"ฮูว์...."หลังจากที่ท่านฤาษีเหาะไปไกลแล้วไทก้าก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ฮ่าๆ ดูเหมือนว่าท่านฤาษีจะเคยพบเ้ามาก่อนนะ"อัลวาหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นอาการของไทก้า
"ข้าเคยพบกับท่านแค่ครั้งเดียว ในตอนที่สอบเข้าเป็ศิษย์ของที่นี่หน่ะ หากจะเล่าเื่นี้มันก็ยาวน่าดู"ไทก้าตอบกลับ
ไทก้าและอัลวาเดินไปต่อได้สักพัก อัลวาก็ขอตัวกลับไปก่อนเพราะรีบออกมาเลยไม่ได้บอกท่านอาจารย์ใหญ่ หากไปช้าอาจจะโดนดุเอาได้
เมื่อแยกทางกับอัลวา ไทก้าก็เดินหลบผู้คนจนมาถึงบ้านพักของตัวเอง
ในตอนนี้บีได้ทำการฝึกอาคมอยู่ด้านหน้าบ้านพัก ด้วยอาคมไฟ และดูเหมือนว่าจะเป็อาคมไฟที่มีลักษณะพิเศษ อย่างหนึ่งนั่นก็คือไฟที่บีปล่อยออกมากลับเป็สีฟ้าซึ่งไทก้าเห็นแล้วก็นึกถึงไฟของเตาแก๊สขึ้นมาทันใด และน่าจะเป็ไฟที่มีความร้อนสูงที่สุดในธาตุไฟด้วย
เมื่อบีหันหน้ามาและพบว่าไทก้ายืนดูอยู่จึงได้หยุดฝึกอาคมและหันมากล่าวกับไทก้า
"เ้ามาแล้วงั้นหรือ? ข้าก็รอเ้าอยู่ตั้งนานแล้ว"
"ทำไมงั้นหรือ? เ้าจะชวนข้าไปที่ใดรึ?"ไทก้าถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ข้าไม่ได้จะชวนเ้าไปที่ใด แต่ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ข้ากลับมาจากตระกูลก็ได้ข่าวว่าเ้าประลองกับวิชชุ นารา และแม้เ้าจะชนะ แต่เ้าก็ยอมแพ้นาง เ้านี่ช่างสุดยอดจริงๆ "หลังจากที่กล่าวจบบีก็ยกนิ้วให้กับไทก้าหนหนึ่งก่อนจะชี้ไปที่กล่องจดหมายหน้าประตู
"เ้าลองไปดูผลงานของเ้าสิ รับรองว่ามีคนมาหาไม่ขาดสายแน่ๆ"
"อะไรรึ?"
ไทก้าเดินมายังกล่องจดหมายหน้าที่พักของตนเองก่อนจะเปิดดูภายใน ซึ่งภายในกล่องนั้นมีจดหมายอยู่หลายใบเลยทีเดียว
"จดหมายท้าประลอง?"ไทก้าอ่านหน้าซอง
"ก็ใช่หน่ะสิ ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้ามาถึงก็มีคนมาหาเ้าอยู่บ้างทั้งศิษย์ชั้นกลางและศิษย์ฝ่ายใน ต่างมายังที่พักเ้าเมื่อเขาไม่เห็นเ้ากลับมาซะทีจึงฝากจดหมายนัดท้าประลองเอาไว้ ดูเหมือนว่าจะมีคนอยากสู้กับเ้าไม่น้อยเลย ส่วนใหญ่ยังเป็ชายหนุ่มที่อยากใกล้ชิดกับ วิชชุ นาราทั้งนั้น"บีกล่าวกับไทก้า
ไทก้าวางจดหมายทั้งหมดไว้ที่เดิมก่อนจะถอนหายใจออกมา
"เื่นั้นช่างมันเถอะ ว่าแต่บี เ้าไปที่ตระกูลทำไมหรือ ?"ไทก้าถามบีขึ้นด้วยความสงสัย
