บทที่ 3 พูดออกมา
“ประจำเดือนฉันมา… เลยไม่สะดวกน่ะ” เธอเอ่ยแก้ตัว
เธอมีประจำเดือนจริง ๆ และเพิ่งรู้ตัวตอนอาบน้ำ
ทว่าเส้าอี้เจ๋อไม่เชื่อและจ้องเธออย่างคาดคั้น เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าคำพูดเมื่อครู่เป็เพียงข้ออ้างที่เธอใช้เพื่อปฏิเสธ
“จริงเหรอ?” เส้าอี้เจ๋อยิ้มมุมปากอ่านอารมณ์ไม่ออก
“จริง ๆ” เธอพยักหน้าหน้าจริงจัง
เส้าอี้เจ๋อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยท่าทางสนใจ “พี่สะใภ้ สามปีแล้ว คุณยังไร้เดียงสาและน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ… คิดว่าผมจะปล่อยไปง่าย ๆ เหรอ”
“...”
เยี่ยชิงหวนไม่พูดอะไร เขาคิดว่าเธอกำลังโกหกเขาอย่างนั้นเหรอ
“ฉลาดขึ้นนะครับ” นิ้วของเส้าอี้เจ๋อลูบไล้ที่ไหปลาร้าของเธอจากบนลงล่าง ปลายนิ้วรู้สึกถึงร่างกายของเธอที่แข็งเกร็ง
ผู้ชายคนนี้นี่มัน...
โรคจิตชัด ๆ!
เยี่ยชิงหวนจ้องมองเส้าอี้เจ๋อใกล้ ๆ ก็รู้สึกได้ว่ามือของเขากำลังจะสำรวจไปยังส่วนล่างของเธอ และเสียงทุ้มของเขาก็กระซิบข้างหูเธอ “ให้ผมตรวจสอบดูก็รู้แล้ว…”
ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปหมด...
่เวลาวิกฤตเช่นนี้ จู่ ๆ ก็มีเสียงรถเข็นดังมาจากประตู ช่างชัดเจนเสียจนน่าขนลุก
เธอตระหนักได้ถึงบางสิ่งอย่างกะทันหัน ขณะที่เส้าอี้เจ๋อที่ทับอยู่บนตัวเธอก็มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วยิ่งกว่า เขาพลิกตัวลงจากเตียงอย่างว่องไวราวกับสายฟ้า แล้วรวบรวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
เป็่พอดีกับที่สบตากับชายที่นั่งอยู่บนรถเข็น
เมื่อมองเห็นห้องนอนที่ข้าวของกระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า รวมถึงเส้าอี้เจ๋อที่กำลังติดกระดุมเสื้ออย่างมือไม้สั่น และหญิงสาวที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใบหน้าของเส้าอวิ่นเฉินก็มืดครึ้มเสียจนแทบจะคั้นเอาหยดหมึกออกมาได้
“พวกแกกำลังทำอะไรกัน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องเย็น แค่ได้ยินเสียงก็ทำให้คนขนลุกซู่ทั้งที่ตอนนี้ยังไม่ใช่ฤดูหนาว
คนที่ขาพิการทั้งสองข้าง ใช้ชีวิตอยู่ในโลกแคบทั้งวัน แม้แต่ประตูห้องก็ไม่เปิดออกไปพบปะผู้คน การพูดว่าเป็ห้องเย็นก็คงจะไม่เกินจริงนัก
“พี่… พี่ใหญ่… พี่ใหญ่มาที่นี่ได้ยังไง?”
เส้าอี้เจ๋อพูดตะกุกตะกัก เขารู้ว่าเส้าอวิ่นเฉินขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานทั้งวันและไม่ได้ออกมาเลย เขาจึงได้กล้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่เพื่อล่วงเกินเยี่ยชิงหวนอย่างใจกล้า
“นี่คือห้องของฉัน” เส้าอวิ่นเฉินเลื่อนรถเข็นเข้าไปใกล้ทั้งสองคน และการเข้าใกล้ของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่ปะทะบนใบหน้า
เพียงแต่ตอนนี้ มีคนที่กลัวมากกว่าเธออยู่
เส้าอี้เจ๋อเกรงกลัวพี่ชายคนนี้ของเขามาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเส้าอวิ่นเฉินเคยเด็ดขาดและมีผลงานมากมาย ได้รับฉายาว่า 'ราชันย์เืเย็น'
หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุในการซ้อมรบครั้งนั้น เส้าอวิ่นเฉินจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วปักกิ่ง
แต่ถึงแม้ตอนนี้เขาจะขาพิการทั้งสองข้างและนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ลักษณะท่าทางในส่วนลึกของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“ฉันจะถามแกอีกครั้ง พวกแกกำลังทำอะไรกันในห้องนี้” เสียงเย็นเยียบของเส้าอวิ่นเฉินมีความไม่พอใจแฝงอยู่เล็กน้อย
“พี่ใหญ่ คือผม… ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดเลยนะ!” ยิ่งเส้าอี้เจ๋อพูดก็ยิ่งเหมือนขุดหลุมฝังตัวเองเข้าไปใหญ่ ต่อหน้าเส้าอวิ่นเฉินเขาก็เหมือนไอ้ขี้ขลาดคนหนึ่ง
เธอหัวเราะเยาะในใจ ต่อหน้าเยี่ยชิงหวนก็ทำราวกับว่าตัวเองเหมือนาา แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเส้าอวิ่นเฉินก็วางท่าแบบนั้นไม่ได้แล้วล่ะสิ
ในตอนนั้น เส้าอวิ่นเฉินมองตามแสงไฟ สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามของภรรยา หลายปีที่ใช้ชีวิตในคุกทำให้เธอผอมลงไปมาก เห็นกระดูกไหปลาร้าได้ชัดเจน
“ถ้าเขาไม่พูด เธอก็พูดมา” เสียงของชายหนุ่มเ็าราวกับน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆ ทั้งสิ้น
“…”
เยี่ยชิงหวนชะงักไปครู่หนึ่ง เขาให้เธอพูดอย่างนั้นเหรอ
แล้วเธอจะมีอะไรดี ๆ ให้พูดได้ล่ะ