บทที่ 3
ชีวิตที่ยังคงต้องดิ้นรน
ไป๋ถิงถิงมองไปรอบๆ เดินไปทางไหนก็เหมือนว่าตัวเองวนมาอยู่ที่เดิม หลุมดำปริศนาที่เธอยังไม่สามารถหาคำตอบได้
ร่างบางเดินสำรวจจนเหนื่อย เธอทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นที่แรงโน้มถ่วง ร่างกายรู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อย
“อย่าบอกนะว่าต้องติดอยู่ที่นี้” เชี่ยเถอะ ไม่รู้เลยอยู่ในหลุมดำกับยุคดึกดำบรรพ์อันไหนดีกว่ากัน ถ้าหากเลือกได้ยอมกลับไปอยู่ยุคดึกดำบรรพ์ยังดีกว่า ยังไงอยู่ที่นั่นก็ได้ใช้ชีวิต ถึงแม้ไม่สุขสบายก็ดีกว่าติดอยู่ในหลุมดำเฮงซวย สถานที่แบบนี้อย่าว่าแต่สัตว์กลายพันธุ์เลย แม้แต่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็ไม่กล้าเข้ามาอยู่ มันไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า
เปลือกตาค่อยๆ หลับลง คงต้องนอนพักผ่อนเสียหน่อย ยังไงก็ไปจากที่นี้ไม่ได้อยู่แล้ว ทำอะไรได้อีกนอกจากการนอนหลับพักผ่อน
แกร๊กๆ
“นางถิงถิง”
“มันคงไม่ตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณแม่”
“ถ้ามันตายมันก็เนรคุณฉันเต็มทีแล้ว”
“รีบเปิดประตูเร็วเข้า”
เสียงเอะอะโวยวายดังจนน่ารำคาญ ทำเอาร่างที่กำลังหลับสบายต้องลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นก็พบว่ามีแสงสว่างแยงตาจนต้องหลับตาลงอีกครั้ง แล้วค่อยๆ เปิดเปลือกตาช้าๆ ปรับการมองเห็น
ห้องแคบๆ แน่นอนว่ามันคือห้องนอนของไป๋ถิงถิง
“ฝันเหรอวะ” ร่างผอมพึมพำกับตัวเอง ยังจำได้ว่าตัวเองติดอยู่ในหลุมดำอยู่เลย
“นางถิงถิง นางลูกอตัญญู แกรีบเก็บข้าวของเดี๋ยวนี้เลย” น้ำเสียงน่ารำคาญของคนเป็แม่เอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ ยามเห็นร่างของลูกสาวแสนชังมีท่าทีเฉื่อยชา เห็นแล้วขัดหูขัดตา อยากจะเอาไม้มาตีให้ตายๆ ไปซะ แต่จำต้องข่มใจเอาไว้ก่อน
ในที่สุดนางลูกสาวอกตัญญูก็มีประโยชน์ขึ้นมาแล้วในวันนี้
“หนิงอ้าย ไปเก็บข้าวของให้ถิงถิง”
“ได้ค่ะคุณแม่” ลูกสะใภ้ใหญ่รับคำของแม่สามี
“เดี๋ยวนะ นี้ผ่านมากี่วันแล้ว?” น้ำเสียงของร่างผอมเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แกถูกขังจนลืมวันลืมคืนแล้วหรือไง สามวันแล้ว”
“ห๊ะ!!” สามวัน ร่างผอมถึงกับนั่งงงอยู่บนพื้น ใช่เธอนอนบนพื้นแข็งๆ มาสามวัน ดีที่เป็ฤดูร้อนไม่งั้นหนาวตายไปแล้ว
“อ้ายฉิง พาถิงถิง ไปล้างหน้าล้างตา แล้วแต่งตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะเลยฤกษ์ ทางโน้นเขาจะว่าเอาได้” ไป๋หลี่เยียนหันมาบอกกับลูกสะใภ้คนรอง
“ถิงถิง”
“ฤกษ์อะไร แล้วทำไมต้องเก็บของ?” ไม่เข้าใจบทสนทนาของคนเป็แม่และลูกสะใภ้ทั้งสองเลยสักนิด สมองของเธอกำลังสับสนกับเื่ของตัวเองกับเ้าหลุมดำปริศนา จำได้แม่นว่าไม่ได้ฝันไปอย่างแน่นอน
รวมถึงเื่ตอนนี้ด้วย
“จะอะไร ฉันหาสามีให้แกได้แล้วยังไงละ?” น้ำเสียงของคนเป็แม่เอ่ยออกมาด้วยความโล่งใจ”
“ห๊า...อะไรนะ?” ไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?
