ใช้ปุ๋ยคอกจริงจริ๊ง
เมื่อมาถึงตลาด ม่านฟ้าได้จอดจักรยานไว้ตรงหน้าร้านขายเสื้อผ้า วันนี้เธอได้เงินมาเก้าร้อยบาทจากการขายหมูแดดเดียวไปสี่สิบห้าแพค
อุ๊ย! แอบรวยอยู่นะเรา ฮี่ๆ
ม่านฟ้าเดินเข้าไปในร้าน พนักงานเห็นเธอมาคนเดียว พนักงานขายจึงถามหาผู้ปกครอง ม่านฟ้าอธิบายอยู่นานทีเดียว ดีที่เธอเจอคนรู้จัก เป็ครูท่านหนึ่งเอาชุดมาซ่อมที่นี่เป็ประจำ ท่านจึงรับรองความเป็มาของเธอให้ ก็ไม่แปลกหรอกที่พนักงานจะคิดในทางที่ไม่ดี เพราะเห็นเด็กอายุสิบสองในชุดโทรมๆถือเงินมาเยอะนี่นา
“ขอโทษด้วยนะจ๊ะ ที่พี่คิดในแง่ร้าย”
“หนูเข้าใจค่ะ” พี่พนักงานก็ไม่ได้หยาบคายกับเธอ หรือดูถูกเธอเลย นิสัยถือว่าดีใช้ได้ล่ะนะ
คงเข้าใจผิดคิดว่าเธอขโมยเงินของพ่อแม่มามากกว่า
“ขอบคุณค่ะครูจันทร์” ม่านฟ้ายกมือไหว้ขอบคุณครูจันทร์ที่ช่วยอธิบายให้
“ไม่เป็ไรจ้ะ แค่นี้เอง เป็สาวเป็นาง ต้องมีเสื้อผ้าสวยๆใส่บ้าง แต่ถึงเราจะมีเงินแล้ว เราก็ต้องรู้จักอดออมไว้บ้างนะ”
“ค่ะครูจันทร์ หนูจะเก็บเงินไว้เยอะๆเลยค่ะ แต่ตอนนี้เสื้อผ้าหนูเก่าและขาดเยอะด้วยค่ะ”
ครูจันทร์พยักหน้า ในใจก็เป็ห่วงม่านฟ้า “เราอยู่คนเดียวไม่เป็ไรแน่หรือ? บ้านของหนูค่อนข้างเปลี่ยวเอาเื่อยู่นะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ลุงผินไปๆมาๆ หาหนูบ่อยค่ะ”
“เป็เด็กผู้หญิงคนเดียว ยังไงก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี”
ครูจันทร์ถอนหายใจ และคิดว่าม่านฟ้าเป็เด็กที่ช่างน่าสงสารจริงๆ
สนทนากันไปสักพักหนึ่ง ม่านฟ้าก็เลือกซื้อเสื้อผ้าอีกหลายสิบชุด
ชุดส่วนใหญ่เป็กางเกงขายาวกับเสื้อยืดแขนยาวสำหรับทำสวน ชุดเที่ยวนอกบ้าน ชุดไปงานเลี้ยง และชุดนอน
ตอนกลับถึงบ้าน เธอคิดว่าเธอจะเอาหมอนยางพาราและผ้าห่มในมิติออกมาใช้ เธอจึงไม่ซื้อเครื่องนอนใหม่ ม่านฟ้าหมดเงินไปสองร้อยสำหรับเสื้อผ้า ครูจันทร์อึ้งไม่น้อยที่เธอใช้เงินมือเติบขนาดนี้
“นั่นเงินเดือนของครูทั้งเดือนเลยนะหนู!”
