ตอนที่ 19
อองทีจ้องมองคนของเผ่าพยัคฆ์ดำด้วยสีหน้าประหลาด ชายหนุ่มทำทีขบขันเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่เชาวากล่าวเมื่อครู่นั้น
อังเตหรี่ตามองเขาด้วยสายตาเคร่งขรึม ก่อนหน้านั้นพวกเขาล่วงรู้มาว่า เ้าเมืองโกนิลพาปีศาจไปอาละวาดถึงเผ่าจันทราและชิงตัวเกาลัดออกมาได้
อังเตย่อมไม่ประมาทจึงเชิญผู้พ้นแดนแห่งเผ่าพยัคฆ์ดำมาสมทบด้วย เขาไม่รู้ว่าปีศาจที่ผู้คนร่ำลือกันนั้นเป็อย่างไร แต่ในตอนนี้เผ่าพยัคฆ์ดำก็ชุบเลี้ยงอสูรปีศาจเอาไว้หลายตัว หากวันนี้อองทีเรียกผู้คุ้มกายของตนมา เขาก็กระทำได้เช่นเดียวกัน
ผู้พ้นแดนครุ่นคิดเล็กน้อย เขาไม่เคยพบเจอผู้นำของอาณาจักรโกนิล แต่ก็พอรู้มาว่าอีกฝ่ายเป็เพียงชายตาเดียวผู้ไร้เวทย์คนหนึ่ง “ท่านคงจะเป็เ้าเมืองโกนิล หากท่านไม่เข้ามายุ่ง พวกเราทั้งสองเผ่าย่อมไม่ละเมิดข้อตกลงนั้นจริงหรือไม่”
อองทีย่นคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย จนลอซูที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้ามากระซิบอีกฝ่าย ชายหนุ่มประกายตาเจิดจ้าขึ้นมาเมื่อได้ฟัง
เขาจึงพลางยิ้มตอบไปว่า “เช่นนั้นข้าควรเป็ฝ่ายผิดสัญญาก่อนดีหรือไม่ คนของเผ่าพยัคฆ์ดำจะได้ไม่ต้องกังขาเื่นี้ ดูเหมือนท่านจะเป็ผู้าุโของเผ่า ก็คงจะรู้แล้วว่าเื่พันธสัญญานั่น ไม่ช้าก็เร็วต้องถูกทำลายลงสักวัน”
อองทีอธิบาย สายตาของเขายังเฝ้าสังเกตเกาลัดที่ยืนอยู่อีกฝั่ง สีหน้าอองทียังคล้ายมีความกังวลเื่บางอย่างอยู่ในใจ
ผู้พ้นแดนกระตุกมุมปากเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเื่นั้นจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็ผู้เปลี่ยนแปลง แต่การให้เผ่าพยัคฆ์ดำเป็ผู้ลงมือก่อนนั้น ในฐานะผู้พ้นแดนที่มีหน้าที่ปกปักรักษากฎของเผ่า เขาย่อมไม่มีทางให้เกิดขึ้น
ขณะที่อังเตจะเอ่ยตอบโต้อองทีไป ผู้พ้นแดนกลับเดินเข้ามาระงับท่าทีของอีกฝ่ายเอาไว้ “ท่านเ้าเมือง หากท่าน้าข้าย่อมไม่อาจปฏิเสธ..”
ผู้พ้นแดนน้ำเสียงขาดห้วงชั่วขณะ ก่อนเขาเหลือบมองผู้ใช้ไสยเวทย์คนอื่นที่ติดตามอองทีมา “ท่านทั้งหลาย เผ่าพยัคฆ์ดำไม่เคยไประรานคนของเผ่าโกนิล แต่วันนี้เ้าเมืองโกนิลมาถึงที่นี่ย่อม้าเปิดศึก ข้าเองก็ต้องปกป้องคนของข้าและศักดิ์ศรีของเผ่า วันนี้ก็อย่าหาว่าข้าใช้ความรุนแรงเกินไป”
ครั้นผู้พ้นแดนกล่าวจบ ไอน้ำคล้ายฝุ่นควันกลุ่มหนึ่งก็เริ่มปกคลุมไปทั่วแนวป่า ผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่าจันทราผู้หนึ่งะโออกมาเสียงดัง “ม่านกั้นเวทย์!!”
เสียงลุกฮือของคนหลายกลุ่มเริ่มดังขึ้น แต่กลับมีบางสิ่งทำลายความตื่นกลัวของคนทั้งสามฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง
โฮ่ง! โฮ่ง!
หมาดำตัวเล็กโพล่งเสียงเห่าติดกันหลายครั้ง จนเกาลัดพุ่งเข้าไปช้อนร่างของมันเข้ามาอุ้มทันใด หญิงสาวลูบหัวมันพลางเอ่ยแ่เบาเพื่อปลอบใจ
ดวงตาอองทีคล้ายปรากฏระลอกคลื่นลมอันไม่สงบ ชายชุดเทาจากเผ่าพยัคฆ์ดำผู้นี้ย่อมไม่ใช่ผู้ใช้ไสยเวทย์ทั่วไป หากพวกเขาทั้งหมดติดอยู่ในม่านกั้นเวทย์แห่งนี้ แผนการที่เคยวางไว้ก็เท่ากับรนหาที่ตายเสียเอง..
ครั้นม่านกั้นเวทย์ลึกลับถูกกางออก พลังเวทย์ของผู้ใช้ไสยเวทย์หลายคนราวกับจะถูกสูบขึ้นไป้า อองทีพลันสังเกตว่าร่างกายของชายชุดเทาผู้นี้แทบไม่ได้ขยับสิ่งใด แต่เหมือนกับอีกฝ่ายใช้ดวงตาแน่วนิ่งคู่นั้นสร้างม่านกั้นเวทย์ที่มีพลังสูงขึ้นมา
เชาวากับเชาวีกางแขนล้อมตัวเกาลัดเอาไว้ให้ชิดแผ่นหลังของตน พวกเขาย่อมไม่สามารถวิ่งกลับไปตามเส้นทางเดิมได้อีกแล้ว หากกลุ่มของอองทีและเผ่าพยัคฆ์ดำเริ่มปะทะกันขึ้นมา อาจจะยังพอมีโอกาสที่จะหาทางหนี แต่ม่านกั้นเวทย์ประหลาดปกคลุมพื้นที่บริเวณแห่งนี้เอาไว้แล้ว
หากไร้ทางหนีจริง เกาลัดย่อมต้องใช้ที่พึ่งสุดท้ายแล้ว..
