คำถามของก้อนดินกับน้ำเสียงของเขาทำเอาดาวเหนือสมองเบลอไปชั่วขณะ... ไหนหมอนี่เคยบอกว่าไม่กลัวตายไง!
"แย่จังนะ...นี่ฉันจะอยู่ไม่ถึงวันที่ลูกพี่ฟื้นเหรอเนี่ย" ก้อนดินพูดต่อไปอีกเมื่อเห็นว่าดาวเหนือเอาแต่นิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร
"ผมยังไม่ได้พูดเลยนะครับว่าคุณจะตายวันนี้ พรุ่งนี้" หนุ่มน้อยยมทูตทำหน้าเอือมระอากับอาการตีตนเป็ก่อนไข้ของก้อนดินโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแค่แกล้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจไปอย่างนั้นแหละ
"แปลว่าฉันจะไม่ได้ตายวันนี้พรุ่งนี้ใช่ไหม?"
คราวนี้คำถามของก้อนดินทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงัก ในเมื่อมันหมายความว่าคำถามก่อนหน้าที่ผ่านมามันคือการหลอกถาม เพื่อให้ได้คำตอบที่ตัวเอง้าต่างหาก
...หน็อยยยย!!ไอ้เซลล์จอมลวงโลกกกกกก
"อ๋อ...นี่หลอกถามวันตายของคุณกับผมงั้นสินะ ระวังบาปที่มีมันจะเพิ่มขึ้นนะครับผมไม่ใช่เพื่อนเล่น" ดาวเหนือตีหน้าเข้มขู่ทั้งที่นึกโมโหก้อนดินจนควันแทบออกหู
ที่แท้...นายมันก็แค่ไอ้จอมเ้าเล่ห์คนนึง ฉันไม่น่าไปหลงคิดว่านายคงจะมีมุมดีๆ เป็คนเทาๆเหมือนอย่างรองหัวหน้าไมเคิลเลย ให้ตายเถอะ!
"เปล่า...ไม่ได้หลอกถาม ฉันแค่ทวนคำพูดของนายเองนะ ถ้าฉันยังไม่ได้ตายวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็แปลว่าฉันยังมีโอกาสเจอลูกพี่อยู่ นายเคยตายมาแล้วก็น่าจะเข้าใจนี่หรือไม่มีคนที่นายอยากเจอก่อนตายเลย?"
คำถามและน้ำเสียงจริงจังของก้อนดินทำเอาดาวเหนือที่กำลังก่นด่าชายหนุ่มอยู่ในหัวถึงกับยืนนิ่งอึ้งด้วยความรู้สึกเหมือนถูกดาบเล่มยาวเสียบเข้ากลางอก ทะลุหัวใจ
"กะ...ก็มีอยู่" หนุ่มน้อยตอบเสียงเบาหวิว พลางก้มหน้าซ่อนน้ำตาทั้งที่มืดจนไม่น่ามีใครมองเห็น แม้แต่ใครคนนั้นตรงข้างโซฟาก็เถอะ
...เขาอยากขอโทษพ่อกับแม่ที่ดันพกมีดตอนขี่มอเตอร์ไซค์ อยากขอโทษยายที่เคยสัญญาว่าจะไปกินขนมอร่อยๆแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะตายก่อน แล้วก็อยากขอโทษอีเอ๋ด้วยเื่ที่เคยไปทดลองวิทยาศาสตร์ข้างฟาร์มเป็ดมัน จนเล้าเป็ดมันไฟไหม้ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ล่ะก็ เขาก็คงจะทำแบบเดิมอยู่ดี
"โอ๋...ไม่ร้องนะ"
เสียงปลอบของก้อนดินดังขึ้น พร้อมๆกับที่มีวัตถุบางอย่างมาวนๆ เวียนๆ อยู่บนหัวดาวเหนือ
"ทำอะไรของนาย?"ดาวเหนือชำเลืองมองแขนข้างที่ใส่เฝือกของก้อนดินที่กำลังวนเวียนไปมาอยู่แถวหัวของเขา
