"คุณหนู ท่านจะปล่อยนางไปหรือเ้าคะ" อาจูถามเสียงเบา
"จะเป็ไปได้อย่างไร"
คนเราเกิดมาบนโลก ความผิดบางอย่างสามารถทำได้ เพราะยังมีโอกาสให้แก้ไขชดใช้ความผิด
แต่ความผิดบางอย่าง ห้ามทำพลาดแม้แต่ครั้งเดียว เพราะมันไม่คู่ควรที่จะได้รับการให้อภัยเลยแม้แต่น้อย— ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือจุดประสงค์ใดก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงหลิ่วอี๋ ต่อให้เป็หร่วนซื่อก็ไม่มีข้อยกเว้น
อาจูวางใจลง
สวี่ิอี้ยังคงก้าวเดินไม่หยุด พลางสั่งการว่า "เ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปหาท่านแม่สักหน่อย"
อาจูรับคำ
สวี่ิอี้พาอาขุยมุ่งหน้าไปยังเรือนซื่อจื่อ
บรรดาสาวใช้และหญิงรับใช้าุโในเรือนมีอาการงุนงงไปชั่วขณะ
วันนี้เป็เทศกาลใหญ่หรืออย่างไร
ต่างฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนสายตากัน เมื่อแน่ใจแล้วว่าวันนี้ก็เป็แค่วันธรรมดาทั่วไป ก็อดใอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้— ในบ้านหลังนี้ คุณหนูจะไปปรากฏตัวที่ใดย่อมไม่ใช่เื่น่าแปลกใจ แต่มีเพียงเรือนซื่อจื่อเท่านั้นที่ไม่สมควรปรากฏตัวนี่นา!
นับั้แ่ฮูหยินแต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงมา โดยเฉพาะหลังจากคุณหนูโตขึ้นอีกนิด นอกจาก่เทศกาลปีใหม่ที่ต้องมาคารวะแล้ว คุณหนูก็แทบจะไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาในเรือนซื่อจื่อเลย
หรือว่าข่าวลือเื่ 'คุณหนูคืนดีกับฮูหยินแล้ว' ที่ไม่มีผู้ใดยอมเชื่อนั้นจะเป็เื่จริง?!
"ฮูหยินอยู่หรือไม่" อาขุยเอ่ยถาม
"ฮูหยินไม่อยู่ในเรือนเ้าค่ะ" หญิงรับใช้าุโคนหนึ่งรีบตอบกลับมา
เวลานี้หงรุ่ย สาวใช้รุ่นใหญ่รีบวิ่งเข้ามา คารวะสวี่ิอี้พลางยิ้มกล่าวว่า "ฮูหยินเพิ่งไปเยี่ยมคุณหนูที่เรือนซีหยวนพอดีเลยเ้าค่ะ เพิ่งออกไปได้ราว ๆ จิบชาถ้วยหนึ่งเท่านั้น เหตุใดคุณหนูถึงไม่สวนกับฮูหยินระหว่างทางหรือเ้าคะ"
"คิดว่าคงไม่ได้ใช้เส้นทางเดียวกัน ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้ากลับเรือนซีหยวนก็แล้วกัน"
นางเดินมาจากห้องเก็บฟืนเรือนหลัง การที่คลาดกันย่อมเป็เื่ปกติ
"เ้าค่ะ"
หงรุ่ยทำความเคารพแล้วมองส่งสวี่ิอี้จากไป
เมื่อเดินกลับมาถึงเรือนซีหยวน ก็เห็นชุยซื่อรออยู่ที่โถงด้านนอกจริง ๆ กำลังนั่งดื่มชาด้วยท่าทีใจลอยเล็กน้อย
เมื่อเห็นสวี่ิอี้กลับมา และเดินมาทำความเคารพตรงหน้านาง นางถึงได้สติ
"เพิ่งไปหาหลิ่วอี๋คนนั้นมาหรือ" ชุยซื่อวางถ้วยชาลงแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หญิงรับใช้าุโที่นางส่งไปจัดการหลิ่วอี๋กลับมารายงานนางแล้ว และเล่าถึงสถานการณ์ทางฝั่งห้องเก็บฟืนให้ฟังแล้ว
"เ้าค่ะ" สวี่ิอี้พูดขณะนั่งลง "เพราะเื่นี้แหละเ้าค่ะถึงอยากมาปรึกษาท่านแม่ ลูกรู้สึกว่านำตัวคนส่งให้ทางการจัดการจะเหมาะสมกว่า"
"ส่งให้ทางการ?" ชุยซื่อประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง
สวี่ิอี้พยักหน้ากล่าว "หลิ่วอี๋เกิดมาเป็ชาวบ้านคนธรรมดา เป็แค่คนมาขออาศัยอยู่ที่นี่ พูดให้ถึงที่สุดแล้ว จวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่มีสิทธิ์ชี้เป็ชี้ตาย"
