คนหลับลึกและรวดเดียวสะดุ้งตื่น เมื่อได้ยินเสียงปลุกจากมือถือของคนนอนอยู่กับพื้น และนั่นทำให้คนเพิ่งตื่นใไม่น้อย เมื่อมองลงไปเห็นเข้าจังๆ ไม่เข้าใจว่าเขามานอนตรงนี้ทำไมหรือเมื่อไหร่ หันไปมองเวลาจากนาฬิกาตรงผนังก็พบว่าเกือบเจ็ดโมงแล้ว โกรธตัวเองนิดๆ ที่ตื่นสาย ปกติแล้วตีห้าก็จะตื่นแล้วด้วยซ้ำ
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
มัทรีทำหน้าไม่ถูกกับคนที่เพิ่งทักทายมา ทั้งอยากขำที่เห็นผมเขายุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่น มือก็กำลังคว้าแว่นคู่ใจมาใส่ ทั้งรู้สึกผิดที่ตัวเองนอนข้างบน ส่วนเขาซึ่งเป็ผู้ใหญ่และเป็เ้านายกลับได้นอนพื้น
ที่สำคัญเขาเป็คนจ่ายค่าห้องส่วนเกินมาอีกต่างหาก และเหนือสิ่งอื่นใดในความคิดของสาวเพิ่งตื่นนอนนั้น ก็เห็นแล้วว่าแม้เขาจะอยู่ในสภาพนี้ แต่ก็ยังคงดูดีและหล่อลากดินไม่หยุดหย่อนอยู่นั่นเอง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณเกียร์มานอนตรงนี้ทำไมคะ”
“ผมนอนเป็เพื่อนมัทไงครับ เห็นหลับสบายเลยไม่อยากปลุกครับ” จักรภัทรลุกขึ้นนั่ง แล้วบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความเมื่อย
“ไม่ต้องปลุกก็ได้ค่ะ แต่คุณเกียร์น่าจะเข้าไปนอนในห้องนะคะ มานอนตรงนี้คงจะเมื่อยแย่ มัทรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ”
“ก็คุณเกียร์เป็ผู้ใหญ่กว่า แถมยังเป็คนจ่ายค่าห้องด้วย เื่อะไรจะต้องได้นอนพื้นล่ะคะ”
“มีเพื่อนนอนด้วย ผมไม่ถือหรอกครับ แล้วนั่นมัทจะไปไหนครับ” เขาเห็นคนตื่นมาในสภาพไม่ต่างจากตอนนอน กำลังหอบผ้าห่มแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก็ให้สงสัย
“ไปอาบน้ำค่ะ คุณเกียร์ต้องลงไปเตรียมงานด้วยไม่ใช่เหรอคะ มัทจำได้ตอนคุยกับท่านอธิบดีเมื่อคืนนี้ค่ะ”
นั่นก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องรีบลุกเดินหนีไป แต่เหตุผลสำคัญคือ ยังไม่ได้แปรงฟัน เลยกลัวกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จะส่งออกไปถึงจมูกโด่งๆ ของเขามากกว่า ถ้าขืนยังคุยอยู่แบบนี้
“อืม! งั้นอีกครึ่งชั่วโมงเราเจอกันครับ”
“ค่ะ”
มัทรียิ้มแห้งๆ ให้ จากนั้นก็หอบผ้าห่มเข้าห้องนอนไป แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวในชุดสุภาพ ที่เลือกซื้อมาด้วยกันเมื่อวานนี้ ผมยาวสลวยก็ถูกรวบครึ่งศีรษะแล้วมัดไว้ด้านหลัง
จะได้ไม่รุ่มร่ามเวลาช่วยงานเขา แม้ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง แต่ในเมื่อเขาอุตส่าห์ยกตำแหน่งเลขาให้ชั่วคราว ก็คงจะมีอะไรให้ทำบ้างล่ะ
“มัทแต่งตัวเร็วดีจังเลยนะครับ” พอออกมาจากห้อง ก็เห็นเขาเปิดประตูพอดี เลยยิ้มบางๆ ให้ รับคำชมของเขา
“มัทคงจะชินมั้งคะ สมัยเรียนมัทต้องรีบตื่นมาช่วยยายจัดเตรียมของไว้ขายก่อน ถึงจะไปโรงเรียนได้ค่ะ”
“อ้อ! งั้นเราลงไปเลยนะครับ จะได้ทานข้าวก่อน คุณแอนไลน์มาบอกแล้ว ว่ารออยู่ที่ห้องอาหาร”
“ค่ะ”
