ผิดกับเด็กสาวที่มองตาปริบๆก่อนจะเอ่ยถามหนึ่งในทหารองครักษ์
“ ท่านองครักษ์ ห้องครัวไปทางไหนหรือ ข้าอยากจะทำอาหารให้ท่านพ่อทาน ”
“ !!!!!!! ”
เหล่าองครักษ์ที่เข้ามาประจำการใหม่ต่างแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา เด็กสาวที่งดงามถึงเพียงนี้เป็ใครกันเหตุใดถึงออกมาจากห้องของจักรพรรดิ์ได้
“ คะ..คุณหนูเป็ใครกันเหตุใดถึง... ”
“ นางเป็บุตรสาวของข้าเอง ”
เฟยหงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ข้ารับใช้ราชบริพารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แม้แต่องครักษ์ที่พึ่งจะเข้ามาประจำการถึงกับตกตะลึง
“ องค์หญิง!! พวกข้ามีตาหามีแววไม่โปรดลงโทษพวกเราที่ล่วงเกินพระองค์ด้วยพะย่ะค่ะ!! ”
เฟยเฟยคลี่ยิ้มอ่อนโยนพร้อมกับแตะตรงบ่าขององครักษ์ตรงหน้า
“ พวกเ้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ลุกขึ้นได้แล้ว ข้าอยากไปห้องครัวกับเสด็จพ่อ ”
“ รับบัญชาองค์หญิง เชิญทางนี้พ่ะยะค่ะ ”
เฟยเฟยหันมาขยิบตาข้างซ้ายให้กับเฟยหง
[ ท่านพูดออกไปเช่นนี้มันจะดีอย่างงั้นหรือ เหล่าขุนนางจะไม่หาเื่ใช้ประโยชน์จากบุตรสาวท่านหรือ ]
“ ซีโร่ เ้าเป็คนบอกกับข้าเองว่า เมื่อโกหกครั้งแรกก็ต้องโกหกไปเรื่อยๆ แค่นี้ไม่ส่งผลกระทบอะไรอยู่แล้ว ตอนนี้ขุนนางที่เหลืออยู่ก็ไม่กล้าที่จะกระทำการใดๆอย่างแน่นอน ในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ข้าก็จะประกาศถึงการมีตัวตนอยู่ของนางอยู่ด้วย ”
เฟยหงตอบซีโร่ก่อนจะเดินตามผู้บุตรสาวไป ไม่นานข่าวนี้ก็ถูกกระจายไปทั่วราชวัง ไม่สิข่าวสารนี้กระจายไปทั่วจักรวรรดิภายในระยะเวลาไม่นาน
..............................................................
ณ ที่พักของเหล่าองครักษ์ประจำราชวัง
องครักษ์ราวสามสิบคนต่างพูดคุยกันถึงเื่ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับการฆ่าล้างสังหารเหล่าขุนนางโดยมีผู้สั่งการก็คือองค์จักรพรรดิ์ซูเฟนเหยียน
“ นี่พวกเ้าว่าไหม ว่าั้แ่องค์จักพรรดิ์ทรงฟื้นขึ้นมาพระองค์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใครๆต่างก็บอกกันว่าท่านคือจักรพรรดิ์ผู้ถูก์ทอดทิ้ง ทำให้ไร้เส้นลมปราณั้แ่กำเนิด มันจะเป็แบบนั้นจริงๆหรือ ข้าเห็นแววตาขององค์จักรพรรดิ์ มันไม่ธรรมดาเลยสักนิด
แม้ข้าจะเป็ผู้ฝึกยุทธระดับชนชั้นทองคำ 1 ดาว แต่ข้ากลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมา พวกเ้าคิดว่าพระองค์ไม่มีพลังลมปราณจริงๆอย่างงั้นหรือ ”
หนึ่งในองครักษ์กล่าวขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ว่าหลังจากผ่านเหตุการ์นองเืมาได้ไม่กี่วันดูเหมือนว่าพวกตระกูลใหญ่ต่างๆก็เงียบผิดปกติ ทั้งที่จำนวนขุนนางที่โดนสังการไปไม่ใช่จำนวนน้อยๆ กลับไม่มีใครที่เข้ามาในวังเพื่อร้องเรียนแม้แต่น้อย ”
“ จะยังไงก็ช่าง ข้ารับรู้ได้ว่าบางอย่างในจักรวรรดินี้กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ข้าพร้อมติดตามจักรพรรดิ์พระองค์นี้ไปตลอดชีวิต ”
เหล่าองครักษ์ต่างพูดคุยกันอย่างออกรส แต่ทว่ากลับมีองครักษ์ผู้หนึ่งที่กำลับแสดงสีหน้าครุ่นคิดบางอย่าง
“ นี่พวกเ้า องค์จักรพรรดิ์ทรงมีองค์หญิงตอนไหนกัน....”
