ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 6 บทที่ 155 ใจสับสน

            ใช่ว่ารอบข้างจะไม่มีคนเดินผ่านไปมา แต่ไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งเรื่องของผู้อื่น

            แค่ดูหน้าสี่คนนี้ก็รู้แล้วว่าไม่ควรยุ่งด้วย

            ทันใดนั้น ทั้งสี่คนชักมีดออกมาเดินเข้าใกล้หลินหวั่นด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

            ผู้คนที่สัญจรไปมาวิ่งหนีกระจัดกระจายกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย เสียงกรีดร้องดังขึ้นเป็นระลอกเหมือนคลื่น

            ระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ

            หลินหวั่นชิวกัดฟัน มองบุรุษสองคนที่อยู่ด้านหน้าตาขวางมีดพับที่อยู่ในมือดีดออกเมื่อเดินชนกัน สีหน้าดีใจของบุรุษผู้นั้นถูกความเจ็บปวดเข้าแทนที่

            “โอ๊ย…นังนี่มีมีด!”

            หลินหวั่นชิวผลักแล้วออกวิ่ง บุรุษอีกคนด้านข้างไล่ตามมาเอื้อมมือมาดึงแขนเสื้อ นางฟันมีดใส่

            ในจังหวะนี้เองพลังอันแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งปกคลุมเข้ามา แขนข้างหนึ่งของนางถูกดึงอย่างแรง

            หลินหวั่นชิวแทงมีดใส่แบบไม่คิด

            ขณะเดียวกันก็หันไปมอง เจอเข้ากับใบหน้าคุ้นตา

            ตู้ซิวจู๋!

            เขาเจ็บจนหน้าซีด มือหนึ่งจับนางอีกมือกุมแผลที่ซี่โครง

            “รีบหนี…ทังหยวนไปแจ้งทางการแล้ว” ตู้ซิวจู๋ดึงหลินหวั่นชิวเข้ามาในตรอกแห่งหนึ่ง ยกเท้าถีบที่นั่งผุผังด้านข้างใส่คนพวกนั้น

            ขัดขวางสำเร็จก็พาหลินหวั่นชิวออกวิ่งไปซ้ายทีขวาที ในที่สุดก็มาโผล่ที่บ้านเก่าผุหลังหนึ่ง ปิดประตูจากด้านใน

            จากนั้น เขามองไปรอบๆ ลานบ้านหาบันไดพังมาวางพาดกำแพง “ปีนขึ้นไป!”

            “ขอยืมกริชเจ้าหน่อย” ตู้ซิวจู๋พูดแล้วคว้ามีดพับไปจากมือหลินหวั่นชิว ใช้มีดกรีดชายเสื้อตัวเอง “เจ้าช่วยข้าดึงหน่อย ข้าไม่มีแรงแล้ว” ตู้ซิวจู๋คืนมีดให้หลินหวั่นชิวพร้อมกับพูด

            มือเขามีแต่เลือด ซี่โครงเลือดไหลไม่หยุด

            “ได้” สมองหลินหวั่นชิวว่างเปล่านางช่วยตู้ซิวจู๋ดึงชายเสื้อออกมา ตู้ซิวจู๋ถอดเสื้อคลุมทิ้งแล้ว

            เสื้อตัวในก็ถอดออกเช่นกันเปลือยท่อนบนอยู่หน้าหลินหวั่นชิว “ช่วยข้าพันแผลที ใช้เสื้อตัวในห้ามเลือดไว้…เร็วหน่อย ด้านนอกมีรอยเลือด ถ้าพวกเขาหาเราเจอขึ้นมาคงแย่แน่”

            เสียงเขาอ่อนแรงมากหลินหวั่นชิวไม่มัวมาสนใจอย่างอื่น ทำตามที่เขาพูด ใช้เสื้อตัวในกดแผลที่ซี่โครง “ท่านกดไว้ก่อน” นางพูดกับตู้ซิวจู๋

