ตอนที่ 20
ภายในห้องทำงานสีเทาหม่นอันกว้างใหญ่ที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานิญญา ชายหนุ่มทั้งสองยืนอยู่บนพื้นที่ปูด้วยหินแกรนิตแข็งๆ บริเวณหน้าโต๊ะทำงานหินสีเทาของเซซีลเลียสด้วยท่าทีอันจริงจัง
“สรุปว่าร่างของเธอยังอยู่ดี?” เซซีลเลียสเอ่ยพลางดีดนิ้วหนึ่งที จากนั้นเก้าอี้นวมอันนุ่มนิ่มสีเทาอ่อนก็ปรากฏขึ้นเื้ัของพวกเขา
“ถึงจะมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด แต่ใช่ครับ ร่างกายของผมยังอยู่ดีครบสามสิบสอง” แซ็กเอ่ยอย่างกระตือรือร้นด้วยใบหน้าที่มีความยินดีเจืออยู่พลางหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้นวมพร้อมกับอีวาน
“แล้วเธอลองกลับเข้าร่างดูหรือยัง?” เซซีลเลียสประสานฝ่ามือเข้าด้วยกันพลางเอ่ยถามด้วยความสนใจ
สำหรับเธอแล้ว การที่แซ็กหาร่างของตัวเองเจอถือเป็เื่ดีเพราะนั่นหมายความว่า เขาจะได้กลับเข้าร่างไปใช้ชีวิตตามครรลองแห่งวิถีของโชคชะตา
“ผมพยายามแล้ว แต่มันไม่ได้ผล” แซ็กถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางนึกถึงความว่างเปล่าอันไร้ซึ่งร่องรอยิญญาภายในร่างของตัวเองด้วยสุ้มเสียงที่มีความผิดหวังนิดๆ เจืออยู่
บางทีอาจเป็เพราะิญญาของเขาหลุดออกจากร่างนานเกินไปจึงทำให้กลับเข้าร่างไม่ได้ แซ็กสรุปกับตัวเองอย่างซึมๆ
“อีวานเธอมีความคิดยังไง?” เซซีลเลียสมองใบหน้าอันเศร้าหมองของเด็กหนุ่ม แล้วหันมาเอ่ยถามความเห็นของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาที่นั่งนิ่งฟังพวกเขาสนทนากันอยู่บนเก้าอี้นวม
“ไอแซ็กพยายามเต็มที่แล้วครับ แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนองเลย” อีวานเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าซึมๆ ของแซ็กแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหันมาสบตาเซซีลเลียสอย่างจริงจังแล้วเอ่ยสิ่งที่เห็นในห้องผู้ป่วยเสียงขรึม
“ไม่มีสัญญาณว่า ชีพจรพุ่งสูงขึ้นหรือร่างกายขยับตัวตอบสนองิญญาเลยเหรอ?” เซซีลเลียสมุ่นคิ้วเอ่ยเสียงเครียด เธอไม่วายถามถึงปฏิกิริยาอื่นของร่างกายที่แสดงออกมาเมื่อมีิญญาเ้าของร่างอย่างแซ็กอยู่ใกล้ๆ
ในสายตาของผู้ที่อยู่มานานอย่างเธอ เคสที่ิญญาหลุดออกจากร่างมีหลายแบบ ในกรณีที่ร่างยังไม่เสื่อมสภาพแบบแซ็ก โดยปกติแล้วเมื่อิญญาเ้าของร่างพยายามกลับเข้าไป ร่างกายจะมีการตอบสนองทันที ดังนั้นข้อมูลที่เธอได้รับจากปากของทั้งสองจึงทำให้เซซีลเลียสรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติ
“เท่าที่ผมเห็น ไม่ครับ…ไม่มีเลย” อีวานย้อนนึกไปถึงปฏิกิริยาอันน้อยนิดของร่างบนเตียงผู้ป่วยที่แสดงออกมาอย่างละเอียด จากนั้นจึงยืนยันกับเซซีลเลียสด้วยสุ้มเสียงอันเคร่งขรึม
“แปลกนะ ปกติร่างกายต้องตอบสนองกับิญญา พวกเธอดูดีแล้วใช่ไหมว่าใช่ร่างนั้นจริงๆ” เซซีลเลียสยกมือขึ้นมานวดหว่างคิ้วพลางเอ่ยถามพวกเขาเสียงเครียดไปด้วย
