คำเตือน
เนื้อหาต่อไปนี้มีการใช้ความรุนแรง และการข่มขืน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านไม่รู้สึกสบายใจ
จึงขออนุญาตแจ้งเตือนและขออภัยมา ณ ที่นี้
บันทึกส่วนตัวของฉัน
ฉันชื่อ แคลร์ อายุ 35 ปี เกิดวันที่ 4 มีนาคม 19xx ที่จริงฉันไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าจะสามารถลบความทรงจำได้จริงเพียงแค่ทำตามกฏที่เขียนไว้บนปกในของไดอารี่ เพียงแค่คิดว่าถึงจะไม่สามารถลบความทรงจำได้จริง อย่าง ไปน้อยฉันคงได้ระบายความในใจออกมาบ้าง ถึงแม้ว่าสมุดไดอารี่ที่มีแค่กระดาษ 2 แผ่นคงเขียนไม่พอก็ตาม
ครอบครัวของฉันอยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ ถ้าให้พูดตรงๆแทบจะเรียกได้ว่าทุรกันดาร ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง น้ำก็ไม่ค่อยมี เื่เงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม่ฉันทิ้งฉันกับพ่อไปั้แ่ฉันยังเป็เด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ฉันจำหน้าแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ
หลังจากนั้น ในความทรงจำที่เหลือเกี่ยวกับครอบครัว ทุกครั้งที่หลับตาลง ฉันมักจะเห็นภาพตัวเองในวัยเด็กโดนพ่อที่เมาตบตีทำร้ายร่างกายเสมอ ฉันนึกไม่ออกว่าทำไมฉันถึงต้องโดนทำร้ายแบบนั้น ไปทำอะไรให้เขาโมโหรึเปล่า ไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจกันนะ หรือมันผิดที่ฉันเกิดมาั้แ่แรกกันแน่
เมื่ออายุได้ราวๆ 9 ขวบ ฉันพยายามหนีออกจากบ้านครั้งแรก แน่นอนว่ามันไม่สำเร็จ ไม่นานนักคนแถวบ้านที่มาเก็บเห็ดก็บังเอิญเจอฉันสลบอยู่ในป่า ฉันจำได้ว่าหลังได้สติคืนมาฉันพยายามขอร้องว่าอย่าบอกพ่อ พยายามร้องขอให้เขาส่งฉันออกไปในเมือง พยายามขอให้เขาเลี้ยงฉันแทน แน่นอนว่าไม่ทุกคำขอไม่เป็ผล สุดท้ายเขาก็พาฉันกลับมาหาพ่อพร้อมทั้งเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูฉันในตอนที่ฉันต้องไปพักในบ้านเขาตอนหมดสติ ในคืนนั้น ฉันถูกพ่อทำร้ายอย่างรุนแรงกว่าปกติ แม้ว่าวันนั้นเขาจะไม่ได้เมาก็ตาม ฉันรู้สึกเจ็บมากจนน้ำตาไหลไม่หยุด แม้ระหว่างที่กำลังเขียนไดอารี่นี้อยู่ ฉันยังคงรับรู้ความเ็ปนั้นจากรอยแผลเป็ขนาดใหญ่ตามแขนและขาได้ดี
เมื่อโตขึ้นอีกหน่อย ประมาณ 10-11 ขวบ ฉันเพิ่งอ่านหนังสือออก และเริ่มทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อครั้งแรก อันที่จริงต้องบอกว่าโดนบังคับให้ทำมากกว่า งานแรกที่ฉันได้ทำคือทำความสะอาดตามบ้านต่างๆ ล้างจาน ซักผ้า ถูพื้น กวาดบ้าน ฉันทำแทบทุกอย่างแลกกับเงินอันน้อยนิด แต่พ่อกลับนำเงินพวกนั้นที่ฉันใช้เวลาทั้งวันหามาไปแลกกับเหล้าไม่กี่ขวดมาดื่ม และบางวันที่ดูอารมณ์ร้ายหน่อยก็จะทำร้ายฉันตามเดิม ฉันจึงพยายามหลีกเลี่ยงการพบกับเขาใหหมากที่สุดโดยเฉพาะตอนเมา ไม่นานนักฉันก็รู้ว่าเขาชอบเล่นการพนันด้วย แถมยังเสียเงินไปเยอะแทบทุกรอบ อันที่จริงเขาคงเล่นมาหลายปีแล้ว เพียงแต่ฉันพึ่งรู้เท่านั้นเอง
อายุ 13 ปี เงินเก็บเริ่มไม่พอใข้ และหมู่บ้านที่ฉันอยู่เริ่มเจริญขึ้น ทำให้มีคนมาอาศัยอยู่เยอะขึ้นนิดหน่อย พ่อบอกให้ฉันไปทำงานใหม่ นั่นเป็ฝันร้ายที่สุดที่ตราตึงมาจนถึงทุกวันนี้ ในวันนั้น ฉันต้องไปขายบริการครั้งแรกให้กับชายแปลกหน้า 3 คน เวลาผ่านไป ฉันเริ่มรู้สึกชินชา แต่ลึกๆแล้วก็ยังหวาดกลัวอยู่เสมอ ฉันต้องทำแบบนี้อยู่นาน แต่เงินที่ได้มาก็ถือว่ามากสำหรับฉัน ถึงจะรู้ว่ามันไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียเลยก็ตาม
อายุ 15 ปี เงินที่แอบเก็บไว้จากการขายบริการของฉันมีมากพอแล้ว ฉันหนีออกจากบ้านอีกรอบโดยอ้างว่าจะมาทำงาน ครั้งนี้ฉันวางแผนไว้ดีขึ้น ทำให้หนีออกมาได้ ฉันหนีออกมาจนถึงโซนในเมือง และต่อรถออกไปเรื่อยๆ นั่นเป็ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นตึกสูงระฟ้า ผู้คนหนาแน่นไปหมด ท้องถนนที่เต็มไปด้วยานพาหนะหลากสี นั่นทำให้ฉันตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆกัน พอรู้ตัวอีกที ฉันก็พบว่าเงินที่เก็บมาเกือบ 3 ปีแทบไม่เหลือแล้ว ฉันไม่มีทั้งความรู้และคนรู้จักเลย จึงต้องแอบขโมยของคนละแวกนั้นประทังชีวิตไปวันๆ
อายุ 17 ปี หลังจากเดินทางไปหลายๆเมือง จนกระทั่งมาถึงเมืองแห่งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันถูกตำรวจจับหลายครั้ง แต่สุดท้ายเพราะฉันยังเป็เด็ก จึงรอดจากการเข้าคุกอยู่ตลอด พอมานึกดูในตอนนี้ ฉันเสียใจจริงๆที่ไม่ยอมเล่าเื่อดีตที่เลวร้ายให้พวกเขาฟัง อย่างน้อยเขาอาจจะพาฉันไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ได้ ฉันเริ่มเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดในเมือง และพอทำอาชีพเป็คนล้างจานในบาร์แห่งหนึ่งได้
อายุ 18 ปี ฉันเริ่มตระหนักได้ว่าความรู้เป็สิ่งสำคัญ จึงเอาเงินที่เก็บมาไปเป็ค่าเล่าเรียน แน่นอนว่าในตอนนั้นฉันมีความรู้แค่ระดับเด็กประถมเท่านั้นในตอนแรก
อายุ 20 ปี ฉันแต่งงานกับชายคนนึง หลังจากเขาทำฉันท้อง
To be continued…