ม่านฟ้าได้แต่ยิ้มแห้งๆแล้วเอ่ยลา
ม่านฟ้าเอาเสื้อผ้าใส่ตะกร้าแล้วปั่นจักรยานไปหาซื้ออะไรกิน
วันนี้ี้เีทำกับข้าวอีกแล้วเพราะมีเงินในมือมากขึ้น
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ม่านฟ้าพามะเฟืองไปเที่ยวตลาดและเกิดเื่ขึ้นนิดหน่อย
มีโจรแอบหนีมาซ่อนตัวที่ตลาด ในระหว่างที่โจรกำลังหนีจากการจับกุมของทหาร ม่านฟ้าดันโดนโจรอุ้มและจับไปเป็ตัวประกัน ตอนนั้นวุ่นวายชุลมุนกันสักพักเลยล่ะ
ม่านฟ้าไม่ดิ้น ไม่หือ ไม่อือสักนิด บนหน้าเธอมีแต่คำว่ารำคาญค่ะ!
ส่วนมะเฟืองก็ร้องไห้ กรีดร้องและเสียขวัญอย่างมาก ท้ายที่สุด พี่ๆทหารก็ช่วยเธอออกมาได้อย่างปลอดภัย ม่านฟ้าขอบคุณพี่ทหารทุกท่านอย่างซาบซึ้ง
“ฮือออออออออ! ม่านฟ้า ธะ เธอ ไม่ เป็ อะ ไร ใช่ หม้ายยยย?”
“ฉันสบายดีมะเฟือง”
“มะ ม่าน ฮือออออ”
“เฮ้ย! สติหน่อยเพื่อน ร้องเหมือนฉันตายแล้วเลย”
จากนั้นมะเฟืองก็กอดม่านฟ้าแน่น
หายใจไม่ออกแล้วโว้ย!
“ตอนแรกฉันก็ไม่เป็อะไรหรอก แต่ฉันกำลังจะตายเพราะเธอกอดฉันแน่นจนจะขาดอากาศหายใจแล้ว”
“ฮือออออ ขอโทษ ฉัน ห่วง เธอ มากก โฮ…”
คราวนี้มะเฟืองร้องหนักกว่าเดิมอีกค่ะ เขื่อนน้ำตาแตกไม่สามารถหยุดได้อีกต่อไป
พี่ๆทหารที่ช่วยม่านฟ้าทั้งหมดขำกันทั้งวงเลย
เฮ้อ... อายจัง…
“หนูก็ปลอบใจเพื่อนหน่อยเถอะ ดูสิ เสียขวัญแทนเพื่อนหมดแล้ว”
ม่านฟ้าตบหน้าผากตัวเองอย่างเพลียจิต
“ไปๆ ไปกินเค้กกัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” ม่านฟ้าเริ่มกล่อมเพื่อนอีกครั้ง
“ฮึก ฮือออ ม่านนนน”
“เค้กช็อกโกแลตกำลังรอเธออยู่นะมะเฟือง ร้านเค้กแพรวาไง เค้กแพงๆ สวยๆที่เธออยากกินมากที่สุด เธอนึกดูสิ”
“ฮึก… เค้กกกก”
“ใช่ๆ เค้กน่ะเค้ก ไปกินกัน” ม่านฟ้าจูงมือมะเฟืองเดินไปร้านเค้ก แม้ตลอดทางมันจะดูน่าอายเพราะมีเสียงสะอึกสะอื้นไปตลอดทาง
กลับมาปัจจุบัน วันนี้เป็วันอังคาร
ตามที่น้าพายได้สัญญาไว้ น้าพายมารับพวกผลไม้กับผักของม่านฟ้าในตอนเช้า ม่านฟ้าได้ไปซื้อเข่งมาเพิ่มอีกสิบเข่งจากคนในหมู่บ้าน ผลไม้ในสวนเธอค่อนข้างออกผลเยอะเพราะ
เธอใช้โหมดบัวรดน้ำและใช้ปุ๋ยของมิติทุกวัน พอชิมแล้ว รสชาติอร่อยเหมือนในมิติเลย สภาพดินในสวนตอนนี้อุดมสมบูรณ์กว่าหลายวันก่อนเยอะ
โชคดีที่มีโหมดเก็บเกี่ยว ม่านฟ้าจึงเก็บมันใส่เข่งได้สบายหน่อย
โอ๊ย! นี่มันชีวิตสโลว์ไลฟ์ชัดๆ ฮี่ๆ
น้าพายที่มารับผักผลไม้ตอนเช้าใเมื่อเห็นเข่งเรียงกันเป็ตับ
“ตายๆ เศรษฐีม่านฟ้าของเราไม่ธรรมดาจริงๆ”
ทำไมผักผลไม้ของม่านฟ้ามีขนาดใหญ่และสีสวยมากได้ขนาดนี้?
