สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 15 ทดลองชำแหละ !!

    ตอนที่ 15

    เซ็นทรัลปาร์ค

    คืนนี้สตีฟก็กลับมาที่เซ็นทรัลปาร์คอีกครั้งเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนดี ที่ล่าในเมืองนั้นไม่ค่อยมีเท่าไหร่ จะเหลือก็แต่ต้องออกไปนอกเมืองซึ่งสตีฟไม่มีรถจึงไม่สามารถไปได้เองได้ ส่วนแท็กซี่นั้นพอรู้ว่าจะไปที่อันตรายก็ไม่มีใครหน้าไหนอยากจะขับไปหรอกเพราะขาไปส่งอาจจะปลอดภัยแต่ขากลับใครจะรับประกันว่าแท็กซี่เหล่านั้นจะไม่ถูกโจมตี

    “แปลกทำไมคนเยอะจังวันนี้” สตีฟพูดออกมาเพราะหลังจากเข้ามาในสวนสาธารณะวันนี้เขาก็เจอกับฮีโร่ไปกว่าสิบคนแล้ว เขานั้นยังไม่เจอสัตว์กลายพันธ์สักตัวเลยวันนี้

    (ไรท์ : คนมันเยอะเพราะเอ็งนั่นแหละโว้ยที่ทิ้งซากสัตว์กลายพันธ์เอาไว้ทำให้ฮีโร่หลายคนออกมาตามหาซากกลับไปขาย)

    สตีฟยังเดินวนอยู่ในสวนสาธารณะอยู่หลายขั่วโมงจนเที่ยงคืน

    “วันนี้มันอะไรกันเนี่ย มาตั้งแต่หัวค่ำจนเที่ยงคืนจัดการสัตว์กลายพันธ์ได้ แค่สี่ตัวเอง แล้วนี่คนมันจะเยอะไปไหนเทศกาลหรือไงกัน” สตีฟอดบ่นออกมาไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจกลับคอนโดเพราะวันนี้คงล่าอะไรไม่ได้อีกแล้วเพราะคนเยอะเกินไป

    คอนโด

    “เราจะเอายังไงกับศพของสัตว์กลายพันธ์ที่เราเอากลับมาดี ลองแยกชิ้นส่วนพวกมันดูดีมั้ยเผื่อจะได้ราคาเพิ่มขึ้น” สตีฟพูดออกมาเพราะจากที่เจ้าหน้าที่พูดให้ฟังถ้าแยกชิ้นส่วนมันอาจจะได้ราคาเพิ่มขึ้นเพราะทางสมาคมฮีโร่นั้นจะรับซื้อในราคาค่อนข้างถูกเพราะต้องไปจ้างคนมาชำแหละพวกมันนั่นเอง

    “เอาเป็นว่าลองดูหน่อยแล้วกัน แต่ครัวเราเล็กไปหน่อยน่าจะลองจัดการได้ตัวเดียว” สตีฟพูดก่อนจะเอาสัตว์กลายพันธ์ตัวเล็กที่จับได้วันนี้ออกมาซึ่งขนาดของมันนั้นยาวแค่เมตรกว่าๆเท่านั้น

    ตุ่บ !! เสียงร่างของสัตว์กลายพันธ์ถูกเอาออกมาจากกระเป๋ามิติและวางลงบนโต๊ะภายในห้องครัว

    หน้าต่างงูพิษกลายพันธ์ Lv. 32เป็นงูพิษขนาดเล็กพบได้มากในป่าพิษของมันมีความเข้มข้นค่อนข้างสูง

    “ไม่รู้ว่าก่อนที่จะกลายพันธ์เคยเป็นงูอะไรมาก่อนเพราะพอมันกลายพันธ์แล้วตัวดันใหญ่ขึ้นลายและสีก็เปลี่ยนไป” สตีฟพูดหลังจากมองงูตัวขนาดกว่าเมตรนี่ มันถูกสตีฟกระทืบด้วยเท้าทีเดียวตายคาที่

    “หนังของมันลื่นๆแฮะๆ น่าจะเหมาะไปทำกระเป๋า ส่วนเขี้ยวไม่รู้จะมีประโยชน์มั้ย แต่ถุงพิษในตัวมันน่าจะใช้ประโยชน์ได้อยู่” สตีฟพูดก่อนจะลองใช้มีดทำครัวของเขาชำแหละมันดู

