แสงกลับตึกเช่าพร้อมกับชาติ เขาปวดหัวกับจำนวนเงินที่ต้องใช้เป็เหยื่อล่อ ถ้าคว้าน้ำเหลวน้องสะใภ้เขาคงลุกมาจากหลุมมาบีบคอเขาแน่ ส่วนชาติเขาก็ไม่ต่างกันสำหรับคนขายข่าวแบบเขาเงินพวกนี้ก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ จริงๆ แล้วเงินที่พวกเขาใช้ไปพอมากพอให้เขาใช้ชีวิตสบายๆ ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายได้หลายเดือน
"นะ อย่างน้อยครั้งนี้ก็คืบหน้านะ" ชาติพูดปลอบใจแสงแม้ว่าเขาจะแทบเก็บสีหน้าไม่อยู่ว่าเสียดายเงินแค่ไหน
"นั่นสินะ" แสงพูด ก่อนที่จะมีข้อความ SMS ส่งมาหาชาติ
"เ้าพนักงานตัวโต พาคนคนหนึ่งไปที่ร้านเหล้าร้านหนึ่งก่อนกลับบ้านนะ" ชาติพูด
"แล้วได้ตามเขาไปในร้านไหม" แสงถาม
"ไม่ พนักงานตัวโตไม่ได้เข้าไปในร้านด้วย สายของฉันเลยเข้าไปไม่ได้" ชาติพูด
"ชื่อร้านล่ะ" แสงพูด
"ร้านชื่อเสวียนอู่" ชาติตอบ
"...แล้วข้อมูลคนที่เข้าไปในร้านล่ะ" แสงถามอีกครั้ง
"ยังมีข้อมูลไม่มากแต่เดี๋ยวคงพอหาอะไรกลับมาได้บ้างภายในวันสองวันนี้" ชาติตอบ
"ปลาเรายังไม่ได้คืนเงินไป รอสักวันสองวันให้เขาไปเล่นอีกครั้งแล้วดูว่าเขาจะยืมเงินได้อีกไหม ถ้าไม่ได้ก็ให้เขาคืนเงินไปก่อน" แสงบอกชาติก่อนเขาจะนั่งจมในความคิด
แสงได้แต่คิดว่าเขาควรเข้าไปร้านนั้นดีไหม หรือเขาควรรอให้แผนจับชาวประมงสำเร็จซะก่อน ในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าคนที่เข้าไปในร้านมีตำแหน่งอะไร แต่จากการดูที่เ้าตัวโตยืนเฝ้าอยู่นอกร้านมีความเป็ไปได้ว่าคนที่เข้าไปมีตำแหน่งที่สูงกว่า การเข้าไปในร้านนั้นมีความเป็ไปได้ที่มันจะเป็ร้านประจำสำหรับส่งข้อมูลหรืออะไรที่มีค่ามากกว่านั้น แต่มันก็มีความเป็ไปได้ที่ร้านนี้เป็เพียงร้านธรรมดาที่ครั้งนี้บังเอิญนัดพบกันเท่านั้น ถ้าเขาเข้าไปร้านเสวียนอู่หลังจากที่พวกเราไปจะส่งผลอะไรบางอย่าง ประกอบกับการที่เขาไปบ่อนของเอเดนมา มันก็หน้าสงสัยเหมือนกัน แต่ถ้าให้สายข่าวของชาติเข้าไปมันก็อาจจะพอได้แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าควรให้สายข่าวมองหาอะไร
"นายสนใจร้านนั้นเหรอ" ชาติถาม
"ก็ระดับหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าควรมองหาอะไรเป็พิเศษ" แสงตอบ
"เริ่มจากลูกค้าหรือพนักงานไหมล่ะ" ชาติถาม
"กว้างเกินไป แถมเรายังไม่รู้ว่าเราควรให้ความสำคัญกับร้านนี้ขนาดนั้นไหม มันอาจไม่ได้เป็ร้านประจำก็ได้" แสงพูด
"งั้นเราควรทำแผนจับชาวประมงต่อ" ชาติพูด
