บทที่19 ที่ปลายอุโมงค์ยังคงมีแสงเจิดจ้า
ฮุ่ยไป๋กลับสามารถใช้ออกด้วยมุทราสะท้านเทพที่มีไม่กี่คนในปฐีแห่งนี้ที่สามารถใช้ออกได้ทว่ามุทราสะท้านเทพของนางมิได้มีความแข็งแกร่งลึกล้ำ มิได้แฝงด้วยกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขามทั้งยังปรากฏขึ้นชั่วอึดใจเดียวก็หายไป ทำให้มิอาจที่จะต้านรับเศษหินที่พุ่งมาแม้เพียงเสี้ยว
เป็ธรรมบาลมุทราที่เสมอมาเมินเฉยต่อคนทั้งสองราวกับว่าพวกมันไม่ได้อยู่ในสายตาได้เคลื่อนกายมาบดบังเศษหินเ่าั้ไว้อย่างทันท่วงที เพียงนางสะบัดชุดคลุมสีขาวคราหนึ่งเศษหินเ่าั้ก็ร่วงหล่นยังผืนปฐีหมดสิ้น
โดยไม่สนใจตั้วซุนหงอีกนางจ้องั์ตาที่แตกตื่นสงสัยมองฮุ่ยไป๋อย่างพินิจพิเคราะห์ ในหัวก็ครุ่นคิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่เด็กหญิงซึ่งอายุยังไม่เกินสิบปีนางนี้จะสามารถอ่านข้อความตัวอักษรบนคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราได้จนจบย่อหน้าเพียงแค่อ่านประโยคเดียวดวงจิตของนางก็คงแตกดับแล้ว เช่นนั้นมีความเป็ไปได้เดียวที่นางสามารถใช้มุทราสะท้านเทพก็คือการครูพักลักจำ เด็กหญิงผู้นี้เพียงมองตนใช้ออกแค่ครั้งเดียว นางกลับเข้าถึงในมหาวิถีวจนะมุทราของรูปแบบพลังนี้ได้เช่นนั้นนางต้องเป็ผู้ที่มีพร์สูงส่งนางหนึ่ง
คิดเช่นนี้ ธรรมบาลมุทราก็ยื่นปลายนิ้วออกมาแตะััลงยังหน้าผากของฮุ่ยไป๋เพียงปลายนิ้วัั แลได้รับรู้ถึงเื่บางอย่าง ั์ตาของธรรมบาลมุทราก็เบิกกว้างขึ้นอีกครั้งในใจทั้งแตกตื่นและยินดี เพราะนางไม่คิดว่าในทุ่งร้างที่กว้างใหญ่แลทุรกันดารเช่นนี้กลับมีผู้ซึ่งมีวาสนาเหนือล้ำยิ่งกว่าผู้มีวาสนาดำรงอยู่
ในทุ่งร้างแห่งนี้และอยู่ต่อหน้านางนี้กลับมีผู้ที่จุดชีพจรลมปราณพิเศษเปิดถึงสามจุด!
“ผู้มีเส้นชีพจรลมปราณเหนือราชันย์...์ ท่านกำลังส่งเสริมข้าอยู่ใช่หรือไม่"
ธรรมบาลมุทราระงับสติความแตกตื่นยินดีเพราะการแตะนิ้วััชีพจรลมปราณของนางได้ทำให้นางรู้ว่าพลังชีวิตของเด็กหญิงผู้มีวาสนานางนี้อ่อนโทรมแลแ่เบายิ่งราวกับว่าจะหมดไปได้ทุกเมื่อ ดังนั้นนางจึงหันขวับไปทางตั้วซุนหงทันใด
“ข้ามีข้อเสนอ"
อยู่ๆ ธรรมบาลมุทราก็เปลี่ยนท่าทีอย่างกระทันหันส่งให้ตั้วซุนหงงุนงงยิ่ง บุรุษชราจึงขมวดคิ้วแลถามว่า
“ข้อเสนออันใด?”