งานแรกของเลขากำมะลอก็คือ ยกมื้อเช้าให้เ้านาย ที่กำลังนั่งคุยงานอยู่กับแอน แรกทีเดียวตั้งใจจะแยกไปนั่งโต๊ะอื่น แต่ถูกเขาเรียกให้นั่งด้วยกัน พออิ่มแล้วก็ถูกเขาพาเดินไปห้องอบรมสัมมนา
งานชิ้นสองที่เ้านายหนุ่มหล่อมอบหมายให้ นั่นคือเอาเอกสารที่เขาสั่งทำสำเนามาเย็บเข้าด้วยกัน ให้เท่ากับจำนวนผู้เข้าอบรม พอเขาจะขึ้นบนเวที ก็ได้รับมอบหมายงานชิ้นที่สาม
นั่นคือเฝ้าหน้าจอแล็ปท็อปของเขา ที่ต่อเข้ากับโปรเจ็กเตอร์ แล้วคอยกดเปลี่ยนภาพ โดยรอสัญญาณมือจากเขา พอจบก็ถึง่ถามตอบ เลขากำมะลอก็ได้รับงานชิ้นที่สี่ นั่นคือคอยจดโน้ตไว้ให้เขาอย่างละเอียด จนกระทั่งจบการบรรยายใน่เช้า
จากนั้นก็ต้องไปทานข้าวเที่ยงกับคนเดิมๆ ในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ พอบ่ายโมงมีสรุปเพิ่มเติม เ้าภาพขึ้นกล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้วิทยากร ก็เป็อันว่างานของเ้านายจบอย่างสมบูรณ์ในเวลาเกือบบ่ายสอง
“ท่านอธิบดีนัดคุยนอกรอบที่คอฟฟี่ช้อป มัทขึ้นไปพักผ่อนรอผมบนห้องนะครับ เสร็จแล้วผมจะไปรับ แล้วเราก็จะกลับกัน” เขาหันมากระซิบ ขณะกำลังเดินออกจากห้องอบรม
“ค่ะ ให้มัทถือของขึ้นไปเก็บไว้มั้ยคะ”
เพราะเห็นเขาหิ้วกระเป๋าแล็ปท็อปกับโล่ที่เพิ่งได้รับ เลยคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าช่วย และเขาก็ยิ้มบางๆ มาหา
“ขอบคุณครับ ผมคงคุยไม่เกินชั่วโมงหรืออย่างมากก็สองนะครับ”
“ค่ะ” มัทรีขึ้นไปบนห้อง ก็เห็นว่าแม่บ้านมาทำความสะอาดและทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมแล้ว ความคิดที่ว่าอยากงีบเอาแรงเลยต้องถูกพับเก็บไว้ ด้วยไม่อยากให้เตียงยับ
เลยเปลี่ยนใจไปเป็เก็บข้าวของเครื่องใช้ใส่ถุง ตอนแรกนั้นเก็บของตัวเองก่อน แต่คิดอีกทีดูจะเป็การแล้งน้ำใจเกินไป เลยตรงไปยังห้องของเขา เก็บเอาทุกอย่างที่ไม่ได้มีมากมายใส่ถุงซักรีด
แล้วหิ้วออกมาวางไว้บนโต๊ะกลาง ก่อนจะเปิดทีวีดู แล้วทิ้งตัวลงนอนกับชุดรับแขก ที่ตัวเองใช้แทนเตียงเมื่อคืนนี้ และทั้งที่ไม่เคยเป็มาก่อน นั่นคืออาการง่วงแบบสุดๆ จนไม่อาจจะถ่างตาไว้ได้ เลยผล็อยหลับไป
นอกจากไม่เคยหลับกลางวันมาก่อนแล้ว ยังมีแถมด้วยการฝันหวานๆ อีกต่างหาก ในฝันนั้น ก็มีตัวเองกับเ้านายผู้หล่อเหลาและเป็ที่หมายปองของสาวๆ ทั้งเมือง เข้ามาอยู่ในความฝันอีก คนกำลังฝันดีใจและมีความสุข เพราะในความฝันนั้น
เห็นว่าตัวเองกำลังเดินเกี่ยวแขนเขาเดินผ่านซุ้มดอกไม้ มีเสียงปรบมือต้อนรับเกรียวกราว มีเด็กหญิงในชุดสีชมพูน่ารัก กับเด็กชายในทักซิโด กำลังโปรยกลีบดอกไม้ลงพื้น เพื่อให้เขากับเธอที่อยู่ในชุดสีขาวสวยงาม ก้าวเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาผู้คนในงานต่างจับจ้องมาหา
“เ้าบ่าวหล่อ เ้าสาวสวยสมกันจังเลย”
มีเสียงผู้คนส่งประโยคนี้มาให้ได้ยินไม่ขาดสาย มัทรีหันไปยิ้ม เมื่อเ้าบ่าวผู้หล่อเหลาหันมายิ้มให้ แล้วยินยอมให้เขาประคองมือพาเดินไปยังเค้กเก้าชั้น ก่อนจะรับดาบจากพนักงานโรงแรมห้าดาวมาจับ แล้วจรดปลายดาบจากยอดเค้กลงมาหาฐาน โดยมีเขายินยอมให้มือเธออยู่เหนือมือเขาด้วยความเต็มใจ