    “สงสัยต้องไปซื้อมีดใหม่แฮะเพราะจะใช้มีดนี่ไปทำอาหารไว้กินก็รู้สึกยังไงๆอยู่” สตีฟพูดพลางคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องไปซื้อมีดใหม่เสียแล้วจากนั้นสตีฟก็เริ่มลงมีดทันที

    “เอ๋ ทำไมมันกรีดผ่านหนังง่ายจังล่ะ” สตีฟอุทานออกมาเพราะทันทีที่ลงมีดมันก็ผ่านเกร็ดงูและลงไปที่เนื้อได้ง่ายๆ

    “ไม่ต่างจากตอนชำแหละไก่หรือหมูเลยแฮะ” สตีฟพูดก่อนจะค่อยๆลอกหนังงูออกใช้เวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีงูกลายพันธ์ทั้งตัวก็ถูกแยกส่วนเป็นชิ้นๆไม่ว่าจะเนื้อ เขี้ยว ถุงพิษ หรือหนังมันถูกแยกออกจากกันเป็นส่วนๆหมดเลย

    “ง่ายงี้เชียวหรือว่าเป็นเพราะสกิลทำอาหารเลเวลร้อยของเรา” สตีฟพูด

    “อืมเนื้อเราเอาไปขายที่ซุปเปอร์ตอนเช้าดูดีมั้ย ส่วนหนังลองเอาไปขายที่ร้านทำเครื่องหนังดู เขี้ยวกับถุงพิษคงต้องเอาไปที่สมาคมฮีโร่สินะ” สตีฟพูดพลางวางแผนก่อนจะเก็บซากสัตว์กลายพันธ์ที่ชำแหละแล้วลงในกระเป๋ามิติอีกครั้ง ส่วนอีกสามตัวที่เหลือนั้นสตีฟคงต้องขายมันทั้งตัวเพราะพื้นที่ในห้องครัวของคอนโดเขานั้นไม่กว้างพอจะเอามันออกมาชำแหละ

    “สงสัยวันหลังคงต้องชำแหละในที่เกิดเหตุเลยจะได้ไม่ต้องขนกลับมาบ้าน” สตีฟพูดเพราะวันนี้เขานั้นไม่ได้พกมีดไปด้วยล่ะนะเลยไม่มีความคิดชำแหละก่อนจะเก็บศพพวกมันเข้ากระเป๋า

    เช้าวันต่อมา

    “สวัสดีครับลุง” สตีฟทักทายคนขายเนื้อที่ซุปเปอร์

    “อ้าวคุณสตีฟเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นมาที่ซุปเปอร์เลยนะ” คนขายเนื้อถาม

    “อ๋อพอดีซาร่าไม่อยู่น่ะครับผมเลยไม่ค่อยได้ซื้อของเข้าบ้านเท่าไหร่” สตีฟบอกกับคนขายเนื้อ

    “แบบนี้นี่เองว่าแต่วันนี้มาซื้ออะไรล่ะ ยังไม่ถึงเวลาลดราคาเลยนะ” คนขายเนื้อพูดเพราะตอนนี้พึ่งจะเป็นเวลาเช้าตรู่ ยังไม่ถึงช่วงเวลาลดราคาของซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้

    “วันนี้ผมไม่ได้มาซื้อหรอกครับ คือผมมีเนื้อมาเสนอขายไม่รู้ว่าคุณจะอยากรับซื้อมันมั้ย” สตีฟพูด

    “เนื้องั้นเหรอเนื้ออะไรล่ะ” คนขายเนื้อถามอย่างสนใจ

    “เป็นเนื้องูกลายพันธ์น่ะครับ” สตีฟพูดทำให้คนขายเนื้อถึงกับตาโต

    “เนื้องูกลายพันธ์งั้นเหรอ ของแปลกหายากเลยนะนั่น แถมยังขายยากอีกด้วย แต่ก็ยังพอขายพวกคนผิวเหลืองได้อยู่” คนขายเนื้อพูดซึ่งคนผิวเหลืองที่เขาว่าก็คือพวกคนเอเชียนั่นเอง