"ใช่... เฮ้อ ดูท่าฉันต้องหาวิธีหาเงินใหม่ซะแล้ว" แสงบ่นออกมา
"ไม่ใช่ว่าเป็พ่อค้ากะเพราเหรอ" ชาติพูดพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย
".....เวลาไปตลาดก็ระวังตัวไว้ละกัน" แสงตอบกลับ
ร้านของทไวซ์
"ครับ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ การเพิ่มเงินคือการหนีอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปีครับ ตัวอย่างเช่นถ้าเรามีอัตราเงินเฟ้อ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี หมายความว่าในปีหน้าเงินฝาก 100 บาท ของคุณจะเหลือค่าแค่ 95 บาท ครับ" รามอธิบาย แต่ทไวซ์กับหมอกได้แต่มองตากันปริบๆ
"นายสนใจดูแลเื่การเงินให้ฉันด้วยไหม" ทไวซ์พูด
"ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะนะครับ ผมเพิ่งเข้ามาทำงานกับคุณเอง แถมผมว่าผมไม่ได้เก่งขนาดนั้นด้วยครับ" รามปฏิเสธ
"ก็ได้ๆ นายมาคอยให้คำปรึกษาฉันเื่การเงินละกันจนกว่าฉันจะหาคนมาทำงานนี้ได้" ทไวซ์ตระหนักว่าเขาน่าจะมีปัญหาการบริหารการเงินขององค์กรของเขา แต่รามกลับปฏิเสธทำให้เขาไม่สามารถปัดความรับผิดชอบเื่น่าปวดหัวพวกนี้ได้
"ว่าแต่วันนี้ร้านไม่ค่อยมีลูกค้าเลยนะ คงเพราะคนยังไม่รู้รึเปล่า ว่าปัญหาคนมาก่อกวนหมดไปแล้ว" หมอกถาม
"ก็ใช่แต่เป็เพราะมีผับใหม่มาเปิดในเมืองนะ มีทั้งดนตรี เหล้า แถมมีแสงหลายสีเต็มไปหมด ลูกค้าเลยไปร้านนั้นกันหมด" สาตอบ
"นี่นายจะเจ๊งแล้วเหรอทไวซ์" หมอกพูดขึ้น
"ปากเหรอนั่น เอาเถอะยังไงฉันก็ไม่ชอบร้านแบบผับหรอกนะ เดี๋ยวพอคนเริ่มรู้ว่าไม่มีปัญหาก่อกวนลูกค้าก็กลับมาเอง" ทไวซ์พูด
"ว่าแต่คุณทไวซ์ครับ ร้านของคุณไม่มีชื่อร้านเหรอครับ" รามถาม
"...." ทั้งทไวซ์กับหมอกมองหน้ากันอีกครั้ง
"นี่พี่ไม่ได้ตั้งชื่อร้านไว้เหรอ" หมอกถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"มันจำเป็ต้องมีด้วยเหรอ ก็เรียกว่าร้านของทไวซ์ก็ได้นี่" ทไวซ์พูดอย่างเก้ๆ กังๆ
"...ขอโทษที ฉันมัวแต่เตรียมร้านจนลืมเื่ชื่อไป" สาได้แต่เอามือกุมหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ
"ผมเคยเห็นชื่อที่นามบัตรนี่ ในนามบัตรพี่ใส่ว่าอะไร" หมอกเริ่มร้อนรน
"ก็เขียนไว้ว่า ร้านเหล้า เฉยๆ นะ" ทไวซ์ตอบด้วยเสียงเบา
"ไม่เป็ไรครับ ่นี้ลูกค้าไม่มาก ก็ถือเป็การเปลี่ยนมุมมองให้ลูกค้ามองเราใหม่ด้วยครับ" รามพยายามพูดอย่างใจเย็น
"...แล้วจะให้ตั้งว่าอะไรดีล่ะ" ทไวซ์ถาม
"เอาเป็นางฟ้าเที่ยงคืนดีไหม" สาเสนออย่างตาเป็ประกาย
"...."