“ครับไม่ผิดแน่นอน” อีวานขานรับด้วยสุ้มเสียงอันจริงจัง ขณะที่ในห้วงความคิดก็นึกถึงชายหนุ่มผู้ซูบผอมซึ่งบนร่างเต็มไปด้วยสายระโยงระยางสำหรับต่อลมหายใจอย่างเวทนา
“ผมจะจำร่างของตัวเองผิดได้ไงกันเล่า!!” แซ็กมุ่นคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยเสียงหลงด้วยสีหน้าอันมั่นอกมั่นใจ
เซซีลเลียสได้แต่มองแซ็กด้วยสายตาอันเคร่งเครียด เวลานี้เธอภาวนาให้ร่างที่ทั้งสองพบในโรงพยาบาลไม่ใช่ร่างของแซ็ก
…เพราะหากว่ามันใช่ นั่นหมายความว่า มีบางสิ่งบางอย่าง้าแยกดวงิญญากับร่างออกจากกันเพื่อร่างอันเป็ภาชนะของดวงิญญาเอาไว้เอง
ภายในร้านครัวของบ๊อบบี้อันเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศใน่เย็นวัน มาร์แชลซึ่งแวะมากินมื้อเย็นกับพวกเขากัดช้อนค้างเอาไว้ในปาก ดวงตาสีฟ้ากระจ่างคู่งามมองผู้เป็พ่อที่นั่งดื่มเบียร์อยู่ข้างกันตาปริบๆ
“สรุปว่า แม้แต่ท่านเซซีลเลียสก็ให้คำตอบไม่ได้เหรอครับ?” มาร์แชลสรุปข่าวดีที่คุณแม่เอ่ยมาอย่างคร่าวๆ พลางนำช้อนออกจากปากแกว่งไปมา พาให้แซ็กต้องถลึงตาใส่ท่าทางอันไร้มารยาทของเ้าลูกชายไปหนึ่งที
“ใช่” อีวานเขี่ยผักบนจานพลางเหลือบมองช้อนที่เต็มไปด้วยน้ำลายของท่านเทพที่ถูกแกว่งไปมาแล้วเอ่ยเสียงขรึมไปด้วย
“กลับไปไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็ไร อีกอย่างฉันชอบอยู่ที่นี่มากกว่า” แซ็กถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลายแล้วตักสตูว์เนื้อเข้าปาก
“พูดแบบนั้นไม่ได้นะครับ พ่อต้องกลับไปใช้ชีวิตให้ดี ส่วนทางคุณแม่เดี๋ยวผมจะช่วยดูแลเอง” มาร์แชลยักคิ้วให้คนที่นั่งดื่มเบียร์อยู่ข้างกันด้วยท่าทางทะเล้น แม้ว่าในทีแรกเขาจะเอ่ยอย่างหวังดีก็ตาม
“ใครเป็พ่อนายกันเล่า อีกอย่างฉันก็ไม่ได้จริงจังเื่ที่จะกลับไปด้วย” แซ็กคำรามเสียงต่ำในลำคอพลางถลึงตาตำหนิเ้าเทพบ๊องที่กำลังทำสายตาทะเล้นมองอีวานอย่างหงุดหงิด
“ต่อให้ที่นี่จะมีความสุขแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับโลกคนเป็หรอกครับ นี่ผมพูดเพราะหวังดีนะเนี่ย!” มาร์แชลยักไหล่ เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยถึงชีวิตคนเป็อันหอมหวานที่ใครๆ ต่างก็อยากกลับไปใช้อีกสักครั้ง ขณะที่ฝ่ามือสีขาวสว่างอันบริสุทธิ์ของเขายังคงแกว่งช้อนที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายอยู่อย่างนั้น
“ฉันไม่ทิ้งอีวานให้อยู่ที่นี่กับเทพบ๊องๆ อย่างนายหรอก!” แซ็กเอ่ยด้วยใบหน้าอันจริงจังพลางฉวยเอาช้อนสกปรกนั่นมาจากมือของมาร์แชลไปด้วย
ชั่วเวลานั้นส้อมที่กำลังเขี่ยผักใบเขียวบนจานของอีวานพลันหยุดชะงักลง ขณะที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มจางๆ คลี่ออกมาอย่างลับๆ
“พูดอะไรของนาย สิ่งที่นายต้องทำคือพยายามหาทางกลับไปต่างหาก” ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะดีใจอยู่หน่อยๆ แต่กระนั้นเขาก็ไม่ปล่อยให้ความเห็นแก่ตัวเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาฉุดแซ็กให้อยู่กับตน
