ถึงจะรู้สึกเ็ป แต่สิ่งที่น้องรองกล่าวก็ไม่ผิดเลยสักนิดหากไม่มีเกลือสักนิดก็จะไม่มีแรงทำงานจริงๆ อย่างไรเสียเวลานี้ก็มีเงินอยู่ในมือและน้องรองยัง้า เช่นนั้นก็ซื้อเสียเถิด “ข้าไม่ว่าอะไรแล้ว เ้าอยากซื้ออะไรก็ซื้อเถิด”
“ขอบคุณมากพี่ใหญ่”
ชั่งเกลือเรียบร้อยเฉียวซงหยิบเหรียญทองแดงเจ็ดสิบห้าเหรียญให้เ้าของร้านไปส่วนเ้าของร้านกลับมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ
ยามที่ทั้งสามเข้าร้านมา เขาคิดว่าเด็กเหล่านี้เข้ามาวิ่งเล่นเกือบจะไล่พวกเขาออกไปแล้ว ผลปรากฏว่ากลับ้าซื้อเกลือเข้าจริงๆบทจะซื้อก็ซื้อถึง 5 ชั่ง เดิมเขาไม่คิดจะชั่งเกลือให้พวกเด็กเหล่านี้ทว่าเมื่อได้เห็นแม่หนูตัวน้อยคนนั้นพูดด้วยท่าทางจริงจัง เขาจึงชั่งให้โดยไม่รู้ตัวมันจบแล้ว พ่อหนุ่มที่มีอายุมากกว่าสักหน่อยและถูกสาวน้อยเรียกว่าพี่ใหญ่คนนั้นก็ควักเงินออกมาจริงๆแล้ว เมื่อเงินอยู่บนมือของเขา เขาก็ไม่รู้จะกล่าวเช่นไร ลูกเต้าเหล่าใครกันนี่สามารถนำเงินออกมาซื้อของได้มากมายถึงเพียงนี้ผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่สนใจสักหน่อยหรืออย่างไร
และข้างหลังพวกเขายังมีเด็กชายตัวเล็กๆ อีกคนหนึ่งเขาไม่พูดไม่จาอะไรเลยั้แ่ต้น ทำเพียงเฝ้าดูพวกเขาสองคนอยู่เงียบๆยามที่เห็นทั้งสองคนโต้เถียงกัน เขาก็แอบหัวเราะอยู่ข้างๆ อย่างไม่ปรานี
ซื้อเครื่องปรุงและเครื่องเทศเสร็จเป็ที่เรียบร้อยขณะที่เตรียมตัวออกจากร้าน เฉียวซีก็ชี้ไปที่ไหและเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่เราซื้อไหกลับไปสักสองใบเถอะ ข้าจะทำผักดองเค็มไว้กินสักหน่อย”ผักดองของเทียนเฉามีหลากหลายชนิดมาก นางอยากจะลองดูว่าตนจะสามารถทำออกมาได้หรือไม่
“เ้าทำเป็หรือ” ั้แ่เด็กน้องรองถูกเลี้ยงมาแบบคุณหนู ภาระงานต่างๆล้วนเพิ่งเริ่มทำหลังจากที่พ่อและแม่เสียชีวิต แม้จะสามารถทำได้ดีแต่เขาก็ไม่อยากทำให้น้องรองต้องเหนื่อย
“เป็สิ อย่าลืมว่าข้าเคยอ่านหนังสือมาเยอะมาก ต้องทำสำเร็จแน่นอนหากทำไม่สำเร็จ ข้าก็สามารถไปหาท่านอาสะใภ้และให้นางสอนข้าก็ได้”
“ตกลง เช่นนั้นก็ซื้อสองใบ” ตอนที่แม่ของพวกเขายังอยู่ไม่เคยดองผักเลยที่บ้านจึงไม่มีไห ที่น้องรองพูดก็ถูก หากทำไม่เป็ก็สามารถไปถามคนอื่นได้นี่นา
เฉียวซีรู้ว่าพวกเขายังเด็ก หากซื้อใบใหญ่จะไม่สามารถถือกลับไปได้ดังนั้นจึงเลือกไหขนาดกลางสองใบหากทำเต็มสองไหจะเพียงพอให้พวกเขาสามพี่น้องกินได้นานมากทีเดียว
หลังจากซื้อของเหล่านี้เสร็จเฉียวซียังเลือกซื้อสิ่งของในร้านขายของชำแห่งนี้อีกจำนวนมาก ทั้งน้ำมันน้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว ทั้งยังซื้อน้ำตาลอีกด้วย เถ้าแก่เ้าของร้านเริ่มใจนพูดไม่ออกนี่มันลูกเต้าเหล่าใครกันนี่ ทำไมถึงฉลาดหลักแหลมอย่างกับลิงจะดูถูกเล็กน้อยก็ยังทำไม่ได้ ต้องคอยระวังอยู่ข้างๆ หลังจากซื้อเครื่องปรุงเสร็จตอนนี้เหลือเพียงแป้งและข้าวเท่านั้นที่ยังไม่ได้ซื้อ เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วเฉียวซีก็จูงมือน้องชายตรงไปที่ร้านขายธัญพืช
