.....ณ ยามโฉ่ว* (01.00-02.59น.) .....
“พึ่บพั่บ” เสียงหน้าต่างเปิดเข้าออกในห้องจางหย่งตามด้วยเสียงผู้หญิงเสียงหวานร้องเรียกชื่อ “ท่านจางหย่งช่วยข้าด้วย ฮือ ฮือ”
เมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวแสนหวานเสนาะหู จางหย่งก็ขยี้ตาลุกขึ้นตามหาเสียงเรียก
“ใครเรียกข้า” “เ้าเป็คนหรือเป็ผี้าสิ่งใด” จางหย่งเอ่ยถามด้วยความกล้า สำหรับศิษย์พี่สามคนนี้ของซิงเซี่ยนเป็คนเด็ดเดี่ยวกล้าหาญแถมเฉลียวฉลาดติดเสียแต่อ่อนข้อให้กับหญิงสาวแสนสวยทุกคนที่ได้เผชิญหน้า ซิงเซี่ยนรู้จุดอ่อนจึงได้ใช้มาแกล้งจางหย่ง
“ข้าเป็ร่างิญญาของเซียนบุปผาหลายวันก่อนถูกนักพรตชั่วจับขังไว้ ช่วยข้าด้วย ฮือ ฮือ” เสียงซิงเซี่ยนปลอมแปลงเป็เสียวหญิงสาวออดอ้อนขอความช่วยเหลือ
“เ้าถูกจับไว้ที่ใดข้าจะไปช่วยเ้าเอง” เสียงอ่อนหวานออดอ้อนทำให้จางหย่งรู้สึกอยากจะช่วยเหลือหญิงสาวใจจะขาดตาย
“ข้าถูกฝังอยู่ใต้ต้นท้อในป่าท้อที่อยู่ไม่ห่างจากตำหนักเซียนของท่าน ใต้ต้นท้อจะมีดอกท้อบานสะพรั่งส่งแสงเรืองรองและโถปิดผนึกิญญาของข้าใต้ต้นท้อนั้น หากท่านช่วยปลดปล่อยข้า ข้าจะตอบแทนท่านผู้มีพระคุณทุกอย่างที่ท่าน้าเลยเ้าค่ะ” เสียงออดอ้อนบอกรางวัลในการตอบแทนความช่วยเหลือยิ่งทำให้จางหย่งรีบรุดใส่เสื้อผ้าและออกจากห้องไปที่ป่าท้อทันที
“ต้นท้อต้นไหนกันเนี่ย” จางหย่งขุดใต้ต้นท้อไปหลายสิบต้นแต่ก็ไม่พบโถปิดผนึกิญญาใดๆ เขาขุดจนถึงยามเฉิน* (เวลาจน 07.00-08.59น.) เหนื่อยล้า เนื้อตัวและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดิน หลุมใต้ต้นท้อหลายร้อยต้นถูกขุดขึ้นมาจนไม่หลงเหลือเค้าโครงความสวยงามในผืนป่าท้อเฉกเช่นเดิม
“จางหย่งเ้าทำอะไร! ป่าท้อของข้าถูกเ้าทำลายหมดสิ้นความงามหมดแล้ว” เหล่าซือมู่ผิงเดินออกมาชื่นชอบป่าท้อที่สวยงามเดินผ่านมาพร้อมกับศิษย์คนรองหลี้จิ้งใเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกศิษย์ทำกับป่าท้อของเขาจึงโมโหมาก
“ท่านอาจารย์ ข้ากำลังหาโถผนึกิญญาหญิงสาวที่มาบอกข้าเมื่อคืนนี้ให้ช่วยนาง” จางหย่งบอกด้วยเสียงเหนื่อยล้าเต็มที่ไม่นานก็หมดเรี่ยวแรงหงายหลังล้มทั้งยืนไปต่อหน้าเหล่าซือมู่ผิง
“อาหย่ง อาหย่ง ทำใจดีดีไว้” หลี้จิ้งใรีบเข้าประคองศิษย์น้องสามที่ล้มลงทันที เหล่าซือมู่ผิงตรวจจับอาการพบว่าสูญเสียปราณเซียนไปอย่างมากจากอาการเหนื่อยล้า จึงสั่งให้หลี้จิ้งประคองจางหย่งเข้าไปพักในห้องพักก่อน
“ท่านอาจารย์ศิษย์ว่า่นี้มีเื่แปลกประหลาดเกี่ยวกับเสียงที่ทำให้เหล่าบรรดาศิษย์ร่วมสำนักมีอาการผิดปกตินะขอรับ” หลี้จิ้งผู้สุขุมกลับรู้สึกร้อนรุ่มโกรธในใจ เมื่อเห็นบรรดาศิษย์น้องต้องล้มเจ็บไปต่อหน้าต่อตาจึงบอกถึงความรู้สึกผิดปกติที่เกิดขึ้น