    “อย่างนั้นเหรอครับถ้าอย่างนั้นจะรับในราคาเท่าไหร่ดีครับ” สตีฟพูดอย่างยินดี

    “ขอดูคุณภาพเนื้อและเลเวลของมันก่อน” คนขายเนื้อพูดอย่างเป็นมืออาชีพจากนั้นสตีฟก็นำเนื้องูออกมาจากกระเป๋ามิติของเขา

    “โอ้สดมากเหมือนพึ่งฆ่ามาเลยนะ มีเนื้อที่ช้ำนิดหน่อยคงถูกฆ่าจากแรงกระแทงสินะ แต่เนื้อส่วนนั้นไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ ยังได้ราคาดีอยู่” คนขายเนื้อพูดก่อนจะหยิบเครื่องคิดเลขออกมาและจิ้มราคามาให้สตีฟ

    “ราคาต่ำไปหน่อยนะครับ ขอเท่านี้ได้มั้ย” สตีฟส่ายหน้าก่อนจะหยิบเครื่องคิดเลขมากดราคาใหม่อีกรอบ

    “นั่นมันก็สูงไปหน่อยนะคุณสตีฟ เนื้อพวกนี้มันขายยากนะ” คนขายเนื้อพูดก่อนจะเสนอราคาใหม่ให้สตีฟอีกครั้ง

    “แต่เนื้อพวกนี้หายากนะครับ ผมว่าคนผิวเหลืองพวกนั้นถ้าเห็นว่ามีเนื้อนี่อยู่จะต้องรีบซื้อแน่ๆครับ เพราะพวกเขาคงอยากลิ้มลองอาหารที่คล้ายรสชาติจากบ้านเกิดแน่ๆ” สตีฟพูด

    “นั่นมันก็ถูกแต่ใครจะรู้ล่ะว่าคนพวกนั้นจะมาวันนี้หรือเปล่า ถ้าเกิดไม่มาก็ต้องเก็บเนื้อนี่เอาไว้ถ้าฉันเอาเนื้อเข้าห้องเย็นแช่แข็งมันล่ะก็เนื้อก็จะเสียความสดไปอีกราคาสูงขนาดนี้ฉันเองก็เสี่ยงไม่ไหวหรอก” คนขายเนื้อพูด

    “อย่าพูดแบบนั้นสิครับ เอาแบบนี้แล้วกันถ้าวันหลังผมได้เนื้อดีๆมาอีกผมจะเอามาให้คุณดูก่อนเป็นยังไงครับ” สตีฟเสนอทำให้คนขายเนื้อเริ่มลังเล สตีฟเห็นว่าคนขายเนื้อเริ่มจะลังเลแล้วจึงพูดกระตุ้นเข้าไปอีก

    “แล้วถ้าร้านคุณมีเนื้อหายากคุณภาพดีมาขายบ่อยๆ คุณก็จะมีชื่อเสียงขึ้นไปอีกนะครับ ในอนาคตไม่แน่ว่าคุณอาจจะกลายเป็นพ่อค้าเนื้อรายใหญ่ไม่ต้องมานั่งขายเองในซุปเปอร์แบบนี้แล้วก็ได้นะครับ” สตีฟพูดทำให้คนขายเนื้อเริ่มคิด

    นั่นสินะไม่แน่ถ้าอนาคตเราเริ่มมีชื่อเสียงเรื่องการนำเนื้อหายากมาขายได้บ่อยๆแถมยังเป็นเจ้าเดียวขึ้นมาล่ะก็ไม่แน่ว่าพอถึงตอนนั้น เราอาจจะเป็นคนส่งเนื้อชั้นดีไปทั่วเมืองนิวยอร์คก็ได้ คนขายเนื้อคิดในใจก่อนจะตกลงรับซื้อเนื้อของสตีฟในราคาสูงทันที

    “ขอบคุณมากครับเอาไว้โอกาสหน้าผมจะแวะมาถ้ามีเนื้อดีๆนะครับ” สตีฟพูดพลางยิ้มแก้มปริ เพราะวันนี้เขาแค่ขายเนื้องู หนักไม่กี่กิโลออกไปก็ได้เงินถึงหนึ่งหมื่อนเหรียญแล้ว

    จากนั้นสตีฟก็ออกจากซุปเปอร์ก่อนจะเดินไปไม่ไกลเพียงสี่บล็อคเท่านั้น สตีฟหยุดยืนอยู่หน้าร้านกระเป๋าหรูแห่งหนึ่งซึ่งชาตินี้สตีฟไม่เคยคิดจะเข้ามาร้านนี้เลยเพราะร้านนี้เป็นร้านขายกระเป๋ามิติแบรนเนมนั่นเอง