"ทไวซ์ ชื่อของคุณแปลว่าสอง เราเอาชื่อว่า เกรย์เฮาส์ ดีไหมครับ เกรย์ที่หมายถึงสีเทานะครับ" รามเสนอ
"เกย์เหรอ ฉันว่าไม่ค่อยดีมั้ง แล้วนายละไม่มีชื่อเสนอเลยเหรอ" ทไวซ์ลังเล (ใน่ปี 49 นั้นเพศทางเลือกยังไม่เป็ที่ยอมรับมากนัก)
"กาลาปากอส" หมอกพูดขึ้นเพราะเขาคิดว่าร้านเหล้าแบบทไวซ์ทำมันดูโบราณไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่คนก็อยากไปผับมากกว่า
"ชื่อประหลาดๆ เรียกยากนั่นมันอะไร" ทไวซ์พูด พร้อมกับทุกคนหันมามองที่หมอก
"ฮะแฮ่ม กาลาปากอส เป็เกาะที่มีวิวัฒนาการประหลาดที่สุดที่หนึ่งในโลกนะ เพราะมันเป็สถานที่ที่มนุษย์ไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเลยทำให้มันมีสัตว์หลายชนิด และมีวิวัฒนาการที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตที่อื่นมาก ถึงปัจจุบันมันจะไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่จะบอกว่ามันเป็ที่ที่เปลี่ยนแปลงช้าที่สุดที่หนึ่งกว่ายุคสมัยก็ไม่ผิด" หมอกพยายามพูดข้อมูลเท่าที่เขานึกออกเพราะไม่อยากให้ทไวซ์รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
"ที่ที่เปลี่ยนแปลงช้าที่สุดเหรอ" ทไวซ์พูดซ้ำ
"เออ ฉันว่าพี่กำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ" หมอกพยายามจะพูดแก้
"งั้นฉันเอาชื่อนี้แล้วกัน ร้านกาลาปากอส" ทไวซ์พูด
"เออ พี่ไม่คิดจะห้ามหน่อยเหรอพี่สา" หมอกพยายามพูดให้คนอื่นช่วยห้าม
"ปล่อยเขาไปเถอะ ยังไงที่นี่ก็เป็ร้านของเขานี่" สาพูดพร้อมกับยิ้มมุมปากก่อนจะหันกลับไปเตรียมของในร้านต่อ
"...." ทั้งลุงรามและหมอกต่างนิ่งเงียบอย่างเหนื่อยใจ
เมืองปาง
หลังจากแผนจับชาวประมงครั้งก่อน แสงกับชาติก็ค่อยๆ ให้ปลาตัวอื่นหยุดไปพนัน นอกจากคนที่ได้ยืมเงินอีกฝ่ายไปแล้ว วันนี้เขาก็ให้ปลากลับเข้าไปพนันอีกครั้ง ส่วนเขากับชาติรอดูท่าทีอีกฝ่ายอีกครั้ง
"นี่ทำไมนายต้องใช้ชื่อแผนว่านักชาวประมงล่ะ" ชาติถามในระหว่างที่เขาก็กำลังเบื่อ
"แล้วนายเคยเห็นตำรวจไปจับปลาไหมล่ะ" แสงตอบกลับก่อนเขาจะตักข้าวผัดกะเพราเข้าปาก
"ไม่รู้ว่าแกมันโลกแคบ หรือฉันควรจะดีใจที่คนแบบแกออกจากตำรวจดีนะ" ชาติมองเพื่อนของเขาอย่างเหนื่อยใจ
SMS ส่งเข้ามาหาชาติ
"อาหารปลาหมดแล้ว เขากำลังจะเข้าไปขอยืมเงินเพิ่ม" ชาติบอก
"อาฮะ ได้ผลยังไงบอกฉันด้วย" แสงพูดพร้อมกับหยิบเอาเอกสารของคนไปร้านเสวียนอู่