“สามีไง อีกสองชั่วโมงจะได้ฤกษ์กราบไหว้ฟ้าดิน อ้ายฉิงจัดการให้เรียบร้อย” ไป๋หลี่เยียนหันมาส่งสายตากดดันให้ลูกสะใภ้คนรอง อย่าให้พลาดโอกาสนี้ไปเด็ดขาด ไป๋ถิงถิงอายุ 18 แล้วที่จริงสมควรออกเรือนไปั้แ่ปีก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครมาทาบทาม ช่างสร้างความอับอายให้ครอบครัวเป็ที่สุด
“ถามอะไรเยอะแยะถิงถิง แม่ให้เธอแต่งงานออกเรือน” พี่สะใภ้ใหญ่หันมาตอบข้อสงสัยให้กับน้องสามี
“หาผัวให้?”
“ว้ายย ถิงถิง พูดอะไรออกมาไม่อายปาก เรียกสามีก็พอ” หนิงอ้ายจีบปากจีบคอพูดถากถางน้องสามี ถ้าถิงถิงแต่งออกไปคนที่ลำบากก็ต้องเป็เธอ ไม่มีคนรองมือรองตีน อุตส่าห์ปล่อยข่าวลือๆ เสียๆ หายๆ เื่ร่างกายอ่อนแอ ไหนจะไม่เอางานเอาการของน้องสามีคนนี้แล้วแท้ๆ แต่แม่สามียังบากหน้าไปหาสามีมาให้เ้าหล่อนจนได้ มันน่าเจ็บใจจริงๆ หนิงอ้ายได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ได้แต่แสดงหน้าไม่พอใจเท่านั้น
“อย่ามัวแต่พูดมาก อ้ายฉิงพาถิงถิงออกไป”
“….” แล้วทำไมเธอต้องแต่ง คำถามที่มีในตอนนี้สีหน้าแสดงออกถึงความไม่ยินยอม ไม่เข้าใจความคิดของคนในยุคนี้เลยจริงๆ ทำไมต้องบังคับ โดยไม่ถามความคิดเห็นของเธอเลยสักคำ
แล้วให้ตายเถอะชีวิตนี้คนอย่างเธอไม่เคยคิดแต่งงาน การใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนมันน่าอึดอัดใจสำหรับคนอย่างเธอ
“แกไม่ต้องมาใช้สายตาแบบนี้มองฉัน” ลูกสาวขี้กลัวที่เอาแต่หลบตาหายไปไหน ทำไมถึงกล้าใช้สายตาแบบนี้จ้องมองคนเป็แม่อย่างนางได้
“ถ้าแกไม่แต่งวันนี้ฉันจะตีแกให้ตาย อีกอย่างฉันรับสินสอดของฝ่ายนั้นมาแล้ว ยังไงก็ต้องแต่ง” ไป๋หลี่เยียนไม่ยอมพลาดการแต่งงานครั้งนี้ไปอย่างแน่นอน นางหมายมั่นปั้นมือถืออย่างแน่วแน่ ยังไงก็จะให้ลูกสาวคนนี้แต่งออกไปให้ได้
“เ้ารอง มาช่วยเมียแกลากน้องสาวตัวดีแกไป”
“ถ้ายังไม่ไป แกเตรียมตัวโดนตีจนตายคามือแม่อย่างฉันได้เลย” แววตาเกรี้ยวกราดและเอาจริงเอาจังจ้องมองไปยังร่างของลูกสาวเพียงคนเดียว
ไป๋ถิงถิงรับรู้ถึงสายตาอำมหิตของคนเป็แม่ ไม่แต่งก็เตรียมโดนตีจนตายได้เลย ชีวิตเธอมีทางเลือกด้วยหรือไง
เดินตามแรงลากของพี่ชายคนรองและพี่สะใภ้ออกมาจากห้องนอน ไม่รู้ว่าคนเป็แม่พูดอะไรกับพี่สะใภ้ใหญ่ต่อ