ธรรมบาลมุทราก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าแล้วผายมือมาที่ฮุ่ยไป๋
“หากเ้าสามารถทำให้นางมีชีวิตสืบต่อนิกายเทวะวจนะจะไม่มายุ่งยากวุ่นวายกับเ้า และพวกเราจะไม่ทวงถามถึงคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราอีก"
ตั้วซุนหงถึงกับนิ่งอึ้งเหตุไฉนธรรมบาลมุทราถึงกล้าแลก่เวลาอันลำบากนับสิบปีในการตามหาคัมภีร์สำคัญของพวกมันเพียงเพราะเด็กหญิงนางนี้
“เ้าจะเล่นตลกอันใด”
“ข้าให้คำสัตย์สาบานด้วยเกียรติของธรรมบาลแห่งเทวะวจนะ"
ตั้วซุนหงแสดงสีหน้าครุ่นคิดหากนิกายเทวะวจนะรามือ ทั้งปฐีนี้มันก็ไม่ต้องหวาดระแวงหรือเกรงกลัวอีกแล้ว ขอเพียงไม่มีนิกายเทวะวจนะมาก่อกวนมันก็มิต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนเช่นนี้ ข้อเสนอดังกล่าวนับว่าน่าล่อตาล่อใจเป็อย่างมาก
ส่วนฮุ่ยจวินมิทราบว่าสตรีกลางคนจากนิกายเทวะวจนะนางนี้คิดสิ่งใดอยู่แต่เมื่อนางออกหน้าช่วยเหลือฮุ่ยไป๋ มันก็ต้องอดซาบซึ้งในน้ำใจขึ้นมามิได้ จึงลุกขึ้นประสานมือให้แก่นาง
“ขอบพระคุณผู้าุโที่เมตตานาง"
แต่ธรรมบาลมุทราหาได้สนใจในตัวของฮุ่ยจวินไม่นางยังคงจ้องั์ตาเป็เชิงบีบคั้นตั้วซุนหงให้รับข้อเสนอเท่านั้น
“หากเ้ายังลังเลแล้วหากนางเป็อะไรขึ้นมา ข้าสาบานว่าจะลากเ้าลงสู่ปรโลกร่วมไปกับนางด้วย!”
ตั้วซุนหงยกมือซ้ายขึ้นมาเกาะกุมแขนขวาที่าเ็
“เ้าก็รู้ว่าข้ารักษาให้เฉพาะผู้ที่มีวาสนาและถูกชะตาเท่านั้นประการสำคัญแขนขวาข้าาเ็ถึงเพียงนี้จะฝังเข็มรักษาคนได้อย่างไร"
ธรรมบาลมุทราถลึงตาขึ้น
“เ้าคิดจะเล่นแง่อันใด!”
ตั้วซุนหงรีบยกมือขึ้น
“ธรรมบาลมุทราเ้าอย่าพึ่งมีโทสะแน่นอนว่าข้อเสนอเ้าข้าจะรับไว้ รักษาย่อมรักษาแน่ แต่คนที่จะรักษานางไม่ใช่ข้า"
“หากไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ใคร"
ตั้วซุนหงจ้องมองมาที่ฮุ่ยจวินอย่างลึกล้ำ
“ข้าจะเป็คนอธิบายวิธีการรักษาให้ส่วนมันจะเป็มือแทนข้า"
“ตั้วซุนหงเ้าคิดจะเล่นตลกอันใดมันผู้นี้หาเป็วิชาแพทย์ ต่อให้เ้าบอกวิธีรักษา แต่มันจะเข้าใจความลึกซึ้งแลลึกล้ำในวิชาแพทย์ได้อย่างไรหากไม่เช่นนั้นแล้ว แพทย์อันดับหนึ่งจะไม่เกิดขึ้นทั่วทั้งปฐีหรอกหรือ"
ตั้วซุนหงยกยิ้ม
“ก็คนเ่าั้มันโง่งม"
ธรรมบาลมุทราชี้นิ้วมาที่ฮุ่ยจวิน
“เ้าจะบอกว่าเด็กหนุ่มที่มีจุดชีพจรลมปราณพิเศษตีบตันผู้นี้ยังเหนือกว่าผู้ฝึกวจนะปัญญา… ข้าไม่มีทางให้นางต้องมาเสี่ยงชีวิตกับวิธีเช่นนี้"
ตั้วซุนหงยังคงจ้องมองที่ฮุ่ยจวินอย่างลึกล้ำค่อยหันไปกล่าวกับธรรมบาลมุทรา
“เ้าจะไปรู้อันใดหากข้าไม่มั่นใจในวิชาแพทย์ของมัน ข้ายังจะเอาชีวิตตนไปเสี่ยงกับมันอยู่หรือ"
เห็นความมั่นใจในแววตาของตั้วซุนหงกอปรกับเห็นอาการาเ็ของมัน สุดท้ายธรรบาลมุทรานางก็ต้องจำใจที่จะให้ตั้วซุนหงแลกเปลี่ยนอิสระภาพด้วยวิธีการรักษานี้
“หากพวกเ้าทำให้นางต้องตายพวกเ้าก็น่าจะรู้ในชะตากรรมของตนเอง!"
