ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 53 ศรหนึ่งพุ่งขึ้นฟ้า

            ไอมารมหาศาลพวยพุ่ง พวกมันส่วนใหญ่ล้วนเป็นมารชั้นดวงธาตุทองคำพายุลมทมิฬที่กวาดม้วนออกจากเสื้อผ้าพวกมันโหมกรรโชกจนผู้ฝึกฌานทั้งหลายต้องล่าถอยคราแล้วคราเล่า

            เนี่ยเทียนป้าที่สิ้นหวังพลันเบิกบานหรรษาสุดเปรียบเมื่อเห็นกลุ่มมารมาถึงมันไม่รู้จักคนไหนทั้งนั้น แต่จากคำพูดของจูเยี่ยนมันยังพอฟังออกว่ามาเพื่อล้างแค้นหวังเค่อ?

            ศัตรูของศัตรูคือมิตร!

            “เจ้ามาจัดการหวังเค่อ?เร็ว ข้าจะถ่วงมันไว้ให้ เจ้าเข้ามาฆ่ามันเร็ว!”เนี่ยเทียนป้าเร่งเร้า

            หวังเค่อสีหน้าเครียดเคร่งจูเยี่ยนใช้ศักดิ์ฐานะที่แท้จริงของตนเองเพื่อชักจูงพวกมารมา?

            “หวังเค่อ คาดไม่ถึงล่ะสิ?คงไม่คิดว่าข้าจะตามมาเร็วขนาดนี้ใช่มั้ย? ฮ่าฮ่าฮ่าข้าจะให้เจ้าต้องชดใช้ความอัปยศที่เจ้าทำกับข้าอีกร้อยเท่าลูกปัดคำนึงของข้าอยู่ที่ไหน?” จูเยี่ยนถามเยือกเย็น

            “จูเยี่ยนทารกร่างมารที่เจ้าว่าอยู่ที่ไหน?” มารร้ายถามเสียงเย็นชา

            “นั่นไง นางนั่นแหละ!แต่พวกเจ้าต้องรอก่อน รอให้ข้าได้ลูกปัดคำนึงมาก่อน!”จูเยี่ยนชี้มือไปยังองค์หญิงโยวเยว่

            “อ้อ?” มารร้ายมองไปทางองค์หญิงโยวเยว่เป็นตาเดียว

            สีหน้าขององค์หญิงโยวเยว่พลิกผันทันควันหญิงสาวหลบหลังหวังเค่อด้วยหวาดหวั่น

            “ฮ่าฮ่าฮ่า หลบไปก็เท่านั้นหวังเค่อแค่ปกป้องตัวเองมันยังไม่มีปัญญาเลย!” จูเยี่ยนเย้ย

            “หวังเค่อ ทำยังไงกันดี?”องค์หญิงโยวเยว่ถามเสียงเครียด

            หวังเค่อหนังตากระตุก หนีรึ? ตอนนี้จะหนีไปไหนได้จะหนีจากยอดยุทธ์ดวงธาตุทองคำทั้งกลุ่มได้ยังไง?

            “หวังเค่อ ถ้าไม่ยอมคายออกมาก็อย่าโทษว่าข้าลงมือด้วยตนเอง ข้าเอาแส้มาด้วยนะวันนี้!” จูเยี่ยนพลิกฝ่ามือแส้ยาวเส้นหนึ่งปรากฏขึ้น

            จูเยี่ยนตระเตรียมสนองคืนความอดสูร้อยเท่าจริงๆ

            องค์หญิงโยวเยว่สีหน้าประหวั่นชาวเมืองจูเซียนไม่มีใครกล้าสอดมือ

            หวังเค่อสีหน้าวิตกหากทันใดนั้นก็สงบใจลงจากประสบการณ์อันโชกโชน!

            “จูเยี่ยน ลำบากเจ้าแล้วขอบคุณมาก!” หวังเค่อสูดลมหายใจลึก

            “หือ?” ทุกคนหน้าตื่น

            จูเยี่ยนคิดโบยเจ้าจนขาดใจตาย!เจ้ากลับขอบคุณมัน? หรือที่แท้เจ้าเป็นพวกชอบเสพติดความรุนแรง? แม้แต่องค์หญิงโยวเยว่เองยังงุนงงนี่มันสถานการณ์อะไรกัน?

