บรรยากาศหลังงานประมูลหินหยกกลายเป็ความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ เศรษฐีหลายคนพยายามเข้ามาขอซื้อหยกม่วงต่อจากชิงเซียนในราคาพันล้าน แต่เซียนสาวกลับส่ายหน้าแบบไม่ใยดี เพราะสำหรับเธอ พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในหยกนั้นมีค่ามากกว่ากระดาษที่มนุษย์เรียกว่า "เงิน" เป็ไหนๆ
เพื่อเป็การฉลองชัยชนะ (และความหน้าแตกของตระกูลหลิว) หวังอี้จึงจัดงานเลี้ยงค็อกเทลเล็กๆ ในคลับวีไอพีของสมาคม โดยหารู้ไม่ว่าในเงามืดนั้น "แก๊งัซ่อน" กลุ่มมาเฟียที่ทำธุรกิจค้าวัตถุโบราณผิดกฎหมาย กำลังจ้องจะตะครุบหยกม่วงก้อนนั้นอยู่
"หัวหน้าครับ ยัยเด็กนั่นถือหยกไม่ยอมห่างเลย เราคงแย่งมาตรงๆ ไม่ได้" สมุนคนหนึ่งกระซิบ "หึ... ใช้ 'ยาน้ำค้างเคลิ้มจิต' ของข้าสิ แค่หยดเดียว ต่อให้ใจแข็งเป็หินก็ต้องระอ่อนระทวย เชื่อฟังทุกคำสั่ง" ชายวัยกลางคนหน้าเหี้ยมเกรียมสั่งการ
ณ งานเลี้ยงวีไอพี
ชิงเซียนนั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสด ในมือถือหยกม่วงที่เธอเพิ่งให้ช่างเจียระไนเป็ทรงกลมเกลี้ยงไว้พกพาสะดวก
[อื้ม... พลังปราณม่วงนี่ช่างบริสุทธิ์นัก แค่ถือไว้เฉยๆ ข้าก็รู้สึกเหมือนได้กินโสมพันปีไปครึ่งหัวแล้ว แต่เอ๊ะ... เ้าพนักงานเสิร์ฟคนนั้นทำไมท่าทางลุกลี้ลุกลนนัก? เหงื่อกาฬไหลพราก แถมกลิ่นอายรอบตัวยังดูขุ่นมัวปานน้ำครำ]
บริกรหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่ม "น้ำพั้นช์ผลไม้สูตรพิเศษสำหรับคุณหนูชิงชิงครับ"
[พั้นช์ผลไม้รึ? กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่นี่มันช่างหอมหวล... แต่ทำไมข้าถึงได้กลิ่น 'รากไม้ราคะ' จางๆ แทรกมาด้วยล่ะ? หึๆ ไอ้พวกมนุษย์โง่เขลา คิดจะใช้ยาปลุกสวาทระดับต่ำแบบนี้กับเซียนที่มีตบะนับร้อยปีรึ? ข้ากินยาพิษ์มาเป็ของว่างยังไม่เป็ไรเลย!]
ชิงเซียนรับแก้วมา แต่ยังไม่ดื่ม เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นชายชุดดำสามสี่คนแอบดูอยู่หลังม่านด้วยสายตาคาดหวัง
"คุณชิงชิงครับ ไม่ดื่มเหรอครับ?" เฟยหลงที่เดินเข้ามาพอดีถามขึ้น เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างได้จากสีหน้าของชิงเซียน
"ดื่มสิคะ... แต่ข้าว่าสีมันยังไม่สวยพอ" ชิงเซียนยิ้มเ้าเล่ห์
เธอแสร้งทำเป็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแก้วน้ำ แต่ในระหว่างนั้นเธอแอบใช้นิ้วชี้แตะที่ก้นแก้วแล้วร่าย "มนต์ย้ายจักรวาล" เพียงพริบตาเดียว ตัวยาในแก้วของเธอก็ถูกสลับไปอยู่ในแก้วไวน์ของพวกมาเฟียที่กำลังนั่งรอจังหวะอยู่หลังม่าน และสลับเอาน้ำเชื่อมธรรมดามาไว้ในแก้วตัวเองแทน!