…ถึงแม้ว่าแซ็กอาจจะกลับไปไม่ได้แล้วก็ตาม
“เฮ้ นายไม่นึกเหงาเลยหรือไง?” แซ็กโยนช้อนลงไปบนจานของมาร์แชลจนเกิดเสียงดัง เขาหันมาเอ่ยถามอีวานอย่างน้อยอกน้อยใจ พาให้มาร์แชลถึงกับต้องกลั้นขำจนตัวสั่น
“นั่นมันใช่เื่ของนายที่ไหน…กินข้าวเถอะ” อีวานกลอกตา แล้วปัดบทเสียงเรียบ จากนั้นฝ่ามือสีขาวสว่างก็จิ้มผักใบเขียวชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วกลั้นใจนำมันเข้าปากอย่างฝืนๆ
แซ็กมองคนปากแข็งแล้วครางในลำคอเบาๆ อย่างขัดใจ จากนั้นเขาก็ตักหอยเชลล์ผัดมะเขือเทศใส่จานของเ้าเทพบ๊องเสียจนพูนเพื่อปิดบทสนทนาตามความ้าของอีวาน
หลังจากปิดไฟเข้านอนแล้ว อาจเป็เพราะติดใจั้แ่เมื่อ่หัวค่ำ ทำให้แซ็กอดที่จะก่อกวนคนที่นอนอยู่ข้างกันไม่ได้
“ถ้าฉันกลับไปนายจะไม่เหงาจริงๆ เหรอ?” แซ็กสะกิดชายหนุ่มในชุดนอนลายหมีสีเขียวพลางเอ่ยถามเสียงเล็กเสียงน้อยด้วยสีหน้าทะเล้น
“ไม่เลยสักนิด” อีวานหันมาสบตากับดวงตาสีน้ำเงินเข้มท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรีพลางเอ่ยกลับไปเรียบๆ แม้ว่าในความเป็จริงแล้วเขาจะรู้สึกวูบโหวงบริเวณอกซ้ายก็ตาม
“แน่เหรอ จะไม่มีใครคอยทำมื้อเช้าแล้วก็ซักผ้าให้นายแล้วนะ” แซ็กดึงแขนเสื้อของอีวานพลางเอ่ยถามอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยดวงตาที่เป็ประกายวิบวับ
“เื่พวกนั้นน่ะ ฉันทำเองได้” อีวานมุ่นคิ้วพลางปัดฝ่ามือใหญ่ที่กำลังเล่นแขนเสื้อของเขาอยู่เบาๆ ไปด้วย
“ใจดำชะมัด!” แซ็กส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเซ็งๆ จากนั้นก็ผละไปนอนแผ่บนเตียงฝั่งของตัวเอง
อีวานนิ่งไป ดวงตาสีฟ้าสว่างมองเงาร่างของคุณชายขี้น้อยใจที่นอนอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียงแล้วคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างนึกขัน ชั่วอึดใจนั้นเองชายหนุ่มพลันเคลื่อนกายเข้าไปใกล้กับแซ็กอย่างว่องไว
“อุ๊บ!” แซ็กครางด้วยความใที่อยู่ๆ ริมฝีปากอันนุ่มนิ่มของอีวานก็เคลื่อนมาประทับลงบนริมฝีปากของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
“แต่ก็เสียดายนะ เพราะฉันชอบทำเื่แก้เหงาพรรค์นี้กับนาย” อีวานถอนริมฝีปากออกมา ใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ขณะที่ริมฝีปากอันร้ายกาจของเขาเอ่ยถ้อยคำเ่าั้ออกมาด้วยสุ้มเสียงอันเย้ายวน
อีวานยอมรับว่า เขาไม่ได้มีอารมณ์จะทำเื่พรรค์นั้นหรอก เวลานี้เขาเพียงแค่คิดหาวิธีปลอบใจที่ดีกว่านี้ไม่ออก บวกกับั้แ่ได้ทำเื่พรรค์นั้นกับแซ็กเขาก็ยิ่งเสพติดมันมากขึ้นเรื่อยๆ
…ตามประสาคนที่ไม่เคยััผู้ชายมาก่อน
“ฉันไม่ใช่คนคั่นเวลาสักหน่อย!” แซ็กขมวดคิ้วบ่นอุบอิบพลางเลื่อนมือไปโอบเอวของอีวานเอาไว้หลวมๆ ด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ราวกับเด็กขี้งอน