“ที่สวนของหนูดินดีมากเลยค่ะ หนูใส่ปุ๋ยคอกด้วยนะคะ มันเลยดีอย่างที่เห็น”
“แต่ที่อื่นไม่ได้ออกผลดีเหมือนสวนของหนูม่านเลยนะ”
“….....”
“ก็ดี น้าเองก็ได้เงินเยอะไม่น้อยรอบนี้... ฮ่าๆ เห็นว่าตอนเย็นๆ เราไปขายหมูแดดเดียวที่ตลาดทุกวันเลยใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ หนูว่าง หนูก็เลยหาอะไรทำแล้วเอาไปขาย”
“ขยันจริงๆ ลูกที่บ้านน้าสู้หนูไม่ได้เลย รายนั้นน่ะห่วงแต่เล่น”
ม่านฟ้าได้แต่ยิ้มแห้งๆ ถ้าเป็ม่านฟ้าคนเก่าคงไม่มีหัวคิดจะทำงานหรอก
ต้องใช้ถึงสามคันด้วยกันถึงจะขนไปได้หมด ม่านฟ้ายิ้มกริ่มเพราะเงินกำลังจะเข้ามา
“ทั้งหมดสามสิบเข่งนะ เอ้านี่! หนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยบาท”
ม่านฟ้าตาโตเท่าไข่ห่าน เธอยื่นมือน้อยๆออกมานับเงินอย่างชำนาญ
ม่านฟ้าอุทาน “หนูรวยมาก!”
น้าพายหัวเราะกับท่าทางตลกๆของม่านฟ้า “ใช่หนูรวยมาก น้ายืนยันได้”
เธอเก็บเงินใส่กระเป๋าอย่างปลื้มปริ่ม “ที่สวนยังมีทุเรียนด้วยนะคะ ตอนนี้มันสุกกำลังดีเลยค่ะ”
“ทุเรียนหรือ? สุกเร็วจัง ดีๆเลย ทุเรียนขายดีและแพงมากยิ่งกว่าทองอีกนะ ขายให้แค่คนสยามก็รวยแล้ว ฝรั่งบางคนยังมาแย่งซื้อทุเรียนถึงสวนเลย”
โลกโน้นกับโลกนี้ก็ไม่ต่างกันเลยแฮะ ทุเรียนแพงยังกับทอง
ทำไมผลผลิตทางการเกษตรของโลกนี้มันได้เงินดีขนาดนี้เลยล่ะ?
“หนูจะเก็บทุเรียนคนเดียวเหรอ? มันอันตรายนะ” น้าพายเป็ห่วง
“เก็บได้ค่ะ”
“ไม่ดี ไม่ดี ไม่ดี เดี๋ยวน้าจะให้คนงานมาช่วย เกิดทุเรียนตกใส่หัวขึ้นมาจะทำไง หนูม่านยิ่งบอบบางอยู่”
“เอ่อ…” อย่างนี้ก็เอาทุเรียนออกมาในมิติไม่ได้สิ หนูอยากระบายของอ่ะ
“เอาตามนี้แหละ ไหนพาน้าไปดูที่สวนหน่อย”
ม่านฟ้าพาไปดูที่สวนทุเรียน เมื่อน้าพายเห็นสวนผลไม้ของเธอก็ถึงกับอ้าปากค้าง
“ปลูกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ค่ะ พ่อกับแม่ปลูกไว้เยอะมาก” แถไม่ได้เื่ฉันก็จะแถ
น้าพายสำรวจสวนผลไม้ของเธออย่างจริงจัง ผลไม้ยังคงดูเต็มต้นเหมือนยังไม่ได้เก็บเกี่ยวเลย
“หนูม่าน!”
“คะ?”
“นี่หนูใช้ปุ๋ยคอกจริงๆเหรอ?”
“ค่ะ”
ตามนั้นแหละค่ะ!