คนในเหลาแตกฮือมองไปที่มุมนั้น.........??
ที่แท้คนทั้งสองกินอิ่มแล้ว ชายกลางคนไว้หนวดเรียกว่าซื่อตงถิง ล้วงไปหยิบถุงเงินสีครามบนถุงมีลายปักรูปเหยี่ยวผงาดสีแดง ฝีมือปักประนีตพบเห็นได้ยากนักขยับปากจะเรียกเสี่ยวเอ้อมาเก็บเงิน พึ่งล้วงถุงเงินออกมา กระบองเขี้ยวสุนัขก็ฟาดลงมากลางโต๊ะอาหารจนเละเทะเป็สภาพนี้ ฝาแฝดหฤโหดนี้ คนในเมืองสุ่ยล้วนรู้จักดีมันสองพี่น้อง เป็นักเลงเ้าถิ่น นิสัยโหดร้ายลงมือดุดัน มีพลังยุทธ์ระดับขั้นผนึกยุทธ์ระดับสี่ตั้งฉายาตัวเองว่า “สองสุนัขเขี้ยวจันทร์” จัดเป็ผู้มีพลังยุทธ์สูงในลำดับต้นๆใน มืองสุ่ย
สองพี่น้องเป็อัตพาลโดดเดี่ยวรับจ้างทำเื่ที่ไม่อาจพบผู้คน คนใช้กระบองเขี้ยวสุนัขเป็ผู้พี่ชื่อหวงต้ามีพละกำลังมหาศาลยิ่ง ร่ำลือว่ามันใช้กระบองเขี้ยวสุนัขใน
มือ หวดทีเดียวหินั์แหลกละเอียดเคยฟาดหมีหิมะสัตว์อสูรระดับสอง ตายคามือ ผู้น้องใช้ดาบใหญ่ชื่อหวงมู่มีเพลงดาบโเี้ดุดัน ฟันครั้งเดียวตัดต้นไม้ขนาดชามโคมขาดกระจุยราวตัดฟางร่ำลือกันว่าพวกมันเคยปล้นขบวนพ่อค้าในต่างเมือง หวงมู่ตวัดดาบเพียงครั้งเดียวก็คร่าไปถึงห้าชีวิต ทางการก็เพ่งเล็งพวกมัน แต่ไม่มีหลักฐานใดๆ จึงยังทำอะไรพวกมันไม่ได้ชาวเมืองทั่วไปเห็นพวกมัน เหมือนเห็นโรคร้าย พากันหลีกเลี่ยงไม่กล้าเข้าใกล้
หวงต้าจับตัวซื่อตงถิงยกขึ้นด้วยมือข้างเดียว ด้วยความหวาดกลัว ซื่อตงถิงตัวสั่นระริก ส่งเสียงสั่นสะท้าน “ปล่อยข้า..ปล่อย..” เขาเป็เ้าของและคนขับรถม้า เมื่อยามเช้า รับผู้โดยสารหญิงจากนอกเมืองตัวรถพึ่งวิ่งผ่านประตูเมือง พอหันมาผู้โดยสารคนนั้นก็หายไปทิ้งไว้เพียงถุงเงินนี้ เมื่อเปิดถุงเงินถึงกับมีเงินอยู่ถึง ยี่สิบเหรียญเงินยังคิดว่าโชคลาภหล่นจากฟ้า ยามนี้โชคดีกลายเป็โชคร้าย มัจุราชเปิดประตูมาเยือน ในใจมีแต่ความใหวาดกลัว ไม่รู้จะรอดชีวิตหรือไม่
ทันใดนั้น ม่านห้องพิเศษชั้นบนด้านติดถนนปลิวไหววูปพร้อมวัตถุประกายเงินพุ่งวาบใส่หวงต้า ด้วยความเร็วดุจประกายไฟ ในพริบตานั้นดาบหัวตัดขนาดใหญ่บนหลังหวงมู่ ถูกชักมาอยู่ในมือฟันวัตถุนั้นปลิวออกไปอีกทาง ประกายเงินเส้นนั้น เปลี่ยนทิศทางพร้อมความเร็วที่เพิ่มขึ้นพุ่งข้ามโต๊ะตรงเข้าใส่เทียนหลง ท่ามกลางเสียงอุทานและความตื่นใของทุกคน
เสี้ยววินาทีนั้น จางเหว่ยลากดึงตัวเทียนหลง เอนหลบเล็กน้อยพอพ้นวิถีมีด แต่เทียนหลงกลับตวัดข้อมือจานกระเบื้องในมือก็ฟาดถูกวัตถุนั้นอย่างแม่นยำ เกิดเสียงดัง “เพล้ง...” จานกระเบื้องแตกกระจายวัตถุนั้นสะท้อนตกเฉียงวูปเดียวปักลงบนโต๊ะ ที่แท้เป็มีดสั้นเล่มกะทัดรัดใบมีดยาวราวสามนิ้วปักทะลุลงบนโต๊ะลีกถึงหนึ่งนิ้ว ด้ามมีดสั่นไหวไปมาอย่างรวดเร็วรุนแรงแสดงให้เห็นถึงพลังที่แฝงในมีดสั้น เนิ่นนานยังไม่หยุดสั่น เล่าไปยืดยาวแต่ความจริงั้แ่ประกายมีดปรากฏจนปักลงพื้นโต๊ะกินเวลาเพียงชั่วเสี้ยวกะพริบตา