"ก็...ปลอบคุณยมทูตไง" ก้อนดินตอบยิ้มๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับแขนกลับเพราะไม่มั่นใจว่ายมทูตจะพกเครื่องมือหรืออาวุธอะไรที่ใช้ตัดแขนได้หรือเปล่าต่อให้ใกล้ถึงฆาตขนาดไหนเขาก็ไม่คิดจะอยากทดลองใช้ชีวิตเป็เดชไอ้ด้วนก่อนตายหรอกนะ
"ฉันน่ะ...ถ้าเป็ไปได้ก็อยากเห็นลูกพี่ฟื้นขึ้นมาก่อนตาย ฉันจะได้ตายตาหลับ"ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเื่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะนึกได้ว่าควรหาอะไรมาตัดแขนหักๆของเขาให้มันหักเพิ่มขึ้น
"แล้วเื่อื่นล่ะไม่มีอะไรอยากทำแล้วหรือไง อย่าบอกนะว่าแค่ใส่เฝือกแขนเฝือกขาก็ถอดใจแล้ว?"ดาวเหนืออดค่อนแคะไม่ได้ขนาดตัวเขาเองยังมีอะไรตั้งมากมายที่อยากทำให้ได้ก่อนตาย แต่หมอนี่กลับมีแค่เื่เดียวมันเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว
"ก็คงบอกลาพวกเพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ที่เคยทำงานด้วยกันที่มินิมาร์ทมั้ง ก็น่าจะได้ทำอยู่แล้วล่ะเพราะพวกนั้นสัญญาไว้ว่าจะมาเยี่ยมทุกวัน จนกว่าฉันจะออกจากโรงพยาบาล"
คำตอบของก้อนดินยังคงวนเวียนอยู่กับรุ่นพี่รุ่นน้องโดยปราศจากคำว่าครอบครัว แน่นอน... มีหรือที่เ้าหนูจำไมอย่างดาวเหนือจะไม่ถาม
"แล้วพ่อแม่ญาติโกโหติกานาย เอ้ย! คุณไม่ต้องบอกลาหรือไง?" หนุ่มน้อยชักสีหน้าเอือมระอาให้กับคนที่ไม่มีคำว่าครอบครัวอยู่ในชีวิต
"ฉันเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่ทิ้ง จะให้บอกลาใครดีล่ะ จะไปให้ที่มูลนิธิเขาเห็นในสภาพอนาถๆ แบบนี้ก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่มั้งให้ฉันตายไปจากความทรงจำพวกเขาแบบที่เขายังคิดว่าฉันเป็เซลล์ยอดขายอันดับหนึ่งดีกว่าเขาจะได้ภูมิใจว่าเด็กกำพร้าโตมาจากมูลนิธิก็ประสบความสำเร็จได้"
อะไรเนี่ย... ทำไมมันเศร้าจังฟะ
ดาวเหนือจำไม่ได้จริงๆ ว่าเขาอึ้งไปกับคำพูดของหมอนี่กี่ครั้งแล้ว นี่สินะ...เขาถึงได้สอนกันมาว่าอย่าตัดสินคนด้วยด้านมุมที่เรามองเห็น เพราะเขา...อาจมีด้านมุมอื่นอีกมากมายที่เราไม่เคยรับรู้ซ่อนอยู่ก็ได้
"ขอโทษที่เข้าใจนายผิด"
ดูเหมือนดาวเหนือจะสมองเบลอจนใช้สรรพนามเรียกก้อนดินผิดๆถูกๆ อีกแล้ว แต่เปล่าหรอก... เขาตั้งใจเรียกแบบนี้เองแหละ
"อาจจะไม่ผิดก็ได้นะคุณยมทูตน่าจะรู้จักฉันดีจากบัญชีในนรกแล้วนี่ ในนั้นต้องบันทึกไว้หมดอยู่แล้วว่าฉันทำอะไรเอาไว้บ้าง"ก้อนดินตอบยิ้มๆ ไม่มีแววทุกข์ร้อนที่ต้องลงนรก จนดาวเหนือนึกหมั่นไส้ขึ้นมาอีกหมอนี่กำลังจะแกล้งให้เขาเป็ไบโพล่าร์หรือไง