กลุ่มไอควันสีเทาอ่อนจางไหลทะลักออกมาจากชุดคลุมของผู้พ้นแดน สายตาอาฆาตของเขาจับจ้องไปยังเ้าเมืองโกนิลที่ยืนอยู่อีกฝั่ง
ทางด้านอองทีคล้ายััถึงไอพลังความตายที่เริ่มเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มโค้งมุมปากพลางก้มหน้าต่ำลงแล้วชักดาบครุฑฑาวิหกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ขุมพลังลึกลับในร่างของอองทีพลันเคลื่อนที่ไปมา จนกระทั่งมันกลับมารวมตัวกันยังฝ่ามือของเขาในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจับด้ามดาบเอาไว้ ฝ่ายผู้พ้นแดนรับรู้ถึงพลังกดทับประหลาด ปีศาจตาเดียวแห่งอาณาจักรโกนิล เขาเป็เพียงผู้ไร้เวทย์แต่กลับได้ดาบปริศนาที่มีพลังทำลายสูงเพียงนี้เชียวหรือ?
ไอควันสีเทาแผ่ขยายจนเจาะทะลุม่านเวทย์ของลอซูที่สร้างขึ้นไว้ จากนั้นมันก็ตรงเข้าไปเล่นงานผู้ใช้ไสยเวทย์ที่อยู่ด้านหลังก่อนทันที ส่วนอองทีพลันเห็นโอกาสจึงรีบวิ่งออกไปยังอีกฝั่งที่เกาลัดยืนอยู่
ทางด้านเกาลัด หญิงสาวรับรู้ได้ว่ามีพลังปริศนาบางอย่างเริ่มตอบสนองเข้ามา เกาลัดคล้ายเจ็บแสบที่หน้าอกรุนแรงจนแผ่นหลังโค้งงอ เชาวีเห็นความผิดปกติจึงรีบหมุนตัวกลับมาเพื่อพยุงอีกฝ่ายไว้
เชาวาเมื่อรู้ว่าเกาลัดเริ่มไม่ไหวแล้ว จึงดึงหมาดำตัวนั้นออกมาจากตัวนางทันใด
ขณะที่กลุ่มผู้ใช้ไสยเวทย์ทั้งสองฝ่ายเริ่มเข้าปะทะกัน ไอควันสีเทานั้นยังไม่ยอมหยุดไหลออกมาจากตัวผู้พ้นแดน อองทีแหงนหน้ามองม่านกั้นเวทย์ที่คลุมอยู่้าอย่างสงสัย จากนั้นเขาก็พลันกระชับดาบไว้แน่น แล้วตวัดดาบคว้างออกไปยังเป้าหมายทันที
เมื่อม่านกั้นเวทย์ถูกดาบครุฑฑาวิหกพุ่งปะทะ มันแปรเปลี่ยนเป็มวลคลื่นไอน้ำอย่างฉับพลัน สักพักนั้นไอน้ำฝนนอกฤดูก็ปกคลุมไปทั่วผืนป่ารอบข้าง
ครั้นไร้ซึ่งม่านกั้นเวทย์ที่เคยฉุดพลังผู้ใช้ไสยเวทย์เอาไว้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็เริ่มใช้เวทย์อาคมของตนได้อย่างถนัด เสียงต่อสู้ของผู้ใช้ไสยเวทย์ดังกึกก้องไปทั่วแนวป่า จนผู้คนในหุบเขาค้าทาสเริ่มรู้สึกแตกตื่น
อองทีรีบเอื้อมมือไปคว้าร่างของเกาลัดเข้ามาชิดใกล้ จากนั้นก็จับข้อมือของนางเพื่อตรวจหาชีพจร เขามีสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะเอ่ยบางสิ่งกับเชาวีที่อยู่ใกล้ๆ
อีกฝ่ายพยักหน้ารับ จากนั้นเชาวีก็ส่งถ่ายพลังเวทย์บางอย่างเข้าร่างเกาลัดทันใด จนหญิงสาวเริ่มมีสีหน้าดีขึ้นตามลำดับ เกาลัดบอกเล่าอาการเบื้องต้นให้ทั้งสองฟัง จนพวกเขาคลายความกังวลใจลง
เชาวาเมื่อเห็นอองทีเข้ามาช่วยเกาลัดแล้ว ก็หันไปต่อสู้กับอังเตที่กำลังจะบุกเข้ามาชิงตัวเกาลัด
ขณะที่เชาวากำลังจะร่ายเวทย์อาคมอยู่นั้น ไอควันสีเทาก็โผล่ออกมายึดจับ่ตัวของนางเอาไว้ ทำให้แส้อาคมของอังเตฟาดเข้ากลางลำตัวของเชาวาทันใด
ภายหลังจากเชาวาถูกโจมตี นางก็พลันโน้มตัวลงเพื่อถ่ายเทพลังเวทย์ที่แล่นเข้าสู่ร่าง ไอควันสีเทายังตรึงกายของนางเอาไว้ จากนั้นไอควันก็ค่อยๆสีเข้มขึ้นคล้ายว่ามันกำลังจะกลืนกินทั้งร่างของเชาวาให้ได้
ในระหว่างนั้นเงาคนผู้หนึ่งวูบผ่านหน้าของนางไป เงาปริศนานั้นปรากฏเป็อองที เขาตวัดดาบโค้งฟันมายังกลุ่มไอควันสีเทาอย่างแรง แสงสะเก็ดไฟพุ่งออกมาจากแรงปะทะจนเชาวาเจ็บร้าวไปทั้งตัว
ขณะนั้นกลุ่มไอควันสีเทาก็ถูกอองทีคว้าจับเอาไว้ในมือ ั์ตาสีเข้มของชายหนุ่มปรากฏแววประหลาดใจ เพราะขุมพลังในร่างของเขาคล้ายไม่้ากลืนกินเ้าสิ่งนี้
อองทีปรายตามองคนชุดเทาที่อยู่อีกฝั่งอย่างสงสัย คนผู้นี้ปกปิดพลังเวทย์ของตนไว้อย่างแเี ไอควันสีเทานั้นมีบางอย่างทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
ผู้พ้นแดนเมื่อรู้ว่าดาบของอองทีคืออะไรก็พลันสีหน้าหวั่นวิตกเล็กน้อย ศาสตราวุธโบราณในอดีต มิใช่จะสยบต่อผู้เป็นายที่แท้จริงเท่านั้นหรือ?