องครักษ์ทั้งหมดต่างหยุดพูดคุยกันโดยมิได้นัดหมาย
“ เื่ของท่านนั้นซับซ้อนเป็อย่างมาก จะพูดก็พูดเถอะองค์จักรพรรดิ์ทรงรูปงามเสียขนาดนี้จะมีหญิงสาวมาติดพันก็ไม่แปลก ”
“ จักรพรรดิ์มีพระชนมายุเพียงแค่ 24 ปีเองนะ..ส่วนองค์หญิงดูจากรูปร่างหน้าตาก็ไม่เกิน 13-14 ปี... ”
ขณะนั้นเองก็มีคนผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่สวมเกราะสีทองมันวาวเต็มตัว จะเป็ใครไปไม่ได้นั่นก็คือหย่งผู่ ที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ขึ้นตรงต่อจักรพรรดิ์โดยตรง
“ ดูท่าพวกเ้าคงจะว่างมากสินะ ถึงขนาดที่มาคุยกันเื่องค์หญิงและองค์จักรพรรดิ์ ไม่ว่าเื่มันจะเป็ยังไงทหารชั้นผู้น้อยแบบเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย พวกเ้าทั้งหมดเตรียมวิ่งรอบลานฝึก ห้ามใช้ลมปราณช่วยเด็ดขาด!!! ”
องครักษ์ทั้งหมดต่างวิ่งมาเข้าแถวตามระเบียบ เพื่อเตรียมฝึกร่างกายโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
“ รับบัญชาท่านหย่งผู่!! ”
“ ห้าสิบรอบปฏิบัติ!! แล้วหลังจากนั้นตามข้าไปที่ตำหนักชั้นในของตำหนักหย่งโซ่ว ”
“ รับบัญชา!! ”
“ หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง ..... ”
องค์รักษ์ทั้งหมดเมื่อเริ่มวิ่งดูคล้ายว่าเป็เื่ง่ายๆ แต่เมื่อเริ่มก้าวเท้าวิ่งไปครั้งที่สามสิบครั้งขึ้นไป ต้นขากลับเริ่มปวดบริเวณหลัง่ล่างปวดร้าวไปถึงน่องขา
หากเป็ปกติใช้ลมปราณเข้าช่วยการวิ่งรอบลานฝึกห้าสิบรอบก็แค่การเดินเร็วเท่านั้น แต่เมื่อไม่สามารถใช้ลมปราณได้ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ พละกำลังกายเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่หย่งผู่สั่งไม่ใช่การสั่งทำโทษในสิ่งที่องครักษ์เหล่านี้พูดออกมา แต่นี่เป็คำสั่งโดยตรงของเฟยหง
.............................................................
ณ ห้องครัว
ยามนี้เหล่าพ่อครัวแม่ครัวรวมทั้งคนงานในห้องเครื่องเสวยต่างตกตะลึงกับความสามารถในด้านการทำอาหารขององค์หญิงตัวน้อยที่พวกเขาพึ่งรู้จัก โดยมีเฟยหงที่สวมใส่อาภรณ์ัสีดำขลิบทอง กำลังใช้พัดโบราณเล่มนึงพัดคลายร้อนให้กับผู้เป็บุตรสาว
ทหารองครักษ์ที่ประจำอยู่ด้านนอกเมื่อได้กลิ่นหอมล้วนลอบกลืนน้ำลาย
“ องค์หญิงสิ่งที่ท่านทำมันคืออะไรอย่างงั้นหรือ? พวกข้าไม่เคยเห็นอาหารรูปร่างหน้าตาแบบนี้มาก่อน.. ”
“ นี่หรือ? นี่คือสิ่งที่เรียกว่าเนื้อลิ้นจี่ เนื้อหมูแผ่นเล็กบั้งแล้วต้มให้สุก จากนั้นนำไปผัดแล้วปรุงรส รูปร่างของเนื้อที่ผัดออกมาจะห่อตัวคล้ายกับเนื้อลิ้นจี่ นี่เป็อาหารที่ข้าเคยเห็นผ่านทีวี เดี๋ยวข้าจะสอนพวกเ้าทำเอง ”
เหล่าพ่อครัวต่างมองหน้ากันด้วยงุนงง
“ ทีวี...มันคือสิ่งใดอย่างงั้นหรือ ”
เฟยหงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่อ่อนโยน
“ นางก็พูดไปเรื่อยตามประสาของเด็ก แล้วพวกเ้าไม่แปลกใจหรือ? ที่ข้ามีบุตรสาว ”
“ มิบังอาจ!! เื่ของนาย บ่าวเช่นพวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดสงสัยหรือสอดปากเข้าไปยุ่ง องค์จักรพรรดิ์กับองค์หญิงทรงให้เกียรติพวกเราเกินไปแล้ว.. ”
เหล่าพ่อครัวต่างก้มหน้าลงกับพื้น
“ ข้าก็เป็มนุษย์ธรรมดาทั่วไปเหมือนกับพวกเ้า ข้าเป็จักรพรรดิ์มีหน้าที่คือ ทำให้ประชาเช่นพวกเ้าอยู่อย่างสงบสุข
จงจำเอาไว้ในจักรวรรดิซูของข้าทุกคนล้วนเท่าเทียมไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ เหล่าขุนนาง และเหล่าทหารต่างก็มีไว้เพื่อปกป้องประชาชนดูแลประชาชน เงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว ”
ทุกถ้อยคำของเฟยหงล้วนสลักลึกเข้าไปถึงข้างในหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน สร้างความปิติยินดีจนบางคนถึงกลับมีหยาดน้ำตาซึมออกมา
“ เสด็จพ่อน่ารักที่สุดเลย ”
เฟยเฟยะโกอดเฟยหงด้วยความรักที่มีต่อผู้เป็บิดา ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะปรับตัวได้เร็วกว่าผู้เป็พ่อหลายเท่านัก
เฟยหงลูบหัวผู้เป็บุตรสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“ จะว่าไป เหมือนข้าลืมอะไรบางอย่าง ”
...............................................................
ณ ป่าลึก
มีเด็กหนุ่มสองคนกำลังนั่งเขี่ยดินไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักที่เฟยหงสร้างเอาไว้...ส่วนเด็กสาวนั้นใช้กระบี่เขี่ยไปบนพื้นพร้อมกับจ้องมองคุณไปท้องฟ้า
“ อาจารย์หายไปไหนอีกแล้ว... ”
จบ...