ฮุ่ยจวินแน่นอนว่ามันก็ไม่้าเห็นฮุ่ยไป๋ตกตายเช่นนั้นมันจึงมิเกรงกลัวในคำขู่ของธรรมบาลมุทรานี้ แต่ในใจรู้สึกตะหงิดถึงคำกล่าวเมื่อครู่ของตั้วซุนหงจึงถามว่า
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็วิชาแพทย์"
ตั้วซุนหงไม่กล่าวตอบในประโยคที่ชายหนุ่มถามมันเพียงแค่นเสียงทางจมูกคราหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“เพชรดีต้องผ่านการเจียระไนอย่างรุนแรงจึงจะล้ำค่าได้เช่นเดียวกับมนุษย์บางจำพวก ยิ่งเมื่อถูกเคี่ยวกรำก็จะยิ่งปลดปล่อยความสามารถ เ้าก็คือเพชรและมนุษย์จำพวกนั้น"
ฮุ่ยจวินได้คิดตามในประโยคดังกล่าวได้คิดย้อนไปถึงวันที่มันถูกเทพดาเร้นกายผู้นี้เมินเฉย ได้คิดว่าทั้งที่มีค่ายกลมากมายมันกลับขโมยคัมภีร์และตัวยาสมุนไพรมากมายออกมาได้ ได้นึกถึงว่ามันกลับบังเอิญหยิบเล่มตำราที่ถูกต้องแลเหมาะสมแก่การรักษาพิษของฮุ่ยไป๋ออกมาทั้งประการสำคัญสมุนไพรที่มันหยิบมามีบางส่วนที่รักษาได้และมีบางส่วนที่ขาดไป ซึ่งส่วนที่ขาดไปกลับเกิดอยู่เป็หย่อมใหญ่มิไกลห่างจากจุดที่มันอยู่เพียงได้คิดมาถึงตรงนี้ เข่าทั้งสองข้างของฮุ่ยจวินก็ทิ้งลง คนโขกศีรษะให้แก่ตั้วซุนหง
“ขออภัยที่ข้าเคยมีความคิดล่วงเกินแลอาฆาตแค้นต่อท่านความเมตตาครั้งนี้ ข้าจะจดจำมันไปทั้งชีวิต ความรู้ความสามารถอันตื้นเขินที่ได้รับข้าจะนำไปช่วยเหลือผู้คนที่ตกยากทั้งปฐีสร้างชื่อให้แก่ท่าน”
ที่แท้เื่ทั้งหมดกลับเป็ตั้วซุนหงวางไว้ั้แ่ต้นมันนับว่าถูกชะตาในตัวของฮุ่ยจวินเป็อย่างมาก เห็นในความหลักแหลมแลสติปัญญารวมถึงความมุ่งมั่นของเด็กหนุ่มยิ่งคันไม้คันมืออยากรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะปีนป่ายไปได้ไกลถึงเพียงไหนเช่นนั้นมันจึงประเมินอาการาเ็แลระยะเวลาที่เหลืออยู่ของเด็กหญิง และสร้างสถานการณ์ขึ้นกล่าวบอกตัดอย่างไร้เมตตาเพื่อสร้างแรงจูงใจแก่ชายหนุ่ม แสร้งเปิดประตูออกจากบ้าน ทิ้งคัมภีร์และตำราแพทย์ขั้นสูงรวมถึงตัวยาอันสำคัญที่ใช้รักษาพิษไว้ตลอดเวลาก็เฝ้าจับตาดูมันมิเคยห่าง จังหวะที่ฮุ่ยจวินสับสนทำอะไรไม่ถูก ก็เป็บุรุษชราที่ใช้ค่ายกลเปลี่ยนทิศทำให้ลมพัดพาเอากลิ่นสมุนไพรซึ่งเป็ส่วนประกอบสำคัญในการรักษาพิษที่มันปลูกไว้มากระตุ้นเตือนสติชายหนุ่มทั้งยังเห็นสถานการณ์เป็ตายที่เกิดขึ้นจากสตรีชุดดำก็คิดจะออกไปช่วยหลายครา