“อืมอาจารย์คิดว่าเป็คนภายในสำนักที่ก่อเหตุครั้งนี้ เมื่อวานอาจารย์ได้กางเขตอาคมสำหรับคนนอกที่จะรุกล้ำเข้ามาเท่านั้น ข้าประมาณเกินไปจริงๆ” เหล่าซือมู่ผิงส่ายหน้าอดตำหนิตัวเองที่ประมาณเล่อเลินทำให้ศิษย์อีกคนต้องเจอเื่ประหลาดจนล้มเจ็บไป
“ท่านอาจารย์อย่าได้ตำหนิตัวเองไปเลยขอรับ” “ข้าว่าเสียงนี้เหมือนเกิดขึ้นได้ไม่นานและบริเวณของเสียงอยู่ในระยะไม่ห่างกันน่าจะสามารถส่งเสียงไปหาได้ในระยะไม่เกินพันลี้เช่นนี้ ข้าน้อยคิดว่าไม่น่าหาตัวคนร้ายได้ยาก ศิษย์จะลงมือจัดการจับคนร้ายคนนี้เองขอรับ” หลี้จิ้งผู้เก่งด้านวางแผนค่ายกลและมีฝีมือสะกดรอยปราณเซียนรองจากเฉิงอันศิษย์พี่ใหญ่ออกตัวอาสาจัดการเื่นี้
“เื่นี้มอบให้เ้าจัดการ หากเหลือบ่ากว่าแรงเ้าเช่นไรต้องรีบแจ้งอาจารย์ทันทีอย่าได้ผลีผลามลงมือจัดการเองเข้าใจหรือไม่” เหล่าซือมู่ผิงบอกกำชับศิษย์คนรอง เพราะหากเป็ผู้มือฝีมือลงมือเล่นงานอาจรับมือไม่ไหว
“ศิษย์รับทราบ” หลี้จิ้งก้มรับคำสั่ง ถอยตัวออกจากห้องพักของเหล่าซือมู่ผิง
เมื่อหลี้จิ้งเริ่มสืบจากห้องของชิงซาน หรูซื่อและจางหย่งตรวจพบว่าเป็ปราณเซียนของคนเดียวกัน ร่องรอยที่ทิ้งไว้เด่นชัดเหมือนเป็ผู้เริ่มฝึกหัดเมื่อตามไอปราณเซียนไปกลับไปหยุดที่หอคัมภีร์
“อาเซี่ยนเป็เ้าจริงๆ เ้าบังอาจนักกล้าเล่นงานเหล่าศิษย์ร่วมสำนักเช่นนี้ได้อย่างไร” “จับตัวศิษย์น้องเล็กไปรับการลงโทษจากท่านอาจารย์เดี๋ยวนี้” หลี้จิ้งเปิดหอคัมภีร์ตวาดเสียงดังใส่ซิงเซี่ยนที่กำลังนอนเล่นอย่างอารมณ์ดี ออกคำสั่งผู้คุมหน้าหอคัมภีร์ให้จับตัวซิงเซี่ยนไปลงโทษ
“ศิษย์พี่รองเกิดเื่อะไรขึ้นทำไมต้องทำหน้าน่ากลัวเยี่ยงนี้ด้วย” “ศิษย์พี่มาจับข้าทำไมข้าทำอะไรผิดเนี่ย” ซิงเซี่ยนผู้ไม่รู้เื่ราวว่าตนได้ซุกซนกลั่นแกล้งจนกลายเป็เื่ราวใหญ่โตทำให้ศิษย์พี่ทั้งสามล้มป่วย
"ศิษย์พี่ปล่อยข้านะข้าทำอะไรผิด ศิษย์พี่ต้องจัดข้ามัดไว้เยี่ยงนี้" ซิงเซี่ยนถูกจับมัดด้วยเชือกอาคมขั้นสูงทำให้ไม่สามารถแก้มัดเชือกได้ด้วยคาถาได้และถูกนำตัวมากลางห้องโถงใหญ่ โดยมีเหล่าศิษย์พี่ทั้งสามคน (เฉิงอัน, หลี้จิง, เหยี่ยวโย่ว) ที่ยืนฝั่งละสองคนขนาบข้างเหล่าซือมู่ผิง
"ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วย ศิษย์พี่รองเกิดบ้าอะไรไม่รู้อยู่ดีๆ มาจับข้ามัดไว้ ข้าเจ็บนะศิษย์พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วย ศิษย์พี่ทั้งหลายช่วยข้าด้วย" ซิงเซี่ยนร้องโวยวายขอให้เหล่าซือมู่ผิง และศิษยพี่คนอื่นๆ ช่วยตน
"คุกเข่า" เสียงเข้มของเหล่าซือมู่ผิงทำให้คนร้องโวยวายต้องสงบนิ่งแล้วก้มคุกเข่าตามคำสั่ง
"อาจารย์ขอถามความจริงจากเ้าขอให้เ้าตอบอาจารย์ตามตรง เมื่อได้ฟังคำตอบของเ้าแล้ว อาจารย์จะตัดสินเื่ราวทั้งหมดเอง หากเ้าไม่ได้กระทำการอันใด อาจารย์จะให้ความเป็ธรรมกับเ้าเอง" เหล่าซือมู่ผิงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดจริงจัง
"ขอรับท่านอาจารย์" ซิงเซี่ยนเงยหน้ามองตรงไปหาเหล่าซือมู่ผิงสายตาบ่งบอกความเชื่อมั่นที่มีในตัวอาจารย์
"สี่วันนี้ที่เ้าอยู่ในหอคัมภีร์เ้าฝึกวิชาอะไรสำเร็จแล้วบ้าง" เหล่าซือมู่ผิงกล่าวถามคำถามแรก
"ครั้งนี้ศิษย์ตั้งใจฝึกฝนวิชาอย่างจริงจัง ศิษย์สามารถฝึกวิชาเสียงพันลี้และวิชาเคลื่อนย้ายร่างได้สำเร็จแล้ว เพื่อที่เหล่าศิษย์ทั้งเหล่าจะได้ไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ตามที่ท่านอาจารย์คาดโทษไว้ขอรับ" ซิงเซี่ยนตอบคำถามแรกอย่างจริงใจไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย
"อืมหลังจากเ้าฝึกวิชาสำเร็จได้ใช้วิชาเพื่อทำสิ่งใดบ้าง" คำถามที่สองของเหล่าซือมู่ผิงทำให้คนตอบต้องก้มหน้าผิดสังเกตอย่างเห็นได้ชัด
"เออ...ศิษย์ใช้วิชาเคลื่อนย้ายร่างไปมาจาก้ามาด้านล่างได้คล่องแคล่วแล้วขอรับ”
“ส่วนวิชาเสียงพันลี้ศิษย์ก็สามารถใช้ได้แล้วขอรับ ศิษย์ทดลองใช้โดยการ…เออคือว่า ศิษย์ใช้แกล้งปลอมเสียงเป็ท่านปู่ของศิษย์พี่ห้ากับศิษย์พี่หกเหมือนมากเลยขอรับและเมื่อคืนศิษย์ก็แกล้งปลอมเสียงเป็หญิงสาวแกล้งหลอกศิษย์พี่สามด้วยขอรับ ศิษย์ทำได้เหมือนจริงมากเลย ศิษย์พี่ทั้งสามนึกว่าเป็เสียงของคนที่ศิษย์ปลอมด้วยขอรับท่านอาจารย์ ศิษย์เก่งไหมขอรับท่านอาจารย์" ซิงเซี่ยนด้วยเสียงกล้าๆ กลัวในตอนแรกกับการแกล้งเหล่าศิษย์พี่ แต่สักพักมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นปาดเช็ดจมูกอดภูมิใจกับความสามารถในการเลียนเสียงจนศิษย์พี่ทั้งสามหลงเชื่อไม่ได้
"อาเซี่ยนเ้าตามอาจารย์มา" เหล่าซือมู่ผิงเห็นบอกให้ซิงเซี่ยนที่ถูกมัดและคุกเข่าอยู่ให้เดินตามเค้าไป
เมื่อเดินเข้ามาที่ห้องพักฟื้นของศิษย์ทั้งสาม ทุกคนนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอ่อนแรง ถึงแม้อาการจะดีขึ้นจากเมื่อวาน แต่ชิงซานและหรูซื่อที่โดนพิษหนาวเย็นจากสระบัวหิมะทำให้เกิดอาการหนาวสั่นสะท้านทุกสามชั่วยามต้องคอยถ่ายปราณหยางให้ทุกสามชั่วยามเพื่อคอยรักษาสมดุลภายในร่างกายไว้ ส่วนจางหย่งนอนหายใจระรวยรินอยู่บนเตียงหลังจากได้กินยาต่อปราณเซียนที่สูญเสียไปนับร้อยปีทำให้ลมหายใจยังสามารถหายใจได้อยู่
"เ้ารู้หรือไม่การที่เ้ากลั่นแกล้งศิษย์พี่ทั้งสามของเ้าเพราะความสนุกเพียงชั่วแล่นนั้นเกือบจะคร่าชีวิตศิษย์พี่ทั้งสามของเ้าแล้วยังมีหน้ากล้าพูดอย่างภูมิใจเยี่ยงนี้ได้อย่างไร "
"ชิงซานกับหรูซื่อเกือบสิ้นลมเพราะความหนาวเย็นในสระหิมะ"
"จางหย่งก็เกือบสิ้นลมเพราะทุ่มกำลังทั้งหมดขุดภายใต้ต้นท้อเกือบร้อยกับหลุมจนหมดสติสิ้นปราณเทพไปหลายร้อยปี" เหล่าซือมู่ผิงพาซิงเซี่ยนมาดูสภาพของศิษย์พี่ทั้งสามที่ถูกกลั่นแกล้งด้วยความคึกคะนองจนแทบจะสิ้นชีวิต
