เอกสารนั้นอีกมันเหมือนเป็ยานอนหลับชั้นดีเลยนะป๋อง ก็คนมันติดนิสัยนอนกลางวันตอนที่ยังไม่ได้ทำงานนะสิ โอ๊ย!! ฉันเครียดอายก็อาย”
“นังกะทิ… ฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับคนอย่างแกดี กล้าหลับต่อหน้าต่อตาเ้าของบริษัทเลยนะนั้นแล้วคุณพร้อมเขาไม่ด่าแกหรอ”
“ก็ไม่ด่านะสิ ถ้าด่าฉันคงไม่ลำบากใจแบบนี้แต่ก็มีดุนิด ๆ แหละ บอกว่าให้โอกาสฉันครั้งสุดท้ายแต่ตอนขึ้นไปทำงานตอนบ่ายนี้ฉันต้องตอบคำถามคุณพร้อมให้ได้ ไม่งั้นจะโดนอะไรก็ไม่รู้”
“นังทิเอ๊ย!! แกก็ตอบคำถามคุณพร้อมให้ได้สิ ง่ายนิดเดียว”
“ง่ายนิดเดียวบ้านแกนะสิ เอกสารเป็ปึกกองเบ่อเร้อ อ่านเป็อาทิตย์ก็อ่านไม่จบเถอะ แล้วภาษาไม่ใช่ภาษาชาวบ้านกว่าฉันจะเข้าใจนั่งตีความหมายเป็สิบรอบ” ก่อนที่กะทิจะยกมือขึ้นโชว์ท่าทางประกอบให้เพื่อนได้เห็นภาพ
“ฮ่า ๆๆๆๆ สมน้ำหน้า”
“นังกระป๋อง ได้ข่าวว่าแกเป็เพื่อนฉันนะ แกต้องเข้าข้างฉันสิถึงจะถูก ว๊อย!!”
“เสียใจด้วยเื่นี้แกผิด ฉันเข้าข้างคุณพร้อมนั้นถูกแล้ว เป็ฉันนะไล่แกออกสถานเดียวบังอาจหลับในเวลางานได้ ”
“หึ้ย!! แต่ไม่เป็ไรฉันมีน้ำมะพร้าวนมสดปั่นแก้วนี้ไปฝากคุณพร้อม เผื่อเ้าหล่อนได้ทานแล้วจะอารมณ์ดีขึ้นมานิด ๆ ”
“เครื่องเซ่นว่างั้นเถอะ ฉันขอให้แกโชคดีเพื่อนรัก ฮ่า ๆๆๆ”
" ย่ะ... ขอบใจแต่ฉันไม่อิน"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตเข้าไปในห้องนะคะคุณพร้อม”
“น้ำมะพร้าวปั่นหอม ๆ หวาน ๆ ค่ะ กะทิซื้อมาฝากอร่อยนะคะ คุณพร้อมลองทานดูจะได้ชื่นใจ” กะทิวางแก้วไว้บนโต๊ะข้าง ๆ เ้านายสาวสวยที่แสนดุของเธอ
พันธ์ธีรามองแก้วมะพร้าวปั่นที่เลขาสาวซื้อมาฝากด้วยสายตาเฉยเมย ก่อนจะส่งสายตาไปถามกะทิประมาณว่าซื้อมาทำไม “ถ้าคิดว่าจะซื้อของมาให้ฉันแล้วฉันจะไม่ถามงานเธอนะ คิดผิดแล้วกะทิแต่ก็เอาเถอะขอบใจที่ซื้อมาฝากก็แล้วกัน”
“-------”
“แล้วจะยืนค้ำหัวฉันอีกนานไหมคุณแก้วกะรัต ทำไมไม่นั่งลงละคะ หรือจะต้องให้ฉันเชิญถึงจะนั่งลงได้”
“นั่งค่ะนั่ง แต่คุณพร้อมยังไม่ดื่มน้ำมะพร้าวเลยนี้คะ เดี๋ยวมันละลายก่อนมันจะไม่อร่อยนะคะ”
“เอ๊ะ!!”