"ที่ตระกูลทราบว่าข้าสอบเข้าเป็ศิษย์ชั้นกลางได้และยังได้ลำดับที่แปดด้วย จึงได้ให้ข้าไปรับตำราฝึกขั้นกลางของตระกูลมาหน่ะ"บีตอบกลับ
"ที่แท้อาคมไฟสีฟ้าของเ้าก็คือตำราฝึกขั้นกลางของตระกูลนี่เอง"ไทก้ากล่าวขึ้น
"อื้อ แต่ก็ฝึกยากน่าดู"
บีพยักหน้าตอบเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อด้วยความสงสัย "ว่าแต่เหตุใดเ้าต้องประลองกับวิชชุ นารากัน"
"อืม..เื่นั้น.."ไทก้าคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้บีฟัง
"อ้อ ที่แท้เื่ราวก็เป็แบบนี้ ต่างจากที่ข้าได้ยินมา มีคนบอกว่า เ้าเข้าไปแต๊ะอั๋งนางเข้า นางเลยท้าประลองกับเ้า ด้วยเหตุนี้ตอนประลองทำให้เ้ารู้สึกผิด เลยยอมแพ้นางไป"บีเล่าให้ไทก้าฟัง ตามที่ได้ยินข่าวโคมลอยมา
"ใครมันปล่อยข่าวมั่วกันล่ะเนี่ย อย่าให้ข้าเจอนะ"ไทก้ากล่าวด้วยความโมโหเล็กน้อย ส่วนบีหัวเราะเบาๆ มิน่าเล่าเหตุใดจดหมายท้าประลองถึงได้เยอะขนาดนี้
ในตอนแรกที่บีได้ฟังมาก็รู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะคิดว่าไทก้าไม่น่าจะเป็คนแบบนั้น แม้ว่าั้แ่มาถึงสถาบันไทก้าเอาแต่ตามหาผู้หญิงก็เถอะ(หมายถึงอารีน)
ในขณะที่ทั้งสองคนคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียง กล่าวขึ้น
"เ้าผีลามก ไทก้า อยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงจากชายหนุ่มคนหนึ่งท่าทางหยิ่งผยอง ผมสีเขียวเข้ม คิ้วแหลม เดินมายังหน้าบ้านพักของไทก้า ก่อนจะมองไปยังไทก้าและบี จากนั้นจึงถามขึ้น
"พวกเ้าสองคนเห็นคนที่ชื่อไทก้าบ้างรึไม่ จนป่านนี้มันก็ยังไม่กลับมางั้นหรือ"
แต่ก่อนที่บีจะกล่าวอะไร ไทก้า ก็ห้ามบีไว้ก่อนจากนั้นจึงกล่าวออกไป
"ข้ายังไม่เห็นเขากลับมาเลย เ้ามาหาเขามีเหตุอันใดหรือ?"
ชายหนุ่มผมเขียว หันไปมองไทก้าและบีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น"ในเมื่อมันยังไม่กลับมา ข้าขอฝากนี่ไว้หากเ้าผีลามกไทก้ากลับมา ฝากส่งจดหมายท้าประลองให้กับมันด้วย บอกว่าข้า ฟอลเคอ ริว ศิษย์ฝ่ายในอันดับแปด ยอมเห็นคนลามกแบบนี้ อยู่ที่สถาบันนี้ไม่ได้ ข้าจะต้องจัดการเ้าผีลามกนี่ให้ได้ พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่"
แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไปไทก้าก็กล่าวขึ้นก่อน"ใจเย็นก่อนสิ เ้าบอกข้าได้รึไม่ว่าเหตุใดเ้าต้องสู้กับเขาให้ได้เล่า เ้าเป็คนรักของวิชชุ นารา งั้นหรือ?"