แต่มีผู้อื่นมาช่วยก่อนมันจึงไม่แสดงตัวหากไม่บังเอิญว่าธรรมบาลมุทรามาเจอเข้าเสียก่อน มันคงไม่แสดงตัว ประการสำคัญบุรุษชรายังเห็นว่าทั้งฮุ่ยจวินและฮุ่ยไป๋บังเอิญพบเจอคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราที่แม้แต่ตนเองก็พึ่งได้ทราบเหมือนกันว่ามันซ่อนอยู่กับตนจริงๆแต่บุรุษชราก็ยังเลือกที่จะปกปิดเื่นี้ต่อธรรมบาลมุทราเพราะกลัวว่าฮุ่ยจวินจะตกตายเสียก่อน
ที่มันทำเช่นนี้ก็เพราะตลอดเวลาที่มันเฝ้าจับตามองฮุ่ยจวินได้เห็นการตรากตรำศึกษาวิชาแพทย์เพียงจากหนังสือ ได้เห็นชายหนุ่มทำการรักษาพิษที่แม้แต่แพทย์ผู้มากประสบการณ์ก็มิอาจทำได้มันจึงทั้งแตกตื่น เหลือเชื่อ และพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง มันไม่คาดคิดเลยว่า ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่นี้มันจะพานพบผู้สืบทอดวิชาแพทย์ชั้นสูงของตนเองเด็กหนุ่มที่ประเสริฐและยากพานพบเช่นนี้ มันจึงมิอาจที่จะปล่อยให้ตกตายก่อนจะได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์ทั้งหมดได้
“ข้าไม่ได้ช่วยเหลือเ้าเพียงแต่ข้าเสียดายความสามารถทางสติปัญญาเ้าเท่านั้น ส่วนเ้าจะทำเื่โง่งมไปรักษาผู้อื่นก็ตามใจข้าล้วนไม่เกี่ยวข้อง ขอเพียงตั้งใจจดจำในสิ่งสุดท้ายซึ่งเป็วิชาแพทย์ก้นหีบอันสำคัญของข้าให้ดีก็พอ"
ฮุ่ยจวินลุกยืนขึ้นแลผงกศีรษะ
“ข้าจะจำจดมิให้ตกหล่น”
ตั้วซุนหงเริ่มกล่าวถึงสาระอันสำคัญแลความลึกซึ้งของวิชาการแพทย์ที่หามิได้จากตำราซึ่งทั้งหมดล้วนออกมาจากประสบการณ์ตลอดการเป็แพทย์ของมันทั้งสิ้น สิ่งใดที่ผิดพลาดมันจะตักเตือนสิ่งใดที่ถูกต้องมันจะเน้นย้ำ สิ่งใดที่สามารถพลิกแพลงมันจะกล่าวไว้ให้คิด ซึ่งกล่าวมาเพียงรอบเดียวฮุ่ยจวินมันก็สามารถจดจำได้หมดสิ้นสร้างความปลาบปลื้มยินดีแก่บุรุษชรายิ่งโดยเฉพาะเมื่อตอนที่ฮุ่ยจวินคิดตาม และยกเหตุผลบางประการขึ้นมาหักล้างกับข้อสัณนิษฐานที่มันเคยคิดมิเคยตกยิ่งทำให้ชายชราได้รู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีความคิดความสามารถเทียบชั้นแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างมันได้
เห็นหนึ่งชราหนึ่งบุรุษหนุ่มบอกกล่าวกันนานแล้วโดยไม่ลงมือเสียทีธรรมบาลมุทราก็บังเกิดความร้อนใจ
“พวกเ้าจะคุยอีกนานเท่าไหร่เมื่อใดจะทำการรักษา!”
