9
ฤดูใบไม้ผลิที่เกินความคาดหมาย
โจวอี้เหลียนและโจวอี้หลาน พวกเขาอายุได้ 5ขวบแล้ว ในฤดูหนาวที่ผ่านมาพวกเขาสองคนได้เรียนคัดตัวอักษร ฝึกอ่านหนังสือเรียนวาดภาพจากพู่กัน โดยมีแม่เป็คนสอนให้กับพวกเขา
เพราะอยากทำให้แม่ภูมิใจพวกเขาสองคนเลยตั้งใจเรียนปลายฤดูหนาวแม่ได้ทำธนูไม้ขนาดพอเหมาะมือให้พวกเขาทั้งสองคน และสอนพวกเขายิงธนู
“พี่อี้เหลียน ผมยิงเข้าเป้าสามดอก”อี้หลานบอกกับผู้เป็พี่ ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม่ผลิแล้ว อากาศอบอุ่นขึ้นเด็กชาฝาแฝดเลยออกมาฝึกยิงธนูที่หน้าลานบ้าน
“พี่ก็เหมือนกัน มาเริ่มยิงกันอีกครั้งเถอะต้องยิงให้เข้าเป้าเยอะกว่านี้” อี้เหลียนตอบน้องชาย จากลูกศร 5 ดอกยิงเข้าเป้าไปสามดอก
“ได้ครับ” อี้หลานรับคำของพี่ชายวันนี้แม่ของพวกเขาออกไปข้างนอก แม่ทำขนมใส่ตะกร้าไม้ไผ่ ออกจากบ้านั้แ่เช้าพวกเขา รู้ดีว่าแม่คงนำมันไปขาย ที่จริงเขาอยากจะไปช่วยแม่ขายขนมแต่แม่ไม่ยอมให้พวกเขาไปด้วย ก็เลยต้องรออยู่ที่บ้าน
เว่ยหนานฮวากลับมาตลาดมืดใน่สิบเอ็ดโมงอี้เหลียนและอี้หลานรีบวิ่งมารับแม่ที่เปิดประตูรั้วบ้านเข้ามาวันนี้ที่ตลาดมืดมีชาวบ้านเอาเนื้อหมูป่ามาขาย เธอซื้อมา 4 จินและไม่ลืมแวะซื้อลูกอมรสนมตรากระต่ายมาให้ลูกๆ
“แม่กลับมาแล้ว” อี้เหลียน
“แม่มีขนมมาฝากพวกเราไหม?”อี้หลานเอ่ยถามเมื่อเห็นแม่กลับมาจากขายขนมที่ตลาด
“แม่ซื้อลูกอมตรากระต่ายมาให้ลูกๆด้วย กินคนละ 2ชิ้นพอนะ เก็บเอาไว้กินวันหลังด้วย”เว่ยหนานฮวายื่นห่อลูกอมรสนมที่นิยมในยุคนี้ให้กับลูกชาย
“แม่เหนื่อยไหมครับ” อี้หลานถามแม่ ส่วนอี้เหลียนเมื่อแม่เดินเข้ามาในตัวบ้านก็รีบไปเอาน้ำมาให้แม่ดื่ม
“แม่ไม่เหนื่อย”
“แม่ครับดื่มน้ำก่อนนะครับ”
“ขอบใจนะลูก” เธอรับน้ำมาดื่มจนหมดก่อนจะถามเด็กๆว่าพวกเขาทำอะไรบ้าง วันนี้ขนมของเธอขายหมดทุกอย่างเลยด้วยรสชาติและสูตรลับของในวัง ตอนที่ถูกบังคับให้เรียนเว่ยหนานฮวาเบื่อมากไม่คิดเลยว่าวันนี้เธอจำเป็ต้องใช้สิ่งเ่าั้เอาตัวรอดในโลกใบนี้
ฮองเฮาบังคับให้เธอเรียนทั้งงานบ้าน งานครัวในฐานะองค์หญิงใหญ่เธอไม่จำเป็ต้องมาทำเื่นี้ด้วยตนเองแม้จะสมรสแล้วก็ยังมีนางกำนัลคอบรับใช้ งานบ้าน งานครัวก็มีพ่อบ้านคอยจัดการให้ทุกอย่างอยากกิน อยากได้อะไรก็แค่เอ่ยปาก
ตอนนี้ความเป็อยู่ของเธอกลับดีขึ้นเพราะเื่งานครัวที่เคยบอกว่ามันแสนจะน่าเบื่อหนักหนาโชคชะตาทำไมถึงเล่นตลกกับชีวิตของเธอถึงเพียงนี้
