พอกลับจากตลาด ซือหย่าก็จัดการปลูกต้นกล้าที่ซื้อมาใหม่ไม่ได้ออกไปไหนอีก วุ่นวายอยู่กับการจัดการ ทำสวน ลงนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ก่อนจะพบว่าที่นี่ขาดบ่อน้ำ เธออาจจะต้องขนน้ำจากด้านนอกเข้ามาเท่านี้ในนี้ก็จะมีระบบการทำนาที่ครบถ้วนแล้ว
คืนนั้นซือหย่าทำซาลาเปาหมูสับ มะเขือเทศผัดไข่ เป็อาหารเย็น
ว่าแล้วเธอขาดเนื้อไม่ได้จริง ๆเนื้อนี่คือรางวัลเกียรติยศของชนชั้นเกษตรที่ปฏิบัติตนตามนโยบายอย่างไม่ขาดตกบกพร่องถ้ากลับไปยุคสมัยเดิม เธอจะอยู่ได้ยังไง ถ้าไม่ได้กินเนื้อล่ะ
จากนั้นล้างหน้าบ้วนปากเข้านอน
คืนนี้เธอรู้สึกว่าอากาศอึดอัดกว่าทุกทีราวกับว่าความบริสุทธิ์ที่มีแต่เดิมเลือนหายไป
ก่อนหลับไปคืนนั้น รอบ ๆ ชุมชนมีหมอกสีเหลืองกระจายออกมาครอบคลุมไปทั่วทุกแห่งหน
ต้นไม้รอบ ๆ ตัวบ้านพอได้รับฝุ่นเหลืองที่มาพร้อมไวรัสที่มองไม่เห็น มันก็มีปฏิกิริยากับไวรัสทันที
ตอนแรกมันเหมือนจะเหี่ยวเฉาลงแต่ไม่นานมันก็ราวกับมีชีวิตใหม่ มีสัญชาตญาณนักล่า ต้นของมันสามารถสูบกลืนต้นไม้อื่นโดยรอบแล้วยืดต้นขึ้น ก่อนจะทิ้งเถาให้เลื้อยคลาน ยื้อกิ่งก้านออกไปหาอาหารอย่างกระหายหา
มันได้กลิ่นเื เนื้อ มาจากในตัวบ้าน ก็ยื่นเถาและกิ่งเข้าไปในตัวบ้าน หมายมาดจะกินเ้าของบ้านร่างเล็กนั่น
พึ่บ !
แต่เมื่อมันเข้าไปในอาณาเขตบ้าน เถาวัลย์ที่มีกลิ่นอายเก่าแก่ก็โผล่ออกมาจากพื้นดินกวาดเถาวัลย์กลายพันธุ์พวกนั้นออกไป พร้อมรวบต้นไม้กลายพันธุ์ขึ้น ก่อนเถาของมันจะเจาะเข้าไปในลำต้นแล้วดูดกลืนต้นไม้พวกนั้นจนแห้งเหี่ยว ต้นไม้ที่พึ่งยืดต้นขึ้นก็ยืนต้นตายก่อนที่คริสตัลสีเขียวจะหล่นลงมา แล้วถูกเถาวัลย์เ้าของบ้านกวาดไปจนหมด
จากนั้นละแวกรอบ ๆ ไม่นานก็เกิดความอลหม่านขึ้นมาทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงข้าวของตกแตก เสียงวุ่นวาย มีเสียงคำรามดังมา
กรร
“ช่วยด้วย มีคนกัดฉัน”
“ผี ! ผีเดินได้”
“คนกัดหมาฉัน”
“พวกนี้คือซอมบี้”
“ไวรัสมาถึงเมืองของเราแล้วรีบหนีก่อน”
เสียงกรีดร้อง ตามด้วยเสียงผู้คนที่พุ่งออกมาจากตัวบ้านเสียงสตาร์ตรถ เสียงรถวิ่ง และเสียงวิ่งไล่ล่า บางคนเดินโงนเงนพร้อมส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ กรร แต่ทันทีที่ร่างโงนเงนเข้ามาใกล้รั้วไม้มันก็จะถูกตัดฉับ ศพเดินได้พวกนั้นก็ล้มลง เถาวัลย์ก็เจาะสมองของมัน