    “ยินดีต้อนรับค่า !!!!!” เสียงพนักงานพูดต้อนรับสตีฟอย่างเป็นมืออาชีพถึงแม้สตีฟจะแต่งตัวแปลกๆด้วยชุดผ้ากันเปื้อนแต่พอเธอตรวจสอบสตีฟดูแล้วจึงเห็นว่าสตีฟนั้นเป็นฮีโร่เลเวลสูงมาก ดังนั้นเรื่องเงินในกระเป๋าน่าจะไม่ธรรมดา

    “สนใจสินค้าของเราชิ้นไหนคะ” พนักงานเดินเข้ามาถามสตีฟพลางแนะนำกระเป๋ารุ่นต่างๆซึ่งราคาแต่ละใบนั้นเฉียดล้านทั้งนั้น

    โหกระเป๋ามิติระดับ C ยังราคาขนาดนี้แล้วกระเป๋าระดับ A ของเราราคาจะขนาดไหนเนี่ย สตีฟคิดในใจก่อนจะพูดธุระของตัวเองออกไป

    “คือผมไม่ได้จะมาซื้อกระเป๋าครับพอดีเมื่อคืนไปล่าสัตว์กลายพันธ์และได้หนังงูมา ผมจะลองมาให้ที่ร้านดูน่ะครับว่าสนใจจะรับซื้อมันมั้ย” สตีฟพูด

    “หนังงูงั้นเหรอคะ ยังไงต้องขอตรวจสอบคุณภาพและเลเวลมันก่อนนะคะ” พนักงานพูดก่อนจะพาสตีฟไปที่เคาน์เตอร์ก่อนจะขอให้สตีฟเอาหนังงูออกมา

    “เป็นหนังงูเลเวลสามสิบสองสินะคะ ลายสวยมากรู้สึกก่อนจะกลายพันธ์เป็นงูจากประเทศตะวันออกกลางนะคะ หายากมากในอเมริกาอย่างเราสงสัยจะเป็นงูเลี้ยงแล้วหลุดออกมานะคะ พอกลายพันธ์แล้วลายยิ่งสวยเข้าไปอีก ขอดูความทนทานของหนังหน่อยนะคะ” พนักงานพูดก่อนจะหยิบมีดออกมาและกรีดลงไปบนเกร็ดงูนั่นท่ามกลางความตกใจของสตีฟแต่พอทันทีที่มีดกรีดลงไปสตีฟก็ต้องตกใจเข้าไปอีกเพราะหนังงูนั่นไม่มีรอยขีดข่วนเลย

    “อย่างที่คิดเป็นหนังคุณภาพดีค่ะหนังมีความยืดหยุ่นสูงทนอาวุธมีคมได้ เหมาะจะนำมาเย็บกระเป๋ามากค่ะ” พนักงานพูด ส่วนสตีฟนั้นได้แต่อึ้งไม่เข้าใจว่าทำไมมันทนมีดกรีดได้ขนาดนั้น

    (ไรท์ : สเตตัสเอ็งสูงเว้ย แถมยังมีสกิลทำอาหารด้วยงูมันถือเป็นวัตถุดิบทำอาหารอย่างหนึ่งไม่สิสัตว์กลายพันธ์ทุกชนิดถ้าเอ็งจะกินก็เอามาทำอาหารได้หมดแหละ)

    (สตีฟ : ขอบคุณที่อธิบายครับไรท์)

    จากนั้นพนักงานก็เริ่มเสนอราคาหนังงูนั่นแน่นอนสตีฟต่อรองจนได้ราคาดีที่สุดมาและสุดท้ายสตีฟก็มุ่งหน้าไปที่สมาคมฮีโร่เพื่อขายศพสัตว์กลายพันธ์ที่เหลือและชิ้นส่วนของเขี้ยว และถุงพิษของงูที่นั่น

    สุดท้ายแล้ววันนี้สตีฟได้เงินมาถึง สองแสนเหรียญซึ่งเงินกว่าแสนนั้นเป็นเงินที่สตีฟได้จากการแยกชิ้นส่วนเจ้างูไปขายเป็นส่วนๆ นั่นเอง

    จบ... ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