ผู้คนยังไม่ทันขยับตัว หวงต้าโยนร่างชายในมือไปกระแทกโต๊ะอีกตัวหนึ่งพังทลายตัวคนขยับกายพุ่งไปชั้นบน ตวาด “อย่าหนี…” ส่วนหวงมู่ พุ่งออกไปสกัดนอกร้าน เงาร่างสายหนึ่ง ทะยานพุ่งออกจากระเบียงชั้นสองข้ามถนน ผ่านไปถึงหลังคาฝั่งตรงข้าม สะกิดเท้าคราหนึ่ง ก็พุ่งกายจากไปถึงแม้ว่าท่าร่างรวดเร็วแต่ยังพอมองเห็นว่าเป๊น หญิงสาวชุดครามคนหนึ่งสองพี่น้องสุนัขเขี้ยวจันทร์ สกัดคนไม่ทัน ได้แต่ขยับตัว วิ่งไล่ตามไปคนทั้งสามหายไปในกลุ่มบ้านเรือน
เทียนหลงยังใอยู่ เมื่อครู่เป็กริยาตอบกลับโดยอัตโนมัติ ลอบปาดเหงื่อแอบนึกในใจ “เฮ้อ..ยังดีที่..เราเป็นักปิงปองเก่า...@#!” เื่ราวเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป จางเหว่ยลอบมองไปทั้วเหลาสุราแอบประเมินความเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของตนเอง บวกกับปฏิกิริยาตอบกลับของเทียนหลงเขาเองก็ไม่คาดคิดว่า เทียนหลง จะใช้จานกระเบื้องปัดมีดเอาไว้ได้ ทั้งที่เขาแอบดึงร่างเอนออกมาเล็กน้อยพอพ้นแนวมีดถึงแม้ชาวบ้านทั่วไปจะรู้ว่าเขาพอมีวรยุทธ์อยู่บ้าง เนื่องจากต้องเข้าป่าหาสมุนไพรแต่คงจะไม่ดีนักถ้าเปิดเผยฐานะทางวรยุทธที่แท้จริงออกไป โชคยังดีที่ผู้คนมุ่งความสนใจไปยังหญิงสาวชุดครามกับสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ที่จากไปรอบบริเวณไม่มีใครใส่ใจปู่หลานคู่นี้ ขณะที่ลอบโล่งใจโดยที่ไม่รู้ว่าความเคลื่อนไหวครานี้ ได้สะกิดสายตาหลายคู่ บนเหลาสุรา
ในห้องพิเศษชั้นบน ชายวัยกลางคน ท่าทางเหี้ยมหาญ วงหน้าเหลี่ยมคางมนขมับกว้างสูงเด่น คิ้วกระบี่ั์ตาั ริมฝีปากหนาอิ่มมีสง่าราศีที่ไม่อาจบรรยาย ใส่แพรต่วนสีน้ำเงินคลิปทอง มือขวาวางทับกระบี่ยาวบนโต๊ะ ข้างกายมีชายฉกรรจ์ สองคนยืนค้อมเอวอยู่ราวกับเป็ผู้รับใช้คนหนึ่งแต่งกายภูมิฐานสีแดงเืหมู ทั่วร่างแผ่รัศมีสยบผู้คนข้างเอวพกกงล้อสุริยันจันทรา คนหนึ่งใส่ชุดสีฟ้าหน้าตาเคร่งขรึมหนวดเคราเต็มหน้าท่าทางดุดัน สวมปอกแขนโลหะสีดำขนาดใหญ่ บนหลังสะพายดาบตัดขาม้าทั้งสองคนดูไปไม่คล้ายคนรับใช้แม้แต่น้อย กลับคล้ายทหารมากกว่าชายที่มีหนวดเคราครึ้ม คำนับน้อมกาย “ขออภัย..เออ..นายท่าน..ที่มีเื่รบกวนอารมณ์ ยากนักที่ท่านจะมีเวลาผ่อนคลาย ข้าน้อยขอรับผิดส่วนเ้าสองคน...นั้น “
ชายกลางคนชุดน้ำเงิน โบกมือตัดบท “เฮอะนางสะกดรอยข้ามานับหมื่นกิโลเมตร คิดว่าข้าไม่รู้...ส่วนเื่ ปลาซิวปลาสร้อยสองตัวนั้นข้าไม่ใส่ใจ อย่าเอามารกสมองข้า กลับเป็...เฒ่าชรานั่นเป็ใคร ... อืม..แต่ช่างเถอะ...พวกเ้า ทำงานให้ดี ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด หลังเื่นี้เสร็จข้าจะรีบกลับมา..”