“ถิงถิง”
“แต่งออกไปเถอะ” คนเป็พี่อย่างไป๋ลี่ถังบอกกับน้องสาว เขารู้ดีว่าที่บ้านความเป็อยู่ของน้องสาวเป็ยังไง แม้แต่ตัวเขาเองและภรรยาเคยเอ่ยปากเื่แยกบ้านแล้ว แต่พ่อและแม่ไม่ยินยอม คนเป็ลูกอย่างเขาจะทำอะไรได้ แม้จะรู้ดีว่าแม่ไม่ค่อยชอบภรรยาของตัวเอง ก็ได้แต่บอกให้เธออดทน
“แต่งกับใคร?”
“เห็นว่าเป็ลูกชายของบ้านเหวิน ที่อยู่หมู่บ้านฉางเฟินใกล้ๆ นี้เอง” เขาเองก็ไม่รู้เื่อะไรมาก รู้แค่แม่เป็คนจัดการ
“อืม” ไป๋ถิงถิงรับคำ ไม่มีท่าทีต่อต้าน อ้ายฉิงเห็นแล้วก็บอกให้คนเป็สามีออกไป เธอจะแต่งตัวให้น้องสาวสามี
“แต่งออกไปก็ดีเหมือนกัน หวังว่าบ้านเหวินจะไม่รังแกเธอ” ตามความเห็นของฉีอ้ายฉิง การแต่งออกไปอาจจะดีกว่าสำหรับน้องสามี อยู่ที่บ้านก็มีแต่โดนพี่สะใภ้ให้รังแกและกดขี่ คอยใช้งานไม่แถมยังชอบไปเป่าหูแม่สามี สร้างความไม่พอใจให้เป็ประจำ
“หวังว่าจะเป็แบบนั้น” ถ้าไม่ก็แค่ไปตายเอาดาบหน้า นักรบผู้แข็งแกร่งย่อมไม่หวั่นกลัวต่ออุปสรรค แม้ว่าชีวิตจะยากลำบาก แต่เธอจะพิสูจน์ให้คนในยุคนี้ได้เห็นว่า เกิดเป็เพศไหนก็แข็งแกร่งได้ ผู้หญิงก็สามารถเป็ผู้นำได้
เมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จ ฉีอ้ายฉิงก็นำเอาชุดของเธอมาให้ไป๋ถิงถิงตามคำสั่งแม่สามี
“ชุดของพี่เอง หวังว่าถิงถิงจะไม่รังเกียจ”
“ขอบคุณพี่อ้ายฉิง” ตลอดเวลาที่แต่งเข้ามาอยู่ในบ้านไป๋ พี่สะใภ้รองคนนี้ดีกับไป๋ถิงถิงเสมอต้นเสมอปลาย
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ไป๋ถิงถิงมองตัวเองใส่ชุดสีแดง ปักลายดอกเหมย ที่จริงไป๋ถิงถิงก็หน้าตาดูดีมากๆ เพียงแต่ติดที่ผอมไปหน่อย แล้วก็ไม่ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าดีๆ เลย
“เสร็จหรือยัง” เสียงะโถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เสร็จแล้ว”
วันนี้ทุกคนในบ้านไป๋ไม่ได้ไปทำงานที่แปลงนา เพราะคนเป็พ่ออย่างไป๋ชิงอี้ให้ทุกคนหยุด วันนี้เป็วันแต่งงานของลูกสาว
“มาแล้วก็มานั่งลงได้แล้ว” ไป๋ถิงถิงเลือกจะไม่พูดหรือเอ่ยถามอะไร ทำตามที่คนเป็แม่บอก
ไม่นานบ้านเหวินก็มา ก่อนจะเข้ามาพูดคุยกัน ซึ่งไม่ได้มีพิธีอะไรเลยและไม่เห็นแม้แต่หน้าของผู้ชายที่จะแต่งด้วย