            “ขอบคุณข้า?” จูเยี่ยนสตันไป

            “ใช่แล้วขอบคุณที่ช่วยพามารร้ายเหล่านี้มายังเมืองจูเซียน!พี่น้องจากสำนักเซียนของข้ารอคอยจนเหงือกแห้งแล้ว! มาได้ดีวันนี้จะไม่มีใครรอดไปได้ทั้งนั้น พวกข้าจะพิฆาตเหล่ามารร้ายให้สิ้นซากไม่มีละเว้น!” หวังเค่อตะโกนลั่น

            “อะไรนะ?” เหล่ามารสีหน้าเปลี่ยน พวกมันมองไปรอบด้านทันที

            หรือจะเป็นกับดักของพวกสำนักเซียน? มารแต่ละตนต่างกวาดมองทั่วสี่ทิศด้วยความหวาดระแวงจากนั้น พวกมันหันมามองจูเยี่ยนเป็นตาเดียว

            เนี่ยเทียนป้า องค์หญิงโยวเยว่รวมทั้งชาวเมืองจูเซียนต่างก็เบิกตากว้าง หวังเค่อพูดอะไรออกมา? มีศิษย์สำนักเซียนดักซุ่มอยู่ในเมือง?

            “จูเยี่ยน เรื่องจริงหรือ?”มารตนหนึ่งถาม

            ไอ้แซ่จูนี่เจ้าหลอกพาพวกข้ามาตาย?

            “ผายลมพวกเจ้าสมองพิการแล้วหรือไง? ข้าน่ะนะจะเชิญพวกเจ้ามาให้สำนักเซียนรุมสังหาร?พวกมันไม่รู้ไม่เป็นไร แต่พวกเจ้ายังไม่เข้าใจข้าอีกหรือ?” จูเยี่ยนตวาดสวนเหล่ามารด้วยโทสะ

            มารทั้งหลายตะลึงไปชั่วขณะจากนั้นพลันระลึกได้ว่าจูเยี่ยนกลายเป็นมารไปแล้วไหนเลยจะไปร่วมมือกับบรรดาพรรคฝ่ายธรรมะ?

            “เด็กน้อย เจ้ากล้าหลอกลวงพวกเรา?”มารร้ายเอ่ยเสียงเย็น

            “ไม่เชื่อหรือ? งั้นข้าจะเรียกพวกมันออกมาเอง? เอามั้ย?” หวังเค่อเอ่ยเสียงเย็น

            “หือ?” กลุ่มมารชะงัก

            เรื่องตอแหลของเจ้าถูกเปิดโปงแทนที่จะหุบปาก ยังจะทำตัวเป็นห่านปากแข็ง?

            “เหอเหอ เจ้าชื่ออะไร?”มารตนหนึ่งถามอย่างเหลือเชื่อ

            “หวังเค่อคิดใช้ฝีปากเจ้ายุแยงแบ่งแยกพวกเรางั้นหรือ? ฮ่าฮ่าข้ารู้ว่าเจ้ามีฝีมือในทางฉ้อฉล แต่วันนี้ เจ้ามันปากพาจนแท้ๆ!”จูเยี่ยนแค่นเสียงเย็น

            หวังเค่อเมินเฉย ก่อนจะตะโกนลั่น“ชาวเมืองจูเซียนทั้งหลาย รีบถอยไปเร็วเข้า ยิ่งไกลยิ่งดีนี่คือสงครามระหว่างสำนักเซียนและพรรคมาร รัศมีการทำลายล้างสาหัสยิ่งลูกหลงเพียงนิดเดียวก็ถึงตายได้แล้ว! ข้าให้เวลาพวกเจ้า รีบหนีไปเร็ว!”

            “ฮืออออ!”

            พริบตาเดียวฝูงผู้ฝึกฌานเมืองจูเซียนต่างแตกฮือล่าถอยแม้แต่ศิษย์ตระกูลเนี่ยที่เมื่อครู่นอนแบ่บหมดสภาพอยู่บนพื้นยังไม่ทราบไปเอาแรงยกโอ่งมาจากไหนงัดร่างขึ้นจากพื้นวิ่งหายลับไปอย่างรวดเร็ว

            “ฮ่าฮ่า ไหนคน? ไหนศิษย์สำนักเจ้าที่ซุกไว้น่ะ?” จูเยี่ยนหัวเราะลั่น

            เหล่ามารมิได้ขัดขวางผู้ฝึกฌานเมืองจูเซียนหลบหนีออกจากคฤหาสน์ตระกูลเนี่ยอย่างไรเสีย เมื่อครู่มีคนมากเกินไป หากมีศิษย์สำนักเซียนปะปนมากับพวกมันเล่า? ตอนนี้พวกนั้นล้วนเผ่นไปหมดแล้วพวกเราก็ไม่ต้องระแวงมากความเกินไป

            “จูเยี่ยน พวกเจ้าคิดให้ดีนะข้าจะเรียกศิษย์พี่ออกมาแล้ว พวกเจ้าไม่หนีแน่นะ?” หวังเค่อเอ่ยเสียงเย็น