จังหวะนั้นเสียงหวีดร้องของเกาลัด ปลุกความตื่นตระหนกของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นทันใด ร่างบางของหญิงสาวถูกฉุดรั้งไว้ด้านหน้าสตรีปริศนาคนหนึ่ง ใกล้กันนั้นก็ปรากฏร่างเชาวีที่กำลังถูกเวทย์อาคมของอีกฝ่ายตรึงร่างไว้ที่พื้น
ชายชุดเทาไม่รู้ว่าไปปรากฏกายข้างสตรีผู้นั้นั้แ่ตอนไหน เขาเหมือนกำลังส่งกระแสจิตกล่าวบางอย่างกับนาง จนอีกฝ่ายพลันคว้าเหรียญคุมิญญาที่เกาลัดสวมใส่มาพลิกดู สตรีผู้นั้นรูปร่างใหญ่ ใบหน้ากลม กลิ่นอายลึกล้ำยากจะหยั่งถึงระดับไสยเวทย์
สตรีผู้นั้นเหลือบมองอองทีด้วยสีหน้าตื่นตะลึงเล็กน้อย ดาบที่เขาถืออยู่ก็ราวกับจะพุ่งออกมาเชือดคอนาง เ้าเมืองโกนิลหรือ?
อองทีเหลียวมองเกาลัดพลางกัดฟันแน่นอย่างเจ็บใจ เขากลับคาดไม่ถึงว่าเผ่าพยัคฆ์ดำจะส่งผู้ใช้ไสยเวทย์ระดับนี้ออกมา หากสตรีผู้นี้ร่วมมือกับชายชุดเทา พวกเขาทั้งหมดย่อมไม่อาจต้านทานได้ ส่วนเพลิงดำเมื่อเห็นเกาลัดถูกจับตัวไปก็คิดจะพุ่งกระโจนไปข้างหน้า แต่ถูกอองทีส่งเสียงให้มันหยุดไว้
เชาวาเมื่อเห็นเกาลัดกับเชาวีอยู่ในอันตรายก็คิดจะบุกเข้าไปช่วยเช่นกัน แต่เมื่อคิดว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา นางก็ทำได้แค่เพียงยืนกระทืบเท้าบนพื้นอย่างโกรธแค้น
ทว่ายังไม่ทันที่อองทีจะเตรียมตัว เงาร่างของเกาลัดก็ถูกสตรีคนนั้นดึงเข้าไปในป่าด้านหลังแล้ว ชายชุดเทายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ขยับฝ่ามือเล็กน้อย ลูกไฟขนาดเล็กเท่าแมลงผุดขึ้นมาจากร่องดินด้านล่าง มันตรงเข้าไปจู่โจมผู้ที่อยู่บริเวณนั้นทันที
อองทีรู้ว่าลูกไฟแมลงพวกนี้เป็แค่เวทย์อาคมใช้ก่อกวน จึงไม่ได้ตั้งใจหลบหลีกแต่อย่างใด
อังเตเดินเข้ามายืนข้างผู้พ้นแดน เมื่อเห็นอองทีพ่ายแพ้อยู่ตรงหน้าก็พลันยิ้มเยาะ เขาทุ่มเทให้กับการต่อสู้ในครั้งนี้เป็อย่างยิ่ง ถึงขนาดสามารถเชิญผู้าุโของเผ่าออกมาได้ถึงสองคน
ครั้นลูกไฟแมลงอาละวาดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นพวกมันก็ทยอยถูกกำจัด ทว่ากว่าทุกอย่างจะเริ่มสงบลงคนของเผ่าพยัคฆ์ดำก็หายตัวกันไปหมดแล้ว ผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่าจันทราาเ็กันอยู่หลายคน อองทีจึงไม่อยากรั้งตัวพวกเขาไว้
เมื่อไม่อาจติดตามพวกเผ่าพยัคฆ์ดำได้ อองทีจึงต้องรีบออกไปสมทบคนของตนเพื่อวางแผนช่วยเหลือเกาลัดในทันที
ณ ห้องโถงใหญ่ภายในเผ่าพยัคฆ์ดำ เกาลัดถูกคุมตัวเข้ามาโดยสตรีร่างใหญ่ผู้นั้น
ภายในห้องโถงใหญ่ ปรากฏเหล่าผู้ใช้ไสยเวทย์ชายหญิงหน้าตาเคร่งขรึมนั่งอยู่เป็แถวทั้งสองฝั่ง ตรงกลาง้าพบชายวัยกลางคนยืนจับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้มาใหม่ที่ด้านล่าง ใบหน้าอีกซีกหนึ่งของเขาปรากฏมีรอยสักสีดำคล้ายกันกับอังเตไม่มีผิด
ผู้นำเผ่าพยัคฆ์ดำ เ้าจักษา..