มันแปลกๆ นะว่าไหม? คนเป็แม่อย่างไป๋หลี่เยียนจะหาสามีแบบไหนให้ลูกสาวที่แสนชังน้ำหน้าอย่างไป๋ถิงถิง
“ถิงถิงไม่ต้องคิดมาก พี่ห่าวหราน เขารอถิงถิงอยู่ที่บ้าน มาเถอะต้องเดินทางอีกแล้ว” ทุกคนเดินทางมาที่หมู่บ้านฉางเฟิน
บ้านที่อยู่ติดกับเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน เป็บ้านหลังไม่ใหญ่มาก สร้างจากดินและไม้ ดูเหมือนบ้านในยุคมนุษย์ถ้ำยังไงก็ไม่รู้ เมื่อเดินเข้ามาพบว่ามีผู้ชายสวมชุดสีแดงนั่งรออยู่บนเตียงนอน มือของเขาถือไม้เท้าสำหรับพยุงตัวเอง ดูเหมือนว่าการเดินของเขาจะไม่ปกติ
“ทำตัวดีๆ ตอนนี้ลูกออกเรือนมีสามีแล้ว นี่เป็สินเดิมที่พ่อให้ เก็บเอาไว้ดีๆ" คนเป็พ่ออย่างไป๋ชิงอี้ยื่นถุงผ้าที่ใส่เงินเอาไว้ให้ลูกสาว ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของคนเป็ภรรยา
แต่เขาเป็พ่อ ถึงแม้จะรักลำเอียงรักลูกชายมากกว่า แต่ไป๋ถิงถิงก็คือลูกสาวเขา ยังไงก็ต้องให้สินเดิมในวันที่เ้าตัวแต่งออก เื่นี้คนเป็พ่อไม่จำเป็ต้องเอ่ยถามความเห็นของภรรยา เขาเป็ผู้นำครอบครัว เขาสามารถตัดสินใจได้ และอีกอย่างเงินของครอบครัวทุกบาทเขาเป็คนดูแลเอง
“ขอบคุณค่ะ” มือเรียวรับถุงเงินมา ยังดีที่ได้เงินมาด้วย ไม่รู้ว่าให้มาเท่าไหร่แต่ก็ดีว่าไม่มีติดตัวเลยสักหยวนเดียว
“ห่าวหราน น้องถิงถิงมาถึงแล้ว จากนี้ทั้งสองคนเป็สามีภรรยากัน ยังไงก็ดูแลกันและกันให้ดี”
ฝั่งแม่สามีเอ่ยบอกกับทั้งสองคน
“จากนี้ก็ทำตัวดีๆ ดูแลบ้าน ดูแลสามีให้ดี” คนเป็พ่อบอกกับลูกสาว อย่างน้อยก็ได้แต่งออกมา ถึงแม้ว่าลูกเขยจะเดินไม่สะดวก แต่ก็พอดูแลตัวเองและลูกสาวได้
จากนั้นก็เป็พิธียกน้ำชา ให้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย โดยมีแค่คนในครอบครัวไป๋และพ่อแม่ของฝ่ายชายเท่านั้น เป็การแต่งงานที่เรียบง่าย ดีเหมือนกันเธอไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวายเป็ที่สุด แล้วทุกคนก็ออกไป ช่างเป็การที่เรียบง่ายมากจริงๆ เหมือนว่าทั้งสองครอบครัวรีบแต่งๆ ไปให้มันจบ
สีหน้าโล่งใจของแม่สามีและแม่ของเธอเองใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็น มันชัดเจนมากว่าทำไม?
