ไม่กี่วันผ่านไป
วันนี้ฉันมาทำงานตามปกติแต่ที่ไม่ปกติคงเป็การที่กำลังใช้เวลางานอ่านข้อมูลในเว็บไซต์สมัครงานบริษัทอื่นอยู่นั่นเอง
เป็อย่างที่สองคนนั้นคุยกัน หลังจากผ่านไปไม่กี่วันก็มีประกาศอย่างเป็ทางการออกมาบนหน้าเพจที่ฉันกดติดตามไว้
หลังจากกวาดสายตาอ่านดูแล้วถือว่าโอเคดีทุกอย่าง ยิ่งเห็นฐานเงินเดือนที่ให้ก็ยิ่งทำเอาฉันตาลุกวาว มันมากกว่าบริษัทนี้หลายเท่าตัว เยอะขนาดที่ฉันมโนได้เลยอะว่าถ้าหากมีโอกาสได้ทำงานที่นี่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างก็คงไม่ต้องมาประหยัดเหมือนอย่างทุกวันนี้ แถมค่ายาของพ่อค่ากินค่าใช้มันจะพอดีและลงตัวจนฉันอาจมีเงินเก็บตามเป้าได้เร็วกว่ากำหนดก็ได้
แต่ดียังไงดีแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องมานั่งชั่งใจว่าจะเอายังไงดี เมื่อทุกขั้นตอนั้แ่สัมภาษณ์เป็ต้นไปต้องขึ้นไปทำที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด ยกเว้นส่งใบสมัครอันนี้สามารถทำออนไลน์ได้ปกติ
ถ้าเป็แบบนี้แล้วใครจะดูแลพ่อล่ะ อย่าว่าแต่ขึ้นกรุงเทพฯ เลย ทุกวันนี้แค่มาทำงานฉันก็เป็ห่วงท่านที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวมากพออยู่แล้ว
แต่ค่าตอบแทนมัน...ก็ล่อตาล่อใจมากเลยนะ
เครียดจัง...
“อย่ามัวแต่อู้! รีบทำงานให้เสร็จก่อนถึงเดดไลน์ได้แล้ว!” เสียงหัวหน้างานพ่วงตำแหน่งเมียเ้าของบริษัทเดินกางพัดเข้ามาด้วยทรงผมก้นหอยยกสูงที่เธอชอบทำ
นาน ๆ ทีจะได้เห็นหน้าเห็นตา มาทีไรเสียงนำมาก่อนตัวเสมอเลยคนนี้
สุดท้ายฉันเลยต้องพักเื่บริษัทนั้นไว้แล้วหันมาสนใจงานที่ต้องทำต่อเมื่อเธอคนนั้นเดินตรวจงานทีละโต๊ะ
หลังเลิกงาน
หมู่บ้านสีสะอาด
ฉันเดินเข้ามาในบ้านขนาดเล็กชั้นเดียวที่อาศัยมาแต่เด็ก ภายในเงียบเหมือนเดิมพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนมีอายุนั่งเอนหลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างทุกวัน
พ่อยังคงคิดถึงแม่และท่านก็รอแม่กลับมาอยู่เสมอ
ฉันปวดใจทุกครั้งที่เห็นท่านเป็แบบนี้ จนเคยมีวันที่ทนไม่ไหวบอกให้พ่อตัดใจ ทว่าก็เหมือนไปพูดให้พ่อเจ็บช้ำกว่าเดิมฉันเลยเลือกเงียบ และพ่อเองก็เลือกซ่อนด้านนี้ไม่ให้ฉันเห็นอีก
ท่านคิดว่าฉันไม่รู้ แต่ความจริงฉันแค่แกล้งไม่รู้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่กลับบ้านเร็วท่านเลยซ่อนไว้ไม่ทันเมื่อฉันเข้ามาพร้อมความเงียบที่ดูไร้ตัวตน
