“อาการป่วยของข้าร้ายแรงจนไม่อาจรักษาให้หายได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับพี่สะใภ้” รุ่ยอ๋องถามออกไปเหมือนไม่คิดอะไรมาก ทั้งเขายังพยายามซ่อนความเสียใจเอาไว้อย่างมิดชิด แต่ฉินจื่อฉิงกับซูหยุนหรานก็ยังฟังออก
“นอกจากน้ำหนักตัวที่ลดลงมากแล้วเ้ายังมีอาการเหนื่อยง่าย ขี้ร้อน มือสั่น หงุดหงิด เหงื่อออกมาก และยังมีอาการนอนไม่หลับด้วยใช่หรือไม่” ซูหยุนหรานพูดต่อก่อนจะหยิบเข็มและหลอดเก็บเืออกมา “ข้าขอเจาะเืเ้าไปตรวจสักหน่อย กลัวเข็มหรือไม่”
“ไม่กลัวขอรับ” รุ่ยอ๋องตอบ
“ดีมาก เช่นนั้นก็ยื่นแขนออกมา” จากนั้นซูหยุนหรานก็เริ่มเก็บตัวอย่างเืก่อนจะหันไปพูดกับฉินจื่อฉิง “ท่านอยู่เป็เพื่อนเขาสักครู่นะเ้าคะ ข้าขอเอาเืไปตรวจก่อนแล้วจะกลับมา”
“พี่สะใภ้ ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าอาการป่วยของข้าเป็อย่างไร” รุ่ยอ๋องถามอย่างร้อนใจ หากพี่สะใภ้แค่จับชีพจรเหมือนที่หมอคนอื่นทำเขาคงไม่รู้สึกอะไร แต่การที่เห็นพี่สะใภ้ใช้เข็มแหลมๆ แทงไปที่ผิวแล้วดูดเอาเืออกมาจากร่างกาย เขายังจะแสร้งทำเป็ไม่คิดอะไรได้อยู่หรือ
“คราวนี้รู้จักร้อนใจขึ้นมาแล้ว? ไม่ใช่เคยบอกกับข้าว่าเตรียมตัวเตรียมใจและพร้อมจะจากโลกนี้ไปแล้วไม่ใช่หรือ?” ฉินจื่อฉิงพูดกับน้องชาย
“ที่ผ่านมาหมอเ่าั้พอจับชีพจรข้าเสร็จก็เอาแต่ส่ายหัว ท่าทางของพวกเขาล้วนบอกว่าข้าคงไม่รอดแล้ว แล้วท่านจะไม่ให้ข้าปลงตกได้อย่างไรขอรับ” รุ่ยอ๋องยังหันไปถามซูหยุนหราน “พี่สะใภ้ ข้ายังมีโอกาสรักษาหายอยู่หรือไม่ขอรับ ความจริงแล้วข้ายังไม่อยากตาย”
“รอให้ข้าเอาเืของเ้าไปตรวจให้ละเอียดก่อน จากนั้นเราค่อยมาพูดถึงแนวทางการรักษา” ซูหยุนหรานเดินออกจากห้องไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามซูหยุนหรานก็กลับมาพร้อมผลเื
“อาการของเลี่ยงรุ่ยเป็อย่างไร” ฉินจื่อฉิงรีบถาม
“พี่สะใภ้ อาการของข้า...” รุ่ยอ๋องไม่กล้าถามต่อ
“หรานหราน...หรือว่าอาการป่วยของเขาไม่มีทางรักษา ไม่มีทางแล้วจริงๆ หรือ” คราวนี้เป็ฉินจื่อฉิงที่กังวลขึ้นมาเสียเอง
ซูหยุนหรานยิ้มให้ทั้งคู่ “อย่าเพิ่งกังวลเ้าค่ะ อาการป่วยของรุ่ยอ๋องเรียกว่าอาการไทรอยด์เป็พิษ หากได้รักษาั้แ่แรกแค่กินยาก็รักษาให้หายได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่ปล่อยเวลาไว้นานเกินไปทำให้ต่อมไทรอยด์บวมและโตขึ้นมาก วิธีผ่าตัดจึงจะเหมาะสมที่สุดเ้าค่ะ”
“ผ่าตัดหรือ? ผ่าตัดที่ใด” ฉินจื่อฉิงถาม
“ที่คอเ้าค่ะ”
รุ่ยอ๋องหน้าซีดขึ้นมาทันที “ผ่า...ผ่าตัดที่คอคือการเอามีดแหลมๆ คมๆ มาปาดที่คอของข้าหรือขอรับ แล้ว...แล้วข้ายังจะมีชีวิตรอดอยู่หรือขอรับพี่ชาย พี่สะใภ้”
“ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงหรือ” แม้ฉินจื่อฉิงจะเห็นภรรยาผ่าตัดรักษาคนไข้มาหลายคนแล้ว แต่าแเ่าั้กลับเป็ที่แขนและขาเสียส่วนใหญ่ หรือแม้แต่ตัวเขาที่ถูกภรรยาเย็บแผลให้ก็เป็าแที่หน้าท้อง แต่ภรรยาบอกว่าจะผ่าตัดลำคอให้น้องชาย เขาก็อดที่จะกังวลขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน
“ข้ารู้ว่ามันฟังดูน่าใ แต่ขอให้พวกท่านเชื่อข้าเถิดเ้าค่ะ ข้ารักษารุ่ยอ๋องให้ปลอดภัยได้จริงๆ” ซูหยุนหรานพูดอย่างใจเย็น หากเป็ยุคที่นางจากมา นางคงเลือกวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องแทนแล้ว เพราะวิธีนั้นแผลจะเล็กและใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน แต่น่าเสียดายที่มิติวิเศษไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัยเช่นนั้นติดมาด้วย ดังนั้นจึงมีวิธีเดียวที่นางจะผ่าตัดให้รุ่ยอ๋องได้ นั่นก็คือการผ่าตัดแบบเปิดหรือการกรีดคอ
รุ่ยอ๋องมองซูหยุนหรานอย่างตัดสินใจ หากไม่ผ่าตัดเขาก็คงต้องนอนรอความตาย แต่หากผ่าตัดยังมีโอกาสรอดและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ “พี่สะใภ้! เช่นนั้นข้าขอฝากชีวิตไว้กับพี่สะใภ้ด้วยขอรับ”
“ไม่ต้องทำท่าทางจริงจังขนาดนั้นก็ได้” ซูหยุนหรานยิ้ม “เชื่อข้าเถอะนะ ข้ารักษาเ้าให้หายได้จริงๆ”
รุ่ยอ๋องเปลี่ยนมาเป็นอนหงาย “เช่นนั้นก็เริ่มเลยขอรับ ข้าพร้อมที่จะผ่าตัดแล้ว ผ่าตัดเร็วข้าก็จะหายป่วยได้เร็วขึ้น”
“ต้องให้ข้าพาเขาเข้าไปนอนในห้องผ่าตัดหรือไม่” ฉินจื่อฉิงทำท่าจะเดินเข้าไปแบกน้องชาย
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานรีบห้าม “เรายังผ่าตัดกันวันนี้ไม่ได้ ข้าต้องให้ยารุ่ยอ๋องเพื่อปรับระดับฮอร์โมนให้ฮอร์โมนของเขาลดลงมาอยู่ในระดับปกติเสียก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือน หลังจากนั้นถึงจะเริ่มการผ่าตัดได้เ้าค่ะ”
“นานขนาดนั้นเลยหรือขอรับ แต่ข้าอยากรักษาเร็วๆ”
“นี่ก็ถือว่าเร็วมากแล้ว หากตรวจพบโรคั้แ่ระยะแรกแล้วเริ่มรักษาด้วยวิธีกินยา เ้าต้องกินยาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองปีถึงจะหายจากโรค” ซูหยุนหรานยังอธิบายอย่างใจเย็น “อย่าเพิ่งใจร้อน นอกจากการปรับฮอร์โมนแล้วยังต้องบำรุงร่างกายเ้าให้พร้อมสำหรับการผ่าตัดด้วย แต่รับรองว่าเมื่อผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์นี้ออกแล้ว เ้าจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม”
“พี่สะใภ้” รุ่ยอ๋องน้ำตาคลอ “ขอบคุณขอรับ ขอบคุณที่ท่านมีวิธีรักษาอาการป่วยของข้า”
“ต้องบอกว่าโชคดีที่อาการป่วยของเ้าตรงกับความถนัดของข้ามากกว่า” ซูหยุนหรานยิ้มให้รุ่ยอ๋อง “ระยะนี้เ้าต้องพักอยู่ที่โรงหมอจนกว่าจะผ่าตัดเสร็จ เ้าสะดวกหรือไม่”
