บทที่ 16 สำเร็จเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันขั้นแรก
ภายในหอดาราสงัด เซียวอวิ๋นหลับตาสนิท เริ่มทำความเข้าใจเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมเก้าหมัดราชัน
หลังจากเข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง ความคิดของเขาแจ่มชัด แรงบันดาลใจพลุ่งพล่าน ตัวตนของเขาสอดคล้องกับวิถีธรรม ก่อเกิดเป็สภาวะสั่นพ้อง
เคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันที่เคยเข้าใจยากนั้น บัดนี้กลับดูง่ายดายในสายตาของเซียวอวิ๋น
ราวกับข้อสอบระดับมหาวิทยาลัยกลายเป็ข้อสอบระดับประถม ความยากลดลงถึงขีดสุด
‘เป็เช่นนี้นี่เอง!’
เซียวอวิ๋นจมดิ่งอยู่ในภวังค์แห่งการรู้แจ้ง ไม่นานเขาก็เข้าใจเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันอย่างถ่องแท้
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทพลันเปล่งประกายสีทองสองสาย ในม่านตาสีดำมืดนั้น ราวกับมีวิถีธรรมหมุนวน และภาพของจักรวาลพร้อมด้วยดวงดาวก็ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง
"สำเร็จแล้ว!"
"เ้าเรียนรู้เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมได้แล้วหรือ?"
"เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!"
......
ผู้คนรอบข้างจ้องมองเซียวอวิ๋นเขม็ง เหนือหอดารา เหล่าผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายต่างก็จับจ้องเซียวอวิ๋นอย่างแน่วแน่
พวกเขา้าดูว่าเ้าหนุ่มคนนี้มีความสามารถจริงหรือเพียงแค่้าเรียกร้องความสนใจเท่านั้น
"ตู้ม!"
ในขณะนั้น เซียวอวิ๋นพุ่งหมัดออกไปอย่างรุนแรง พลังอันน่าสะพรึงกลัวแทรกผ่านความว่างเปล่า ส่งเสียงหวีดหวิวแหลมเสียดแก้วหู มวลอากาศะเิตัวเสียงดังสนั่น
ในเวลาเดียวกันนี้ บนร่างของเซียวอวิ๋นปรากฏแสงสีทองขึ้นมาฉับพลัน ห่อหุ้มร่างทั้งร่างของเขาไว้ แผ่รัศมีพลังอันทรงพลัง
"นั่นคือการฝึกร่างกายด้วยแสงทอง เป็สัญลักษณ์ของการฝึกฝนเก้าหมัดราชันขั้นแรกสำเร็จ!"
"เป็ไปได้อย่างไร? เวลาผ่านไปเพียงเท่านี้ เขากลับฝึกฝนขั้นแรกสำเร็จแล้ว!"
"นี่เป็เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยม แม้แต่บรรดาบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนถึงหนึ่งปีเพื่อให้สำเร็จขั้นแรก!"
"์ นี่คือพร์ของเขาหรือ? ความสามารถเช่นนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน!"
...
ผู้คนรอบข้างต่างอุทานด้วยความตกตะลึง
เมื่อได้เห็นกับตาว่าเซียวอวิ๋นสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันขั้นแรกได้ในชั่วพริบตา พวกเขาต่างก็รู้สึกยากจะอธิบาย แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ที่จริงก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกเช่นนั้น เพราะมันช่างน่าตื่นตะลึงมากเกินไป
แม้แต่บรรดาผู้าุโสูงสุดและผู้าุโที่อยู่เหนือหอดาราก็ยังไม่อยากเชื่อ ทุกคนต่างตะลึงงันกับการแสดงความสามารถของเซียวอวิ๋นในขณะนี้
"เพียงแค่ขั้นแรกก็น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน!" ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยความตกตะลึง
"ความสามารถเช่นนี้... ตอนนี้ข้าเริ่มเชื่อคำพูดของตี้เทียนเมื่อครู่แล้ว บางทีเขาอาจจะสามารถฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นได้เก้าขั้นในหนึ่งวันจริงๆ!" ผู้าุโสูงสุดท่านหนึ่งพึมพำ
ไม่ไกลออกไป ตี้เทียนลูบเคราใต้คางพลางยิ้มอย่างพึงพอใจ เซียวอวิ๋นไม่ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ
เมื่อมองไปยังผู้าุโเทียนอีที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าของเขาก็ดูหม่นหมองลงมาก จ้องมองเซียวอวิ๋นที่อยู่ด้านล่างด้วยความรู้สึกเสียดายแฝงอยู่ในใจ
หากรู้แต่แรกว่าตี้เทียนจะประสบความสำเร็จ ตอนนั้นเขาคงจะไปประชุมที่วิหารด้วย เพื่อแย่งชิงเด็กคนนี้มาเป็ศิษย์ของตนเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด
......