ริวหันมองไทก้าและกล่าวขึ้น"หึ แม้ข้าไม่ได้เป็คนรักของนาง แต่ข้าก็ต้องจัดการผีลามกนั่นให้ได้ เพราะข้าไม่ชอบผู้ชายที่ไปแต๊ะอั๋วผู้หญิงไปทั่ว"
"อืม.. งั้นหรือ แต่ที่ข้ากับสหายได้ยินมา คนที่ชื่อไทก้าเขาแค่ประลองเพราะเหตุจำเป็นะ ไม่ได้ไปแต๊ะอั๋งตามคนที่ปล่อยข่าวลือบอกไปมั่วซะหน่อย"ไทก้าตอบกลับด้วยท่าทางสบายๆ
"หือ? จริงงั้นรึ? เ้ารู้ได้ยังไงกัน?"ริวถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ก็ข้าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยไง"ไทก้ากล่าวขึ้นทั้งยังทำท่าทางเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง
"ถ้าเ้าอยู่ในเหตุการณ์จริงเช่นนั้น เ้าก็เล่าให้ข้าฟังซะสิ"ริวถามต่อด้วยความอยากรู้
ไทก้าไม่รอช้าเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับริวฟังอย่างช้าๆ
"ถ้าหากเ้าไม่เชื่อข้า เ้าก็ไปถามศิษย์หอแพทย์ก็ได้ เพราะศิษย์หอแพทย์ที่อยู่หอตำราแพทย์ในตอนนั้นต่างรู้เื่นี้กันทั้งนั้น"
"อืม ที่แท้เ้าไทก้าก็เป็คนดีนี่เอง กลับกันเ้าคนที่ปล่อยข่าวมั่วนี่ ข้าจะต้องไปจัดการมันให้ได้ เช่นนั้นขอบคุณเ้ามาก"ริวกล่าวขึ้นทั้งยังทำท่าทางจริงจัง ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากที่ริวเดินหายไปแล้ว บีก็ถามไทก้าขึ้น"ทำไมเ้าไม่บอกว่าเ้าคือใคร แล้วบอกความจริงเขาไปล่ะ"
"ก็ ถ้าข้าบอกเขาไปเขาคงจะไม่ฟังข้าแน่นอน คงจะท้าประลองข้าอย่างเดียวแน่ๆ อีกอย่างข้าเพิ่งคิดได้ว่าหากเขายอมฟังเรา และถ้าเขาเป็คนที่้าจัดการคนไม่ดีจริงๆ เขาอาจจะช่วยเราอีกแรงก็ได้"
"อ้อ ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง ฮ่าๆ"บีกล่าวออกมาทั้งยังหัวเราะเบาๆ
"ในตอนนี้ข้ามีหลายเื่ที่ต้องทำ จะให้ไปประลองกับคนโน้นคนนี้ข้าไม่มีเวลาหรอก"
"มันก็จริงของเ้าล่ะนะ"บีพยักหน้ารับเบาๆ
เหตุผลที่ไทก้าทำเช่นนี้เป็เพราะว่า ในตอนแรกนั้นไทก้ากำลังคิดว่าหากหาคนที่ปล่อยข่าวมั่วได้เขาก็จะจัดการคนนั้นซะ แต่ก็ไม่รู้ว่จะค้นหาจากไหน จนกระทั่งริวปรากฏตัวขึ้น จึงได้ทดสอบริวดูและก็เป็ไปตามคาด ริวนั้นก็ไปตามหาคนที่ปล่อยข่าวมั่วจริงๆ ทั้งระดับพลังของริวยังสูงอีกด้วย ไทก้าลองวัดระดับคร่าวๆ ดูแล้วหากรับคำท้าประลองกันต่อให้ทุ่มหมดหน้าตักยังไม่แน่ใจว่าจะชนะได้รึไม่ ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญสำหรับไทก้าก็คือการฝึกและเตรียมตัวเข้าไปที่มิติสนธยาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนเื่อื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง เมื่อนึกได้ถึงตอนนี้ ไทก้าก็ถามบีขึ้นทันที
"ว่าแต่บี ข้าลืมถามเ้า เ้าจะเข้าไปที่มิติสนธยารึไม่"
"ข้าก็คิดที่จะเข้าไปฝึกเช่นกัน แม้ไม่ได้รับเลือกเข้าแข่งขันแต่ข้าคิดว่าอย่างน้อยก็ได้เข้าไปฝึกด้านใน ก็น่าจะพัฒนาได้ไวขึ้น ไม่แน่ว่าตอนที่ออกมาข้าอาจจะเก่งขึ้นอย่างมากก็ได้ แล้วเ้าล่ะ"