"นายไม่กลัวเลยหรือไงที่ต้องไปใช้กรรมในนรกบอกเลยว่ามันน่ากลัวกว่าที่นายเคยได้ยินมาร้อยเท่าพันเท่า"ดาวเหนือเตือนในฐานะรุ่นพี่ที่เคยรับการลงโทษในนรกมาแล้ว
"ก็ถ้ามันเป็สิ่งที่เกิดมาจากการกระทำของฉันลูกผู้ชายมันก็ต้องยืดอกยอมรับนั่นแหละ หรือคุณยมทูตจะพาผมหนีคดีไปนอกโลกล่ะครับ?"ก้อนดินพูดทีเล่นทีจริงเหมือนอยากลุ้นให้ดาวเหนือทำอย่างนั้นทำเอายมทูตหนุ่มน้อยควันออกหู ที่อีกฝ่ายหาเื่มาให้เขาโดนเด้งจากการเป็ยมทูต
"ผมไม่ขำนะครับถ้าคุณจะพูดแบบนี้ ไม่ต้องพูดดีกว่า ยังไงผมก็ไม่มีทางพานักโทษหนีอยู่แล้ว"
สรรพนามการเรียกอันห่างเหินกลับมาอีกครั้งมิหนำซ้ำดาวเหนือยังหันหลังตั้งท่าจะเดินหนีออกไปจากห้องแม้จะดูเหมือนคุณยมทูตโกรธจนลืมว่าตัวเองมีสกิลให้ใช้วาร์ปหนี มันทำให้ก้อนดินอยากตบปากตัวเองอยู่ดีที่พูดออกไปแบบนั้น
"ฉันขอโทษที่พูดแบบนั้นฉันแค่พูดเล่น ไม่ได้จะให้นายทำจริงๆ นายอย่าพึ่งรีบไปเลยนะ"
น้ำเสียงของก้อนดินช่างเว้าวอนทว่าเวลานี้ดาวเหนือไม่อยากได้ยินเสียงเสียงนี้อีกแล้ว
"ผมไม่มีความจำเป็ต้องทำตามคำขอของคุณ"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ดาวเหนือทิ้งเอาไว้ก่อนที่เขาจะวาร์ปหนีมาจากคนคนนั้นและห้องห้องนั้น
"อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะตี1 จะไปอยู่ไหนล่ะเนี่ย เพราะหมอนั่นแท้ๆ เลย"
และแม้จะออกห่างจากก้อนดินมาแล้วแต่ดาวเหนือก็ยังไม่เลิกบ่นว่าคนที่ทำให้เขาต้องมาระเห็จระเหเร่ร่อนรอเวลานัดหมาย... เช่นนี้
"พวกมารคงไม่โผล่มาตอนที่รุ่นพี่ไม่มีเคียวหรอกนะ"หนุ่มน้อยพึมพำกับตัวเองด้วยความเป็ห่วงไมเคิลนี่ถ้าเขารู้ว่ารองหัวหน้าอยู่ไหนล่ะก็ คงวาร์ปเอาเคียวไปคืนแล้วไม่ต้องมายืนแก่วอยู่หน้าประตูนรก ให้พวกิญญาถึงฆาตที่ถูกยมทูตอื่นพามาผลัดกันมองแบบนี้หรอก
"ลองไปถามหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตดีกว่า"
และแล้วยมทูตฝึกหัดดาวเหนือก็คิดออกว่าตัวเองจะตามหาไมเคิลได้จากที่ไหน เขารีบใช้จุดวาร์ปจากด้านหน้าประตูยมโลกตรงข้างต้นงิ้วไฟลุก ไปยังอาคารสำนักงานของหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตประจำยมโลกซึ่งเป็ตึกสีแดงทรงครึ่งวงกลมสูง 10 ชั้นที่มีกระจกหนาสีดำติดฟิล์มป้องกันความร้อนเป็ผนังตึกช่วยให้เ้าหน้าที่ด้านในมองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกตัวอาคารชัดเจน
เอ่อ...จะว่าไปตึกของหน่วยอื่นก็แนวๆ นี้แหละ ต่างกันก็แค่จำนวนชั้นกับรูปทรงตึกเท่านั้น
"ว่าไง...เด็กใหม่ มีธุระอะไร?"