มีเสียงอึกทึกจากหน้าร้าน เ้าหน้าที่มือปราบจำนวนหกคน ก็วิ่งกรูเข้ามาในร้านพร้อมกับร่ำร้องว่า ”จับโจร..ๆ..” ยังไม่ทันถามเหตการ เ้าหน้าที่สามคนก็วิ่งขี้นบันได โถมเข้าห้องพิเศษที่ยังปิดม่านอยู่ตัวยังไม่ถึงม่านประตู มือปราบที่นำหน้าตวาดขู่สำทับไปก่อน “อย่าหนี ..พวกเ้า..หนีไม่รอดหรอก” ยังไม่ทันสิ้นเสียงม่านประตูก็เลิกวูบหนึ่ง มือปราบทั้งสาม คล้ายใบไม้โดนพายุหอบซัดโซเซปลิวกระเด็นหกล้ม กลิ้งผ่านบันไดลงมานอนกองบนพื้นราวลูกพลับ
หัวหน้ามือปราบที่โถมตามมา เบิกตาจนถลนตวาดก้อง “บังอาจ...” ทะยานผ่านม่านประตูเข้าไป ทันทีที่ลับตาได้ยินเสียงอุทานว่า “ใต้เท้า!..” ภายในห้องกลับเงียบสนิท ผ่านไปชั่วครู่ หัวหน้ามือปราบเดินออกมาแล้วเรียกลูกน้อง “พวกเราไป ...” เหล่ามือปราบทำหน้าสงสัย คนที่ล้มกลิ้งหน้าตาเปื้อนฝุ่น ส่งเสียงทัดทาน “ท่านหัวหน้า หากเบื้องบนสอบถาม จะตอบอย่างไร? “
ยังไม่ทันได้รับคำตอบชายชุดแดงเดินออกมาปรากฏตัวที่หน้าห้องพูดว่า “พวกเ้าไม่ต้องรายงาน เื่นี้ข้ารู้รายละเอียดแล้ว” พนักงานมือปราบผู้น้อยทำท่าใ รีบคารวะรับคำ “ทราบแล้วท่านเ้ามือง” ที่แท้ชายชุดแดงมีชื่อว่าตงชิงหาน เป็เ้าเมืองสุ่ย มีพลังฝีมือเข้มแข็งสุดยอดนิสัยเที่ยงตรงไม่ลำเอียง ั้แ่ครองเมืองมาหลายปี เมืองสุ่ย สงบร่มเย็นเป็ที่ชื่นชอบของชาวเมืองไม่น้อย “เื่นี้ ข้าจะสอบสวนด้วยตัวเอง” ได้ยินเ้าเมืองออกปากเองผู้น้อยไหนเลยจะกล้ารั้งอยู่
หันไปพูดกับชาวบ้านในเหลาสุรา “อาหารมื้อนี้ ให้ข้าเป็เ้ามือชดเชยแทนความใของพวกท่านตอนนี้ข้าขอปิดเหลาสุราสักชั่วยามเพื่อตรวจสอบรายละเอียดเชิญพวกท่านแยกย้ายกลับกันก่อนเถิด” หันไปพูดกับเ้าของรถม้า"เ้าทิ้งถุงเงินไว้ ส่วนเงินนำไปได้" ว่าแล้วก็กวาดมือคารวะไปทั่วทุกคนในเหลาสุราแม้ใเล็กน้อย แต่ไม่มีใครเป็อะไร แถมได้กินฟรีประกอบกับเห็นเ้าเมือง มีนิสัยถ่อมตัวโอบอ้อมอารี พากันคารวะตอบแล้วแยกย้ายจากไปโดยสงบ เพียงชั่วครู่ทั้งร้านก็ว่างเปล่า ผ่านไปครึ่งชั่วยามมีรถม้าปิดประทุนสีเทามืด วิ่งมาจอดหน้าร้านเพียงอึดใจเดียว ก็แล่นจากไปโดยไม่มีใครสนใจว่ามันวิ่งไปไหน
บนเหลาสุราเื่ทะเลาะวิวาทเป็เื่ปรกติ ไม่มีคนตาย เ้าหน้าที่ไม่สืบสาวเอาเื่คนก็คร้านที่จะสนใจเื่ราว จบก็แยกย้ายกันไป จางเหว่ย กับ เทียนหลงเดินกลับถึงบ้านเย็นนั้นดำเนินกิจวัตรประจำวัน โดยไม่สะกิดใจเื่ราวเช้าวันรุ่งขึ้น เทียนหลง ไม่ลืมแวะไปหา ป้าฟางจื่อ เพื่อรับซุปหมีหิมะ