ภายในหอดารา
หลังจากที่เซียวอวิ๋นฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันสำเร็จในขั้นแรก เขาก็ฝึกฝนต่อในขั้นที่สอง เพราะอย่างไรในสภาวะแห่งการรู้แจ้ง การฝึกฝนของเขาก็เป็ไปอย่างง่ายดาย ราวกับการกินข้าวดื่มน้ำ ราบรื่นดั่งสายน้ำไหลริน
"ตู้ม!"
ในเวลาอันรวดเร็ว เซียวอวิ๋นก็ฝึกฝนสำเร็จในขั้นที่สอง เมื่อเขาออกหมัด ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยง ความว่างเปล่าสั่นะเือย่างต่อเนื่อง อากาศเบื้องหน้าเกิดการะเิติดต่อกัน พลังอำนาจช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ผู้คนรอบข้างต่างตะลึงงันอีกครั้ง
......
"ตู้ม!"
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป เซียวอวิ๋นก็ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันจนถึงระดับสูงสุดของขั้นที่เก้าแล้ว เมื่อเขาเหวี่ยงกำปั้น แสงสีทองอันไม่มีที่สิ้นสุดก็รวมตัวกัน ทำให้กำปั้นของเขาสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน เมื่อเซียวอวิ๋นออกหมัด ร่างกายของเขาก็ปล่อยเปลวเพลิงอันร้อนแรงออกมาฉับพลัน แสงศักดิ์สิทธิ์ปะทุตัว เปลวไฟสว่างจ้า เมฆสีรุ้งม้วนตัวเคลื่อนไหว เปลี่ยนเป็สัญลักษณ์สีทองมากมายพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา
ผู้คนรอบข้างต่างปากอ้าตาค้างกันหมดสิ้น
บรรดาผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายเหนือหอดาราก็ล้วนแสดงสีหน้าตกตะลึงไม่ต่างกัน
"เขาได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้าหมัดราชันจนถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว"
"ขอบเขตหลอมกายาขั้นเก้า... ว่ากันว่าเมื่อฝึกฝนวิชาเก้าหมัดราชันจนถึงระดับสูงสุด ร่างกายก็จะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าเสมือนได้หลอมขึ้นมาใหม่"
"เขาก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดของขอบเขตหลอมกายาแล้ว หลังจากนี้ เกรงว่าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามเสียแล้ว"
"พร์เช่นนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก เพียงแต่ไม่รู้ว่าในที่สุดแล้วเขาจะสามารถบรรลุถึงขอบเขตต้องห้ามระดับใดกัน?"
