หานตงก้าวเดินขึ้นมาจากสระน้ำ และนั่งลงที่้าริมขอบสระ พลางจับรินน้ำชายกขึ้นจิบ และจ้องมองตรงไปยังหญิงสาวที่ยื่นอยู่กลางสระน้ำอย่างพิจารณา ถึงสภาพของนางในตอนนี้จะเปียกปอนไปหมด แต่มองเผิน ๆ ก็พบว่านางมีดวงตาที่กลมโต จมูกเชิดรั้น ริมฝีปากบาง และใบหน้าที่เรียบเนียนนั้น จัดได้ว่าเป็หญิงงามคนหนึ่ง แต่จากวีรกรรมของนางตอนนี้ ดูท่าแล้วเื่ของนางที่ผิงอานเล่ามาคงจะไม่เกินจริงมากนัก
“นี่! ท่านอ๋องสาม ท่านจะมองข้าอีกนานไหม”
“ตาข้า ข้าอยากจะมองนานแค่ไหน มันก็ตาของข้า”
“นี่ท่าน....ท่านนี่มัน กวนประสาทข้าจริง ๆ”
เหม่ยเหมยเอ่ยตอบ แล้วยกมือขึ้นชี้นิ้วตรงไปยังหน้าของหานตง
“ข้าขอเตือนว่า ถ้าเ้ายังอยากกลับบ้านด้วยนิ้วที่ครบ ก็จงรีบเก็บมันเข้าไปซะ”
หานตงเอ่ยตอบ พลางจับยกชาในมือขึ้นจิบ
เหม่ยเหมย เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็รีบเก็บนิ้วที่ชี้ตรงออกไปลง แล้วจ้องมองไปยังหานตงด้วยสายตาอันขุ่นเคือง
“แล้วสรุปว่าที่เ้าบุกเข้ามาที่หออาบน้ำของข้านี้ ด้วยเื่อันใดกัน”
“ข้ามาด้วยเื่พระราชทานสมรส”
“อ๋อ! เื่นี้นี่เอง ทำไมกันหรือว่าเ้าคือคนที่ต้องแต่งงานกับข้าอย่างนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ข้า”
“ไม่ใช่เ้า ถ้าเช่นนั้นก็นับว่าเป็โชคดีของข้า”
หานตงเอ่ยตอบ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เหยียดยกขึ้น
“ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าเช่นไร แต่ช่างเถิด จะหมายความว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะบอกให้ท่านไปกราบทูลฮ่องเต้ ว่าท่านไม่้าที่จะแต่งงานกับพี่สาวของข้า และขอยกเลิกพระราชทานสมรสนี่ซะ”
“แล้วทำไมข้าต้องทำตามที่เ้าบอกด้วย”
“นี่ท่านอ๋อง! เท่าที่ข้าดูท่านก็นับว่าเป็บุรุษรูปงามคนหนึ่ง การจะหาสตรีสักนางหนึ่งที่เขารัก และเต็มใจที่จะแต่งงานเป็พระชายาของท่านคงไม่ใช่เื่ยากอะไร เพราะฉะนั้นท่านจะมามัวเสียเวลากับผู้หญิงที่ท่านไม่ได้รักนาง และนางก็ไม่ได้รักท่านเลยทำไม การแต่งงานโดยปราศจากความรักมันไม่ยืดยาวหรอกนะเพคะ นอกจากจะไม่ยืดยาวแล้วอยู่กันไปก็จะมีแต่ปัญหาตามมาอีกมากมาย ชีวิตท่านอ๋องคงไม่สงบสุขเป็แน่ แล้วแบบนี้ท่านจะยอมทิ้งความสุขของท่าน ชีวิตที่สงบสุขของท่านไปทนทุกข์ทรมานกับเื่แบบนี้จริง ๆ เหรอ ข้าว่ามันไม่คุ้มหรอกนะเพคะ” เหม่ยเหมยเอ่ยอธิบายร่ายยาวออกมา
“ฟังจากที่เ้าพูดมาก็นับว่ามีเหตุผลอยู่”
“ใช่ไหมล่ะเพคะ เพราะฉะนั้นท่านอ๋องไปกราบทูลฮ่องเต้ขอยกเลิกพระราชทานสมรสนี้เถอะเพคะ”
“ฟังจากที่เ้าพูดและท่าทีของเ้า ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่อยากให้ข้าแต่งงานกับพี่เ้ามากเลยสินะ”
“ทูลท่านอ๋องตามตรงแบบไม่ปิดบังเลยนะเพคะ ว่าใช่เพคะ พี่สาวของข้าไม่เหมาะกับท่านแม้แต่นิดเดียว พี่สาวของข้านางเป็กุลสตรีที่เรียบร้อย อ่อนโยน จิตใจดี น่าทะนุถนอมเป็สตรีที่คู่ควรกับบุรุษที่ต้องมีจิตใจอ่อนโยนรู้จักทะนุถนอมพี่สาวของข้าถึงจะคู่ควร ซึ่งอย่างท่านอ๋องยังนับว่าห่างไกลจากคุณสมบัติเ่าั้มากนัก นิสัยของท่านมันหยาบเกินไปเพคะ”
เพล้ง!!!