คนแรกเ้าตัวโตเพื่อนเราเขาชื่อว่าั์ ก็เหมาะกับขนาดตัวดี เดิมทีเขาทำงานก่อสร้าง เขาเป็พี่ชายคนโตในครอบครัวสลัมเลยเรียนไม่จบแม้แต่ระดับประถมศึกษา สถานะทางบ้านของครอบครัวเขาดีขึ้นในตอนที่เขาได้งานเป็พนักงานโรงแรมเอเดนเมื่อสามปีก่อน และเขาเพิ่งซื้อบ้านหลังใหม่เมื่อต้นเดือนก่อน ถึงบ้านที่ซื้อไม่ได้ใหญ่มากแต่ถ้าเป็แค่พนักงานบริการแล้วซื้อบ้านได้ภายในสามปีแบบเงินสด การที่เขามาทำงานตำรวจคงเป็อะไรที่ตัดสินใจผิดแล้ว
ส่วนคนที่สองชื่อหลิว คงเป็คนมีเชื้อจีนไม่ก็เพิ่งย้ายสัญชาติมาอยู่ไทย เขามาทำงานเป็ช่างไฟฟ้ามาั้แ่สามปีก่อน แต่เขาเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็ผู้จัดการ ่เวลาเดียวกับหลังจากคดีรถชนสามีของคุณหลี่ กับคดีของน้องชายเขาเพียงเดือนเดียว ทุกสัปดาห์หลิวกับเ้าั์จะต้องไปร้านเหล้าหรือร้านอาหารอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกวันพฤหัส แต่ร้านที่เขาไปบ่อยๆ จะมีร้านเสวียนอู่ กับร้านเหล้าที่เหมือนกันอีกประมาณ 2 ร้าน ที่ไปบ่อยกว่าที่อื่น ทำไมต้องมีการส่งอะไรบางอย่างทุกสัปดาห์ ทำไมถึงไม่จัดการอะไรให้เรียบร้อยในเอเดน
"ดูเหมือนเขาจะปล่อยให้กู้เพิ่มนะ" ชาติบอกแสงหลังจากที่เขาเพิ่งดู SMS ในมือถือ
"บอกให้เขาเล่นไปเรื่อยๆ ถ้าเงินหมดเมื่อไหร่ก็ให้วิ่งหนีออกมาเลย" แสงพูด
"เฮ้ย แบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป เดี๋ยวสายข่าวฉันก็ตายหรอก" ชาติพูดสวนขึ้น
"ไม่หรอกถ้าพวกมันได้เงินคืน เตรียมเงินไปคืนให้พร้อม อีกอย่างเราต้องไปเอเดนดูหน้างานอยู่แล้ว ฉันไม่ให้สายข่าวนายตายหรอก เตรียมเงินไปสักแสนห้าละกัน" แสงพูดพร้อมกับเตรียมตัวเดินทาง
"ห๊ะ" ชาติสับสนแต่เขาก็ทำตามแสงเพราะเขาค่อนข้างเป็ห่วงสายข่าวของเขา
บ่อนพนัน เอเดน
หลังจากที่แสงกับชาติเตรียมเงินเสร็จพวกเขาก็มายืนสูบบุหรี่รอ ปลาสั้นข้อความมาบอกพวกเขาว่าอีกไม่นานน่าจะเงินหมดแล้ว พวกแสงมายืนอยู่ชั้นสองเพื่อที่จะได้เห็นสายข่าวของเขาได้อย่างชัดเจน ไม่นานนักพอเงินหมด สายข่าวก็เริ่มทำตามแผน เขารีบพุ่งตัวออกจากโต๊ะไพ่ พยายามวิ่งหนีออกจากบ่อน แต่ก็ถูกพนักงานสองคนจับตัวไว้ได้ก่อนที่จะหนีพ้น สายข่าวถูกพาตัวไปหาเ้าั์ก่อนที่จะโดนพาตัวเข้าไปในห้อง แสงสะกิดบอกชาติให้เดินตามเขาเข้าไปในห้อง แน่นอนว่าเ้าั์เข้ามาขวางตามคาด
"เข้าได้เฉพาะคนได้รับอนุญาต" เ้าั์พูด
"ฉันมาคุยเื่ธุรกิจ" แสงพูดพร้อมให้สัญญาณให้ชาติเปิดกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเงินให้เ้าั์ดู