"พูดก็ถูก"
เหตุผลที่อยู่เบื้องหน้าใครต่างก็รู้ดี แต่การกระทำลับหลังย่อมมีเล่ห์กลของมันอยู่ ในเมืองหลวงแต่ละปีไม่รู้ว่ามีกี่ชีวิตที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บางเื่ก็ไร้หนทางสืบสาว บางเื่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าสืบสาว
เสียงของชุยซื่อเบาลงเล็กน้อย กล่าวอย่างจริงจังว่า "การเปิดโปงเื่นี้ เดิมทีก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่ตอนนี้ก็ดูออกแล้วว่า หลิ่วอี๋ไม่ใช่คนที่สงบเสงี่ยมเจียมตัว หากส่งคนไปให้ทางการ ถึงตอนนั้นก็เป็ไปได้ที่นางจะกลับคำให้การ และนี่ยังถือว่าเบาะ ๆ หากนางเกิดพูดจาเหลวไหลอันใดขึ้นมา ทำให้ชื่อเสียงของเ้าต้องมัวหมอง นั่นแหละถึงจะไม่เป็ผลดีอย่างยิ่ง"
นี่เป็ข้อสรุปหลังจากที่นางปรึกษากับสามีแล้วเช่นกัน
"ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีทางฝั่งของหร่วนซื่ออีก... ในนี้อย่างไรก็พัวพันถึงเื่ภายในครอบครัวที่ไม่สมควรให้คนนอกรู้" ชุยซื่อค่อย ๆ อธิบายถึงผลดีผลเสียในเื่นี้ให้สวี่ิอี้ฟังอย่างใจเย็น ไม่รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่า หากเปลี่ยนเป็ิสือ คงถูกไล่ตะเพิดด้วยประโยคที่ว่า 'อุตส่าห์กล้าพูดจาโง่ ๆ แบบนี้ออกมาได้นะ' ไปแล้ว
"ที่ท่านแม่พูดมาล้วนมีเหตุผล" สวี่ิอี้ฟังอย่างเงียบ ๆ จนจบถึงได้กล่าว "แต่ลูกมีข้อควรคำนึงประการอื่นอยู่ ลูกคิดว่า หลายปีมานี้มีดวงตาไม่รู้ตั้งกี่คู่ที่แอบจ้องมองจวนเจิ้นกั๋วกงอยู่ ประจวบเหมาะกับที่ท่านปู่เพิ่งจะชนะศึกมา คนที่อิจฉาตาร้อนย่อมมีอยู่ไม่น้อย หนึ่งชีวิตดูเหมือนจะไม่สำคัญอันใด แต่หากตกไปอยู่ในมือของคนที่มีเจตนาแอบแฝงและถูกนำไปใช้สร้างเื่ ก็ถือเป็ความยุ่งยากประการหนึ่งเช่นกัน"
เมื่อก่อนนางรู้สึกว่าจวนเจิ้นกั๋วกงเป็ต้นไม้ใหญ่รากลึก ทว่าตอนนี้นางกลับเห็นว่าการเป็ต้นไม้ใหญ่นั้นยิ่งเรียกลมพายุเสียมากกว่า
ก็เหมือนกับว่ายิ่งยืนอยู่สูงเท่าไร ก็ยิ่งควรระมัดระวังให้มากขึ้นเท่านั้น
ชุยซื่อคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดเหล่านี้จากปากนาง ชั่วขณะหนึ่งจึงรู้สึกตกตะลึงไปบ้าง
"ส่วนเื่หลังจากส่งหลิ่วอี๋ไปให้ทางการ ท่านแม่วางใจได้เลย นางไม่กล้า และไม่มีทางพูดจาเหลวไหลแน่นอน"
ชุยซื่อไม่เข้าใจ จึงถามขึ้นตามสัญชาตญาณ "เจาเจา... ทำไมเ้าถึงมั่นใจถึงเพียงนี้"
"ลูกทำข้อตกลงกับนางอย่างหนึ่งเ้าค่ะ" สวี่ิอี้กล่าวแบบกึ่งจริงกึ่งเท็จ "ลูกรับปากนางว่า จะไม่เอาความผิดที่มารดากับพ่อเลี้ยงของนางแอบกักตุนและลักลอบขายยาต้องห้ามแดนตะวันตกโดยพลการ"
ชุยซื่อกระจ่างแจ้งในทันที
ในเื่ที่หลิ่วอี๋ปองร้ายเจาเจา เห็นได้ชัดว่าฉินซื่อไม่รู้เื่ แต่การไม่รู้เื่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดพ้นจากความผิดได้