สตรีผู้นั้นปล่อยตัวเกาลัดให้เป็อิสระ หญิงสาวกวาดมองผู้คนที่จับจ้องมาด้วยท่าทางงุนงง
จากนั้นนางก็พลันนั่งลงกับพื้นพร้อมนวดข้อเท้าของตัวเองไปมา ปากเล็กจ้อยของนางพร่ำหลายประโยค จนสตรีร่างใหญ่ผู้นั้นคิดจะกล่าวสั่งสอนมารยาทให้กับนางสักยกหนึ่ง แต่อังเตที่เดินติดตามมาด้านหลังก็พลันมาขัดจังหวะเสียก่อน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ช่วยจัดงานแต่งให้ข้ากับนางด้วยเถิดขอรับ” อังเตโค้งศีรษะลงต่ำขณะกล่าวบางอย่างขึ้นมา จนทำให้คนที่อยู่ในห้องโถงนั้นเริ่มแตกตื่น
ผู้พ้นแดนที่ยืนเฝ้าสังเกตอยู่อีกมุม มีสีหน้าประหลาดเล็กน้อย หากเขาเดาไม่ผิด อังเต้าปกป้องเด็กสาวผู้มีไอพลังจันทราสีเืผู้นี้ ถึงขั้นจะรับนางมาเป็ภรรยาของตน
สตรีร่างสูงระหงผู้หนึ่งลุกขึ้นจากที่นั่งด้านหน้า นางปรายตามองเกาลัดที่นั่งอยู่บนพื้น แล้วหันกลับมามองอังเตด้วยแววตาดุดัน
“อังเต เื่นี้หาใช่จะเอามาพูดพล่อยๆได้ ลูกเป็ถึงทายาทของผู้นำเผ่า น่าจะรู้ดีว่าเรามีกฎเข้มงวดยิ่ง ส่วนนาง.. อย่างไรเสียก็ไม่อาจเลี่ยงโชคชะตาของตนได้ แม่จึงไม่อยากให้เ้าต้องมาเสียใจภายหลัง”
สตรีที่ยืนกล่าวด้วยวาจาฉะฉานอยู่นั้นคือนายา ผู้เป็แม่ของอังเต นางย่อมเป็ผู้นำเื่การหาคู่ครองให้กับชายหญิงในเผ่า แต่บุตรชายคนโตของนาง จะเลือกหญิงสาวที่มีพลังประหลาดในร่าง ถึงต่อให้หน้าตางดงามเพียงใด นางย่อมไม่สนับสนุน
อังเตเมื่อได้ฟังก็คล้ายมีหมอกหนาทึบบดบังไปทั่วทั้งร่าง เขาเพียงแค่้ารักษาชีวิตของเกาลัดเอาไว้ การแยกไอพลังจันทราสีเืออกจากร่างของหญิงสาว ย่อมไม่สามารถคาดเดาผลกระทบที่จะตามมาได้
หากโชคดีนางอาจจะรอด.. หรือหากโชคร้ายเขาก็ต้องสูญเสียนางไป แต่หากเกาลัดแต่งงานกับเขา คนในเผ่าย่อมต้องหาวิธีที่จะช่วยชีวิตของนางเอาไว้
จักษาเดินลงมาด้วยท่าทีขึงขัง เขามาหยุดยืนเบื้องหน้าเกาลัดที่นั่งอยู่ หญิงสาวเมื่อเห็นเงาร่างคนผู้หนึ่งแผ่ไอพลังกดดันบางอย่างเข้ามา นางก็พลันดีดตัวขึ้นยืนแล้วโค้งให้อีกฝ่ายเล็กน้อย
ชายหน้าเข้มผู้นี้น่าจะเป็พ่อของอังเต หรือก็คือพ่อสามีของนางในอนาคต เกาลัดรู้ว่าอังเตไม่อยากให้นางอยู่ที่นี่โดยไร้สถานะ จึงประกาศขอแต่งงานท่ามกลางเหล่าญาติพี่น้องของตน แต่การกระทำเช่นนี้ย่อมต้องขัดใจผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนอย่างแน่นอน
“หึ! ถ้าเ้าอยากจะแต่งกับนาง ก็ต้องรอนางรอดพ้นจากความตายให้ได้เสียก่อน” จักษากล่าวขึ้นต่อหน้าเกาลัด
คนของเผ่าพยัคฆ์ดำที่นั่งอยู่ก็ต่างพากันพยักหน้า คล้ายเห็นดีเห็นงามกับคำพูดของผู้นำเผ่า ยกเว้นอังเตที่กำลังกำมืออันสั่นเทาเอาไว้ข้างตัวอย่างเงียบๆ
ขณะที่จักษากำลังจะหมุนหน้ากลับไป เกาลัดก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างฉับพลัน หญิงสาวหนังศีรษะชาวาบพลางใช้มือปิดปากของตนไว้
ชั่วพริบตาเดียวนั้นกลับพบว่ามีบางสิ่งคล้ายแมลง กำลังลอดผ่านออกมาจากช่องปากของนาง สิ่งนั้นมันบินไปข้างหน้าแล้วเกาะบริเวณหน้าอกของจักษา อีกฝ่ายย่นหัวคิ้วอย่างสงสัยก่อนที่จะหยิบมันออกมาตรวจดู
สักพักนั้นจักษาก็พลันสีหน้าเดือดพล่าน เขาถลึงตามองสตรีร่างใหญ่ผู้นั้นที่มีท่าทีตื่นตะลึงอยู่เช่นกัน
จักษาขยำแมลงตัวนั้นจนแหลกเป็ฝุ่นผงคามือ จากนั้นก็คว้าคอเกาลัดมากำไว้แน่น
อังเตที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดจะรุดเข้ามาช่วยหญิงสาว แต่ก็ถูกพลังไร้สภาพกลุ่มหนึ่งผลักตัวออกไป
“กล้าตบตาคนอย่างข้าได้เชียวหรือ!!”
จักษาบีบคอเกาลัดแล้วดึงร่างของนางลอยสูงขึ้น หญิงสาวยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบไปว่า “เฮ้อ.. ข้าเกือบจะได้เป็ลูกสาวของท่านอีกคนแล้วนะ” นางทำสีหน้าเศร้าสร้อยลง
“ท่านพ่อ!!” อังเตะโออกมาเพื่อเตือนสติให้จักษาระงับความโกรธ
ครั้นเมื่อจักษาบีบร่างเกาลัดจนพอใจ จากนั้นก็จับนางกระแทกลงพื้นตรงนั้นอย่างแรง
ร่างของหญิงสาวพอตกกระแทกพื้นก็คล้ายบิดเบี้ยวเหมือนดินปั้น ใบหน้าของนางมีร่องรอยการแตกร้าวจนเห็นได้ชัด
คนที่อยู่ในห้องโถงนั้นต่างตื่นใกับเื่ที่เกิดขึ้น พวกเขาเกือบทั้งหมดในที่นี้เป็ระดับผู้ใช้ไสยเวทย์ฝีมือดีของเผ่าพยัคฆ์ดำ
แต่กลับดูไม่ออกว่าหญิงสาวผู้มีไอพลังจันทราสีเืที่ถูกพาตัวมานั้นเป็เพียงแค่ หุ่นเชิด!!
อังเตเมื่อรู้ว่าเกาลัดเป็ตัวปลอมก็พลันโกรธแค้นสุดขีด จนแทบอยากจะออกไปสังหารอองทีเสียตอนนี้ เขาไม่รู้ว่าหุ่นเชิดตัวนี้มีที่มาอย่างไร ถึงสามารถหลอกล่อผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงของเผ่าพยัคฆ์ดำได้
ส่วนเหรียญคุมิญญาที่เกาลัดตัวปลอมสวมใส่นั้น ก็ดูจะใกล้เคียงกับของจริงจนแยกแยะไม่ได้
เกาลัดตัวปลอมในร่างหุ่นเชิด เมื่อรู้ว่าถูกเปิดโปงก็พลันสีหน้าเคร่งเครียด ภารกิจของมันคิดว่าจะยาวนานกว่านี้ แต่เมื่อเดินเข้าถ้ำเสือ หากไม่ถูกฉีกกินเนื้อก็ถือว่าเป็เื่ประหลาดแล้ว..