ไม่เพียงแค่ที่ด้านหน้ารั้วไม้ที่ศพเดินได้พวกนั้นเข้าใกล้ไม่ได้ตลอดด้านข้างตัวบ้าน ด้านหลังบ้าน ก็ไม่มีใครกล้ามาแหยมเ้าเถาวัลย์ที่ผุดออกมาจากดินนั้นกวาดเรียบพร้อมดันซากทุกอย่างออกจากตัวบ้านอย่างไม่ไยดี
ขณะที่นอกบ้าน และในซอย ผู้คนแตกตื่น เสียงรถดังสวนทางไปมาข้าวของตกแตก วุ่นวายโกลาหล ซือหย่าที่ทำงานใช้แรงมาหลายวัน พอหัวถึงหมอนก็หลับสนิทตื่นมาตอนเช้าความอึดอัดที่รับรู้เมื่อคืนก็หายไปแล้ว
เธอตื่นมาทำกิจวัตรประจำวันเช่นเดิม ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุด ออกจากห้องนอนไปที่ห้องครัว
วันนี้ไม่บอกก็พอรู้ว่าเธอจะทำอาหารอะไร แน่นอนว่าเป็ข้าวต้มหมูสับกินจนอิ่ม ก็เข้าไปในพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อเตรียมทำงานเช่นทุกวัน
แต่ในพื้นที่ว่างเปล่าเวลานี้กลับแตกต่างจากที่จำได้เมื่อวานเธอปลูกต้นไม้จนแน่น แทบหาทางเดินไม่เจอ แม้แต่คิดจะเอาน้ำเข้ามายังทำไม่ได้วันนี้กลับมีบ่อน้ำผุดขึ้นมา ทั้งพื้นที่ขยายออกไปอีกเท่าหนึ่ง จาก 3,000ตารางเมตร เป็ 6,000 ตารางเมตร นี่ก็พอ ๆ กับหมู่บ้านเธอเลยนะแถมต้นไม้ที่เคยเบียดกัน ก็มีระยะห่างที่เห็นได้ชัดเจน
ไม่เท่านั้นผักสวนครัว ต้นผลไม้ที่ลงหลุมไว้เมื่อวานกับ่ก่อนโตพรวดพราดออกลูกออกผลมาให้ได้เห็นแล้ว
เป็ด ไก่ นกกระทา ที่เอาเข้ามาเริ่มวางไข่
ราวกับว่าพื้นที่ว่างเปล่าตรงนี้ผ่านคืนหนึ่งมาก็เติบโตขึ้น
ในเมื่อพื้นที่มันเติบโตได้ก็ดีแล้ว เธออยากมีที่ดินเป็ของตนเองจะได้ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ให้เยอะ ๆ
เยอะขนาดที่เมียฝ่ายผลิตคนนั้นอิจฉา
ซือหย่าจัดการเก็บผัก ผลไม้ ที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดผักบางอย่างเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ก็ต้องเตรียมแปลงปลูกใหม่
ที่เล้าเป็ด เล้าไก่ พวกมันเริ่มวางไข่แล้วซือหย่าเลือกไข่ที่ยังไม่มีเชื้อออกมา ส่วนไข่มีเชื้อทิ้งไว้ให้แม่ไก่แม่เป็ดฟักต่อไปส่วนนกกระทา เธอก็ทำรังให้มัน เธอทำกรงของนกกระทาจากเศษไม้ที่เอามาทำเป็ซี่ ๆเพื่อขังนกกระทาเอาไว้ด้านใน ส่วนรังก็เอาเศษไม้มาทำรัง
พอออกมาจากพื้นที่ว่างเปล่า ก็ได้ยินเสียงเรียกมาจากด้านนอก
“พี่ซือหย่า”
“เธออาจจะไม่อยู่แล้ว”
“เจ๊แกไม่ไปไหนหรอกต้องอยู่ที่นี่ ถ้าไม่เป็ซอมบี้ไปเสียก่อน”
“เรามาเสียเที่ยวแล้วจื่อชง”
เสียงพูดคุยด้านนอกดังแทรกผ่านความวุ่นวายอันผิดปกติเข้ามาแต่เพราะซือหย่าไม่คุ้นกับที่นี่อยู่แต่แรก เลยไม่รู้ถึงความวุ่นวายผิดปกติเ่าั้