เมื่อเข้าสู่ร้านขายธัญพืชและเห็นป้ายราคาคำเดียวที่เฉียวซีรู้สึกได้คือแพง
ข้าวสาร 1 ชั่ง 8 อีแปะ ข้าวหัก 1 ชั่ง 5 อีแปะ ข้าวฟ่าง 1 ชั่ง 4 อีแปะแป้งสาลี 1 ชั่ง 6 อีแปะ แป้งข้าวโพด 1 ชั่ง 3 อีแปะ แป้งบัควีท 1 ชั่ง 2 อีแปะ
นางอยากกินข้าวขาว แต่ราคานี้แพงเกินไป ทำให้ท่าทีของนางดูแย่ลงทันที
“เป็อะไรไป เ้าบอกว่าอยากซื้อข้าวไม่ใช่หรือ”
“แพงมาก” เฉียวซีเอ่ยพร้อมทำหน้ามุ่ย
“ซื้อสักหน่อยก็ได้” เฉียวซงลูบหัวน้องสาวพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นเอาข้าวสาร 10 ชั่ง ข้าวหักก็เอา 10 ชั่ง ข้าวฟ่าง แป้งสาลีแล้วก็แป้งข้าวโพดเอาอย่างละ 5 ชั่ง แป้งบัควีทเอา 10 ชั่ง ได้ไหมพี่ใหญ่”เฉียวซีไล่เรียงสิ่งที่เธอ้าซื้อทีละชิ้นพร้อมมองไปที่พี่ชายใหญ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เฉียวซงบวกราคาทั้งหมดแล้วได้ถึงประมาณสามร้อยกว่า แต่ข้าวและแป้งเหล่านี้เพียงพอให้พวกเขากินได้ระยะหนึ่งและพวกเขาไม่ได้กินอาหารประเภทข้าวมานานมากแล้ว ดังนั้นจึงตัดสินใจซื้อ“เช่นนั้นก็ซื้อตามที่เ้าว่าก็แล้วกัน” สำหรับของเหล่านี้ต้องใช้เงินถึง 215อีแปะเลยทีเดียว
หลังจากชั่งเมล็ดข้าว แป้ง และจ่ายเงินเรียบร้อยสามพี่น้องก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน การเดินทางในครั้งนี้ใช้เงินไปทั้งหมด 515อีแปะ เงินที่หามาได้ถูกใช้ไปเกินครึ่งเลยทีเดียว
ขณะที่ผ่านร้านซาลาเปา เฉียวไป่ก็ค่อนข้างจะทนไม่ไหวเสียแล้วเขามองซาลาเปาพร้อมกลืนน้ำลายคำโต ทั้งยังคิดว่าตนซ่อนพฤติกรรมต่างๆ ไว้มิดชิดแล้วทว่าเฉียวซีกลับสังเกตเห็นั้แ่ครั้งแรกดังนั้นจึงหยุดฝีเท้าและเรียกพี่ชายคนโตผู้เดินอยู่ข้างหน้าให้หยุด “พี่ใหญ่พวกเราซื้อซาลาเปาเนื้อสักหน่อยเถอะ น้องสามหิวจะตายอยู่แล้ว”
เฉียวซงมองน้องชายและหันไปมองน้องสาว เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงสั่งซาลาเปาไส้เนื้อจากคนขาย6 ลูก จ่ายเงินไป 12 อีแปะ ทั้งยังจายเงินอีก 10 อีแปะซื้อหมั่นโถวอีก 20 ลูกเนื่องจากหมั่นโถวไม่มีไส้ ราคาจึงถูกกว่าซาลาเปาไส้เนื้อมาก
วันนี้ไม่ใช่วันที่คนออกมาจับจ่ายในตลาด ทั้งยังมีอากาศเย็นทำให้ในหมู่บ้านเงียบสงบกว่า่เวลาอื่นมาก พวกเขาไม่พบใครเลยตลอดทางกลับบ้านเมื่อถึงปากทางเข้าหมู่บ้านพวกเขาก็เดินไปตามริมฝั่งแม่น้ำยิ่งทำให้พวกเขาไม่เจอใครเลย หากไม่เป็เช่นนี้พวกเขาคงจะถูกทักเข้าแน่ๆ
เมื่อกลับถึงบ้าน ยังไม่ทันได้พักผ่อนเฉียวซีก็เริ่มจัดเก็บสิ่งของที่ซื้อกลับมาตามประเภทของมันเครื่องปรุงรสและเครื่องเทศวางไว้บนแท่นใกล้เตาแป้งบัควีททั้งหมดใส่ไว้ในโถเก็บแป้ง ข้าวสารเอาออกมาไว้เพียงเล็กน้อยส่วนข้าวและแป้งชนิดอื่นอาศัยจังหวะที่พี่ชายและน้องชายไม่ได้สนใจใส่ไว้ในวงแหวนเก็บของของนางสิ่งมีค่าในบ้านเช่นโฉนดที่ดินต่างๆ นางล้วนเก็บไว้ในวงแหวนเก็บของทั้งสิ้นเช่นนี้ครอบครัวก็ไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวเหล่าขโมยอีกต่อไป