อีวานมองใบหน้าเคืองๆ ของแซ็กท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอนแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู
“นายก็รู้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ของฉันเป็ของนาย” อีวานเอ่ยเย้าด้วยข้อเท็จจริงที่ชวนให้คนฟังใจสั่นด้วยสุ้มเสียงอันเบิกบาน
ไม่ว่าอีวานจะมองไปทางไหน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในมิติกึ่งกลางล้วนแล้วแต่ต้องอยู่กันเป็คู่ เฉกเช่นเดียวกับเขาที่ไม่อาจผลักไสแซ็กไปได้ ทั้งที่ตอนยังมีชีวิตอยู่ชายหนุ่มไม่ชอบแซ็กเลยสักนิด
…แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
ั้แ่รู้เื่ยกเลิกพันธะไม่ได้ อีวานจึงตัดสินใจปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมันไป เมื่อเวลาผ่านไปบวกกับการดูแลของแซ็ก เขาจึงค่อยๆ ยอมรับอีกฝ่ายเข้ามา เฉกเช่นเดียวกับที่เขายอมรับว่า พันธะที่ว่านั่น มันผูกพวกเขาเอาไว้ด้วยกันแน่นขึ้นเรื่อยๆ
บางทีสิ่งที่ทำให้เป็แบบนั้น อาจเป็ความรู้สึกของเขาที่ค่อยๆ มีให้กับแซ็กกระมัง
“งั้นก็ต้องใช้ให้คุ้มแล้วสิ” แซ็กคลี่ยิ้มเอ่ยอย่างทะเล้น จากนั้นก็พลิกตัวไปคร่อมทับร่างอันสูงโปร่งในชุดนอนสีเขียวที่เขาเป็คนซื้อ
อึดใจต่อมาแซ็กก็โน้มใบหน้าไปประชิดกับใบหน้าอันหล่อเหลาของอีวานแล้วประทับจุมพิตอันดูดดื่มลงไปบนริมฝีปากอันได้รูปที่สุดเซ็กซี่ โดยมีท่อนแขนสีขาวสว่างของคนใต้ร่างคล้องคอเขาเอาไว้แน่น
หลังจากออกไปเดินสูดอากาศเสร็จใน่สายวันเสาร์ ใช้เวลาไม่นานอีวานก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ขณะที่ชายหนุ่มกำลังผลักประตูเข้าไปนั้น อีริคก็เปิดประตูห้องที่อยู่ข้างกันออกมาแล้วหันส่งยิ้มทักทายอีวานอย่างเป็มิตร
“ฉันลองทำขนมพอดี นายลองมาชิมไหม?” คำเชิญอันเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความจริงใจบวกกับอีวานไม่อยากเข้าไปเกะกะคนที่กำลังพับผ้าอยู่ในห้อง เขาจึงปล่อยมือออกจากลูกบิดประตูอย่างรวดเร็ว
“ได้สิ” อีวานรับคำยิ้มๆ จากนั้นก็ก้าวไปยังประตูห้องข้างๆ ท่ามกลางแสงยามสายของวันที่เริ่มมีหิมะโปรยปรายลงมาใน่ปลายฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง อีวานก็ต้องตกตะลึงกับห้องสไตล์นอร์ดิกอันอบอุ่นขนาดสองชั้นที่กว้างขวางราวกับวิลล่าหลังหนึ่งของอีริค ในยามที่ดวงตาสีฟ้าสว่างเหลือบไปเห็นสระว่ายน้ำที่อยู่ลานอิฐสีส้มอันมีชีวิตชีวาบริเวณด้านหลังผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่สูงจรดเพดาน ชายหนุ่มพลันรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมา
…ทั้งที่อยู่ห้องข้างๆ กัน แต่ทำไมภายในถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้?!
ติดตามตามอ่านได้ทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์ เวลา 20.30 จ้า
สำหรับใครรอไม่ไหว ดำเนินเื่ถึง หน้า 219 (หน้า 224 แบบรวมปก) ในฉบับ ebook นะคะ