พอเธอเดินมาเปิดประตูรั้ว เห็นเฮ่อจื่อชงสวมใส่ชุดคลุมพลาสติกแบกปู่ที่สวมใส่ชุดปกปิดมิดชิดบนหลัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อด้านนอกห่างออกไป ซือหย่าเห็นมีคนที่มีสภาพเหมือนศพเดินได้เดินไปมา รถจอดทิ้งขวางไว้บนถนนข้าวของถูกทิ้งเกลื่อนกลาด ทั้งเศษซากชิ้นส่วนคน และเืสาดกระเซ็นเต็มพื้น
ที่นี่ก็มีการปะทะกันของกลุ่มปลอกแขนแดง[1]กับพวกปัญญาชนหรอกหรือ ดุเดือดกันมากจริง ๆ
“เกิดอะไรขึ้น” ซือหย่าเอ่ยอย่างกังวลถ้าเกิดเ้าหน้าที่พรรคเข้ามาในบ้าน เห็นตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าเข้า มีหวังคงเป็เื่แน่
“พี่ปล่อยให้ผมเข้าไปก่อนเถอะ เราค่อยคุยเื่ซอมบี้พวกนี้”เฮ่อจื่อชงพุ่งเข้ามาด้านใน
กรร
ซอมบี้ตนหนึ่งเห็นว่ามีเหยื่ออยู่ไม่ไกล มันก็พุ่งเข้ามาด้วยความใซือหย่าก็รีบปิดประตู แต่ประตูไม้จะทานแรงด้านนอกได้อย่างไรผีตนนั้นใช้เพียงปลายเล็บแหลมคมพุ่งใส่รั้วไม้ รั้วไม้ก็เป็รูแล้ว
“รั้วพัง ! เล็บอะไรจิกไม้พังได้แบบนี้”
“เจ๊ถอยมาก่อนเร็ว นั่นไม่ใช่เล็บธรรมดาหรอกมันคือซอมบี้”
ซอมบี้ ?
ซอมบี้คืออะไร ซือหย่าไม่เคยได้ยินมาก่อนหรือคือหน่วยงานของพรรค[2]ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปราม
“ผีน่ะเจ๊”
“ผี ? ”
เปรี๊ยะ!
เสียงระแนงรั้วไม้หักเพราะแรงกะซวกจากปลายนิ้วที่เห็นคราบเืน้ำเหลือง เกราะกรัง ตามซอกเล็บซอกนิ้ว
“รั้วพัง !!นี่มันเกินไปหน่อยไหม การปะทะกันสองฝ่าย ขนาดต้องใช้คุณไสยปลุกผี คนบริสุทธิ์แบบเราจะได้เงินทดแทนไหมเรียกร้องอะไรได้ที่ไหนบ้าง”
เดิมซือหย่าเป็พวกปฏิบัติตามนโยบายของพรรคอย่างเข้มงวดแต่ไม้นี่ เธอในยุคก่อนจะหาเงินซื้อได้ไหม เธอพึ่งเอาเงินไปซื้ออาหารมากักตุนแล้วซื้อไม้ไปมาก รั้วพังต้องทำรั้วใหม่อีก
คิดแล้วก็โมโหในหัวก็คิดว่าถ้ารั้วไม้เป็รั้วไม้แบบแ่า ฟันแทงไม่เข้าสูงบังสายตาคนจากด้านนอกได้จะดีแค่ไหน
พอคิดก็รู้สึกได้เลยว่ามีพลังบางอย่างในตัวที่ส่งออกมาจากนั้นรั้วไม้ที่แตกหักก็ประสานกลับเข้าเป็เนื้อเดียวไม่เท่านั้นไม้ยังขยายความทนทานออกไปยังแผ่นข้าง ๆจนรั้วที่ผุพังกลายเป็ปราการไม้ที่แ่า สูงลิ่วตั้งตระหง่าน
“หูย ! เจ๊มีพลังพิเศษด้วย” เฮ่อจื่อชงแหงนเงยขึ้นมองรั้วไม้ตรงหน้าอย่างทึ่งๆ ก่อนจะวางปู่ลง ทั้งหอบหายใจ “ผมบอกแล้วว่ามาหาเจ๊ซือเราสองคนจะต้องรอด”