"รอก่อน ผู้จัดการยังติดแขกอยู่" เ้าั์พูด
"ธุรกิจของฉันเกี่ยวกับแขกของผู้จัดการแกนั่นแหละ" แสงพูดกลับ
"...." เ้าั์สับสนเล็กน้อย แต่เงินในกระเป๋าก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เขาเลยยอมให้แสงเข้าไปในห้อง
พอเดินเข้าไปในห้อง คนในห้องก็พูดขึ้นมาทันที
"ขอโทษด้วยครับ แต่ผมยังคุยธุรกิจอยู่" หลิวเงยหน้าขึ้นมาตอบอย่างเ็า
"ขอโทษที พอดีฉันเป็เ้าหนี้ของแขกนายอยู่" แสงไม่ได้สนใจเขาเดินเข้ามาในห้องก่อนจะหันไปมองตาสายข่าว
"ต้องขอโทษด้วยครับ แต่เขาก็เป็ลูกหนี้ของผมเหมือนกัน" หลิวตอบกลับอย่างใจเย็น
"พอดีฉันกำลังทำงานที่ต้องใช้แรงงานคนเยอะ" แสงพูดก่อนที่ชาติจะโยนกระเป๋าที่ใส่เงินให้อีกฝ่าย
"..." หลิวตรวจดูเงินในกระเป๋าคำนวณคร่าวๆ มีประมาณหนึ่งแสน
"ขอโทษด้วยแต่ถ้าอยากได้ตัวเขาคุณต้องให้ผมมากกว่านี้" หลิวพูด แม้ว่าสายข่าวจะพยายามจะพูดแต่พอเห็นหน้าหลิวก็ไม่กล้าพูดออกมา
"เท่านี้พอไหม" แสงหยิบเงินอีกห้าหมื่นจากกระเป๋าด้านในเสื้อนอกให้อีกฝ่าย
"คุณไม่คิดว่าผมควรจะเก็บทั้งเงินทั้งคนไว้เหรอ" หลิวถามอย่างเ็า
"อย่าเสียคนทำธุรกิจด้วยเลย อีกอย่างเ้าของโรงแรมคงไม่อยากเก็บคนที่เอามือมาล้วงเงินในกระเป๋าเขาหรอก" แสงพูด
"...คุณไม่ควรพูดเื่แบบนั้นในที่ของคนอื่น" หลิวยังไม่เปลี่ยนท่าทีแม้แต่น้ำเสียง
"ฉันแค่หมากที่ใช้แล้วก็ทิ้ง มันคุ้มค่าไหมล่ะ" แสงตอบ
"..." หลิวไม่ได้ตอบอะไรเขาเอนหลังพิงเก้าอี้ช้าๆ ก่อนจะโบกมือเป็สัญญาณให้ออกไป ระหว่างที่สายข่าวกับชาติกำลังจะเดินออกไปนั้น
"กระดาษ" แสงที่ยังยืนอยู่ก็พูดขึ้น ชาติสับสนก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นที่นิ้วโป้งของสายข่าวมีรอยเปื้อนหมึกสีน้ำเงินทั้งสองนิ้ว
"..." หลิวนิ่งสักพักก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากลิ้นชักมาวางอยู่บนโต๊ะ มันคือสัญญาทำงานชดใช้หนี้
"ขอบคุณ" แสงพูดพร้อมกับเดินมาหยิบเอาสัญญาตรวจเล็กน้อย เขาเอามือจับรอยหมึกในกระดาษก่อนมีหมึกติดมือแสงเล็กน้อย เขาค่อยๆ หันหลังแล้วกำลังจะเดินออกจากห้อง
"ด้วยความยินดี" หลิวพูดตามหลังก่อนที่เ้าั์จะปิดประตู พวกแสงเดินออกมาจากเอเดน แสงเอาสัญญาติดหนี้ให้กับสายข่าวก่อนที่เขากับชาติจะกลับไปพักที่ตึกเช่า
"ขอบคุณที่ช่วย ขอโทษทีนะสุดท้ายเหมือนจะไม่ค่อยได้อะไรกลับมาเท่าไหร่" ชาติพูด ระหว่างที่เขาขับรถ
"ก็ไม่คุ้มเท่าไหร่กับเงินครึ่งล้านที่เสียไป แต่ฉันก็พอรู้แล้วว่าจะสืบไปทางไหนต่อ" แสงพูด