เสียงตั้งคำถามดังมาจากสปีกเกอร์โฟนระบบดิจิตอลด้านหน้าประตูทางเข้าทันทีที่ดาวเหนือเดินเข้าไป... ท่าทางหน่วยนี้คงสนิทกับรุ่นพี่ไมเคิลมากสินะสรรพนามเรียกขานเขาถึงได้ออกมาเหมือนกันซะขนาดนี้
"คือ...ผมอยากสอบถามตำแหน่งที่อยู่ของรุ่นพี่ไมเคิลครับ" หนุ่มน้อยตอบคำถามแบบสั้นๆให้พอได้ใจความ
"รอแป๊บนึงเดี๋ยวเช็คให้นะ"
คำตอบของอีกฝ่ายทำเอาดาวเหนือพรูลมหายใจออกอย่างโล่งอก เขายืนรอจนได้รับคำตอบจึงรีบวาร์ปมาที่ด้านหน้าประตูยมโลกอันเป็จุดวาร์ปขึ้นไปยังโลกมนุษย์ซึ่งปรากฏร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาเช่นกัน
"ไง... ได้ข่าวว่าตามหาผมงั้นเหรอ?"
น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นทำให้ดาวเหนือยิ้มออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็รอยยิ้มเขินๆจากคำถามที่ได้ยิน
"ครับ...ผมกลัวพวกมารจะโผล่มาตอนรุ่นพี่ไม่มีเคียว" หนุ่มน้อยตอบพร้อมกับรีบดึงปากกาคล้องโซ่ในกระเป๋าสูทด้านในออกมาให้อีกฝ่าย
"ขอบใจที่เป็ห่วง"ไมเคิลรับปากกาคืนมา ก่อนจะเฉลยคำตอบบางอย่างที่ดาวเหนือไม่เคยรู้และกำลังเข้าใจผิดอยู่ในเวลานี้
"ผมไปอยู่เงียบๆคนเดียวมา ไม่ได้ไปทำเคส ถ้าพวกมันมาตอนนั้น ก็คงวาร์ปหนีทัน"
สิ่งที่ได้ยินทำเอายมทูตหนุ่มน้อยถึงบางอ้อทันทีว่าเหตุใดไมเคิลจึงโผล่มาที่จุดนัดหมายรวดเร็วนัก เอ่อ...แล้วคำตอบที่เขาได้จากหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตประจำยมโลกนั่นล่ะ
"ตอนนี้ยมทูตมานะอยู่บาร์โฮสที่..."
แรกเริ่มดาวเหนือเข้าใจว่ามีิญญาถึงฆาตอยู่ที่นั่นแต่ตอนนี้หนุ่มน้อยมั่นใจแล้วว่าไม่ใช่ ก็ในเมื่อเ้าตัวตอบเองซะขนาดนั้น
"ไป!เด็กใหม่!"ได้เวลาเคสต่อไปแล้ว"
เสียงเรียกของไมเคิลทำเอาดาวเหนือสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่าน
"เอ่อ...ครับ!!" หนุ่มน้อยตอบรับ แล้ววาร์ปตามรองหัวหน้ายมทูตขึ้นมายังโลกมนุษย์และแม้จะติดตามไมเคิลไปรับดวงิญญาถึงฆาตดวงแล้วดวงเล่าแต่ในสมองของเขาก็ยังครุ่นคิดแต่เื่ที่นึกสงสัย
...รุ่นพี่ไปทำอะไรที่บาร์โฮส?หรือที่นั่นเป็แหล่งรวมของยมทูตที่อยากอยู่คนเดียว?