            ตู้ซิวจู๋ออกแรงกดแผลอย่างเชื่อฟังหลินหวั่นชิวรีบใช้เศษผ้าพันแผล

            ผ้าพันแผลต้องทแยงผ่านไหล่ลงมาหลินหวั่นชิวเขย่งขา สองมือโอบรอบคอเขาเหมือนกำลังกอด

            นางอยู่ใกล้เขามาก กลิ่นกายลอยผ่านจมูก ตู้ซิวจู๋ก้มหัวต่ำกว่าเดิมขยับเข้าใกล้ผมนาง สูดหายใจเข้าลึกๆ

            “ข้าทำท่านเจ็บหรือไม่? ท่านยังพอทนไหวหรือไม่?” หลินหวั่นชิวรีบถามนางนึกว่าตู้ซิวจู๋หมดแรง

            นางพันแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อยจับมือช่วยเขาใส่เสื้อไปด้วย ถามไปด้วย

            ให้ตายเถิด ตู้ซิวจู๋อุตส่าห์มาช่วยนางแต่นางกลับฟันเขาเสียได้

            ไม่สิ ใช้คำไม่ถูก หั่นเลยต่างหาก

            แต่ไม่ว่าจะฟันหรือหั่นความจริงก็คือนางแทงผู้มีพระคุณ!

            แผลยาวอย่างน้อยหนึ่งคืบ เลือดไหลซึม คุณชายบอบบางเช่นนี้จะทนไหวได้อย่างไร

            “ไม่เป็นไร ยังทนไหวเจ้ารีบขึ้นบันได พวกเราต้องออกจากที่นี่” เขาพูด

            หลินหวั่นชิวรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาชักช้ารีบปีนขึ้นบันได ปีนถึงด้านบนแล้วยื่นมือให้ตู้ซิวจู๋

            ตู้ซิวจู๋ยิ้มให้ เขาหน้าตาหล่อเหลายิ้มแล้วหล่อกว่าพวกบุรุษวัยละอ่อนน่ากินบนจอโทรทัศน์ในยุคปัจจุบันเสียอีก

            แบบไหนถึงน่ากิน?

            ก็ต้องแบบตู้ซิวจู๋นี่แหละ

            หน้าตารูปงาม ขึ้นนั่งบัลลังก์ พิชิตใจจักรพรรดินี…สง่างามแบบลูกผู้ดีมีเงิน หน้าตาผิวพรรณ เสื้อผ้าล้วนดีหมด

            พวกคุณชายชาติกำเนิดดีในเกมคงเป็นแบบเขานี่แหละ

            ตู้ซิวจู๋ปีนขึ้นมาสองสามขั้นเช็ดคราบเลือดในมือกับเสื้อผ้าก่อนที่จะยื่นมือให้หลินหวั่นชิว

            มือนางนิ่มมาก

            นุ่มมาก

            ให้สัมผัสราวกับหยกอ่อน

            หลินหวั่นชิวออกแรงดึงเขาขึ้นมา ปล่อยมือแล้วยกบันไดขึ้นมาพาดอีกฝั่ง

            ฝ่ามือว่างเปล่า

            หัวใจตู้ซิวจู๋ว่างเปล่าเช่นกัน

            เขาเอื้อมมือออกไปตามสัญชาตญาณแต่คว้าได้แค่อากาศ

            แม่นางคนนี้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่อยู่เรื่อย

            เริ่มจากตำรา ตัวหนังสือของนาง ต่อด้วยอันอี้จวีความคิดเลิศล้ำแปลกใหม่กับช่องทางหาเงินที่ไม่เหมือนผู้ใด

            กระทั่งตอนนี้ที่เจอคนไม่ดี นางกล้าควักมีดสู้

            กล้าย้ายบันไดจากบนกำแพง…หากเป็นสตรีนางอื่นคงเป็นลมตั้งแต่เจอโจรแล้ว

            สตรีสาวคนนี้เป็นดั่งดอกไม้ไฟอันสว่างพร่างพราวแห่งแดนมนุษย์

            งดงามละลานตา

            ทว่าไม่อาจไขว่คว้าได้

            “ลงมา ข้าช่วยรับ” เสียงของหลินหวั่นชิวดังขึ้น ตู้ซิวจู๋รีบลงไปทางบันไดขาสองข้างเหยียบลงบนพื้น หลินหวั่นชิวประคองเขาไปพิงกำแพง “ท่านรอประเดี๋ยว ข้าเอาบันไดไปซ่อนเสียก่อน”