"อื้อข้าก็คิดเหมือนเ้าเช่นกัน"ไทก้าตอบกลับ
หลังจากที่คุยกันได้สักพัก ทั้งสองก็แยกกันไปฝึกอาคมและพลังจิต ของตัวเอง
ไทก้ายังคงฝึกความชำนาญของธาตุและการเพิ่มระดับความเร็วในการร่ายอาคมธาตุ ดิน น้ำ แสง รวมถึงการใช้อาคมผกผันให้ชำนาญจนเหนื่อยและหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ฝึกกายเสร็จเรียบร้อย ไทก้าก็ได้ไปยังห้องเรียน แต่ในวันนี้บีก็เข้าห้องเรียนชั้นเดียวกับไทก้าด้วย ซึ่งไทก้าเองก็ใเช่นกัน บีเล่าว่าหลังจากที่เขาฝึกอาคมระดับกลางของตระกูลก็เกิดความผันผวนของพลังขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับจิตขั้นสามขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของระดับพลังจิตขั้นสี่ทันที จึงได้ใช้ยาเพิ่มระดับพลังจิตช่วยให้ผ่านขึ้นระดับห้าได้
ในวันนี้สถานที่เรียนได้เปลี่ยนมาเรียนนอกสถานที่ ซึ่งในวันนี้จะเป็ภาคปฏิบัติสำหรับศิษย์ระดับพลังจิตขั้นห้า นั่นก็คือการสร้างยันต์ตามพลังของตัวเองให้ผู้อื่นสามารถใช้ได้นั่นเอง
"การที่เราสร้างยันต์ขึ้นนั้น ก็เพื่อให้คนที่เรามอบยันต์ของเราให้สามารถใช้พลังที่เหมือนของเราได้ถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพลังที่เขียนลงไปในยันต์ตอนที่เ้าสร้างขึ้นด้วย ดูนี่"กล่าวจบอาจารย์ก็ได้นำผ้ามาสองแผ่นก่อนจะร่ายอาคมและรวมพลังไว้ที่ปลายนิ้วและวาดยันต์ลงไปอย่างรวดเร็ว
ไทก้าและบีต่างตั้งใจดูเป็อย่างมาก อีกอย่างไทก้าต่างเคยเห็นยันต์แบบนี้และยังมีอยู่กับตัวซึ่งเป็ยันต์ที่เจรอสให้มา เพื่อป้องกันตัวเองในยามวิกฤต อีกด้วย
เมื่อวาดและลงพลังเสร็จอาจารย์ผู้สอนก็โยนยันออกไปทั้งสองแผ่นพร้อมกัน
ฟุบ ฟุบ!
ยันต์ได้ลอยออกไป ก่อนจะกลายเป็ลูกไฟและะเิออก
บึ้ม บึ้ม!
หลังจากะเิแล้ว ยันต์หนึ่งใบก็ได้สลายไป ส่วนอีกใบยังคงอยู่และดูเหมือนว่าจะยังใช้ได้เหมือนเดิม
"พวกเ้าคงเห็นแล้วว่า ยันต์นี้ข้าได้ใส่พลังเข้าไปเพียงแค่พลังจิตระดับสองเท่านั้น จึงเกิดะเิออกเพียงน้อยนิด ส่วนยันต์ทั้งสองใบนั้น ที่ใบหนึ่งสลายไป แต่อีกใบยังอยู่นั้น ก็เพราะว่า ยันต์นั้นมีอยู่สองชนิด นั่นคือใช้ได้ครั้งเดียว และแบบใช้เท่าใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้สร้างขึ้น"เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้อาจารย์ก็หยุดลงครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
"ในตอนนี้มีผู้ฝึกจิตอยู่หลายคนนิยมสร้างยันต์ชนิดที่ใช้เท่าใดก็ได้ไว้ที่ิัของผู้ฝึกจิตคนอื่น หรือลูกน้องของตนเอง ซึ่งเขาก็จะสามารถใช้อาคมที่ลงไว้ ได้เหมือนกับผู้สร้าง เพียงแต่มีข้อจำกัดอยู่นั่นคือ หนึ่งยันต์ลงได้เพียงหนึ่งอาคมเท่านั้น และในคาบเรียนวันนี้ข้าจะสอนพื้นฐานพวกเ้าให้สามารถสร้างยันต์ได้ทั้งสองชนิด" กล่าวจบอาจารย์ก็ได้ส่งผ้าและอุปกรณ์การเขียนให้กับเหล่าศิษย์คนละสองผืน หาก้าอันใหม่ก็มารับใหม่ได้จนกว่าจะสำเร็จในวันนี้