ส่วนสีหน้าพี่สะใภ้อย่างหนิงอ้ายรู้สึกสะใจเมื่อเห็นสามีของน้องสามี บ้านและความเป็อยู่ของอีกฝ่าย ผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะอยากแต่งกับผู้หญิงอย่างน้องสามี พี่สะใภ้รองอย่างฉีอ้ายฉิงก็สังเกตว่าแม้ว่าบ้านจะเล็กมีเพียงแค่ห้องนอน ห้องโถง ห้องครัว ห้องเก็บของเล็กๆ อย่างละหนึ่งห้อง แต่อุปกรณ์เครื่องครัวก็มีครบ อาหารก็น่าจะมีเพียงพอ บ้านฝ่ายชายคนอยากผลักตัวภาระออกจากครอบครัว ในขณะที่บ้านไป๋เองก็เหมือนกัน แต่งออกมาแล้วก็เหมือนตัดขาดกับครอบครัว
แต่เป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน นับจากนี้ชีวิตเธอจะเป็ยังไงก็ขึ้นอยู่ที่ตัวของเธอเองแล้ว
ไป๋ถิงถิง หันไปมองคนเป็สามีที่แม่หาให้ เขาหน้าตาดูดีทีเดียว รูปร่างใช้ได้ สมเป็ชายชาตรี อดีตนายทหาร ที่รู้เพราะแม่ของสามีเล่าบอกก่อนมาถึงบ้านไม่นานนี้เอง คงเพราะอาการาเ็ทำให้ต้องลาออกมาอยู่ที่บ้าน แล้วก็จับพลัดจับผลูมาแต่งงานกับเธอ เื่ต่อจากนี้มันคาดเดาได้ไม่อยากอยู่แล้ว
ก่อนจะเอาถุงเงินที่คนเป็พ่อให้ออกมานับ จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เธอพบว่าคนเป็พ่อให้มาทั้งหมด 25 หยวน เหอะๆ ขำแห้งเลย แต่ก็นับว่าเยอะมั้งในยุคนี้ ไป๋ถิงถิงมองสำรวจบ้าน ก่อนจะลุกออกมาสำรวจด้านนอก บ้านมีเนื้อที่ไม่ใหญ่มากแค่หนึ่งไร่ มีรั้วไม้ล้อมด้านหน้า ด้านหลังเป็รั้วไม้ที่มีดินฉาบทับเอาไว้
เธอได้ยินเสียงน้ำดังมาจากหลังบ้าน แหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล บ้านติดูเา เงียบสงบ เหมาะเป็ที่กบดานที่สุด อันดับแรกต้องสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายผอมๆ ของตัวเองก่อน จากนั้นค่อยเริ่มขยับขยาย ดูว่าในยุคนี้มีอะไรในอดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษอินทรีดำคนนี้ทำบ้าง
ปั่ก
ปั่ก
เสียงไม้เท้าค้ำเวลาเดิน ไป๋ถิงถิงหันไปมองร่างสูงโปร่งที่เดินออกมา สายตาจับจ้องการเดินของเขาอย่างไม่วางตา
ดูเหมือนขาซ้ายเขา มีกระดูกร้าวอาการน่าเป็ห่วง
“ไม่เจ็บเหรอ?”
“….” เหรินห่าวหราน ตัดสินใจเดินออกมาดูคนเป็ภรรยาที่แม่หามาให้ เธอเดินออกมานานพอสมควร เขาเลยตัดสินใจออกมาดู แม้จะไม่เต็มใจแต่งงาน แต่ยังไงก็แต่งงานกันแล้ว ครอบครัวรับรู้ทั้งสองฝ่าย
ผู้หญิงที่ชื่อไป๋ถิงถิงก็คือภรรยาของเขา
ไม่คิดว่าประโยคแรกคือประโยคเมื่อครู่ เธอเอ่ยถามด้วยสายตาที่มีท่าทีสนใจ ไม่ได้มองเขาด้วยสายตาสมเพชเหมือนกับครอบครัวมองเขา
“ที่จริงก็เจ็บ”
“แล้วจะเดินออกมาเพื่อ?”