“หอมแก้มเ้าสาวๆๆ”
เสียงผู้คนะโขึ้นมา ขณะที่เธอกับเขาอยู่บนเวที มีพิธีกรกำลังถามนั่นนี่วกไปวนมา แล้วสุดท้าย เธอก็ได้เอียงแก้มให้เขาหอมตามคำเรียกร้อง ตามด้วยเสียงกรี๊ด เสียงปรบมือ ของผู้คนในงานดังกึกก้อง
มัทรีพบว่าตัวเองเป็ผู้หญิงที่โชคดี และมีความสุขสุดๆ ในรอบปี แถมมีสีหน้าและแววตาของพนักงานรุ่นพี่ทั้งแผนกของตัวเองและแผนกอื่นๆ ที่มองมาหาด้วยความอิจฉาอีกต่างหาก
มัทรีไม่ได้โกรธหรือขัดเคืองใคร ในเมื่อได้คิดว่าถ้าตัวเองไม่ใช่คนที่ยืนข้างเขาอยู่ตอนนี้ ก็คงต้องมีการแอบอิจฉาเ้าสาวแสนสวยของเขาบ้างเป็ธรรมดา ได้แต่ส่งยิ้มให้สาวๆ ที่ต่างมองมาด้วยความอิจฉาไปตามๆ กัน จากนั้นก็ถูกเ้าบ่าวจูงมือเดินลงเวที เพื่อไปทักทายแขกในงานนับพัน มัทรีมักยิ้มหวานๆ ให้ผู้คนในงานด้วยความสุขใจ
และนั่นทำให้เ้าของร่างสูงใหญ่ ที่นั่งคุกเข่ามองคนหลับแล้วถึงกับทำหน้าสงสัย เพราะเห็นใบหน้าขาวสวยใส กำลังยิ้มน้อยๆ ทั้งที่ยังหลับอยู่ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงเป็แบบนี้
ถ้าให้เดา เลขากำมะลอก็คงกำลังฝัน และเดาต่อได้อีกว่าคงเป็ฝันดีๆ ฝันหวานๆ ถ้าจะให้เดาต่อไปอีก ก็น่าจะเป็ฝันถึงชายหนุ่ม ทำให้สงสัยไม่น้อย ว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใคร
‘ใช่เขาไหมนะ’
ในเมื่อเขาเองก็รู้ตัวอยู่แล้ว ว่าเป็ชายในฝันของผู้หญิงหลายต่อหลายคน อย่างน้อยก็สาวๆ ทั้งตึก ก็แล้วทำไมเขาจะไม่เข้าข้างตัวเองล่ะ ว่าตอนนี้เธออาจจะกำลังฝันหวานถึงเขาอยู่ก็เป็ได้
ความน่ารักของคนยิ้มขณะยังหลับนั้น ทำให้เขาอดใจไม่ไหว จนอยากจะก้มลงไปดอมดมพวงแก้ม แบบเมื่อคืนนี้อีกครั้ง เขาถามตัวเองเสมอ ว่าจะมีผู้ชายหน้าไหน ที่ปล่อยให้ผู้หญิงสวยใส นอนในห้องเดียวกัน โดยไม่คิดจะทำอะไร ถ้าไม่เพราะควบคุมตัวเองได้ดีแล้ว ป่านนี้เขาคงปล่อยให้อะไรต่อมิอะไรเกินเลยไปแล้ว
“อุ๊ย!!!”
มัทรีใจนสะดุ้งตื่น เมื่อในฝันนั้น ตัวเองดันสะดุดชายชุดเ้าสาวอันยาวเฟื้อยจนเกือบจะล้ม หากไม่มีเ้าบ่าวผู้หล่อเหลาประคองเอาไว้ และไม่คาดคิดว่า จะมีเขาอยู่ใกล้ๆ ในตอนลืมตาขึ้นมา ทำให้รีบผุดลุกขึ้นทันที ยังผลให้คนนั่งคุกเข่าอยู่ใจนต้องลุกตาม
“มัทเป็อะไรไปครับ” จักรภัทรส่งน้ำเสียงไปหาด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นใบหน้าสวยที่กำลังยิ้มหวานขณะหลับ เปลี่ยนเป็ตระหนกใแทน
“เอ่อ! ไม่มีอะไรค่ะ มัทแค่ฝันค่ะ”
คนไม่เคยโกหกเลยตอบตรงๆ ออกไป ดีแค่ไหนแล้ว ที่ไม่เผลอบอกด้วย ว่าฝันเื่อะไร ถ้าเขารู้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“คุณเกียร์ขึ้นมานานหรือยังคะ มัทเก็บของรอแล้วค่ะ เรากลับกันเลยมั้ยคะ”
มัทรีรีบเดินหนีด้วยอาการเก้อเขินนิดๆ แต่ไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกเขาตามไปรั้งแขนไว้ก่อน
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