หลังจากจัดเก็บสิ่งของและหยุดพักสักครู่นางจึงรู้สึกตัวว่าขาของนางในตอนนี้ดูไม่เหมือนขาของตนเองเลยนางเริ่มนั่งต้มน้ำหน้าเตาไฟ จำต้องให้พี่ชายใหญ่และน้องชายคนเล็กแช่เท้าคลายกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน้องสาม เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดจนเดินไม่ได้ยามตื่นขึ้นในเช้าพรุ่งนี้
“น้องรอง เ้าทำอะไรอยู่หรือ รีบพักสักหน่อยเถอะ”เฉียวซงพักผ่อนเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าครัวมาเห็นน้องสาวนั่งก่อไฟอยู่หน้าเตา
“ข้ากำลังต้มน้ำให้พวกพี่อยู่ อีกประเดี๋ยวมาแช่เท้าเสียเพื่อให้เท้ารู้สึกสบายและคลายกล้ามเนื้อสักเล็กน้อย”
“ข้าไม่ต้องแช่หรอก เ้ากับน้องสามแช่เสียเถิด” เขาชินเสียแล้ว แต่น้องรองกับน้องสามเพิ่งจะเคยเดินทางไกลขนาดนี้เป็ครั้งแรกหากไม่แช่สักหน่อย พรุ่งนี้จะต้องปวดเท้าอย่างแน่นอน
“ข้าต้มน้ำมากถึงเพียงนี้ ทุกคนแช่ด้วยกันทั้งหมดเถิด”ขณะที่พูดอยู่นั้นนางก็เติมฟืนอีกชิ้นเข้าไปในประตูเตา
“น้องรอง เงินเหล่านี้เ้าเก็บไว้เถิด”เฉียวซงยื่นเงินหลายร้อยอีแปะที่เหลือทั้งหมดจากที่หามาได้ในวันนี้ให้กับเฉียวซี
“เหตุใดจึงให้ข้าเล่า พี่ใหญ่เก็บไว้ก็ดีอยู่แล้วนี่”
“เ้าเก็บไว้เถิด หากข้า้าใช้เงินค่อยมาขอจากเ้า” หากเงินอยู่กับน้องรองเขาจะรู้สึกอุ่นใจไม่รู้เหมือนกันว่าเป็เพราะเหตุใด อย่างไรเสียเขาก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
“เช่นนั้นข้าจะเก็บไว้ก็แล้วกัน” เฉียวซีก็ไม่ปฏิเสธเช่นกันนางรับเงินจากมือของพี่ชายคนโตอีกประเดี๋ยวจะนำออกมาหนึ่งร้อยอีแปะและเก็บเอาไว้ข้างนอกส่วนที่เหลือจะเก็บเข้าวงแหวนเก็บของทั้งหมด ที่นั่นปลอดภัยมากนี่นา
“พี่ใหญ่ มื้อกลางวันพวกเรากินซาลาเปาไส้เนื้อก็แล้วกันประเดี๋ยวจะนำไปนึ่งจะได้อร่อยยิ่งขึ้น”
“ได้สิ ประเดี๋ยวเ้าก็นึ่งเสีย”เื่อาหารการกินไม่ว่าน้องสาวจะทำอะไรพวกเขาก็กินได้ทั้งนั้น
“เ้าค่ะ”
ต้มน้ำเรียบร้อยแล้ว เฉียวซงยกถังน้ำเทลงกะละมังแช่เท้าสองใบ น้องสาวหนึ่งใบน้องชายหนึ่งใบ พวกเขาอาบแสงอาทิตย์ไปพลาง แช่เท้าไปพลาง กินซาลาเปาไส้เนื้อไปพลาง
“ว้าว พี่ใหญ่ พี่รอง ซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยมากเลย”ใบหน้าของเฉียวไป่เต็มไปด้วยความึงพอใจสมดั่งปรารถนาดวงตาของเขาหรี่ลงเป็ขีดเดียว
“ค่อยๆ กิน ไม่มีใครแย่งเ้าหรอก” ลูบหัวน้องชายคนเล็กอย่างอ่อนโยน
“ครั้งหน้าพี่จะทำให้เ้ากินนะ” เมื่อได้เห็นน้องชายกินอย่างมีความสุขรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเฉียวซี นางจึงแอบสาบานจากก้นบึ้งของหัวใจว่านางจะทำให้น้องชายคนเล็กและพี่ชายคนโตมีเนื้อกินทุกวัน นางจะพยายามหาเงินให้มาก
“อื้มๆ”