“สะดวกขอรับ! จะให้ข้าย้ายมาอยู่ที่นี่เป็การถาวรเลยก็ได้” รุ่ยอ๋องรีบตอบ
“ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วจวนอ๋องของเ้าจะทำอย่างไร ขายทิ้งเลยดีไหมเล่า” ฉินจื่อฉิงมองน้องชาย
“ขายเลยก็ได้ ขายแล้วจะได้เอาเงินมาให้พี่สะใภ้ ส่วนข้าก็จะย้ายไปอยู่ที่จวนฉิงอ๋องของท่าน” รุ่ยอ๋องพูดยิ้ม
“เ้านี่มันไม่รู้จักโตเลยจริงๆ” ฉินจื่อฉิงส่ายหน้าให้น้องชาย “เอาเถอะ ระยะนี้เ้าพักอยู่ที่โรงหมอไปก่อน ข้าจะมาอยู่เป็เพื่อนเ้าทุกวัน ส่วนทางฮองเฮาเดี๋ยวข้าส่งคนไปแจ้งข่าวให้พระนางทราบเอง”
เมื่อรู้ว่าโรคประหลาดของตนมีทางรักษา รุ่ยอ๋องจึงพักอยู่ที่โรงหมอลั่วอันคังอย่างสบายใจ ส่วนฮองเฮาเมื่อทราบข่าวว่าลูกชายมีโอกาสหายจากอาการป่วย จากตอนแรกที่พระนางแกล้งคัดบทสวดเพื่อตบตาผู้อื่น แต่เวลานี้ลูกชายอยู่ใน่สำคัญของการรักษา แค่คัดบทสวดจะไปพออะไร ฮองเฮาจึงตัดสินใจประกาศว่าจะงดเนื้อสัตว์และเข้าไปสวดมนต์ในหอพระเป็เวลาสองเดือน
ข่าวจากตำหนักของฮองเฮารู้ไปทั่ววังหลังอย่างรวดเร็ว แม้แต่จวนเสียนอ๋องก็ได้รับแจ้งข่าวนี้ เสียนกุ้ยเฟยกับเสียนอ๋องดีใจเป็อย่างมาก เพราะการกระทำของฮองเฮาไม่เท่ากับพระนางกำลังประกาศให้ทุกคนรู้ว่าอาการป่วยของรุ่ยอ๋องทรุดหนักหรือบางทีครั้งนี้อาจเป็วาระสุดท้ายของรุ่ยอ๋องแล้วก็เป็ได้
“เป็ไปได้อย่างไร! เหตุใดตำราแพทย์ของข้าถึงเป็แบบนี้” ฮูหยินใหญ่พลิกตำราในมือไปมา “บันทึกหน้าสุดท้ายของแต่ละบทหายไปได้อย่างไรกัน”
“ครั้งสุดท้ายข้าเอาตำราออกมาให้หรานเอ๋อดู แต่นางดูแค่ไม่นานทั้งยังอ่านไม่เข้าใจก็ส่งตำรากลับคืนมาให้ข้าแล้ว ตัวนางก็อยู่ในสายตาข้าตลอดแล้วนางจะเอาเวลาใดมาสับเปลี่ยนตำรา หรือว่าจะเป็วันที่ซูชิงหว่านมายกน้ำชาเพื่อให้ข้ารับนางเป็บุตรบุญธรรมอย่างเป็ทางการ ต้องใช่แน่...วันนั้นนางต้องแกล้งทำกาน้ำชาหล่น หลังจากนั้นนางก็เดินเข้าไปในเรือนของข้าเพื่อแสร้งว่าจะเข้าไปเอากาน้ำชาใหม่ออกมา หน็อยแน่! ซูชิงหว่าน ขโมยตำราข้าไปแล้วยังแสร้งให้ซูจิ้นจงมาเร่งให้ข้าสอนวิชาแพทย์ ดีที่ข้าท่องตำราเล่มนั้นได้ขึ้นใจจึงไม่ใช่ปัญหา” ฮูหยินใหญ่คิดทบทวนถึงครั้งสุดท้ายที่นางเอาตำราเล่มนี้ออกมา
“เหอะ...ตำราแพทย์ตระกูลลั่วล้ำค่าเพียงใดไม่ใช่ว่าข้าจะไม่รู้ เพื่อเห็นแก่ซูจิ้นจงข้าจึงใจดีจะสอนวิธีการรักษาให้เ้าสักสองสามวิธี แต่ในเมื่อเ้ากล้าขโมยตำราของข้าไป เช่นนั้นตำราหน้าสุดท้ายนี้ข้าจะเขียนมันขึ้นมาใหม่ตามตำรับยาเดิม แต่ข้าจะปรับส่วนผสมจากยาดีให้กลายเป็ยาพิษ แล้วข้าจะรอดูว่าผู้ใดจะเป็ผู้โชคดีคนแรกที่ได้กินยาพิษของเ้า ส่วนตำราเล่มจริงที่เ้าถืออยู่ในมือ ข้าก็จะบอกว่ามันเป็ของปลอม สมองน้อยๆ เช่นเ้าย่อมต้องเชื่อคำพูดของข้าอย่างแน่นอน