ตั้วซุนหงถอนลมหายใจ
“เ้าวิชาแพทย์ก็ไม่เป็เหตุใดต้องวุ่นวายถึงเพียงนั้น"
การที่ฮุ่ยจวินช่วยเหลือเบื้องต้นฮุ่ยไป๋ไว้แล้วจึงทำให้มันพอมีเวลาศึกษาวิชาแพทย์แบบพลิกแพลงเพิ่มเติมจากตั้วซุนหง พอได้ฟังที่ตั้วซุนหงบอกกล่าวถึงเคล็ดลับอันสำคัญกอปรกับการพลิกแพลงทางสรรพคุณตัวยา มันก็มีความมั่นใจอย่างยิ่งยวด รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ได้เข้าใจในสิ่งที่เคยมืดแปดด้าน มันหลับตาเข้าสู่สมาธิ แล้วเริ่มทำการรักษาฮุ่ยไป๋อย่างจริงจังอีกครั้งทันที
เข็มเงินทั้งหกเข็มถูกหยิบขึ้นมาสามเข็มจุ่มสมุนไพรฤทธิ์ร้อน สามเข็มจุ่มสมุนไพรฤทธิ์เย็น ก่อนที่มันจะใช้เข็มเงินที่อาบไปด้วยสมุนไพรฤทธิ์ร้อนฝังลงย้ำจุดชีพจรตำแหน่งเดิมสามจุดอันได้แก่ตำแหน่งกึ่งกลางหน้าผากกึ่งกลางอก และหลังมือ พร้อมถอนเข็มเดิมที่เคยมียาฤทธิ์เย็นขึ้นมาทันที ยาสมุนไพรเข้าทำลายขับพิษที่ปะปนอยู่ในลมปราณจนบังเกินควันกำจายโดยมิชักช้าเมื่อเห็นว่าความปั่นป่วนครุคลั่งของลมปราณชีวิตที่จุดชีพจรสำคัญสามจุดนี้ลดลงในระดับพอประมาณมันก็ต้องรีบถอนเข็มเงินที่มียาฤทธิ์ร้อนออก เพราะโอกาสที่จุดชีพจรสำคัญจะถูกเปิดเพราะสรรพคุณตัวยาจะมีสูงซึ่งระยะเวลาและการคำนวณของฮุ่ยจวินนับว่าดีเลิศ จนตั้วซุนหงถึงกับลูบเคราผงกศีรษะเป็การชื่นชมทุกครั้งที่บุรุษชรามองดูการรักษาของฮุ่ยจวิน ดูเหมือนว่ามันจะอิ่มอกอิ่มใจอยู่ไม่น้อย
เมื่อเข็มเงินอาบยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนถูกถอนออกเข็มเงินที่จุ่มยาสมุนไพรฤทธิ์เย็นก็ถูกฝังย้ำจุดเดิมอีกครั้ง ตอนนี้โลหิตไม่ไหลซึมแล้วจุดชีพจรสำคัญสามจุดก็ไม่บวมเต่งเช่นเคย ลมหายใจของฮุ่ยไป๋เริ่มคืนกลับสู่ปกติเรื่อยๆ
เห็นเช่นนี้ชายหนุ่มยิ่งบังเกิดความหวังที่จะเห็นนางมีชีวิตสืบต่อมันไม่ชักช้าทำการฝังเข็มเงินที่มียาสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่จุดชีพจรส่วนปลายซึ่งก็คือตำแหน่งปลายนิ้วมือทันที
เพียงเข็มทั้งสิบถูกฝังเรียงรายไอสีคล้ำก็เริ่มกำจายออกไปตามพลังลมปราณชีวิตของนางทันที ซึ่งขั้นตอนนี้ก็คือ่หัวเลี้ยวหัวต่อมันต้องกะระยะเวลา ปริมาณของพิษที่ถูกขับ และพลังลมปราณชีวิตของฮุ่ยไป๋ให้ดี เพราะหากน้อยไปพิษจะถูกขับไม่หมดแต่หากมากไปนางก็จะตกตายเพราะเสียพลังชีวิต ขั้นตอนนี้นับเป็ขั้นตอนสุดท้าย และเป็ขั้นตอนสำคัญฮุ่ยจวินจึงมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการกำจายของพิษที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่วางตา