เมื่อเข้าสู่่ฤดูใบไม้ผลิเวลาหยุดพักผ่อนก็หมดลง เพราะยังมีงานในสวนหลังบ้านให้ต้องทำอีกโชคดีที่มีพลังปราณ เนื้อที่ 2 หมู่ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย
เว่ยหนานฮวานต้องตื่นั้แ่เช้ามืดเพราะไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองคนเห็นเวลาที่เธอวาดเวทย์อักขระ ลูกชายของเธอยังเด็กเกินไป
นี้พึ่งเข้าเดือนสามอีกตั้งหกเดือนกว่าที่ลูกชายของเธอจะเข้าโรงเรียนเพราะโรงเรียนรับสมัครนักเรียนและเปิดภาคเรียนแรกในเดือนกันยายน
เว่ยหนานฮวาเตรียมดินในการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ที่เตรียมเอาไว้เพาะปลูกมี หัวไชเท้า ผัดกาด คะน้า กวางตุ้ง แครอทปลูกอย่างละหนึ่งแปลงเท่านั้น ตั้งใจจะปลูกเอาไว้กินเอง
นอกจากนี้ยังปลูกมันเทศ เผือกและมันฝรั่งเธอได้มันฝรั่งมาจากตลาดมืด เลยจะเอามันปลูกเอาไว้ ส่วนพืชผลนั้น เธอจะปลูกท้อ พีชสาลี และแอปเปิล ต้นพันธุ์พวกนี้เธอสั่งซื้อมาจากตลาดมืด
เว่ยหนานฮวาเข้ามาในป่าไกลออกมาจากตัวบ้านราวๆ 4ลี้มีชายป่าอยู่ เธอเข้ามาสำรวจป่าไม่ลึกมาก เข้ามาขุดต้นไม้ที่ให้ผลมาปลูก บางอย่างไม่อาจจะหาซื้อได้
ใช้เวลาอยู่ครึ่งวันก็ได้ต้นพันธุ์พืชมาหลายชนิดดีที่ใช้เวทย์อักขระวิชาตัวเบาและเวทย์อักขระปิดบังตัวตนทำให้ปลอดภัยจากอันตรายในป่าถ้าไม่จำเป็ก็ไม่อยากจะเข้ามาในป่าบ่อยๆ ถึงจะมีพลังเวทย์แต่ขึ้นชื่อว่าป่าย่อมต้องมีอันตราย ระวังไว้จะเป็การดีที่สุด
เว่ยหนานฮวาอยากทำให้สวนหลังบ้านคล้ายๆกับสวนในวังของเธอเมื่อในอดีตเธอจะปลูกไม้ผลและดอกหอมหมื่นลี้เอาไว้ ยามที่ดอกหอมหมื่นลี้ผลิบานมันจะส่งกลิ่นหอมหากหาต้นชาได้เธอจะเอามาปลูกไว้ นำมาทำชาดอกหอมหมื่นลี้ที่เธอชื่นชอบ
ในยามว่างไม่มีงานอะไรหากได้นั่งผ่อนคลายวาดภาพเขียน จิบชาหอมหมื่นลี้คงดีไม่น้อยแต่ตอนนี้ก็ได้แค่วางแผนแค่คิดเอาไว้ก่อนส่วนพื้นที่ที่เหลือจะปลูกถั่วเขียวและถั่วเหลืองเอาไว้ เพราะต้องใช้เป็วัตถุดิบในการทำขนม
่ฤดูใบไม้ผลิก็คงจะยุ่งอยู่กับการเพาะปลูกดีที่ลูกๆรู้ความ พวกเขาไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยที่ช่วยงานเธอในสวน
ช่างเป็เด็กดีมากจริงๆนี้ก็เกือบครบหนึ่งปีแล้วที่เธอมาอยู่ที่โลกนี้ เว่ยหนานฮวามี่เวลาที่อ้างว้างในยามค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่องลงมายังเบื้องล่างส่องสว่างในยามราตรีเธอนอนไม่หลับ จิตใจของเธอกำลังฟุ้งซ่านหวนนึกถึงเื่ในอดีตที่ไม่อาจจะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก
ไม่รู้ว่าป่านนี้เสด็จพ่อเสด็จแม่และน้องชายของตนเองจะเป็เช่นไร แคว้นเว่ยจะเป็เช่นไรยามเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่อยู่บนท้องนภาจะเป็พระจันทร์ดวงเดียวกันกับโลกก่อนของเธอหรือเปล่า
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกคิดถึงท่านเหลือเกิน”ยามนี้หัวใจของเธอกำลังนึกถึงวังหลวง สถานที่ที่เธอเกิดและเติบโตมาถึงแม้มันจะเป็สถานที่ที่อันตราย แต่เธอก็คุ้นเคยกับมันเป็อย่างดี
ขอให้์คุ้มครองเสด็จพ่อเสด็จแม่และองค์รัชทายาทซึ่งเป็น้องชายของเธอ ขอ์คุ้มครองแคว้นเว่ยเกือบปีแล้วที่เธอจากพวกเขามาอยู่ที่โลกใบนี้
ถ้าไม่มีโจวอี้เหลียนและโจวอี้หลานชีวิตของเธอที่โลกใบนี้คงเหงาและอ้างว้างกว่านี้อย่างแน่นอน โชคดีที่มีพวกเขาทั้งสองคน
ในขณะที่แหงนหน้ามองพระจันทร์เธอก็ััได้ถึงบางอย่างพลังปราณในตัวเธอกำลังปะทุออกมา
“อึก..”ร่างกายของเธอทรุดตัวทรงเพราะทรงตัวไม่ไหว เว่ยหนานฮวาประคองตัวเองให้นั่งลงก่อนจะเดินลมปราณ ให้ร่างกายดูดซับและควบคุมพลังปราณที่ปะทุออกมา
“อึก...” ร่างกายของเธอรู้สึกเ็ปเป็อย่างมากเจ็บยิ่งกว่าตอนนี้ที่ดาบของพระสวามีเสียบแทงร่างของเธอ ได้แต่บอกตัวเองให้อดทนนานนับสองชั่วโมงร่างกายของเธอรู้สึกว่าอาการเ็ปจางหายไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น” เธอได้แต่เอ่ยถามตัวเองออกมาเบาๆก่อนจะพบว่าตอนนี้พลังปราณของเธออยู่ที่ขั้นแปดแล้วพลังปราณเท่ากับร่างเดิมแล้ว เธอคือผู้มีพลังปราณขั้นแปด เป็ผู้ใช้อักขระขั้นสูง
แต่ว่า...มีบางอย่างที่ต่างออกไป
พรึบ..
อยู่ๆเหมือนว่ามีบางสิ่งกระซากเธอเข้ามาเว่ยหนานฮวากวาดสายตามองไปรอบๆ ที่นี้มืดสนิทเว่ยหนานฮวาวาดเวทย์อักขระให้แสงสว่าง
ก่อนจะพบว่าที่นี้มันเหมือนห้องใต้ดินที่ไม่มีแสงใดผ่านเข้ามาขนาดเล็กกว่าห้องนอนของเธอด้วยซ้ำไป
ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับบางอย่างที่อยู่ตรงปลายเท้าของเธอ
“ผลึกั” ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี้เธอหยิบมันขึ้นมา ผลึกัเป็สีฟ้าเมื่อเธอััมันก็เกิดแสงสีฟ้าส่องประกายอย่างเจิดจ้า
เว่ยหนานฮวารู้สึกราวกับว่าพลังปราณในตัวของเธอกำลังถูกมันดูดกลืนไปจากนั้นสถานที่ราวกับห้องใต้ดินเล็กๆก็แปรเปลี่ยนไป
ผลึกัในมือจางหายไปพร้อมกับภาพที่ปรากฏตรงหน้าเธอ
“เกิดอะไรขึ้น ผลึกัหายไปไหน?”เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนมองไปรอบๆ และพบบางอย่างอยู่ใต้ต้นไม้เธอสาวเท้าเดินเข้าไปหาทันที
“งูขาว?? มาอยู่ที่นี้ได้ยังไงกัน”เว่ยหนานฮวามองงูที่นอนขดอยู่ต้นโคนต้นไม้ ก่อนจะกวาดสายตาไปมองรอบๆที่นี้มีแค่ต้นไม้ต้นนี้ต้นเดียว พอสังเกตดีๆมันน่าจะเป็ต้นท้อนอกนั้นเป็หญ้าต้นเล็กๆ และดอกหญ้า พื้นที่ในนี้มีแค่ 2 งานเท่านั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากเธอและเ้างูขาวตัวนี้
และดูเหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังมองมันอยู่เว่ยหนานฮวาวาดเวทย์อักขระป้องกันการโจมตีแต่พบว่าเธอพลังปราณของเธอจากขั้นแปดตอนนี้เหลือเพียงแค่ ขั้น 6 เท่านั้น เวทย์อักขระป้องกันระดับสูงเธอใช้มันไม่ได้
“เป็ไปได้ยังไง ทำไมพลังปราณถึงลดมาอยู่ขั้น 6เหมือนเดิม” เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เธอขึ้นกับตัวเธอก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าพลังปราณของเธออยู่ขั้นแปดแล้ว แต่ตอนนี้อีกไม่ใช่แล้ว
“เป็ข้าเองที่เอาพลังปรานขององค์หญิงมา”เธอจ้องงูสีขาวอย่างไม่วางตา
“เป็เ้า!!”เว่ยหนานฮวาชี้นิ้วไปที่งูขาวตัวนั้นอย่างไม่พอใจมันชูคอขึ้นราวกับไม่กลัวเธอเลยสักนิดเดียวก่อนตัวสีขาวของมันจะค่อยๆเปลี่ยนเป็สีดำ จากตัวเล็กๆตอนนี้ตัวมันโตเท่าแขนของเธอ ลำตัวยาวราวๆ 3-4 เมตร
“ขอโทษด้วยองค์หญิง ข้ามีนามว่าเฮยหลง”เว่ยหนานฮวาเบิกตากว้างก่อนจะนึกถึงเื่ราวที่ถูกเล่าขานกันมายาวนานก่อนก่อตั้งแคว้นเว่ยสัตว์เทพา นามเฮยหลง ัผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ปกปักคุ้มครองแคว้นเว่ยและชาวประชา
“....” !!! ทำไมถึงมาอยู่ที่โลกนี้แล้วแคว้นเว่ยละ?
“ข้ามากับองค์หญิง พลังปราณขององค์หญิงช่วยให้ข้าคืนร่างั ส่วนแคว้นเว่ยในยามนี้ตัวข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน”
“....” ัรู้สิ่งที่เธอกำลังคิดตั้งสติอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงที่พื้นหญ้า สบตากับเ้าัสีดำนามว่าเฮยหลง
“ท่านคือสัตว์เทพาที่ปกปักแคว้นเว่ย”เว่ยหนานฮวาเอ่ยถาม
“ก็ใช่ แต่ตอนนี้ตัวข้าไม่เหลือพลังเทพแล้วองค์หญิงข้าขอพูดตามตรง ร่างของข้าสละพลังเทพทั้งหมดปกป้องแคว้นเว่ย จนตัวข้านสูญเสียพลังเทพข้าพึ่งจะตื่นขึ้นเมื่อเดือนก่อน และพบว่าตนเองได้มาอยู่ที่นี้กับองค์หญิง”
“ในวันที่พลังปราณของท่านฟื้นคืนทั้งหมด ข้าเลยดูดซับเอาพลังปราณของท่านมาส่วนหนึ่งและเปิดผนึกผลึกัที่ถูกรวมไว้ในจิตของท่านขึ้น”
เมื่อได้ฟังสิ่งที่เฮยหลงบอกกับเธอองค์หญิงใหญ่ก็รู้สึกว่า์ใยถึงใจร้ายกับเธออีกครั้งตอนแรกเธอดีใจที่ได้พลังปราณกลับคืนมาก แต่ตอนนี้พลังปราณของเธอกลับมาอยู่ที่ขั้น6เหมือนเดิม
สาเหตุก็มาจากัาที่ปกปักแคว้นเว่ยจนตัวเองสูญเสียพลังเทพทั้งหมดพอรู้แบบนี้แล้วเธอก็โกรธเคืองอีกฝ่ายไม่ลงเพราะแม้แต่เธอก็ยังยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องผลึกั ปกป้องแคว้นเว่ยเธอเข้าใจัาเฮยหลงดี ก็ยังดีที่อีกฝ่ายไม่ดวงจิตแตกสลายไป
“แล้วที่นี้คือที่ไหน?” เว่ยหนานฮวาเอ่ยถาม พื้นที่มีแค่ 2 งานคล้ายๆกับเกาะ มีต้นท้อ 1 ต้นอยู่ตรงกลาง ที่เหลือนั้นราวกับว่าเป็น้ำทะเล
“พลังของผลึกัที่เหลืออยู่ คือทะเลไร้พรมแดนไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากทะเล ที่นี้พื้นดินขนาดเล็กนี้คือที่อยู่ของข้า”เว่ยหนานฮวาได้ยินแบบนั้นก็พอจะเข้าใจ
เธอเคยอ่านตำราโบราณ ในหนังสือเขียนเอาไว้ว่าัเฮยหลงสัตว์เทพามีมิติที่แสนงดงาม สถานที่นั้นราวกับสรวง์พลังปราณบริสุทธิ์หนาแน่น พืชผลในมิติอุดมสมบรูณ์
สิ่งที่เธออ่านมาและสิ่งที่เธอเห็นต่างกันเป็อย่างมากมิติที่งดงามคืออะไร เห็นแค่พื้นที่โล่งๆเนื้อที่ 2 งาน มีต้นท้ออยู่ 1ต้นเท่านั้น
ในนี้เธอััได้ถึงพลังปราณที่เบาบางไม่มีผลไม้ปราณอะไรทั้งนั้นมีแค่ต้นท้อที่ดูเหมือนกำลังจะตายลงไปเท่านั้น
“ข้าแค่เรียกองค์หญิงมาเพื่อจะขอบคุณและอยากจะบอกว่าผลึกัได้หลอมรวมกับดวงจิตขององค์หญิงแล้ว”เฮยหลงบอกกับองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเว่ย
“ข้ารู้แล้ว ขอบใจท่านมากนะที่ปกป้องแคว้นเว่ย”ในฐานะองค์หญิงใหญ่เธอเอ่ยออกมาด้วยความซาบซึ้งใจการสูญเสียพลังเทพที่บำเพ็ญมาเป็หมื่นๆปีการเสียสละของเทพัาสมควรได้รับคำยกย่องและขอบคุณ
“ข้าเต็มใจ จากนี้ข้าคงไม่ได้มาพบองค์หญิงบ่อยๆข้าต้องพักฟื้น ขอให้องค์หญิงดูแลตัวเองด้วย”เมื่อพูดจบเว่ยหนานฮวาก็รู้ว่าตนเองถูกดึงออกมาอยู่ที่เดิม
“เดี๋ยวก่อนสิ ท่านเฮยหลง”
“ท่าน” ไม่มีเสียงเอ่ยตอบจากเทพัาผลึกัถูกหลอมรวมเข้ากับจิติญญาของเธอ แต่เธอไม่สามารถเข้าไปที่มิติได้ถ้าัเฮยหลงไม่พาเธอเข้าไป
มิติเป็ของท่านเทพเฮยหลง ถึงจะมีเนื้อที่เพียง 2งานก็เถอะ เป็มิติจิตที่เชื่อมโยงผลึกัและดวงจิตของเธอ และตอนนี้มันก็ใช้งานไม่ได้เพราะพลังของเทพัเฮยหลงไม่มีเหลืออยู่แล้วต้องดูดซับพลังปราณจากเธอไปฟื้นคืนชีพของตนเอง
ที่เธอมาอยู่ในโลกนี้เธอต้องเลี้ยงดูลูกๆและตัวเองล่าสุดต้องดูแลเทพัาด้วยการแบ่งพลังปราณให้อีกฝ่ายใย์ถึงทำกับเธอได้ถึงเพียงนี้
---TBC---