หุ่นเชิดไม่รีรอที่จะถูกทุบให้ตายอีกครั้ง มันไม่ได้พยายามซ่อมแซมร่างที่บิดเบี้ยวของตัวเอง แต่กลับดึงแขนขาของตนออกมา พลันนั้นแมลงน้อยใหญ่ก็พุ่งบินออกมาจากร่างของมันอย่างรวดเร็ว
ฝูงแมลงนั้นมีมากมายจนห้องโถงใหญ่พลันเปลี่ยนเป็มืดมัว เหล่าผู้ใช้ไสยเวทย์ก็ต่างพากันร่ายเวทย์อาคมป้องกันตัวและพยายามกำจัดฝูงแมลงนั้น แต่ยิ่งกำจัดมากเท่าไหร่ ฝูงแมลงประหลาดกลับเพิ่มทวีขึ้นมากเท่าตัว
ผู้พ้นแดนหลบมายืนอยู่อีกฝั่งของห้องโถงใหญ่ เขาถอนสายตาออกมาจากความโกลาหลวุ่นวายที่อยู่เบื้องหน้า
เ้าเมืองโกนิลไม่ได้เพียงแค่ปั่นหัวเผ่าพยัคฆ์ดำเล่น แต่คล้ายกำลังส่งสัญญาณการเริ่มศึกาขนาดย่อมขึ้นมา เผ่าโกนิลและเผ่าพยัคฆ์ดำมีข้อตกลงจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่หากเ้าอองทีคิดจะพลังนั้นแต่เพียงผู้เดียว เผ่าพยัคฆ์ดำมีหรือจะยินยอมให้เขาสมปรารถนาได้
เสียงหัวเราะดังลอยออกมาจากรถม้าขบวนหนึ่ง ด้านในรถม้าปรากฏเป็เชาวาที่กำลังนั่งฟังเกาลัดเล่าเื่ขำขัน ทั้งสองหัวไหล่สั่นไปมาพร้อมกันเป็ระยะ
เสียงหัวเราะของทั้งสองนั้น กลับไม่ได้ทำให้หมาดำตัวเล็กที่นอนอยู่ข้างๆตื่นใ มันนอนนิ่งสงบราวกำลังอยู่ในอาการหลับลึก
เชาวากับเกาลัดเดินทางออกมาจากหุบเขาค้าทาสนานพักใหญ่แล้ว โดยมีเบียงตอเป็สารถีนั่งบังคับม้าอยู่ด้านหน้า ซึ่งจุดหมายของพวกเขาย่อมต้องไปยังจุดนัดพบแห่งหนึ่ง
ภายหลังจากแผนการได้ถูกวางเอาไว้แล้ว หุ่นเชิดของเชาวีก็ถูกประกอบร่างขึ้นใหม่ โดยเขาได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาไสยเวทย์นี้มาจากปาเนียง ต่อให้ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นมหาเทพก็ยากที่จะมองออกได้
หุ่นเชิดนี้ถูกสร้างเป็ตัวตนเสมือนจริงของเกาลัดและเชาวา ส่วนเหรียญคุมิญญาที่เกาลัดตัวปลอมสวมใส่นั้น เป็อาวุธเวทย์ขั้นสูงชนิดหนึ่งที่สามารถลอกเลียนจากของจริงได้
การที่จะออกมาจากหุบเขาค้าทาสได้อย่างสะดวก จะต้องมีสถานการณ์หลอกล่อเสียก่อน อองที้าลองเชิงเผ่าพยัคฆ์ดำจึงแค่ผลักเรือตามน้ำ เขากับลอซูและผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่าจันทราก็เข้าไปร่วมวงชิงตัวเกาลัดด้วย
โดยตามปกติแล้วเผ่าพยัคฆ์ดำ ไม่เคยส่งกองกำลังของตนมาขัดแย้งกับผู้อื่นเช่นนี้ หากพวกเขารู้ว่าหญิงสาวผู้มีไอพลังจันทราสีเืในกายเป็ตัวปลอม อองทีก็ไม่รู้ว่าสีหน้าของเ้าจักษาผู้นำเผ่าพยัคฆ์ดำจะเป็อย่างไร
ครั้นเมื่อรถม้าเดินทางมาถึงจุดนัดพบ สถานที่แห่งนี้เป็เพียงเรือนไม้ไผ่หลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ตีนเขา เบียงตอรีบส่งสัญญาณบางอย่าง ไม่นานนักเบื้องหน้าก็พลันปรากฏม่านบางเปิดออก เพลิงดำเมื่อเห็นว่าถึงที่หมายแล้ว มันก็ะโออกมาจากรถม้าอย่างว่องไว
เชาวาค่อยๆประคองเกาลัดลงมาจากรถม้า จากนั้นก็รีบผลักตัวหญิงสาวไปหลบอยู่ด้านหลังตนอย่างหวาดระแวง เพราะมีกลุ่มผู้มายืนรอต้อนรับพวกนางมีท่าทางแปลกประหลาดทุกคน
นอกจากคนคุ้มกันชุดดำสิบกว่าคนที่อยู่อีกฝั่งแล้ว ผู้ที่ยืนประจันหน้ากับนางและทำท่าทางฉีกขากว้างอย่างไร้มารยาทนั้น ปรากฏเป็ชายร่างสูงใหญ่แบกขวานพาดบ่า เขาสีหน้าถมึงทึงไม่ค่อยเป็มิตร ส่วนอีกคนก็เป็สตรีพกดาบกิริยาอาการเย่อหยิ่งไม่ต่างกัน
ถัดไปก็เป็ชายหนุ่มหน้าใสผู้หนึ่ง เขาแต่งตัวสะอาดสะอ้าน ดูจะพูดคุยได้ง่ายกว่าสองคนที่เหลือ เกาลัดคล้ายรู้จักพวกเขา นางจึงโผล่ศีรษะออกมาโบกมือทักทายอย่างเป็กันเอง
เมื่อเกาลัดและเชาวาเข้ามาในเรือนไม้ไผ่ก็พบว่า ฝั่งด้านหลังมีบ้านที่ก่อด้วยหินหยาบอยู่หลายหลัง ไคจาบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็จุดลับที่สร้างไว้สำหรับการพบปะเื่สำคัญระหว่างเมือง ซึ่งเกาลัดพอจะคาดเดาได้ว่ามันอาจคล้ายกับเซฟเฮ้าส์ในยุคปัจจุบัน