“คุณพร้อมดื่มก่อนนะคะ”
“ยุ่ง… วุ่นวายจริงๆ ” ก่อนที่พันธ์ธีราจะหยิบแก้วมะพร้าวปั่นเ้าปัญหาขึ้นมาจิบพอเป็พิธีแล้ววางลงที่โต๊ะเหมือนเดิม
“อันนั้นเขาไม่เรียกว่าดื่มนะคะ เขาเรียกว่าจิบแล้วมันจะได้รสชาติอะไรละคะ”
“จุ้น”
“งั้นมานี้กะทิจะป้อนคุณพร้อมเอง” กะทิลุกขึ้นแล้วจับเอาแก้วมะพร้าวปั่นเดินอ้อมไปหาเ้านายสาวสวยถึงเก้าอี้ ก่อนจะยกแก้วชิดริมฝีปากอิ่มสวยตรงหน้า พลางทำหน้าตาลุ้นว่าเ้านายสาวจะดื่มมันหรือไม่
พันธ์ธีราถึงกับต้องถอยเก้าอี้ออกห่าง อย่างใ เนื่องจากไม่คิดว่าเ้าเด็กกะทิตัวแสบจะเข้ามาประชิดตัวเธอถึงขนาดนี้ทำเอาหัวใจเธอเต้นตุ๊บ ๆ กับความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัว
“ดื่มสิคะ อร่อยนะคะน้า” กะทิที่เผลอทำเสียงออดอ้อนออเซาะ เหมือนกับที่เธอชอบทำเป็ประจำกับพ่อแม่ที่บ้านเมื่อ้าอะไรสักอย่างก็มักจะออดอ้อนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานโดยไม่รู้ตัว ทำเอาผู้เป็นายสาวที่ได้ยินเสียงหวาน ๆ นั้นเผลอมองใบหน้าขาวใสน่ารักที่อยู่ตรงหน้าเหมือนคนที่ตกอยู่ในห้วงความฝัน เ้าตัวถึงกับก้มลงดูดน้ำมะพร้าวปั่นไปอึกใหญ่จนพร่องไปครึ่งแก้วทีเดียว
“อร่อยไหมคะ มะพร้าวปั่นนมสดแก้วนี้”
“อร่อยค่ะ”
“นั้นไง กะทิบอกแล้วว่าคุณพร้อมต้องอร่อยเพราะกะทิทานทุกวัน ถ้าคุณพร้อมชอบเดี๋ยวกะทิจะซื้อมาฝากทุกวันเลยดีไหมคะ”
“ดีค่ะ…แต่ฉันชอบทานน้ำกะทิสด ๆ มากกว่ามัน (มันส์) ดี”
“ค่ะ… คุณพร้อมว่าชอบอะไรนะคะน้ำกะทิสด ๆ หรือเอมันกินได้ด้วยหรอคะ?? น้ำกะทิสด ๆ มันต้องใช้ทำขนมหวานมากกว่า… อ๋อกะทิเข้าใจแล้ว คุณพร้อมต้องอยากทานน้ำมะพร้าวสด ๆ ใช่ไหมคะไปอยู่เมืองนอกตั้งนานคงตีความหมายผิดไปเรียกน้ำมะพร้าวสดว่ากะทิสด ๆ แน่เลย คิกๆๆๆ”
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของกะทิ จึงทำให้พันธ์ธีรารู้สึกตัวขึ้นมา “อืมฉันทานแล้วก็ถอยกลับไปนั่งที่เดิมได้แล้วกะทิ จะได้ทำงานเสียทีเสียเวลามานานแล้ว”
อ้าวเมื่อกี้ยังอารมณ์ดีคะขากับเธออยู่เลย ตอนนี้เปลี่ยนมาดุเธออีกแล้ว ว๊อย!! เป็ไบโพล่ารึเปล่าเนี่ยเดี๋ยวดีเดี๋ยวดุกะทิตามไม่ทันผู้ใหญ่เลย โดยเฉพาะคุณพร้อมนี้แหละ ก่อนที่กะทิจะเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานคุณพร้อมตามเดิม
“เอาละอ่านจบหรือยังที่ให้อ่านนะคุณแก้วกะรัต”
“อ่านจบแค่สามเล่มค่ะ”
“กะทิเธอนี้นะ”
“ก็มันเยอะนี่คะ กะทิอ่านทั้งวันก็ไม่จบหรอกค่ะ ภาษาก็เข้าใจยากกว่ากะทิจะเข้าใจได้ต้องอ่านทวนตั้งหลายรอบแน่ะ”