...ถ้ารุ่นพี่ไปที่นั่นบ่อยๆแล้วรุ่นพี่จะดูออกหรือเปล่าว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง?
...รุ่นพี่นับเงินเคยหลุดปากออกมาบ้างหรือเปล่าว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง?
...แล้วเขา...ควรจะปิดบังรุ่นพี่ไมเคิลต่อไปดีหรือเปล่า ว่าเขา... ไม่ได้ชอบผู้หญิง?
การฝึกงานของยมทูตฝึกหัดดาวเหนือในวันนี้ดูจะไม่ได้เื่สักเท่าไหร่ในเมื่อเ้าตัวเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นแม้สิ่งอื่นที่ว่าจะเป็ชายผู้ที่เขาติดตามอยู่ทุกวันหากแต่นั่นมันใช่เจตนารมณ์ที่ท่านยมให้หนุ่มน้อยตามติดชีวิตรองหัวหน้ายมทูตซะที่ไหน
"เป็อะไร เห็นเหม่อๆั้แ่เมื่อกี๊แล้ว?"
และในที่สุดอาการสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของดาวเหนือก็ไปเข้าตากรรมการจนได้
"เอ่อ... เปล่าครับ"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ ตอบรุ่นพี่เขาจะตอบได้ยังไงล่ะว่ากำลังคิดฟุ้งซ่านเื่ของคนถามอยู่
"มีอะไรสงสัยก็ถาม"
จู่ๆไมเคิลก็พูดประโยคที่เป็เสมือนหมัดฮุค อัดเข้ากลางลำตัวของดาวเหนือออกมาหนุ่มน้อยไม่รู้หรอกว่ารุ่นพี่กำลังหมายถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของยมทูตหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับรุ่นพี่ในสมองของเขาตอนนี้ และเขา...ก็ควรจะถามเพื่อความมั่นใจ... สินะ
"ระ...รุ่นพี่หมายถึงเื่อะไรครับ?"
เสียงตั้งคำถามตะกุกตะกักเรียกให้ไมเคิลหันมาจ้องหน้าคนถาม
"ก็เื่...ที่นายต้องทำตอนไปฉายเดี่ยวไง"
คำตอบของรองหัวหน้ายมทูต ทำเอาดาวเหนือแอบถอนหายใจโล่งอกแม้จุดที่เว้นวรรคนั่นจะเหมือนมีนัยยะอะไรแปลกๆ ก็เถอะ
"อ๋อ... เอ่อ...ยังไม่มีอะไรสงสัยครับ" หนุ่มน้อยยังคงตอบตะกุกตะกักเหมือนกำลังพยายามแอบซ่อนอะไรบางอย่างในใจ ซึ่งมัน... ก็เป็อย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ
"ถ้ามีก็ถามให้เข้าใจ" ไมเคิลพยักหน้าแล้วหันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ทว่าไม่กี่วินาทีก็หันขวับกลับมาจนดาวเหนือสะดุ้งเฮือก
"เคสที่โรงพยาบาลมีปัญหาอะไรไหม?" ชายหนุ่มถามเหมือน้าติดตามผลการปฏิบัติงานใน่ที่เขาไม่อยู่ยิ่งตอกย้ำให้หนุ่มน้อยวนเวียนนึกถึงแต่เื่บาร์โฮสมากขึ้น
"วะ... วงเวทย์แหว่งไปบ้างบะ... บางจุดครับ แต่ผมเติมแล้ว" ดาวเหนือตอบตะกุกตะกักกลัวหลุดปากคำว่าบาร์โฮสออกมา เพราะทั้งที่พยายามไล่มันออกไปจากสมองแต่ยิ่งตัดก็เหมือนจะยิ่ง... ยาววววว
"อืม...งั้นเดี๋ยวคืนนี้ผมจะไปดูเอง" ไมเคิลพยักหน้า แล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อถึงอย่างนั้นดาวเหนือก็ยังมิวายระแวง คอยชำเลืองมองเขาอยู่หลายนาทีกว่าจะกล้าหันไปพรูลมหายใจออกอีกทาง
ทว่า... โล่งใจได้ไม่นานหนุ่มน้อยก็ต้องตาเหลือกเมื่อเห็นสถานที่ที่ไมเคิลพาเขาวาร์ปมารับดวงิญญาเคสล่าสุด
"ระ...โรงพยาบาลนี้อีกแล้วเหรอครับ?"