ภายหลังจากอองที ลอซู และเบียงตอแยกตัวเดินทางไปยังหุบเขาค้าทาส พวกเขาที่เหลือก็ต้องนั่งรอคอยฟังข่าวอยู่ที่นี่แทน ส่วนกลุ่มคนของเผ่ามังคารวมถึงยาหลู่ พวกเขาก็แยกกันที่เมืองไพรนารัมั้แ่เกิดเื่ในวันนั้น
ครั้นเวลาผ่านไปพักใหญ่ อองที ลอซู กับเชาวีก็เดินทางมาสมทบ เกาลัดไม่ได้ให้ความสำคัญกับอองทีนัก จึงไม่ได้คิดว่าตนเองมีธุระใดที่จะไปพบเขาเป็การส่วนตัว
ส่วนเพลิงดำหลังจากที่อองทีกลับมาก็พลันหายตัวไป เชาวาย่อมไม่รู้ว่าหมาดำตัวเล็กที่ติดสอยห้อยตามมานั้น จะเป็ถึงปีศาจคุ้มกายของเ้าเมืองโกนิล แม้ว่าเกาลัดจะชอบเพลิงดำ แต่การไม่มีสายสอดแนมคอยจับตาอยู่ใกล้ๆ นางย่อมรู้สึกสบายใจมากกว่า
เกาลัดกับเขาวาพักอยู่แต่ในบริเวณบ้านหินที่ไคจาจัดหาไว้ให้ ส่วนเชาวีเมื่อมาถึงก็ออกไปสังสรรกับเบียงตอและคนอื่นๆอยู่ด้านนอก
วธูจึงแอบเอาสุราหมักดอกไม้กลางคืนมาให้พวกนางทั้งสองคน อีกฝ่ายบอกว่าสุราชนิดนี้หายาก เพราะต้องได้รับพลังธรรมชาติอย่างครบถ้วน ฉะนั้นโรงต้มเหล้าทุกแห่งที่จะทำสุราชนิดนี้ พวกเขาจะต้องแบกไหสุราขึ้นบนยอดเขาเพื่อไปฝังในดินบริสุทธิ์เท่านั้น ผู้คนจึงเรียกสุราหมักดอกไม้กลางคืนนี้ว่าสุรา์..
เกาลัดเมื่อได้ฟังก็ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย หญิงสาวจึงค่อยๆจิบสุรา์แล้วจินตนาการว่า นางกำลังนั่งชมธรรมชาติอยู่บนยอดเขา แต่ส่วนเชาวาที่เป็ถึงระดับผู้ใช้ไสยเวทย์แค่ได้ลองสุรา์เพียงหนึ่งจอก นางก็ล้มตึงไปนอนกับพื้นทันที
ทางด้านเกาลัดกับวธูที่นั่งอยู่ด้วยกันก็เริ่มรู้สึกเมาได้ที่ หูของนางก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งมาหยุดยืนตรงหน้าประตู
สักพักเงาร่างสูงสง่าของอองทีก็ลอดผ่านเข้ามาด้านใน เขาเหลือบมองเชาวาที่นอนอยู่กับพื้นเล็กน้อย ก่อนจะพบว่ามีหญิงสาวสองคนนั่งหน้าแดงราวกับผลไม้สุกอยู่อีกด้าน
วธูเมื่อเห็นผู้มาใหม่เข้ามาก็พลันรู้สึกเย็นวูบ นางสะบัดหน้าตัวเองไปมาเพื่อตั้งสติ จนกระทั่งพบว่าร่างบางของเกาลัดถูกอองทีอุ้มขึ้นมาแนบอกตนแล้ว
ชายหนุ่มสีหน้าเ็า ั์ตาสีเข้มคล้ายไม่พอใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พลันอุ้มเกาลัดหายออกไปจากห้องทันใด สมองวธูยังมึนตึงด้วยฤทธิ์เหล้า เหตุใดผู้เป็นายถึงได้ทำหน้าบึ้งตึงใส่นางเช่นนั้น
เมื่ออองทีพาเกาลัดมาถึงบ้านพักที่อยู่ท้ายสุด ไคจาที่ติดตามมาั้แ่แรกก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวน เขาจึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ห่างๆจากด้านหน้าเท่านั้น
อองทีพาเกาลัดเข้ามานั่งบนฟูกเตียง แต่ลำตัวตั้งตรงของนางยังไม่ยอมเอนหลังนอนลง เกาลัดได้สติั้แ่ที่เขาช้อนร่างนางขึ้นมาแล้ว ความรู้สึกอันคุ้นเคยในความทรงจำประหลาดนั้นพลันหวนกลับมา จนทำให้เกาลัดไม่อาจที่จะต่อต้านขัดขืนเขาได้
อีกฝ่ายเดินเข้าไปหิ้วถังน้ำในห้องชั้นใน จากนั้นก็ใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำปั้นให้พอหมาด ชายหนุ่มทำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วจนเกาลัดประหลาดใจ
จากนั้นอองทีก็มานั่งตรงหน้า แล้วใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดซึมรอบใบหน้าของนาง
“ตอนเ้าอยู่บนลานงานแต่งที่เผ่าจันทรา เ้างดงามมากรู้หรือไม่”เขาเอ่ยแ่เบา
เกาลัดได้แต่กลืนคำพูดของตนไว้หลายคำ หญิงสาวกำลังมึนงงจึงไม่รู้จะรวบรวมความกล้าถามเขาว่าอย่างไร ทุกครั้งที่หญิงสาวอยู่ใกล้เขา ทั้งแรงกดประหลาดและความรู้สึกโหยหาคุ้นเคยนั้น มันทำให้นางสับสนวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก
กริชเล่มนั้น...
เขาเป็คนฆ่านางด้วยกริชเล่มนั้น..