“เรียกพี่สาวว่าเจ๊ แบบนั้นใช้ได้ที่ไหน”ปู่เฮ่อใช้มือยกขาตนเองมาวางชิดกันพร้อมนวดขาส่วนบนไปด้วย “ซือหย่า ปู่กับเ้าเด็กนี่รบกวนเธอแล้วจริง ๆ” ปู่เฮ่อบอก
“เวลาแบบนี้เรียกว่ารบกงรบกวนอะไรเล่าเราต้องอยู่กันเป็กลุ่มก้อนสิถึงจะได้รอด” เฮ่อจื่อชงรีบแย้ง
“เ้าเด็กนี่ ให้เ้าบ้านเขาอนุญาตก่อนเถอะส่วนเื่รอดหรือไม่ ก็แล้วแต่์เถอะ”
“รอดสิ แต่ถ้าอยู่ที่บ้านเรา บ้านก็เก่าผนังก็บาง อาหารก็ไม่มี ถ้าอยู่บ้านของเจ๊...เอ่อพี่ซือหย่าซอยด้านหน้านี่มีร้านอาหารอยู่ อย่างน้อยถ้าจะตายเราก็ตายช้าหน่อย”
“เกิดอะไรขึ้นด้านนอกนั่น มีคนปลุกผีดิบขึ้นมาหรือเวลาเช่นนี้นักพรตเต๋าที่ปราบผีพวกนี้ได้มีอยู่หรือไม่ หรือถูกกวาดล้างหมดแล้ว”ซือหย่าพอจะสรุปใจความได้แบบนี้
ถ้าคนที่เนื้อตัวอาบเื บางตนร่างกายแหว่งเว้าแต่เดินไปมา เหมือนผีดิบตามตำราที่เธอเคยอ่านมาจากคลังหนังสือของตำบล แต่นั่นเขาเขียนถึงผีดิบซึ่งเกิดขึ้นั้แ่ราชวงศ์ิและราชวงศ์ชิงแล้ว ตอนนี้เธอทะลุมิติมา ผีพวกนั้นยังจะอยู่ยืนยาวขนาดนั้นเลยหรือ
“...” ปู่เฮ่อหันไปมองหลานชายอย่างสิ้นหวัง
ถ้าไม่เพราะว่าหลานชายบอกว่าซือหย่า อยู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาสะสมอาหารจำนวนมากตอนที่มีข่าวประกาศว่ามีซอมบี้อาละวาดเช่นนี้ สองคนก็คงไม่ทิ้งบ้านพัง ๆ มุ่งหน้ามาที่นี่หรอก
“มันเกิดจากไวรัสแพร่เชื้อ ทำให้คน พืชสัตว์กลายพันธุ์ คนกลายเป็ซอมบี้ เอ่อ... ทุกวันนี้เขาไม่เรียกผีดิบแล้วนะครับเพราะเ้าผีนี้มันมีวิวัฒนาการ หรือก็คือมันพัฒนาขึ้น จากที่ผมอ่านมาแม้มันตายแล้วแต่มันก็ยัง้าอาหาร มันใช้สัญชาตญาณในการพุ่งเข้ากัดกินทำร้ายคนแล้วคนที่ถูกกัดหรือถูกข่วน พอััน้ำลายน้ำเหลืองก็จะติดเชื้อกลายเป็ซอมบี้”
“เชื้อผีนี่ มันกำลังแพร่กระจายออกไป ? ”
เฮ่อจื่อชงพยักหน้า ถึงเจ๊จะมาจากป่าจากเขาแต่สมองก็ค่อนข้างไว ค่อยน่าเกาะหน่อย
[1]ยุวชนแดง หรือ หงเว้ยปิง 紅衛兵; เกิดขึ้นเมื่อปี 1966-1976 เป็การปฏิวัติวัฒนธรรม 10 ปี แห่งกลียุค ในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ ยุวชนพิทักษ์แดง ( เรดการ์ด-Red Guard) คือ กลุ่มเยาวชนที่มีพฤติกรรม หัวรุนแรง และคลั่ง "ลัทธิเหมาอิสซ์ " (Maoism) ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย คือการ “โค่นล้มพวกลัทธิทุนนิยมและวิพากษ์ศิลปวัฒนธรรมที่แบ่งแยกชนชั้น” โดยการปฏิวัติการศึกษาปฏิวัติศิลปวัฒนธรรม และปฏิวัติทุกอย่างที่ขัดกับแนวทางของลัทธิ
[2]พรรคคอมมิวนิสต์