"อา แล้วนายรู้ได้ยังไงว่ามันแอบขโมยเงินจากบ่อน" ชาติถาม
"หมอนั่นต้องไปร้านอาหารหรือร้านเหล้ากับเ้าั์นั่นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ทำไมต้องเสี่ยงเอาอะไรบางอย่างออกมาจากเอเดนในเมื่อทำในเอเดนสะดวกกว่า" แสงพูด
"เพราะมีบางอย่างที่เสี่ยงถ้าทำในเอเดน" ชาติพูด
"ใช่ สิ่งที่ต้องส่งในร้านเหล้าหรือร้านอาหาร ถ้าไม่ใช่เงินก็คงเป็บัญชี จากสัญญาที่สายข่าวนายโดนบังคับให้ปั๊มรอยนิ้วมือ แสดงว่ามันไม่ได้้าแค่เงิน แต่้าคนไว้ใช้งานด้วย เหตุผลที่ตอนมันให้ยืมเงินครั้งแรกแล้วไม่เสนอให้ยืมครั้งที่สองในวันนั้น อาจเป็เพราะเงินที่บ่อนจะมีไว้ปล่อยกู้ มันคงใช้ปล่อยกู้ให้เป็ลูกหนี้ของมันเองไปหมดแล้ว" แสงพูด
"แล้วไม่มีทางบ่อนไม่ได้ตรวจสอบเงินเหรอ" ชาติถาม
"มีตั้งหลายวิธีนี่ เช่น เก็บเงินที่คนเอามาคืน แล้วฆ่าทิ้งซะเพื่อเป็หลักฐานว่าลูกหนี้ไม่ยอมคืนเงิน ยังไงการยืมเงินนอกระบบมันก็แบบนี้แหละ แถมยังเป็เงินจากบ่อนพนัน มันจะไม่ได้เงินคืนและลูกหนี้โดนซ้อมจนตายก็ไม่ใช่เื่แปลก ผีพนันส่วนใหญ่จะมีปัญญาที่ไหนมาคืนเงิน" แสงพูดพร้อมกับมองดูวิวข้างทาง
"งั้นนายก็รู้ั้แ่แรกแล้ว ว่าสายข่าวจะโดนจับเซ็นสัญญา" ชาติถาม
"เปล่า ถึงจะคิดไว้บ้างแต่ก็ไม่ได้รู้ขนาดนั้น ตอนเข้าไปในห้องถ้านายจำได้ฉันมองตาสายข่าวแป๊บหนึ่ง ตอนนั้นฉันเลยเห็นนิ้วโป้งที่เปื้อน" แสงพูด
"..." ชาติไม่ได้ตอบอะไร จากที่เขายืนมันเลยยากที่จะสังเกตเห็นมือของสายข่าว แต่ต่อให้เขายืนที่เดียวกับแสงเขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะสังเกตเห็นไหมในสถานการณ์แบบนั้น
มุมมองนักเขียน
เอาละครับ แสงจะสืบยังไงต่อหลังจากแผนจับชาวประมงของเขาไม่สามารถพาเขาไปหาตัวการใหญ่ได้ ในฝั่งของทไวซ์กับหมอกนั้น ผมค่อนข้างชอบบรรยากาศร้านเหล้าแบบในร้านของทไวซ์เป็การส่วนตัว ถึงมันจะหาได้ยากในประเทศของเรา ถ้ามีเงินผมก็อยากลองทำร้านเหล้าของตัวเองเหมือนกัน ในตอนหน้าแสงจะต้องเจอการตัดสินใจที่ลำบาก ผมหวังว่าเื่ราวเล็กๆ น้อยๆ ของตัวละครตัวนี้จะทำให้พวกคุณยิ่งรักเขามากขึ้นในอนาคต ผมต้องขอเปลี่ยนการสะกดของทไวซ์ เป็ ทไวซ์ นะครับ ส่วนในตอนเก่าผมจะทยอยแก้อัปเดต
ผมได้สร้างเพจทุกคนสามารถมาติดตามเพจ Facebook : K.tonsai ผมจะขอใช้เป็ช่องทางติดต่อสื่อสารและแจ้งรายละเอียดต่างๆ ทั้งความคืบหน้าของนิยายหรือการเปิดตัวของนิยายเื่ใหม่