“หนูกลับมาแล้วค่ะพ่อ” ฉันแกล้งทำเป็เหมือนคนเพิ่งกลับทำให้ได้เห็นท่าทีลุกลนของท่าน ก็ทำเอาใจดวงน้อยกระตุกหน่วงเหมือนมีใครมาบีบรัด
“กลับมาแล้วเหรออาย ไหนมาให้พ่อกอดให้หายคิดถึงหน่อย” ท่านลุกขึ้นเดินมาต้อนรับฉันเหมือนทุกครั้งพร้อมกางแขนออกเพื่อให้เด็กน้อยคนนี้วิ่งเข้าไปหา
“พ่อกินอะไรหรือยังคะหิวหรือเปล่า” เมื่อกอดคนตรงหน้าเสร็จฉันก็เดินไปห้องครัวต่อพลางเปิดตู้เย็นมองหาวัตถุดิบโดยไม่รออีกฝ่ายตอบ
“กินแล้วสิ” พ่อฉันโกหก...ท่านยังไม่ได้กินเพราะในซิงก์ไม่มีคราบน้ำและตรงที่วางจานก็ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม
นี่เลยเป็เหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่รอคำตอบจากพ่อ
“งั้นพ่อกินเป็เพื่อนหนูหน่อยนะ หนูหิวมากเลย อีกอย่างกินคนเดียวมันเหงาอะ” ขณะที่กำลังหันไปหาพ่อฉันรีบสะบัดแววตาเศร้าออกและแทนที่มันด้วยรอยยิ้มแทน
“นะคะ” พอเห็นท่านทำท่าเหมือนอยากปฏิเสธฉันก็ใช้ลูกอ้อนต่อ
“โอเค ๆ เรานี่จริง ๆ เลย โตขนาดนี้แล้วยังมานั่งกินข้าวกับพ่ออีก แทนที่จะหาแฟนเหมือนคนอื่นเขาเราก็ไม่เอา” พ่อเดินมานั่งรอที่โต๊ะทานข้าวพลางส่ายหน้าให้ฉันอย่างเอือมระอา
สนามเด็กเล่น
หลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็พาพ่อออกมาเดินย่อย ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี อย่างน้อยท่านก็ไม่ควรอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน
“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้วนะเรา” ััอุ่นแตะลงมาบนบ่าระหว่างที่ฉันมานั่งพักตรงชิงช้าสำหรับให้เด็กเล่น ส่วนพ่อก็นั่งพูดคุยอยู่กับกลุ่มเด็กน้อยแถวบ้าน และเสียงที่ได้ยินคงเป็ ‘พี่ฮอน’ เพื่อนบ้านของฉันเอง
“วันนี้ไม่ต้องอยู่เวรเหรอ” ถึงพี่เขาจะมีอายุมากกว่าถึงสี่ปีแต่ด้วยความสนิทสนมเลยทำให้ฉันมักพูดจาห้วนกับพี่เขาเสมอ แค่เฉพาะไม่อยู่ต่อหน้าพ่อนะไม่งั้นท่านดุฉันแน่ที่พูดไม่สุภาพกับพี่ฮอน
“แม่บ่นปวดหัวเลยแลกเวรน่ะ” พี่ฮอนเป็ผู้ชายที่สูงมากแถมใบหน้าก็หล่อคมรับกับสีผิวแทน เรียกว่าเป็สเปกของพี่สาวประเภทสองย่านนี้เลยที่มักมาส่งขนมจีบให้พี่ฮอนเสมอ
“แล้วป้าอ้อเป็ไรมากหรือเปล่า” แม้จะดูจากสีหน้าพี่ฮอนแล้วคงไม่น่าเป็ไรมาก แต่ที่ถามก็เพราะเป็มารยาทนี่แหละไม่งั้นได้นั่งเงียบยาว
“เราก็รู้ว่าแม่พี่เป็คนยังไง” ว่าจบเ้าตัวก็หลุดขำออกมา
แน่สิฉันรู้อยู่แล้วว่าป้าอ้อมีอาการชอบคิดถึงลูกชายจนต้องแสดงว่าป่วยอยู่เสมอ แต่ก็เข้าใจนะเพราะพี่ฮอนแกทำงานเป็บุรุษพยาบาล เวลาทั้งหมดเลยถวายไปกับการขึ้นเวรหมด