"หากท่านแม่ยังคงไม่วางใจหลิ่วอี๋จริง ๆ ก็ให้ท่านพ่อไปหาใต้เท้าจี้ผู้ว่าการศาลตงตู ให้ใต้เท้าจี้ช่วยเป็ธุระให้หน่อย การว่าความก็ส่วนการว่าความ ถึงเวลาอย่าให้มีข่าวลืออันใดที่เป็ผลเสียต่อจวนเจิ้นกั๋วกงหลุดออกไปก็พอแล้ว ใต้เท้าจี้กับอารองพอจะมีความสนิทสนมกันอยู่บ้างอย่างลับ ๆ อีกทั้งในเื่นี้จวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเราก็เป็ฝ่ายเสียหาย เพื่อพิจารณาถึงชื่อเสียงของคุณหนูในบ้าน การระมัดระวังไว้หน่อยก็ไม่มีอะไรเสียหาย คิดว่าใต้เท้าจี้เองก็คงยินดีช่วยเหลือ"
แม้จะฟังดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่บางเื่หากหวังเพียงความสะดวกสบายชั่วครั้งชั่วคราว บางทีอาจกลายเป็การฝังรากแห่งหายนะเอาไว้
คนดี ๆ อย่างหลิ่วอี๋จู่ ๆ ก็หายไป ต่อให้อ้างกับคนภายนอกว่าป่วยกะทันหัน แต่ย่อมมีคนคอยจับตามองอยู่เสมอ— ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจ้านอวิ๋นจู๋ที่รู้ความจริงอยู่เต็มอกอีกคน
และเมื่อถึงตอนนั้น หากมีคนขุดคุ้ยขึ้นมาจนเป็เื่ใหญ่โต จวนเจิ้นกั๋วกงอ้างว่าหลิ่วอี๋ปองร้ายคุณหนูในจวน แต่ผู้ใดเล่าจะสามารถเป็พยานได้
สู้จัดการเบื้องหน้าอย่างเปิดเผยสง่างาม ไม่เหลือโอกาสให้ผู้ใดนำไปใช้สร้างเื่ได้เลยย่อมดีกว่า
"ส่วนเื่หร่วนซื่อ หลิ่วอี๋ไม่มีทางเอ่ยถึงกลางศาล ต่อให้นางจะกลับคำ ก็สามารถอ้างได้ว่าเป็การใส่ร้ายป้ายสีลอย ๆ แล้วปล่อยผ่านไป" สวี่ิอี้กล่าว "ลูกฟังอาขุยบอกมาว่า ท่านหมอในจวนไปตรวจอาการให้หร่วนซื่อเมื่อเช้านี้แล้ว ครึ่งปีมานี้นางพึ่งพาหญ้านิทรายาวมากเกินไป ภายนอกดูเหมือนสภาพจิตใจจะดีขึ้น แต่แท้จริงแล้วร่างกายกลับถูกบั่นทอนจนหมดสิ้นแล้ว— เดิมทีก็เหลือเวลาให้มีชีวิตอยู่อีกไม่นานแล้ว"
ชุยซื่อที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอด พยักหน้าราวกับกำลังครุ่นคิด
สว่างครึ่งมืดครึ่ง (ทำทั้งในที่แจ้งและที่ลับ) นอกจากจะรักษาหน้าตาของจวนเจิ้นกั๋วกงไว้ได้แล้ว ยังเป็การตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อป้องกันภัยมืดในวันข้างหน้าอีกด้วย
นางเป็คนตรงไปตรงมา อีกทั้งยึดถือผลประโยชน์ของครอบครัวเป็ที่ตั้ง เมื่อเข้าใจแล้วว่าวิธีนี้เป็ไปได้มากกว่า ทั้งยังรอบคอบและเหมาะสมเป็อย่างยิ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า "รอให้ท่านพ่อของเ้ากลับมาก่อน ข้าจะไปปรึกษากับเขาสักหน่อย หากไม่มีอะไรผิดพลาด คืนนี้ก็จะส่งคนไปให้ทางการ อาศัยจังหวะตอนฟ้ามืดไต่สวนและขังเอาไว้ ก็เป็อันหมดจดแล้ว"
ชุยซื่อกล่าวจบก็มองไปยังเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้น ทว่าแววตากลับสลับซับซ้อนอยู่หลายส่วน
เจาเจาคิดอ่านรอบคอบถึงเพียงนี้ ในบ้านมีคนหัวไวเพิ่มมาช่วยนางจัดการเื่ราวอีกคน วันหน้าตอนเล่นไพ่หม่าเตี้ยวก็จะยิ่งสบายใจไร้กังวล ตามหลักแล้วนางควรจะรู้สึกผ่อนคลายและโล่งใจสิ
เพียงแต่—
เมื่อบรรลุเป้าหมาย สวี่ิอี้ก็ผ่อนคลายลง ยิ้มถามชุยซื่อว่า "จริงสิ ที่ท่านแม่มาหาลูก มีธุระอื่นหรือเ้าคะ"
เมื่อมองดูรอยยิ้มอันน่าเจริญหูเจริญตาของเด็กสาว จิตใจของชุยซื่อก็เหม่อลอยไปวูบหนึ่ง
ไม่เหมือนความจริงเลย...
นางยังคงรู้สึกอยู่เสมอว่า การที่เจาเจายิ้มให้นางเช่นนี้ มันช่างไม่เหมือนความจริงเอาเสียเลย
และการที่นางมาพบเจาเจาในครั้งนี้ แท้จริงแล้วก็มีธุระอยู่สองเื่