ทั้งสีหน้า ท่าทางและน้ำเสียงของดาวเหนือ บ่งบอกไปในแนวทางเดียวกันว่าเขาไม่ปรารถนาจะย่างกรายมาที่นี่สักเท่าไหร่
"มันอยู่ในโซนที่ผมรับผิดชอบทำไมล่ะ?" ไมเคิลย้อนถาม จนดาวเหนือต้องบังคับสมองให้รีบคิดหาคำตอบก่อนจะจบตรงที่...
"เปล่าครับ...ถึงว่าทำไมรุ่นพี่มาบ่อยๆ" หนุ่มน้อยยิ้มฝืดพลางมองไปรอบตัวคล้ายค้นหาอะไรบางอย่าง แน่ล่ะ! ในเมื่อที่นี่คือโรงพยาบาลเดียวกับที่ที่ก้อนดินนอนพักรักษาตัวอยู่แม้สภาพเฝือกแขนเฝือกขาของหมอนั่น จะพอทำให้ดาวเหนืออุ่นใจได้บ้างว่าอีกฝ่ายจะไม่โผล่หน้ามาให้เขาเห็นระหว่างการปฏิบัติภารกิจยมทูตก็ตาม
"ตามผมมาอย่าให้คลาดกันอีกแล้วกัน วันนี้ต้องมาที่นี่หลายรอบ"
คำพูดปิดท้ายของไมเคิลทำเอาดาวเหนือถึงกับอ้าปากค้าง เพราะนั่นหมายความว่าเขามีโอกาสเจอกับก้อนดินได้หลายรอบเช่นกัน
"ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นมีซัมติงอะไรกับที่นี่หรือไง?" ไมเคิลยิงคำถามที่ทำให้ดาวเหนือต้องสะดุ้งอีกรอบ
"มะ... ไม่มีครับ"หนุ่มน้อยปฏิเสธทันควัน แต่มิวายตะกุกตะกัก ซึ่งถ้าไม่ได้ตาเป็ต้อล่ะก็ยังไงก็ต้องดูรู้ว่าผิดปกติ
"ผมบอกแล้วนะว่าถ้ามีอะไรก็พูดมาได้" รองหัวหน้ายมทูตย้ำเสียงเข้มอีกครั้งและแม้จะเป็อย่างนั้นดาวเหนือก็ยังทำตามแค่เพียงรับคำโดยไม่ได้พูดสิ่งอื่นในใจออกมา
...เวลานี้หนุ่มน้อยเลิกฟุ้งซ่านเื่บาร์โฮสเปลี่ยนมาภาวนาตลอดเวลา ไม่ให้ตัวเองต้องเจอกับก้อนดินแทน!!
"วันนี้เราต้องไปรับิญญาตรงไหนของโรงพยาบาลบ้างครับ?"