อองทีเมื่อรู้ว่าเกาลัดมองตนด้วยท่าทีประหลาด จึงใช้มือลูบแก้มแดงเรื่อของนาง พลางเอ่ยต่อไปว่า “ไม่ว่าที่ผ่านมาเ้ากับข้าจะเกี่ยวข้องกันเช่นไร แต่ตอนนี้ข้าจะขอดูแลเ้าให้ดีที่สุดเอง”
เกาลัดเมื่อได้ฟังก็ปัดมือเขาออกทันใด “ท่านก็้าสิ่งที่อยู่ในตัวข้าไม่ต่างจากพวกเผ่าพยัคฆ์ดำ”
“ไม่ใช่!” อองทีเอ่ยตอบเสียงแข็ง
ขณะนั้นขุมพลังในร่างอองทีก็เริ่มทะลวงออกมาราวกับบ่อน้ำไหล ในปากของเขามีรสขมปร่า ร่างกายก็ไม่อาจควบคุมไปได้อีก
ชายหนุ่มมองแววตาดื้อรั้นของเกาลัด จากนั้นก็พลันดึงร่างของนางขึ้นมาจากเตียง เงาสูงของเขาโถมเข้าจู่โจมร่างหญิงสาวให้ชิดผนัง
อองทีโน้มตัวแนบชิดเกาลัดราวกับเหยื่อในกรงเล็บ จากนั้นชายหนุ่มก็รีบคว้าเอวบางของนางมากอดรัดไว้ มือใหญ่หนาของเขากดแน่นไปยังปลายคางอีกฝ่าย
อองทีโน้มใบหน้าจุมพิตปากชมพูเล็กนั้นอย่างกระหายอยาก เขาลากลิ้นหนาของตัวเองเข้าไปยังช่องปากเกาลัดเพื่อดูดดื่มรสชาติหวานหอม ริมฝีปากนุ่มนิ่มรับกับใบหน้างดงามของหญิงสาว ไม่อาจทำให้เขาวางการกระทำอันป่าเถื่อนครั้งนี้ลงได้
เกาลัดคล้ายกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน สมองของนางมีแต่สีขาวโพลนว่างเปล่า แต่ความทรงจำที่เคยสวยงามฉากหนึ่ง กลับพลันเริ่มผุดขึ้นมาราวกับคลื่นซัดฝั่ง
อองทียังไม่สุขสมพอจึงพยายามรุกคืบเข้ามาใกล้ จนแผ่นอกร้อนระอุของเขาเบียดร่างของนางแทบแหลกละเอียด ขุมพลังปริศนาที่ซ่อนเร้นในกายเขาเริ่มมีปฏิกิริยา มันไหลวนรุนแรงก่อนจะแทรกผ่านเข้าร่างกายของเกาลัดทันที
ประกายแสงปริศนา พลันเปล่งออกมาจากเหรียญคุมิญญาในทันใด..
สักพักทั่วทั้งร่างของเกาลัด ก็คล้ายกับว่ามีลมอุ่นร้อนซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก ขุมพลังนั้นกำลังวิ่งไล่ไอพลังสีดำที่ฝังอยู่ในร่างหญิงสาว มันดึงกระชากไอพลังสีดำแล้วเกาะกุมเอาไว้
จากนั้นขุมพลังอันแข็งแกร่งของมัน ก็ค่อยๆดูดกลืนไอพลังสีดำราวกับเจอของที่รอคอยมาเนิ่นนาน
จิตสำนึกเกาลัดเมื่อรู้ว่าร่างกายของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย นางพลันดิ้นพล่านในอ้อมกอดของอองทีไปมา สัญลักษณ์ตรงหว่างคิ้วของหญิงสาวค่อยๆปรากฏ
นางกำลังเรียกหามัน!
ั์ตาเกาลัดคล้ายมีกองไฟลุกโชน นางเตะร่างอองทีไปชนกระแทกกับผนังห้องฝั่งตรงข้าม บรรยากาศมืดครึ้มเริ่มแผ่ปกคลุมอย่างไร้ที่มา เสียงแว่วดังคล้ายบางอย่างฉีกห้วงอากาศตรงมาจากทางด้านนอก
เพียงชั่วอึดใจบางอย่างนั้น ก็พลันพุ่งทะลุประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เกาลัดถือดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาเอาไว้ในมือ นางปรายตามองสำรวจสิ่งนี้ด้วยความสงสัยเล็กน้อย หญิงสาวสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะชักดาบแล้วเดินเข้ามาหาอองทีที่อยู่อีกฝั่ง
ชายหนุ่มกระอักเืสดคำใหญ่ เพราะร่างถูกกระแทกอย่างแรง เขาหายใจติดขัดคล้ายกับมีบางอย่างกำลังกดทับหน้าอกไว้
พลันนั้นไอควันสีดำก็พุ่งออกมาจากพื้นด้านล่าง มันสร้างกำแพงกั้นตัวอองทีเอาไว้ จากนั้นก็ดันพลังอีกส่วนหนึ่ง ยึดเกาะขาทั้งสองข้างของเกาลัดทันที
หญิงสาวคล้ายว่ามีพลังมหาศาลฉุดรั้งเอาไว้ นางจึงพลิกดาบที่อยู่ในมือพุ่งไปยังกำแพงสีดำที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง
ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา ครั้นเมื่อปักกลางกำแพงสีดำ มันก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย บริเวณโดยรอบกำแพงสีดำปรากฏม่านหมอกซีดจาง กลิ่นไอสนิมคละคลุ้ง
ไม่นานนักม่านหมอกนั้นก็พลันแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงแดงฉาน มันเริ่มไหม้ลุกลามจนถึงตัวดาบที่ปักคาไว้
ภายในตัวบ้านก็เริ่มมีบางอย่างเกิดความร้อนจนเพลิงลุกไหม้เช่นกัน ไคจาที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ด้านนอกก็ตัดสินใจพุ่งตัวเข้ามา เมื่อเขาเห็นเกาลัดที่อยู่อีกร่างหนึ่งก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ออก
ขณะที่เปลวเพลิงกำลังจะลุกลามถึงตัวอองทีแล้ว ไคจาจึงรีบหิ้วปีกผู้เป็นายออกไปจากบ้านได้อย่างทันควัน
ลอซูและกลุ่มคนคุ้มกันชุดดำ วิ่งเข้ามายังบริเวณนั้นด้วยท่าทีตื่นตระหนก อองทีเมื่อรู้ว่าตนออกมาได้ในใจก็คิดเป็ห่วงเกาลัด เขาจึงผลักไคจาออกห่างตัวแล้วจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง
จังหวะที่อองทีกำลังจะวิ่งเข้าไปนั้น อากาศบริเวณโดยรอบก็พลันถูกบีบอัด บ้านหินหลังนั้นก็ปรากฏรอยแตกร้าวอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา ควันไฟสีดำแดงพลันไหลทะลักออกมา ตามด้วยเสียงะเิกัมปนาทดังสนั่น พื้นดินด้านล่างไหวะเื ก้อนหินน้อยใหญ่หลุดกระเด็นออกมาตามแรงะเินั้น
ลอซูครั้นมองเห็นอันตรายจึงรีบร่ายเวทย์อาคมของตน สร้างม่านปกป้องทุกคนที่อยู่ด้านนอกเอาไว้
สักพักเมื่อเหตุการณ์สงบลง ทุกคนก็ต่างพากันสำรวจความเสียหายรอบนอก ครั้นฝุ่นควันกลุ่มหนึ่งเริ่มจางหายไป ปรากฏเงาร่างของใครคนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลกออกมาจากกองเศษซากนั้น
เกาลัดเอียงคอเดินโซเซออกมาพร้อมกับหมาดำตัวเล็ก อองทีเมื่อเห็นว่านางปลอดภัยก็พลันระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ส่วนเพลิงดำที่ยืนอยู่ข้างๆ มันมีท่าทีโกรธขึ้ง แววตาปรากฏความเอือมระอาอยู่หลายส่วน
หญิงสาวพลันรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน สมองยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า นางเห็นแต่เพียงวธูวิ่งเข้ามาประคอง พร้อมถามไถ่อาการของนางอย่างไม่หยุดปาก
เกาลัดเมื่อเห็นหน้าวธู ก็เผลอฉีกยิ้มพลางตบไหล่ของอีกฝ่ายไปมา นางทำท่าทางสะอึกครั้งหนึ่ง แล้วพลันะโเสียงดังไปว่า
“พี่สาว ข้าอยากดื่มสุรา์สักจอก!!”