"เอ้า... ชนแก้วค่ะพี่เฟยหลง" ชิงเซียนยกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
[อา... หวานฉ่ำดีแท้! ไหนดูสิ... ฤทธิ์ยาของพวกเ้ามันจะได้เื่แค่ไหน]
ผ่านไปห้านาที พวกแก๊งัซ่อนที่แอบดื่มไวน์ (ที่มียาของตัวเอง) เริ่มมีอาการหน้าแดงก่ำ ตาปรือ และเริ่มกอดคอกันเองอย่างประหลาด หัวหน้าแก๊งที่เคยหน้าเหี้ยม กลับเริ่มลูบไล้แขนสมุนตัวเองพร้อมพึมพำว่า "ทำไมเ้าถึงสวยขนาดนี้..."
"เฮ้ย! หัวหน้า! เป็อะไรไปครับ!" สมุนอีกคนร้องลั่น แต่ไม่นานตัวเองก็เริ่มเต้นระบำหน้าท้องอย่างบ้าคลั่งกลางงานเลี้ยง
[ฮ่าๆๆๆ! ดูนั่นสิ! 'ยาน้ำค้างเคลิ้มจิต' ของพวกเ้านี่ท่าทางจะแรงเอาเื่นะเนี่ย ถึงขั้นทำให้มาเฟียกลายเป็นางโชว์ได้ในพริบตา สะใจข้าจริงๆ!]
พี่ชายทั้งสามและแขกในงานต่างพากันตกตะลึง "นั่นมันแก๊งัซ่อนไม่ใช่เหรอ? ทำไมพวกเขาถึงลงไปกองกับพื้นแล้วรำไทยแบบนั้นล่ะ?" หวังซิงขยี้ตาอย่างไม่เชื่อสายตา
เฟยหลงก้มลงมากระซิบข้างหูชิงเซียน "คุณทำอะไรพวกเขาครับ?"
"ข้าเปล่านะคะ... พวกเขาคงจะ 'เมาความหล่อ' ของพี่เฟยหลงมั้งคะ" ชิงเซียนตอบหน้าตาย
เฟยหลงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณนี่... ขี้เล่นกว่าที่ผมคิดนะ แต่ระวังหน่อยเถอะ ถ้าคุณเล่นสนุกมากไป ผมอาจจะเริ่ม 'เอาจริง' ขึ้นมาบ้างก็ได้"
[หือ? เอาจริงรึ? เ้าจะทำอะไรข้าได้เ้าหน้าปลาทู... อุ๊ย! ทำไมหัวใจข้าถึงเต้นแรงแปลกๆ หรือว่ายาที่ข้าย้ายไปมันทำงานผิดพลาดมาโดนข้า? ไม่ใช่สิ... นี่มันไม่ใช่ฤทธิ์ยา แต่มันคือ 'เสน่ห์มนุษย์' ของหมอนี่ต่างหาก! ร้ายกาจนัก!]
ชิงเซียนรีบเบือนหน้าหนีแล้วแสร้งทำเป็สนใจหยกม่วงต่อ เธอสังเกตเห็นว่าหยกม่วงเริ่มเรืองแสงสีม่วงจางๆ เมื่ออยู่ใกล้ตัวเฟยหลง
[แปลก... ทำไมหยกม่วงถึงตอบสนองต่อพลังในตัวเขา? หรือว่าแกนพลังสุริยะในตัวเฟยหลงจะเชื่อมโยงกับหยกที่เกิดจากปราณปฐีชิ้นนี้? ถ้าเป็อย่างนั้น... ข้าอาจจะต้องใช้หยกนี้เป็กุญแจไขความลับเื่อดีตชาติของเขาซะแล้ว]
ในขณะที่งานเลี้ยงกำลังป่วนเพราะมาเฟียรำไทย จู่ๆ ไฟในคลับก็ดับวูบลงอีกครั้ง! และคราวนี้ไม่ได้มีแค่เสียงลม แต่มีเสียง "กระดิ่งสีเงิน" ดังกรุ๊งกริ๊งที่ทำให้คนธรรมดาต้องสลบเหมือดลงไปทันที
ชิงเซียนยืนขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็เย็นะเื [ไอ้กระดิ่งเรียกิญญานี่... กลิ่นอายแบบนี้มันมาจาก 'สำนักเงา์' บนโลกเซียนนี่นา! มีคนจากโลกนู้นข้ามมิติมาตามล่าข้าถึงที่นี่เชียวรึ?!]
เฟยหลงที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างๆ (เพราะมีเกราะเทพคุ้มครอง) คว้าหมัดชิงเซียนไว้ "อย่าห่างจากผมนะชิงชิง... รอบนี้ของจริงมาแล้ว"