จู่ๆ ดาวเหนือก็โพล่งคำถามขึ้นหลังจากที่วาร์ปตามไมเคิลมายังประตูนรก เพื่อส่งิญญาดวงแรกซึ่งพวกเขารับมาจากโรงพยาบาลแห่งนั้น
"หลายที่"รองหัวหน้าหนุ่มตอบตามสไตล์แบบที่ทำให้ดาวเหนืออยากเอาหัวโขกผนังลาไปเกิดใหม่เสียตอนนี้
"ปกติผมเห็นเขาจะจัดเคสยากๆหรือไม่ก็เคสที่คนตายอาจจะสร้างปัญหาให้รุ่นพี่ ทำไมวันนี้เขาถึงจัดแต่เคสโรงพยาบาลนี้ให้รุ่นพี่ล่ะครับ?" ดาวเหนือถามต่อไปเรื่อยเปื่อยเพื่อให้ไมเคิลคิดว่าความผิดปกติของเขา เป็แค่ส่วนหนึ่งของนิสัยประจำตัวธรรมดาๆ
"เพราะทุกเคสต้องทำเวลาถ้าไปถึงช้ากว่าเวลาตาย ิญญาคนตายก็อาจจะหายไปอยู่จุดอื่นของโรงพยาบาล"ไมเคิลเลือกที่จะตอบแบบละเอียด เพื่อให้เ้าหนูจำไมในตัวดาวเหนือสงบลงแต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด
"มีอุบัติเหตุสาหัสหมู่หรือครับ?" หนุ่มน้อยถามอีก
"ไม่ คนละเคส"ไมเคิลตอบสั้นๆ
"แล้วทำไมรุ่นพี่ไม่ใช้กระบอกดูดิญญานั่นสูบไปส่งลงนรกทีเดียวทั้งหมดล่ะครับ?" เ้าหนูจำไมยังคงถามต่อไปอีก
"แต่ละคนที่ตายเป็คนละเคสและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ทำไม่ได้" ไมเคิลตอบยาวขึ้นมาอีกหน่อย บางที...ลึกๆ ข้างในหัวใจของชายหนุ่ม อาจกำลังภาวนาให้ยมทูตรุ่นน้องหยุดถามเสียที
"อ๋อ... เข้าใจแล้วครับ"ดาวเหนือพยักหน้า ท่าทางจริงจังเป็การเป็งาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาหยุดคิดเื่ของก้อนดินแล้ว
...หวังว่าิญญาพวกนั้นคงไม่หนีไปโผล่ที่ห้องหมอนั่นหรอกนะ
...คนที่ตายเคสถัดๆ ไปคงไม่ใช่คนที่อยู่ข้างๆ ห้องหมอนั่นนะ
...หมอนั่นคงไม่ออกมาเยี่ยมลูกพี่ตอนที่เราอยู่แถวๆ ห้องไอซียูหรอกมั้ง
สีหน้าท่าทางของดาวเหนืออัดแน่นไปด้วยความกังวลและหนักใจราวกับภรรยาผู้แอบซ่อนสามีอีกคนไว้ ไม่ให้คนเป็หลวงเห็น
"ผมจะไม่พูดเป็รอบที่ร้อยหรอกนะ"ไมเคิลพูดขึ้นลอยๆ ซึ่งหนุ่มน้อยก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
"ถ้าสงสัยอะไรผมจะรีบถามครับ" ดาวเหนือบอกไมเคิลคล้ายจะร้อนตัว กลัวรุ่นพี่หนุ่มจับพิรุธได้ว่าเขากำลังกังวลที่จะต้องเจอกับมนุษย์คนหนึ่งในโรงพยาบาลนี้ถึงอย่างนั้นไมเคิลก็ไม่ได้ตอบอะไร รวมทั้งไม่ได้แสดงท่าทางอะไรว่าเขากำลังสงสัย
...ทว่าความเงียบนั่นแหละที่น่ากลัว!!