ซูจิ้นจง เ้าโทษข้าไม่ได้นะ เป็ลูกสาวของเ้าที่กล้ามาขโมยของของข้าก่อน เช่นนั้นเ้าก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายกับนาง” ฮูหยินใหญ่เปิดตำราแพทย์แล้วเริ่มเขียนบันทึกหน้าสุดท้ายของแต่ละบททันที
“ระยะนี้ท่านอ๋องดูจะอารมณ์ดี ไม่ทราบว่ามีเื่ใดที่ทำให้ท่านมีความสุขถึงเพียงนี้เ้าคะ ” ซูชิงหว่านนอนทับอยู่บนตัวเสียนอ๋องทั้งยังใช้มือซุกซนลูบไปบนแผ่นอกของเขา
เสียนอ๋องจับมือน้อยมาจูบเบาๆ ก่อนที่เขาจะใช้มือสากลูบไปตามลำตัวของนาง “นอกจากถูกจิ้งจอกน้อยเช่นเ้าทำให้รักทำให้หลงแล้วยังจะมีเื่ใดให้ข้าอารมณ์ดีอีกเล่า”
“ท่านอ๋องปากหวานยิ่ง แต่ข้าไม่เชื่อท่านหรอก หากท่านไม่ยอมบอกข้าจะแกล้งท่านอยู่อย่างนี้” ซูชิงหว่านใช้มือลูบไปทั่วหน้าอก
เสียนอ๋องยิ้มชอบใจ “จิ้งจอกน้อยถึงกับแกล้งข้าเป็แล้ว”
“ท่านอ๋องจะไม่บอกข้าจริงหรือเ้าคะ” ซูชิงหว่านพูดเสียงหวานออดอ้อน “ข้าน้อยใจจริงๆ แล้วนะเ้าคะ”
“น้อยใจแล้วหรือ” เสียนอ๋องจุมพิตหน้าผากหญิงสาว “เอาล่ะ...เช่นนั้นข้าก็จะบอกว่าข้าดีใจมากที่รู้ข่าวว่ามีคนกำลังจะตาย”
“ท่านหมายถึงรุ่ยอ๋องใช่หรือไม่เ้าคะ”
“แล้วจะเป็ใครไปได้อีกเล่าถ้าไม่ใช่น้องชายขี้โรคของข้าคนนั้น เ้ารู้หรือไม่ว่าฮองเฮาถึงกับต้องไปนั่งสวดมนต์ที่หอพระเชียวนะ คราวนี้รุ่ยอ๋องคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้วกระมัง” เสียนอ๋องหัวเราะอย่างชอบใจ “เห็นทีข้าคงต้องไปจุดธูปขอบคุณ์เสียแล้วที่ทำให้ข้าตัดคู่แข่งไปได้อีกหนึ่งคน ว่าแต่เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร”
“ท่านพ่อบอกเื่นี้กับข้าและเขายังบอกอีกว่าอาการป่วยของรุ่ยอ๋องทำให้ฝ่าาทรงพิโรธเป็อย่างมากที่สำนักแพทย์หลวงไม่มีวิธีรักษา” ซูชิงหว่านพูดอย่างเสียดาย “น่าเสียดายนะเ้าคะ หากข้าเรียนวิชาแพทย์ของตระกูลลั่วเร็วกว่านี้ ไม่แน่ว่าครั้งนี้ข้าอาจเสนอตัวไปรักษารุ่ยอ๋อง จากนั้นข้าก็จะมอบความดีความชอบให้ท่าน ฝ่าาจะได้ประทับใจแล้วแต่งตั้งท่านให้เป็รัชทายาทเร็วขึ้น”
“ขอบใจนะหว่านเอ๋อที่คิดถึงข้าอยู่ตลอดเวลา ส่วนเื่รัชทายาทข้าคิดว่าค่อนข้างแน่นอนแล้วที่ตำแหน่งนั้นต้องเป็ของข้า แต่ที่ข้าเป็ห่วงคือเื่ของเ้ามากกว่า เ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่าการทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงครั้งนี้สำคัญกับเราทั้งสองคนมาก”
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ข้าจะเป็แพทย์หญิงคนแรกของสำนักแพทย์หลวงให้ได้ เพื่อไม่ให้ใครมาว่าได้ว่าข้าไม่เหมาะสมกับท่าน” ซูชิงหว่านเบียดตัวเข้าหาชายหนุ่ม “ข้าพยายามถึงเพียงนี้ ท่านอ๋องจะไม่ให้รางวัลข้าหน่อยหรือเ้าคะ”
“จิ้งจอกน้อย...ข้าจะให้รางวัลเ้าตอนนี้เลยเป็อย่างไร”