ป้าแกจะคิดถึงก็คงไม่ใช่เื่แปลก
“...” ฉันถอนหายใจแล้วหันกลับไปมองพ่อตัวเองต่อ
“เป็ไรอีกล่ะ น้ารอนก็ไม่ได้ดูป่วยอะไร ทำไมถึงมานั่งทำหน้าเซ็งแบบนี้” ปลายนิ้วหนาแตะลงมาบนหน้าผากฉันก่อนใบหน้าหล่อจะหันมองไปที่พ่อ
“กำลังสับสน” ฉันตอบแบบขอไปที
“เื่?” พี่เขาถามพลางมองฉันด้วยสายตาเป็ห่วง
“งานน่ะ พอดีไปเจอบริษัทหนึ่งกำลังเปิดรับพนักงานแล้วเขาให้ค่าตอบแทนดีมาก แต่สถานที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ” ว่าจบก็ถอนหายใจอีกรอบ
“เป็ห่วงน้ารอนใช่ไหม” พี่เขาละสายตาจากฉันแล้วหันไปมองที่พ่ออีกครั้ง
“อือ” ฉันพยักหน้าพลางใช้ปลายเท้าดันให้ชิงช้าขยับ
“ลองส่งใบสมัครไปก่อนสิ” พี่เขาแนะนำด้วยน้ำเสียงนิ่ง
“บ้าเหรอเกิดโดนเรียกขึ้นมาใครจะดูแลพ่อล่ะ” ฉันตอบกลับคนด้านข้างทันควัน
“ไว้ถึงตอนนั้นพี่จะดูแลน้ารอนให้จนกว่าเราจะได้งานเป็ไง” แววตาขี้เล่นของพี่ฮอนปรากฏให้เห็น พี่เขาเป็แบบนี้เสมอไม่ค่อยมองฉันด้วยความจริงจังหรอก ทั้งที่คำพูดของพี่เขามันกำลังจริงจังมากแท้ ๆ คงเป็เพราะไม่อยากกดดันละมั้ง
นี่สินะที่เรียกว่าอาชีพพยาบาล คนพวกนี้เก่งเื่การหว่านล้อมด้วยคำพูดจะตาย แถมยังชำนาญมากเพราะร่ำเรียนวิชาจิตวิทยามาด้วย
“ไม่เอาหรอก เกิดได้ขึ้นมาสถานที่ทำงานก็อยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่ดี จะให้พี่มาคอยดูแลพ่ออายตลอดได้ไง ไม่ทำงานเหรอ” ฉันขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไหนบอกค่าตอบแทนดีก็เอามาจ้างพี่ดูแลน้ารอนสิ”
“แล้วงานพี่ที่โรงพยาบาลล่ะ” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย หรือว่าเบื่องานที่นู่นแล้วหรือเปล่านะ
“เอาน่า ตกลงว่ายังไงเอาเปล่า” พี่เขาเลิกคิ้วมองฉันนิ่ง ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่สักพัก
“ถ้าป้าอ้อไม่ค้าน อายก็โอเค” ใช้เวลาไม่นานฉันก็ตัดสินใจได้
“รายนั้นเราคิดว่าจะค้านเหรอ ลูกชายมาทำงานอยู่ข้างบ้านตัวเองเชียวนะ” มือสากโยกหัวฉันไปมาพลางส่งเสียงหัวเราะหลังเห็นฉันทำหน้าไม่พอใจ
“บอกไว้ก่อนว่าค่าจ้างคงให้ได้ไม่มากนะ แต่ก็ไม่น่าเกลียดแน่นอน” ฉันพูดต่อแล้วลอบมองปฏิกิริยาของพี่เขา
“มองพี่เป็คนแก่เงินั้แ่เมื่อไหร่ ให้มันได้งานก่อนเถอะแล้วเื่เงินค่อยมาตกลงกันทีหลัง” ฉันเบ้ปากหลังได้ยินคำพูดของพี่ฮอน
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————