"ข้าได้ยินมาว่ารังักำลังจะเปิด พวกเราสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นไม่เคยกล้าส่งศิษย์เข้าไปมาก่อน บางทีคราวนี้อาจให้เซียวอวิ๋นเข้าไปสักครั้ง เพื่อแสดงอำนาจของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเรา"
ท่ามกลางเสียงอุทานของผู้คน ภายในหอดารา ลีลาการต่อสู้ของเซียวอวิ๋นทวีความดุดันและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไร้ผู้ใดต้านทาน แผ่ซึ่งกระแสอำนาจอันทรงพลังที่ท้าทายฟ้าดินและกวาดล้างทั่วทั้งเก้า์สิบทิศ
ร่างกายของเซียวอวิ๋นในยามนี้ ประหนึ่งเตาหลอมอันเป็นิรันดร์ แผ่ไอร้อนระอุออกมา หลอมร่างกายและบำรุงเืเนื้อของเขา
รูขุมขนทั่วร่างของเซียวอวิ๋นเปิดกว้าง เืทุกหยดในร่างกายปรากฏอักขระสีทองเป็ประกายเรืองรอง เวลาหายใจเข้าออกไม่ต่างจากเหล่าทวยเทพกำลังขับขานบทเพลง์
เมื่อผ่านขอบเขตหลอมกายาขั้นเก้า ร่างกายของเซียวอวิ๋นก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ร่างของเขาแผ่รัศมีศักดิ์สิทธิ์ แสงสีรุ้งนับหมื่น อักขระสีทองมากมายแนบชิดอยู่บนร่างกลายเป็เปลวไฟสีทองเส้นเล็ก ๆ เริ่มหลอมละลายร่างกายอย่างแช่มช้า
เหล่าผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายเหนือหอดาราต่างเบิกตาโต เพราะในสายตาของพวกเขา สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้กระดูกทุกท่อนในร่างของเซียวอวิ๋นกำลังเปล่งแสงสีขาว เนื้อและเืล้วนกลายเป็สีทองคำ
"นี่คือร่างทองกระดูกหยก เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามจริงๆ!" ผู้าุโสูงสุดท่านหนึ่งอุทานด้วยความตื่นเต้น นานเพียงใดแล้วที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเขาไม่เคยมีอัจฉริยะระดับนี้
ตี้เทียนยิ่งมีสีหน้าตื่นเต้น อัจฉริยะเหนือโลกเช่นนี้กลับเป็ศิษย์ของเขา นับว่าน่าปลาบปลื้มใจยิ่งนัก
"ตู้ม!"
ภายในหอดารา เซียวอวิ๋นค่อยๆ ชักหมัดกลับ แต่ภายในร่างกายของเขาไม่ต่างจากมีเทพกำลังตีกลองศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ร่างกายของเขาส่งเสียงดังสนั่น ปะทุแสงสว่างจ้าออกมาเป็ระลอก
แต่เมื่อเสียงกลองเงียบลง อักขระสีทองทั้งหมดก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเซียวอวิ๋น กลายเป็รัศมีศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้าที่สุด ส่องสว่างไปทั่วทั้งหอดารา
ผู้คนรอบข้างต่างก็อดไม่ได้ที่จะใช้ฝ่ามือบังสายตา เพราะแสงนั้นสว่างจ้ามากเกินไป
จวบจนแสงทองอันเจิดจ้าหายไป ทุกคนจึงค่อยลดมือลง ในยามนั้น พวกเขาพบว่าเซียวอวิ๋นได้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว
สิ่งเดียวที่แตกต่างคือบุคลิกของเซียวอวิ๋นที่เปลี่ยนไป กลายเป็ผู้ที่ดูเด็ดเดี่ยวกว่าเดิม ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมีประกายทองวูบวาบ สายตาอันทรงอำนาจเต็มไปด้วยความดุดัน ทำให้ผู้คนเกรงกลัวเมื่อมอง ไม่กล้าสบตาตรงๆ
และที่สำคัญคือร่างกายของเซียวอวิ๋นก็ยิ่งดูสมบูรณ์แบบ ทั้งตัวคนดูสง่างามมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
"ศิษย์พี่ ข้าว่าท่านดูหล่อเหลามากกว่าเดิมยิ่ง!" หลินเสี่ยวหย่าที่ยืนอยู่ด้านข้างจ้องมองเซียวอวิ๋นด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม ราวกับเป็สาวกตัวน้อยที่กำลังหลงใหลศิลปินคนโปรด
เซียวอวิ๋นยิ้มน้อยๆ แต่ในขณะนี้ เขารู้สึกเพียงว่าในร่างกายของตนนั้นเหมือนมีูเาไฟที่หลับใหลมานานถูกปลุกให้ตื่นขึ้น พลังอันยิ่งใหญ่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายไม่หยุดยั้ง
"ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด" เซียวอวิ๋นตั้งใจจะไปทดสอบที่ศิลาจารึกด้านนอกหอดาราสักหน่อย