"ลุง... ถ้าไม่ยอมไปกับผมดีๆแล้วผมอารมณ์เสียขึ้นมา ผมอาจจะใช้เคียวยมทูตฟันลุงขาดสองท่อนไม่ได้ไปผุดไปเกิดอีกเลยก็ได้นะ"
นานๆทีดาวเหนือถึงจะเห็นไมเคิลเรียกเคียวออกมาใช้ขู่ดวงิญญาธรรมดาๆอย่างเคสของคุณลุงที่พึ่งถึงฆาตจากมะเร็งระยะสุดท้ายแน่นอนว่ามันได้ผลเป็ที่น่าพอใจ และช่วยให้สองยมทูตไปต่อยังเคสถัดไปได้ไม่ยากเย็นนัก
"ถ้าใช้เคียวยมทูตฟันิญญาธรรมดาๆพวกเขาจะไม่ได้ไปเกิดจริงๆ หรือครับ?" ดาวเหนือเริ่มสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาอีกรอบหลังจากได้ยินคำพูดที่รุ่นพี่หนุ่มใช้ข่มขู่ิญญาคุณลุงเมื่อครู่
"เขามีกฎห้ามกันมาแบบนั้นแต่ไม่เคยมีใครลองทำ เลยไม่รู้ว่าจริงไหม" ไมเคิลยักไหล่เขาเองก็ไม่คิดจะแหกกฎข้อนี้ แม้ที่ผ่านมาเขาจะแหกกฎข้ออื่นจนแทบหมดแล้วก็ตาม
"เอ่อ...แล้วถ้าฟันโดนพวกมารสูทขาวล่ะครับ?" หนุ่มน้อยถามต่อไปอีกภาพที่ไมเคิลใช้เคียวยมทูตสังหารมารสูทขาว ก่อนจะลากตัวลงนรก ยังคงติดตาฝังแน่นอยู่ในสมอง และสร้างความสยองได้ทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ตอนนี้
"พวกนั้นก็จะตายจากร่างมารไปเกิดในร่างใหม่ตามกรรมหนักสุดที่ก่อไว้"รองหัวหน้ายมทูตไมเคิลผู้ช่ำชองในการสังหารเหล่ามารสูทขาวตอบคำถามพลางแสยะยิ้มออกมา คล้ายกำลังนึกถึงบรรดาเหยื่อที่ตัวเองเคยส่งไปเกิดใหม่
"แสดงว่าเขาต้องตายอีกรอบถึงจะได้มารับโทษในนรกใช่ไหมครับ?" ดาวเหนือยังไม่หยุดสงสัยแต่ไม่ทันที่ไมเคิลจะได้ตอบอะไร
"คุณยมทูต!!"
เสียงเรียกคุ้นหูของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นและมันก็ทำให้หนุ่มน้อยถึงกับสะดุ้งเฮือกในเมื่อจดจำได้แม่นยำว่ามันเป็เสียงของ...
"บ้าเอ๊ย! เจอจนได้"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยพึมพำหน้าซีด พลางชำเลืองมองปฏิกิริยาของไมเคิลโดยไม่ยอมหันไปตามเสียงเรียก
"หมอนั่น... เหยื่อของนายเหรอ?"
กลับกลายเป็ไมเคิลที่หันไปมองก้อนดินซึ่งเวลานี้กำลังนั่งยิ้มร่าอยู่บนวีลแชร์ท่าทางเหมือนดีใจที่ได้เจอยมทูตผู้ทำหน้าที่รับดวงิญญาลงสู่ปรโลกนี่ถ้าหมอนั่นไม่ได้ใส่เฝือกแขนเฝือกขาอยู่ คงลุกขึ้นโบกไม้โบกมือะโโลดเต้นเรียกดาวเหนือเป็แน่
"เอ่อ... ครับคนที่รุ่นพี่เคยเจอ... นั่นแหละครับ" ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ ให้ไมเคิลโดยที่ยังคงหันหลังให้ก้อนดิน
"เจอยมทูตนี่ต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?"
คำถามของไมเคิลที่ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ดาวเหนือตอบทำเอาหนุ่มน้อยแทบหยุดหายใจ