“ช่างเถอะ ฉันช่วยประคองคุณไปนั่งก่อนแล้วกัน ดูเหมือนมีหลายเื่ที่ต้องคุยกัน” ไป๋ถิงถิงบอกกับอีกฝ่าย การแต่งงานกับเขาทำให้ไม่ต้องทนอยู่ที่บ้านไป๋อีกต่อไป
เธอมีหลายเื่ที่จะพูดคุยและทำข้อตกลงกับสามีที่มีโดยที่เธอไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ แต่ถ้าไม่แต่งออกมา คงโดนคนเป็แม่ทุบตี แล้วพามาไว้ที่นี่อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะยอมหรือไม่ยอมผลลัพธ์สุดท้ายก็คงเหมือนกัน ถึงแม้จะมีความทรงจำของไป๋ถิงถิงคนก่อน แต่หญิงสาวแทบไม่ค่อยออกจากบ้าน
หน้าที่ของเธอคือทำงานบ้าน กวาดบ้าน ล้างจาน ทำแปลงผักปลูกผัก ตักน้ำใส่ตุ่ม ซักผ้าให้ทุกคนในบ้าน ร่างกายของเธอไม่ค่อยแข็งแรง งานครัวคนเป็แม่ไม่ให้ลูกสาวคนนี้ได้จับ กลัวว่าเธอจะแอบกินก่อน เหอะๆ อีกอย่างมันก็เป็แค่ความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เธอแค่เห็นภาพไม่ได้รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วย เธอไม่มีความผูกพันใดๆกับคนในครอบครัวไป๋เลยด้วยซ้ำ
ทำไมขนบธรรมเนียมการปฏิบัติของคนในยุค 1973 มันถึงได้เข้าใจยากแบบนี้ มีหลายเื่ที่เธอมองว่ามันโคตรจะไร้สาระ เป็อะไรที่ล้าหลังสุดๆ แต่ทุกสังคมย่อมมีกฎหมาย มีธรรมเนียมปฏิบัติ มีความเชื่อที่แตกต่างกัน ในเมื่อเธอมาอยู่ในยุคนี้ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การตั้งคำถาม แต่คือการปรับตัวเพื่ออยู่รอด แล้วค่อยพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นได้เห็น ว่าเื่บางเื่ผู้หญิงก็ทำได้ดีไม่แพ้ผู้ชายอย่างแน่นอน การมีลูกสาวไม่ใช่เื่น่าอับอายของครอบครัว
ผู้หญิงก็สามารถเป็หัวหน้าครอบครัวได้ สามารถแข่งแกร่งและร่ำรวยได้ด้วยความสามารถของตัวเอง
อดีตนักรบสาวกำลังคิดหาอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเธอเองในยุคนี้ อาชีพทหารตัดทิ้งไปได้เลย เพราะเขารับแค่ผู้ชายเท่านั้น อาชีพนักธุรกิจ ค้าขายพับเก็บไปก่อนได้เลย
มองไปรอบๆแทบไม่เห็นหนทางที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้เลย อาชีพที่ถูกกฎหมายไม่มีให้ทำ แต่ก่อนจะคิดไปไกล มาคิดเื่ของวันนี้กันก่อนดีกว่า ว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิต
อยู่ๆก็มีสามีแบบไม่ทันตั้งตัว ชีวิตก่อนไม่เคยคิดจะแต่งงานด้วยซ้ำ
ถ้าพ่อรู้พ่อต้องใแน่ๆ ตกกระไดพลอยโจน จับพลัดจับผลูได้มาแต่งงานแบบงงๆ แต่ก็แต่งไปแล้วแต่ก็แค่ตามประเพณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ส่วนมากคู่รักในชนบทตามหมู่บ้านมักจะแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส บ้านไหนมีฐานะมากหน่อยก็จด หรือผู้คนในเมืองที่นิยมจดทะเบียนสมรสกัน
แต่เื่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดที่ต้องทำก็คือการเรียนรู้และปรับตัว