ระหว่างนั้น ภายในปราสาทสีดำ ใบหน้างดงามของบุรุษผู้หนึ่งพลันค่อยๆลืมตาขึ้น เหนือขึ้นไป้าร่างเขา ปรากฏมวลพลังสีดำเข้มปกคลุมศีรษะของอีกฝ่ายเอาไว้
มือของเขากำแน่น แววตาขุ่นมัวซีดจาง ภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้หนึ่งพลันเลือนรางในความทรงจำ
เทธานต้องอดทนอีกนานเพียงใด นาง.. ถึงจะมาอยู่เคียงข้างเขาอีกครั้ง
กลางห้องโถงเรือนไม้ไผ่ อองทีเดินสับเท้าไปมาพลางทำมือไขว้หลังอย่างรู้สึกกังวล โดยมีเพลิงดำที่อยู่ในร่างหมาป่าดำนั่งอยู่อีกฝั่ง
เพลิงดำเล่าการต่อสู้ระหว่างมันกับดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา ว่าเป็การประจันหน้าที่ดุเดือดครั้งหนึ่ง..
เพลิงดำอธิบายเพิ่มต่อว่า แม้เกาลัดจะมีเหรียญคุมิญญาควบคุมพลังอยู่ในร่าง แต่ก็ไม่อาจสะกดไอพลังจันทราสีเืได้อย่างสมบูรณ์ พลังของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาย่อมแทรกแซงบงการได้
แผนต่อไปของอองทีคือการพาเกาลัดกลับเมืองโกนิล แต่หากนางเปรียบเสมือนอาวุธร้ายกาจที่หลับใหลรอการถูกปลุกตื่น เขาย่อมต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนขึ้น
“ตอนนี้เราคงไม่ต้องคอยปกป้องนางอีกแล้ว แต่เราต้องเตรียมตัวรับมือปกป้องตัวเองจากนางก่อน” เพลิงดำเอ่ยขึ้น
อองทีพลันสีหน้าชะงักงัน เมื่อรู้ว่าเพลิงดำกล่าวในสิ่งที่เป็จริง ขุมพลังในร่างของเขา้าดูดกลืนพลังในตัวเกาลัด หากเขายังเก็บนางอยู่ข้างกายต่อไป จะต้องไม่เป็ผลดีทั้งเขาและนางด้วย
อองทีแ่เสียงลง “เ้ากำลังมีบางสิ่งที่ยังไม่บอกข้า”
“ในตัวของนางย่อมมีเวทย์พลังมากกว่าที่เราเห็น แต่สิ่งนั้นเ้ายังไม่ควรรับรู้ตอนนี้เสียดีกว่า..”
เพลิงดำนิ่งเงียบเพื่อขบคิดบางอย่างแล้วกล่าวต่อ “ข้าคาดการณ์เอาไว้ว่าอีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์สีเื เผ่าพยัคฆ์ดำก็น่าจะรู้แล้วถึง
พยายามชิงตัวเกาลัดให้ได้ เด็กคนนั้นยังไม่ยอมเปิดเผยที่มาภูมิหลังของตน ข้าจึงไม่รู้ว่านางรับไอพลังจันทราสีเืมาได้อย่างไร แต่หากเผ่าพยัคฆ์ดำ้าพลังนี้ย่อมต้องทำในคืนวันนั้นแน่นอน”
เพลิงดำย่อมกล่าวไม่มีผิด เผ่าพยัคฆ์ดำ้าตัวเกาลัดเพื่อโอนถ่ายไอพลังจันทราสีเื ให้กับทายาทที่ถูกคัดเลือกของเผ่า
จากนั้นพวกเขาย่อมมีโอกาสบ่มเพาะผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นมหาเทพขึ้นมา อาจจะเป็เพียงหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น หากเผ่าพยัคฆ์ดำทำสำเร็จ ในอีกไม่ช้าอำนาจของดินแดนทางใต้ อาจจะถูกเปลี่ยนมือจากอาณาจักรโกนิลเป็เผ่าพยัคฆ์ดำก็เป็ได้
อองทีเมื่อได้ฟังก็ขบกรามแน่น หากเกาลัดตกอยู่ในเงื้อมมือเผ่าพยัคฆ์ดำจริง ผู้ที่จะต้องถูกเลือกมารับไอพลังจันทราสีเืเป็แรกน่าจะเป็อังเต ทายาทสืบทอดของเผ่าพยัคฆ์ดำ บุตรชายของเ้าจักษา
แต่ที่ผ่านมาอองทีทราบมาว่าเผ่าพยัคฆ์ดำ เคยมีความขัดแย้งภายในเื่การสืบทอดทายาท ชายชุดเทาในวันนั้นมีฝีมือลึกลับไม่ธรรมดา เขาย่อมไม่ปล่อยให้ไอพลังจันทราสีเืตกเป็ของผู้ใดอย่างแน่นอน
>โปรดติดตามตอนที่20<