“ยังจะมาเถียงคำไม่ตกฝาก อย่าลืมว่าเธอยังมีความผิดที่แอบหลับในเวลางานที่ฉันยังไม่ชำระความนะกะทิ”
“อุ้ย!! แฮะ ๆๆ นึกว่าคุณพร้อมลืมไปแล้ว”
“นี้แค่วันแรกนะกะทิ เธอทำฉันปวดหัวจนจะเป็ไมเกรนแล้ว นี้ฉันคิดผิดคิดถูกที่เอาเธอมาทำงานเป็เลขาฉันเนี่ย”
“คิดผิดค่ะ คุณพร้อมคิดผิดแล้วที่เอากะทิมาเป็เลขาเพราะกะทิไม่เก่ง ภาษาอังกฤษก็ได้งู ๆ ปลา ๆ”
“พอ ๆ แค่นี้ฉันก็รู้แล้วไม่ต้องสาธยายและไม่ต้องมาพูดเพื่อให้ฉันปล่อยเธอกลับไปทำงานที่ฝ่ายบุคคลเลย เธอต้องทำงานอยู่กับฉันนี้แหละ”
“อ้าว!! กะทิไม่เข้าใจ อิหยังว่ะ”
“ไปเอาสมุดบันทึกมาจดงาน ฉันจะสอนรอบเดียว”
“ค่ะ…. เ้านาย”
“พร้อมแล้วใช่ไหม งานเธอจะมีการจัดดิวส์งานให้ฉันในแต่ละวันดูว่าใครโทรมานัดหมายโดยเฉพาะลูกค้าสำคัญรายใหญ่ แล้วมีการประสานงานระหว่างในองค์กรและหน่วยงานข้างนอก จดรายงานตามประชุมและสุดท้ายอาจจะตามฉันไปพบลูกค้าข้างนอกบ้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
“ว๊าว!! ไปต่างประเทศเลยหรือคะ”
“ใช่ ทำไมตื่นเต้นอะไรหรอ??”
“ก็ต้องตื่นเต้นนะสิคะ ก็กะทิั้แ่เกิดมายังไม่เคยนั่งเครื่องบินเลยสักครั้งเลยอย่าว่าไปต่างประเทศนี้ไกลเกินเอื้อมมากเลย”
“นั้นไงละ เธอเห็นข้อดีของการเป็เลขาฉันหรือยังละ เธอโชคดีขนาดไหนแล้วที่ฉันเลือกเธอมาช่วยงานฉัน”
“กะทิควรดีใจใช่ไหมคะ”
“กะใช่นะสิ เธอควรจะดีใจสุดๆ เลยละ”
พันธ์ธีรา วันนี้รู้สึกว่าเธอจะพูดมากกว่าทุกครั้งที่พูดรวมกันทั้งปีเลยก็ว่าได้ ไม่รู้จะโน้มน้าวใจยัยเด็กกะทิได้มากน้อยเพียงใด
“แต่คุณพร้อมคะ กะทิก็ยังสงสัย?? ”
“พอ ๆ ไม่ต้องคิดจะสงสัยอะไรทั้งนั้น สรุปเธอต้องทำตามที่ฉันบอกจบนะ”
“อ้าว … อิหยังว่ะ”
“ไปอ่านเอกสารที่ฉันอ่านให้จบ ถ้าอ่านจบแล้วก็อ่านวนจนกว่ามันจะเข้าไปในสมองของเธอและก็เงียบด้วย ฉันจะทำงานต้องใช้สมาธิเชิญค่ะ ”
“คุณพร้อมคะ กะทิขอ…..”
“เชิญค่ะ”
“ค่ะ” ก่อนที่กะทิจะลุกขึ้นแล้วไปหยิบเอาเอกสารบนโซพา เพราะกะทิไม่อยากไปนั่งอ่านตรงที่โซพาอีก ไอ้โซพาดูดิญญา ขืนไปนั่งอีกเธอต้องหลับอีกเป็แน่ ยิ่งทานข้าวมาอิ่ม ๆ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ครั้งนี้เธอคงโดนคุณบอสแวมไพร์กัดคอเืสาดกระเด็นแน่ ๆ
“จะไปไหนกะทิ”
“กะทิขอไปอ่านที่โต๊ะทำงานของกะทินะคะ นั่งตรงนี้กะทิกลัวเผลอนอนหลับอีก”
“เชิญตามใจเธอแล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะ”
เมื่อร่างบางของกะทิออกจากห้องไป พันธ์ธีราถึงกับเอามือคลึงขมับ ขนาดแค่วันแรกนะยังป่วนเธอได้ถึงขนาดนี้ แล้ววันต่อไปจะขนาดไหนยัยเด็กกะทิตัวแสบ เห้อ!!