คืนนั้นที่จวนเ้าเมือง ตงชินหาน กล่าวกับชายชุดสีฟ้า “นายท่านกลับไปแล้ว เ้าอย่าลืมเื่การอารักขา...จงทำเป็การลับอย่าให้ใครรู้เื่” ครุ่นคิดไปครู่หนึ่งเอ่ยต่อ “ยังมีอีกเื่ ต่งชิงหานเ้าให้คนไปสืบเื่..เฒ่าจางขายสมุนไพรกับเด็กน้อยในเหลาสุรา แล้วมารายงานข้า” ต่งชิงหานขมวดคิ้ว “ทำไมรึท่านเ้าเมืองเื่ราววันนี้ นายผู้เฒ่ายังไม่นำมาใส่ใจ พวกเราก็รอดตัวแล้วข้าไม่จับเ้าสองสุนัขนั้นมาถลกหนัง ก็เป็วาสนาของพวกมันแล้วท่านยังมาสนใจเฒ่าจางกับเด็กน้อยนั้นทำไม ...แค่คนเก็บสมุนไพรกับเด็กชาวบ้านธรรมดา”
ตงชินหาน แค่เสียง “เฮอะ ธรรมดา...ไม่มีอะไรรึ..สนิมเกาะหัวเ้ารึยังไง...เสียที ที่เป็แม่ทัพรักษาเมือง..ตาเ้าบอดรึ... มีดสั้นนั้น เดิมก็แรงและเร็วอยู่แล้วหลังจากถูกเ้าบัดซบหวงมู่ปัดทิ้ง ถึงมีดนั้นจะไม่อยู่ในสายตาเ้า แต่มีดที่ถูกเสริมแรงด้วย ขั้นผนึกยุทธ์ระดับสี่พลังแฝงบนมีด ต้องหนักหน่วงไม่ต่ำกว่า สองร้อยกิโลกรัม เ้าคิดว่าเด็กน้อยธรรมดาจะสามารถปัดมันทิ้งได้รึ อย่าว่าแต่เ้าเลย หากเป็ข้าเองยังไม่มั่นใจว่าจะใช้แค่จานกระเบื้อง ก็ปัดมีดสั้นนั้นได้ ยิ่งกว่านั้นเฒ่าจางดีงเด็กน้อยนั้นหลบวิถีมีดสั้น พอดีอย่างที่สุดไม่มากไม่น้อยถึงเด็กน้อยนั้นไม่ปัดมีด มีดนั้นก็แค่เฉี่ยวเด็กน้อยไปหลายนิ้ว สายตาและฝีมือนี้เกินกว่าเฒ่าเก็บสมุนไพรไปอักโขอยู่ ถึงแม้เฒ่าจางจะอยู่เมืองนี้มาสี่ปีแล้วก็ตามห้ามวางใจ อย่าลืมงานสำคัญที่ผู้เฒ่ามอบหมาย จะปล่อยให้มีข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด! ...แม้แต่เื่เล็กน้อย เงื่อนงำแม้แต่นิดเดียวจำเป็ต้องสะสาง ปล่อยผ่านไม่ได้ ” ต่งชิงหานได้ยินแล้วคิดตามก็ตาโต “ข้าจะไปสืบดู...” รับคำแล้วก็ออกไปดำเนินการทันที
จางเหว่ย กับ เทียนหลง ไม่ได้ระแคะระคายเลยว่า ความเคลื่อนไหวเล็กๆนี้จะทำให้ที่ว่าการเมืองจ้องเพ่งเล็ง และถึงกับ ดำเนินการสวบสวนพวกตน
นอกเมืองไปหกสิบกิโลเมตร ฟ้ามืดเป็ยามวิกาลแล้วแต่รถม้าสีเทาไม่หยุดยั้งแม้แต่ชั่วครู่ ด้านหลังห่างไปสุดระยะธนูแล่นเงาร่างสีคราม สะกดรอยตามรถม้าแต่ไกล ...ชัดเจนว่า ชายกลางคน เสื้อน้ำเงินเป็เป้าหมายของนาง เวลาที่ผ่านไป ระยะห่างจากเมืองสุ่ย ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆชายปริศนา กำหมัดแน่น “ข้าต้องรีบจัดการเื่นี้โดยเร็ว....พวกเ้ารอข้าก่อน ข้าจะรีบกลับมารับพวกเ้า มรสุมครานี้ข้าต้องผ่านมันไปได้ …”