ด้วยตัวตนของสตรีที่อยู่ด้านหลังด้วยท่าทีที่นางเมตตาต่อฮุ่ยไป๋ เท่านี้ฮุ่ยจวินมันก็อุ่นใจแล้วว่าจะไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นในขั้นตอนที่เฉียดผ่านความเป็ตายเพียงแค่กั้นด้วยฟางเส้นเดียวนี้ฮุ่ยจวินสมาธิมิเคยหลุดออกจากควันสีคล้ำที่พวยพุ่ง มือก็ถือเข็มเงินจำนวนยี่สิบเล่มที่อาบด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็นอยู่ก่อนแล้วจนกระทั่งควันสีคล้ำกลับกลายเป็ไอสีใสไร้ลักษณ์ ฝ่ามืออันรวดเร็วราวเมฆหมอกของฮุ่ยจวินก็ถอนเอาเข็มเงินทั้งยี่สิบเล่มที่ฝังอยู่ปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าออกมาแทบพร้อมเพรียงตามด้วยฝังเข็มเงินที่อาบด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่เตรียมไว้ในมือย้ำลงตำแหน่งเดิมเพื่อปิดกั้นการขับลมปราณชีวิตอย่างต่อเนื่องทันที
ตั้วซุนหงตบมือเสียงดังฉาดโดยไม่สนอาการาเ็ของตน มันเดินวนรอบฮุ่ยจวินไม่รู้ต่อกี่รอบ ส่วนมืออันเหี่ยวย่นก็ชี้ยังร่างของชายหนุ่มไปมา
“เ้ามันอัจฉริยะเหนือยิ่งกว่าอัจฉริยะหากบัดนี้ยังมีใครกล้าแอบอ้างเป็แพทย์อันดับสองรองจากข้า นั่นคงเป็เื่ที่น่าหัวร่อที่สุดแล้วฮ่าฮ่าฮ่า”
ฮุ่ยจวินตรวจดูชีพจรชีวิตของฮุ่ยไป๋บัดนี้ชีพจรที่เคยอ่อนล้าโรยแรงได้เริ่มคืนกลับสู่ความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยซีดขาวบังเกิดสีเืฝาดเจือจางออกมาให้เห็นร่างที่เย็นเฉียบของนางเริ่มมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเกือบเทียบเท่ากับอุณหภูมิของมนุษย์ทั่วไปนี่เป็สัญญาณเตือนว่าเวลาแห่งการมีชีวิตเพียงสิบปีของนางได้สิ้นสุดแล้ว ในที่สุด่เวลาที่ผ่านความยากลำบากแสนสาหัส่เวลาแห่งความทุกข์ร้อนหมองเศร้าก็ผ่านพ้น ปลายอุโมงค์ที่มีแต่ความมืดมิด มองไม่เห็นแม้แต่แสงของหิ่งห้อยซักตัวสุดท้ายกลับมีแสงสว่างทอทอดอาบไล้ออกมาให้เห็น
มันสามารถรักษาชีวิตของฮุ่ยไป๋ได้แล้วจริงๆมันได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ดั่งที่คาดหวังจริงๆ