"ศิษย์พี่ทั้งสามเป็เยี่ยงนั้นได้อย่างไร ข้าไม่ได้คิด้าทำร้ายศิษย์พี่ทั้งสามเลย ศิษย์ไม่รู้จริงๆ นะท่านอาจารย์ ศิษย์ไม่ได้ตั้งใจให้เป็เช่นนั้นเลย ศิษย์ขอโทษศิษย์ผิดไปแล้วท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ทุกคนข้าผิดไปแล้ว ฮือ ข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฮือ ฮือ” ซิงเซี่ยนเมื่อได้ยินคำต่อว่าของอาจารย์และเห็นอาการของศิษย์พี่ทั้งสามหน้าก็ซีดเผือดใกลัวกับเื่ราวทุกอย่างที่เขาได้ก่อขึ้นทำให้ศิษย์พี่ทั้งสามเกือบถึงแก่ชีวิต เขาทั้งก้มหัวสำนึกผิดร้องห่มร้องไห้จนน้ำตานองหน้า
"ท่านอาจารย์ลงโทษข้าเลย ฮือ ข้ายอมรับผิดทุกอย่าง ฮือๆ " ซิงเซี่ยนร้องไห้เช็ดน้ำตาสีหน้ายอมรับความผิดทุกอย่าง
"ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องเล็กคงรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ ปล่อยท่านอาจารย์ละเว้นโทษหนักให้ด้วยขอรับ" เฉิงอันเห็นซิงเซี่ยนร้องไห้แล้วสงสารเพราะคิดว่าคนที่นึกเล่นสนุกแกล้งคนอื่นเพียงด้วยคำพูดไม่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายที่รับฟังนั่นกลับาเ็เกือบปางตาย
"ศิษย์พี่ใหญ่ท่านชอบให้ท้ายศิษย์น้องเล็กอย่างนี้ตลอด ครานี้เป็เื่ร้ายแรงขนาดนี้คงต้องให้ท่านอาจารย์ขับออกจากสำนักนั่นแหละเป็การลงโทษที่สาสมแล้ว" หลี้จิ้งโมโหที่ศิษย์น้องทั้งสามถูกซิงเซี่ยนแกล้งจนาเ็พูดเสียงแข็งตามกฏของสำนัก
"ศิษย์พี่รอง ศิษย์น้องเล็กแค่ยังเด็กไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำจะทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน เพียงแค่คึกคะนองเท่านั้น ศิษย์พี่รองและท่านอาจารย์โปรดละเว้นโทษขับออกจากสำนักด้วยขอรับ" เหยี่ยนโย่วรีบช่วยพูดอีกคนเพราะรู้นิสัยที่เถรตรงของหลี้จิ้งและซิงเซี่ยนที่แสนซุกซนดี
"อย่าต้องให้ถึงขับออกจากสำนักเช่นนั้นเลยศิษย์พี่รอง ให้ลงโทษอย่างอื่นแทนได้หรือไหมขอรับท่านอาจารย์" ศิษย์คนอื่นต่างช่วยกันพูดแทนซิงเซี่ยนที่นั่งร้องไห้สีหน้าหมดอาลัยตายอยากรู้สึกสำนึกผิดในสิ่งทำต่อศิษย์พี่ทั้งสาม
“ข้ายินดีรับความผิดทุกอย่างจากท่านอาจารย์” “ศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่ห้า ศิษย์พี่หก ข้าไป๋ซิงเซี่ยนขอขมาท่านยกโทษให้ข้าด้วย ฮึก ฮือ” ภาพตรงหน้าทำให้ซิงเซี่ยนสำนึกผิดน้ำตาไหลคุกเข่าโขกหัวสำนึกผิดให้กับศิษย์พี่ทั้งสามยินยอมจะออกจากสำนักแต่โดยดี เพราะความซุกซนคึกคะนองปากและอยากกลั่นแกล้งคนอื่นทำให้ศิษย์พี่ต้องเป็เยี่ยงนี้
.
......เอาแล้วสิอาเซี่ยนกลั้นแกล้งศิษย์พี่จนล้มเจ็บถึงเพียงนี้...เหล่าซือมู่ผิงจะตัดสินใจอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป..