บทที่ 15 โคลอี้ อิมโบรลิโย 2
สวัสดีครับผมกาวีชัย กาวะสีหรือกาว ชายผู้เสียชีวิตแล้วได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกในฐานะนักล่าผู้กล้า ผมพึ่งได้เพื่อนใหม่ที่ต่างโลกคนแรกแล้ว เธอชื่อโคลอี้ อิมโบรลิโยหรือนักดาบสาวน่ารักที่พึ่งไปสู้กับพวกนักผจญภัยเมื่อเร็วๆนี่ ระหว่างกำลังกินแซนด์วิชอย่างเอ็นจ่อยดูเหมือนผมจะไปสกิดเื่อดีตของเธอเข้าจนเป็เื่และกำลังจะได้รับฟังเื่ราว
โคลอี้หรือนักดาบสาวบอกว่าจะเล่า ‘เด็กน้อยผู้ฝันอยากจะเป็อัศวิน’ ให้ฟัง ผมพยักหน้าตอบรับอย่างเงียบๆ ก่อนกลับไปนั่งดังเดิมหันหน้าไปตั้งใจฟังที่เื่จะเล่า
พอเห็นโคลอี้ก็ยิ้มให้ก่อนจะหายใจเข้าออกทีหนึ่งเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะเริ่มเล่า
“เมื่อนานแล้ว มีเด็กน้อยผู้หนึ่งมีความใฝ่ผันอยากจะเป็อัศวินอันทรงเกียรติ์เหมือนเช่นบิดาของเขา บิดาของเด็กน้อยเป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ ทั้งพลังและความสามารถมากมาย เขาใช้มันปกป้องผู้คนบ้านเมืองจากภัยทั้งหลายที่คุกคามอาณาจักรแห่งนี้ จากวีระกรรมอันกล้าหาญอันมากจนเป็ที่เลื่องลือกันไปทั่วอาณาจักรจนได้รับฉายาว่า ผู้กล้าแห่งแสง”
โคลอี้เล่าอย่างมีความสุขขณะเงยหน้ามองท้องฟ้าตาอย่างเป็ประกาย คงจะชื่นชมในตัวคุณพ่อผู้เป็ต้นแบบของตัวเองเป็อย่างมาก
“เด็กน้อยที่เป็บิดาเป็อย่างนั้นจึงได้ใฝ่ฝันที่อยากจะเป็อัศวินให้ได้เหมือนเช่นบิดา เด็กน้อยจึงฝึกดาบและร่างกายของเขาอยู่ทุกวันั้แ่ยังเล็ก เพื่อที่จะสามารถได้เป็อัศวินดังบิดา แต่ทว่า…”
? โคลอี้หยุดเล่าพร้อมกับสีหน้าเปลี่ยนไป
“สำหรับความฝันของเด็กน้อยนั้นมิอาจเป็จริงได้”
เขามองดาบเรเปียร์อย่างเศร้าหมอง
“ ‘ด้วยสภาพทางร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้เ้ามิอาจเป็อัศวินได้เสียใจด้วย’ นั้นคือคำพูดที่เด็กน้อยได้รับรู้จากบิดาของตน”
มือทั้งสองที่กำดาบไว้แน่นแทนบอกความเ็ปในวันนั้นได้ดี
“ด้วยสภาพร่างกายของเด็กน้อยที่อ่อนแอเป็อย่างมากจนไม่อาจเป็อัศวินได้ ทั้งกายาภาพและพลังเวทย์ต่างอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐานการเป็อัศวินได้จึงหมดสิทธิในการเป็อัศวินั้แ่ตอนนั้น…”
“เดี๋ยวก่อนสิ! ตอนที่สู้เมื่อกี่นี่ก็เห็นสู้ได้สบายๆไม่เห็นมีอะไรเลย”
ผมทนสงสัยไม่ไหวจนต้องถามแซกขึ้นมา
“ตอนที่สู้นะที่จริงแล้ว…ฝืนตัวเองสู้นะ”
ผมมองที่โคลอี้บอก ดูเหมือนจะไม่ได้โกหก
“ถ้านายเห็นผมสู้ตลอดคงเห็นตอนที่โดนฟันจนกระเด็นติดกับกำแพงแล้วผมบาดเป็หนักเลย ถ้าเป็อัศวิน…ไม่สิ จะเป็นักผจญภัยหรือทหารทั่วไปคงโดนแค่เนี่ยไม่เป็อะไรมาก”
“……”
ผมไม่ได้พูดอะไร ถ้าคิดดีๆมันก็แปลกจริงๆอย่างที่โคลอี้พูด
ตลอดการต่อสู้โคลอี้โดนเล่นงานแค่ตอนนั้น ไม่ได้รับาเ็จริงๆสักครั้ง แต่ตอนนั้นที่โดนไปก็ลงไปกองอยู่กับพื้นง่ายๆแล้ว
พอมองดูโคลอี้ใกล้ๆแล้ว ร่ายกายเธอดูเปราะบางมากจริงๆ
แขนและขาที่เรียวบางจนดูไร้กำลัง ไหล่เล็กและตัวผอมบางดูโดยรวมแล้วยังไงก็ไม่ใช้คนที่จะสู้ใครได้เลย ถ้าเธอใส่ชุดไอดอลออกไปร้องเพลงและเต้นบนเวทีบอกได้เลยเดี๋ยวพี่จะไปเปย์เงินเป็FCสนับสนุนน้องเต็มที่…แต่ว่า
เธอไม่เหมาะสำหรับการต่อสู้
ถึงจะดูใจร้ายแต่ก็เป็ความจริง เธอก็รู้ตัวดีนั้นยิ่งทำให้เ็ป
“ร่างกายผมทั้งอ่อนแอเปราะบางไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจจับดาบหนักๆได้นอกจากดาบเบาเรเปียร์นี่ที่คุณแม่เป็ผู้มอบให้ป้องกันตัว”
โคลอี้ชักดาบออกมานิดหนึ่งสะท้อนใบหน้าที่เศร้าของเขาและหยดน้ำตาที่ไหลออกมา
ดาบเรเปียร์ที่แม่โคลอี้มอบให้ เขาดูแลเป็อย่างดีมากบอกได้เลยแม้ผมจะไม่รู้เื่ดาบก็ตาม
“ก-กาว!?”
โคลอี้กำลังใที่อยู่ดีๆผมกำลังเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาที่ไหวบนแก้วของเธออย่างเบามือโดยไม่ได้ขออนุญาต ขอโทษนะ
ถ้าถามทำไมผมถึงมีผ้าเช็ดหน้าพกติดตัวได้บอกได้เลยเพราะประโยคว่า‘เวลาผู้หญิงร้องไห้ เราก็ให้เธอยืมซับน้ำตา’จากหนังเื่หนึ่งที่เคยดูไปเนี่ยและเลยพกไว้ั้แ่เมื่อก่อนหวังว่าจะได้ใช้กับสาวจนตายได้เกิดใหม่เนี่ยและพึ่งได้ใช้จริงๆ!
Mission Complete!
ถึงที่จริงต้องยืนให้เธอเช็ดเอง แต่ก็ช่างเถอะ
“ขอโทษที เห็นร้องไห้ก็เลย…”
ตายละหว่า จะโดยรังเกียจไหมเนี่ยอยู่ดีๆไปเช็ดหน้าสาวเขา โดยเกลียดแน่!
“ม-ไม่เป็ไรแค่ในิดหน่อย อะฮะฮะ”
ว่าแล้วเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใดแล้วพยายามหัวเราะแก้เขินแม้จะหน้าแดงก็ตาม ‘คุณได้บักธงสาวน่ารักแล้ว 1 ea’ ผมคิดอยู่ในใจ ฮะๆๆ
สุดท้ายเธอยิ้มออกมาอีกครั้ง ว่าแล้วสาวน่ารักอย่างเธอเหมาะกับยิ้มที่สุด
ผมมองรอยยิ้มของเธออย่างใจเต้นตึกๆอย่างไม่หยุดหย่อน
เธอทั้งกล้าหาญ เข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ น่ารักและใจดี จนผมรู้สึกว่าผมเริ่มจะตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้วสิ ผมเริ่มรู้สึกร้อนๆที่หน้า
“แล้วเื่เป็ไงต่อละ”
ผมถามให้เธอเล่าต่อในขณะมองใบหน้าน่ารักที่ยิ้มแย้มต่อ
“อ-อืม ผมเลยตัดสินใจออกเดินทางฝึกฝนตัวเองเพื่อจะเป็อัศวินให้ได้ แม้ร่างกายจะเป็อย่างนี้ก็ตามโดยหวังว่าจะได้เป็อัศวินจริงๆสักวันหนึ่ง”
“เป็เื่ราวที่ดีจริงๆ”
ผมได้แต่หวังว่าเขาจะไปถึงฝันสักวันหนึ่ง เอาใช้ช่วยนะ
“บ่านี่แล้วเหรอ? ผมต้องไปแล้วนะหวังว่าพวกเราคงได้เจอกันอีก”
“อืม ขอบใจสำหรับอาหารกลางวันไว้เจอกันใหม่นะโคลอี้”
?
ระหว่างที่เธอลุกขึ้นมีบัตรอะไรหล่นจากกระเป๋ากางเกง
“โคลอี้ เธอทำบัตรหล่น…!?”
ผมก้มเก็บบัตรก็ต้องใข้อความที่เขียนอยู่บัตร
“โคลอี้ นี้…”
“อ๋อ ใช้แล้วละ เห็นอย่างนี้ผมก็เป็<นักผจญภัย>เหมือนกันนะ”
ใช้แล้ว บนบัตรที่โคลอี้ทำตกเป็บัตรประจำตัวสำหรับนักผจญภัย
เอาจริงๆผมก็ไม่รู้ว่าบัตรประจำตัวนักผจญภัยหน้าตาเป็อย่างไร แต่ในบัตรเองมันเขียนแปะไว้อยู่บนบัตร‘บัตรประจำตัวนักผจญภัย’อยู่ทนโท่!
…แต่นั้นก็ไม่ใช้เื่ที่ทำให้ผมใแต่อย่างใด
แต่ไอ้เื่ที่ผมใสุดๆจริงๆแล้วคือเื่ที่ว่าโคลอี้เป็…!
โคลอี้เป็ผู้ชายยยยยยยย!!!
บัตรประจำตัว: นักผจญภัย Rank D
ชื่อ: โคลอี้ อิมโบรลิโย
อายุ: 15
เพศ: ชาย
อาชีพหลัก: นักดาบ
อาชีพรอง: พ่อครัวฝึกหัด
ฉายา: –
สกิล: *ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผย*
………
………
IT’S TRAP!!!
ผู้ชาย…โคลอี้เป็ผู้ชาย เอาจริงดิ!
Oh My Goddddddddddd!!!
เดี๋ยวก่อน! เอ๊ะ เดี๋ยวน่ะ! แต่แบบเอ๋—! ตูทั้งตัวไม่ถูกแล้วโว้ย!
ขอตูทำใจแป๊บหนึ่งก่อน ก็แบบเธอ…ไม่สิเขาต่างหาก ดูเขาสิหน้าตาอย่างกับสาวน้อยไอดอลผอมบางน่ารักสะขนาดนี้ กลับมีดาบศึกสิทธิ์เอ็กซ์คาริเบอร์อยู่!!?
นี้นายเป็ TRAP หนุ่มหน้าสวยหรอกหรอ!
หงอนผมบนหัวนี่หง่อยหมดแรงเลยผมรู้สึกได้ เฮ้อ~ ไปหมดแล้วเรดงเรด้าร์ตูพังไม่มีชิ้นดีเลย
ขอตัวนึกก่อน ตลอดที่ผ่านโคลอี้เคยบอกว่าเป็ผู้หญิงมั้ย ก็ไม่เคยบอกว่ามีแต่ตูคิดเองเออเองอยู่คนเดียว ก็ตอนแรกที่เจอยังใช้คำแทนตัวเองว่า‘ผม’อยู่เลย
ก็ไอ้เรานึกว่าที่ใช้คำว่า‘ผม’เพื่อให้ดูเหมือนผม(ที่เข็มแข็งดังผู้ชาย)แต่ที่ใช้‘ผม’(เพราะผมเป็ชายต่างหาก) ไหนจะคำว่า‘ครับ’อีกคำ ตูนี่มโนเองหมดสะดิบดี
เดี๋ยวก่อนน่ะ!!
ถ้าโคลอี้เป็ผู้ชายจริง นี้ตลอดที่ผ่านั้แ่เจอตอนเจอหน้ากันนี้ตูเผลอปล่อยใจเต้นตึกตักเอ่ย ทั้งจ้องมองร่างกายแสนเปราะบางด้วยสายตาอันชื่นใจเบิกบาน ละกลิ่นหอมเอ่ย ใจละลายใบกับรอยยิ้มสุดน่ารักจนเป็FCเอ่ย
แถมตูใช้มุขผ้าเช็ดหน้าที่อุสาเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้ใช้กับสาวมาทั้งชีวิตจนตายแล้วมาเกิดใหม่ในต่างโลกแล้วได้มาใช้ไปกับผู้ชายหรอ!
.
.
.
ตูอยากตายยยยยยยยยยยยยยยย!!!
นี้ยังไม่นับรวมเื่ที่ตูเกือบตกหลุมรักเข้าอีก!!!
ใครก็ด้ายยยยยย ฆ่าตูที! ตูทนมีชีวิตต่อไปไม่ไว้แล้ว อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~!!!
***ผู้แต่ง***
เปลี่ยนชื่อเื่เป็ ‘เกิดใหม่ทั้งที ทำไมรักแรกในต่างโลกของตูถึงกลายเป็TRAPละเนี้ย!’ ดีไม่น้า~~~5555