เสียงถ้วยชาในมือของหานตงถูกวางกระทบลงบนพื้น จนเหม่ยเหมยที่ยืนอยู่ถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อย
“นี่เ้า!”
อ๋องสามเอ่ยเรียกขึ้นเสียงดัง และจ้องมองตรงไปยังนางด้วยสายตาที่เริ่มขุ่นเคือง
“ที่เ้ากล่าวมานั้นหมายความว่าเช่นไร บุรุษอย่างข้านั้นเ้าคิดว่าข้าจะเหมาะกับสตรีแบบไหนกัน”
หานตงถามขึ้น เหม่ยเหมยเมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็นิ่งไปด้วยสีหน้าอันครุ่นคิด
“อย่างท่านอ๋องนะเหรอ ก็น่าจะเหมาะกับผู้หญิงแบบที่ไม่ใช่แบบพี่สาวของข้า ท่านน่าจะเหมาะกับผู้หญิงที่ดูไม่อ่อนแอ ดูแลตัวเองได้ ใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีท่านได้ และที่สำคัญต้องทนกับนิสัย และความเ้าอารมณ์ของท่านได้ประมาณนั้นแหละมั้ง ก็น่าจะพอเหมาะกับท่านอยู่”
“อย่างนั้นเหรอ?”
“เพคะ”
“ได้! เห็นแก่ที่เ้ากล้าบุกมาขอร้องข้าถึงขนาดนี้ ข้าก็จะรับปากเ้าว่าข้านั้นจะไม่แต่งงานกับพี่สาวเ้าอย่างแน่นอน เ้าวางใจได้”
“จริงเหรอท่านอ๋อง ท่านพูดจริง ๆ นะ ท่านห้ามกลับคำนะ” เหม่ยเหมยเอ่ยบอกด้วยท่าทีที่ดีใจ
“คนอย่างข้า พูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยกลับคำเ้าวางใจได้”
“ขอบพระทัยเพคะ ถ้าเช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาของท่านอ๋องแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนนะเพคะ”
เหม่ยเหมยเอ่ยบอกด้วยความดีใจแล้วรีบกลับจวนไปแจ้งข่าวดีนี้ให้กับเหม่ยชิง
หานตงมองตามเหม่ยเหมยที่เดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้น
“ท่านอ๋อง แม่นางคนเมื่อครู่นี้คือ.....ใครกันพ่ะย่ะค่ะ แล้วทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ในที่นี้ได้” ผิงอานที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาเอ่ยถามขึ้น
“เื่มันยาว เ้ามาก็ดีแล้วผิงอานตามไปส่งนางที อย่าให้นางรู้ตัวล่ะ แล้วก็อย่าให้ทหารจับนางได้ด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” ผิงอานรับคำสั่งแล้วรีบก้าวเดินตามเหม่ยเหมยออกไป