            อืม ทั้งยังเป็นคนรอบคอบ กลัวถูกค้นเจอจากร่องรอย

            ตู้ซิวจู๋พิงกำแพงมองหลินหวั่นชิววิ่งวุ่นนางเอาบันไดไปแอบหลังกองฟืน

            “ข้าพาท่านไปโรงหมอ” หลินหวั่นชิวพูด

            “ไม่ไปโรงหมอ ข้ามีคฤหาสน์ในอำเภอช่วยพยุงข้าออกไป ถ้าเจอเกี้ยวก็เรียก พาข้ากลับไปส่งเป็นพอ” เขาพูด กลัวหลินหวั่นชิวไม่วางใจก็พูดอีกว่า “กลับไปแล้วค่อยให้คนไปตามหมอพวกเราไปโรงหมอทั้งแบบนี้สะดุดตาเกินไปไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะมีพรรคพวกซ่อนอยู่ที่อื่นหรือไม่”

            จะเรียกรถม้าต้องออกไปที่ถนนชั้นนอกรถม้าจอดรอลูกข้าอยู่ด้านนอก ไม่ค่อยมีให้พบเห็นในถนนชั้นใน

            แต่ถนนชั้นในมีเกี้ยวเยอะ

            “ได้ เช่นนั้นพวกเราไปกันเถิด” หลินหวั่นชิวคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าตู้ซิวจู๋พูดถูกจึงตอบตกลงนางออกไปมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดจึงกลับมาประคองตู้ซิวจู๋เดินออกด้านนอก

            หลินหวั่นชิวรอบคอบมาก แต่นางก็ประหม่ามากเช่นกันกลัวเจอคนพวกนั้นอีกจึงไม่ได้เดินย้อนไปทางเดิม แต่เดินไปทางทิศตรงข้าม

            มาถึงหน้าตรอก นางให้ตู้ซิวจู๋พิงกำแพงก่อนตัวเองวิ่งออกไปหาเกี้ยว

            โชคค่อนข้างดีแค่เดินออกไปก็เห็นเกี้ยวที่ไม่มีลูกค้าจอดอยู่ริมถนน คนหามเกี้ยวกำลังนั่งรอลูกค้าอยู่

            หลินหวั่นชิวโบกมือให้คนหามเกี้ยวคนหามเกี้ยวรีบหามเกี้ยวเข้ามา วางเกี้ยวที่ตรอก นางประคองตู้ซิวจู๋เข้าด้านใน

            จังหวะที่นางจะกลับออกไป ตู้ซิวจู๋กลับดึงแขนเสื้อนางไว้ “ด้านนอกอันตราย…ตามข้ากลับไป ข้าจะให้คนไปส่ง”

            หน้าเขาซีดขาว หน้าผากมีเหงื่อซึมหลินหวั่นชิวรู้สึกผิด คิดดูแล้วก็ควรไปดูเขาก่อน ไม่เช่นนั้นหากเป็นกระไรขึ้นมาจะทำอย่างไรด้วยเหตุนี้จึงไม่ปฏิเสธ

            อีกอย่าง นางกวาดตาดูรอบตรอกนี้แล้วมีเกี้ยวแค่คันเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะหาอีกคัน

            ตู้ซิวจู๋ขยับที่ให้นางนั่ง “นั่งเถิด ระวังจะกลิ้งออกไป”

            หลินหวั่นชิวคิดดูแล้วก็ใช่ นั่งลงอย่างสบายๆ

            ต้องบอกก่อนว่าเวลานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินในยุคปัจจุบันมีหลายครั้งที่ต้องเบียดเสียดก็แค่ต้องนั่งเบียดกันครู่เดียว ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับหลินหวั่นชิว

            แต่ตู้ซิวจู๋กลับมองต่างออกไป

            ทั้งที่หลินหวั่นชิวเป็นฟู่เหรินที่เก็บตัวอยู่บ้านแต่นางกลับมีความกล้าหาญและไม่เคร่งครัดเรื่องยิบย่อยเหมือนชาวยุทธภพ

            ตอนนี้ บุปผางามอยู่ข้างกาย

            หัวใจเขา

            สับสนเสียแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592