲ฤดูฝนหรือฤดูหนาวเธอและพี่น้องคงจะต้องลำบากมากแน่ๆ 

            เมื่อมองไปรอบๆ พบว่ากระท่อมทรุดโทรมหลังนี้ ขนาดน่าจะไม่เกินหกสิบตารางเมตร ประตูกระท่อมทำจากไม้โย้ๆบุด้วยใบไม้ 

            ด้านซ้ายมือน่าจะเป็๲ครัวเพราะมองเห็นเตา และกองฟืนวางอยู่จนเต็มพื้นที่ แต่อุปกรณ์อื่นที่ใช้ในครัวกลับไม่เห็น 

            จางฮุ่ยเหมยกำลังพยายามจะลุกขึ้นเพื่อไปสำรวจส่วนอื่นของกระท่อมหลังนี้ ประตูกระท่อมก็เปิดเข้ามาจากภายนอก เธอจึงต้องนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง

            “พี่รอง ท่านฟื้นแล้ว” เด็กผู้ชายคนแรกที่เข้ามา ส่งเสียงเรียกอย่างดีใจ พร้อมวิ่งมายืนตรงหน้าเธอ เธอคิดในใจ  

            นี่คงเป็๞จางเสี่ยวหยาง ช่างดูน่าสงสารนัก เสื้อผ้าขาดๆ เรียกได้ว่าเศษผ้า ผอมจนแทบหนังหุ้มกระดูก ไม่ต่างจากเธอในตอนนี้เลย

            แก้มที่ตอบ ตาลึก ทำให้มองเหมือนตาโตออกมาเกินปกติ บ่งบอกถึงอาหารการกินที่ไม่เพียงพอ แต่แววตาสดใส รอยยิ้มดีใจช่างมีชีวิตชีวา  

            “อืม พี่ดีขึ้นแล้ว” จางฮุ่ยเหมยตอบน้องชาย พร้อมกับลูบหัวน้อยๆนั้นด้วยความเอ็นดู ในใจคิดว่าจะขุนน้องชายในชาตินี้ให้กินดีอยู่ดีให้ได้

            ผู้ชายอีกคนที่ก้าวเข้ามาในกระท่อม นี่คงเป็๲พี่ชายของเธอจางหยุ่นอี้

            “น้องรอง เป็๞อย่างไรบ้าง” พี่ชายหันไปปิดประตูกระท่อม พร้อมกับวางตะกร้าสานไว้กับพื้น แล้วเดินเร็วๆเข้ามาหาเธอ 

            ความรู้สึกแรกของจางหยุ่นอี้คือตะลึง เพราะเมื่อสักครู่นี้เสี่ยวหยางที่เขาให้ดูแลน้องสาวที่ป่วย วิ่งไปตามเขาบน๺ูเ๳าบอกว่าน้องสาวมือเย็นเท้าเย็นแน่นิ่งไปแล้ว

            แต่ไม่คิดเลยว่าเวลาไม่นานที่เขาและน้องชายพากันวิ่งลงจากเขา พอมาถึงบ้านกลับพบว่าน้องสาวที่ป่วยหนักอยู่หลายวัน กลับฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ 

            ๻ั้๹แ๻่จางฮุ่ยเหมยล้มป่วย จางหยุ่นอี้เฝ้าแต่โทษตัวเองอยู่ตลอด เพราะเขาผู้เป็๲พี่ชายและเป็๲หัวหน้าครอบครัว ไม่สามารถดูแลน้องให้หายป่วยได้ 

            เพราะครอบครัวเขาไม่เคยมีเงินในมือเลย ได้แต่ขุดสมุนไพรมาต้มให้น้องดื่มหลังยาของหมอที่ให้ไว้หมดลง 

            แต่อาการป่วยกลับหนักขึ้น เมื่อครู่เสี่ยวหยางยังบอกว่าฮุ่ยเหมยหมดลมไปแล้ว เหตุใดนางถึงฟื้นได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดหยุ่นอี้ก็อยากขอบคุณที่เขายังไม่เสียน้องสาวที่รักไป เขาดีใจยิ่งที่นักที่เห็นน้องสาวหายจากอาการป่วยเสียที

            “ข้าหายดีแล้วเ๯้าค่ะ พี่ใหญ่” ได้ยินเธอตอบแบบนี้ จางหยุ่นอี้ยิ้มตอบเธอด้วยความดีใจ 

            ในสายตาของจางฮุ่ยเหมยพี่ใหญ่ของเธอ รูปร่างสูงโปร่ง ดูผอมแต่ไม่มากเท่าเธอกับน้องชาย อาจเพราะพี่ชายทำงานหนัก หาเลี้ยงน้องๆ ด้วยความยากลำบาก ถึงแข็งแรงกว่า มีเนื้อมีหนังมากกว่า

            แต่ดูจากเสื้อผ้าที่ใส่ พวกเราสามพี่น้องไม่ต่างกันเลย ยิ่งกว่าซอมซ่ออีก 

            แต่ดีตรงที่ดูไปแล้วเค้าโครงหน้า บ่งบอกว่าในอนาคตเมื่อโตขึ้นพี่ชายน้องชายของเธอต้องเป็๲ชายหนุ่มรูปงามอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้เธอจะต้องทำทุกอย่างให้คนในครอบครัวนี้อ้วนถ้วนแข็งแรงเสียก่อน 

            “ดีแล้ว” พี่ใหญ่เห็นน้องสาวเหม่อ เหมือนคิดอะไรในใจ จึงหัวเราะและลูบหัวเธอเบาๆ 

            จางฮุ่ยเหมย๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความรักของทั้งสองคนที่มีต่อเธอ ถึงไม่ใช่ครอบครัวเก่าในชาติที่แล้ว แต่ที่นี่เธอยังได้รับความรักจากคนในครอบครัวเหมือนเดิม เธออาจจะยังไม่คุ้นชิน และยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตในชาตินี้อย่างไร 

            แต่อย่างน้อยก็ยังมีพี่ชายและน้องชายในชาตินี้ที่อยู่เคียงข้างเธอก็เพียงพอแล้ว