            “มา มาเลย เรียกมาเลยสิ?เรียกมาเลย? ฮ่าฮ่าฮ่าเมืองจูเซียนอยู่ตั้งไกลปืนเที่ยง ไม่มีสำนักเซียนที่ไหนประจำอยู่เจ้าเรียกคนมาให้ข้าดูหน่อย!” จูเยี่ยนหัวร่อลำพองใจ

            “องค์หญิง เรียกคน!”หวังเค่อสั่งองค์หญิงโยวเยว่ทางด้านข้าง

            “หา?” องค์หญิงโยวเยว่มองหวังเค่อด้วยสีหน้าว่างเปล่า

            เรียกคน? เรียกใคร? ถ้าข้าสามารถเรียกหาศิษย์พรรคเทพหมาป่าสวรรค์ได้ข้าจะถูกขังจนถึงเมื่อกี้หรือยังไง?

            “มัวเหม่ออะไรเล่า? เอาลูกบอลแสงมหาพิธีของท่านออกมาสิ! เร็วเข้า!” หวังเค่อสั่ง

            องค์หญิงโยวเยว่สีหน้าสับสนงุนงงแต่ยังคงล้วงเอาลูกบอลสีดำออกมาจากกระเป๋ามิติ ส่งสายตาไม่มั่นใจมาทางหวังเค่อปล่อยแสงมหาพิธีออกมา?

            พวกเรากำลังจะถูกมารพวกนี้กระทืบจนตายแล้ว? ยังจะอยากได้แสงมหาพิธีมาสร้างบรรยากาศอีกหรือไง?

            “ศรหนึ่งพุ่งขึ้นฟ้าพันนักรบอาชาล้วนมาถึง! ปล่อย!” หวังเค่อเร่งเร้า

            แม้จะไม่เข้าใจแต่องค์หญิงยังคงผงกศีรษะ แสงมหาพิธีในมือโยนขึ้นสู่ท้องนภา

            “บรึ้มมมมมมมมมมมมมมม!”

            แสงมหาพิธีระเบิดเจิดจ้าคำรามลั่นเหนือน่านฟ้าเมืองจูเซียนชั่วเวลานั้น มวลประกายแสงพรรณรายนับหมื่นพันสาดส่องทั่วท้องนภาทั่วเมืองจูเซียนพลันอาบอิ่มด้วยประกายแสงมหามงคล ดูยิ่งใหญ่อลังการ

            เหล่ามารตะลึงงันจูเยี่ยนแค่นเสียงเหยียดหยัน ชัดเจนว่าไม่เชื่อว่ามีคนดักซุ่มอยู่โดยรอบหวังเค่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าจะมา แล้วจะมีกับดักได้ยังไง? หวังเค่อ ไอ้เด็กน้อยต่อหน้าต้าอ๋องแห่งต้าชิงยังกล้าเล่นลูกไม้อีก?

            “คนเล่า? ฮ่าฮ่าฮ่า ไหนเล่าคน? หวังเค่อ เจ้าหลอกข้าไม่ได้หรอกวันนี้อย่าโทษข้าเลย เป็นเจ้าเองที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี!”จูเยี่ยนสาวเท้าพลางยกแส้ในมือขึ้น

            “หวังเค่อ เอายังไงดี?”องค์หญิงโยวเยว่ร้อนรน

            “ฆ่ามัน หวังเค่อไอ้จอมปลอมไม่ต้องสนใจมัน!” เนี่ยเทียนป้าเร่งเร้าจากทางด้านข้าง

            ตอนนี้ ดูเหมือนเหล่ามารกำลังจะรุมล้อมเข้าหาหวังเค่อแล้วทว่า สายตาของหวังเค่อจดจ้องบนท้องฟ้าไม่คลายออก จูเยี่ยนก้าวเข้ามาใกล้ขณะที่บนฟ้าก็ปรากฏกระเรียนมงกุฎแดงตัวหนึ่งขึ้นไกลๆ

            “แกว๊กกกกกกกกกกกก!”

            กระเรียนแดงแม้จะอยู่ไกลหากหวังเค่อยังต้องถอนใจด้วยความโล่งอก

            “ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่ของข้ามาแล้ว!”หวังเค่อหัวเราะลั่น

            มารร้ายหันศีรษะไปมอง แน่นอนมีคนยืนอยู่บนกระเรียนนั้น แถมยังกำลังร่ำร้องตะโกน

            “ศิษย์พี่ นั่น เจอแล้วมาเร็ว ศิษย์พี่ มาเร็วววววววววววววววววววว!” คนบนกระเรียนตะโกนเสียงหลง

            “แกว๊กๆๆๆ!”

            ฝูงกระเรียนมงกุฎแดงโผล่มาจากทุกสารทิศทีละตัวสองตัว แต่ละตัวยืนไว้ด้วยยอดฝีมือมุ่งหน้ามาทางเมืองจูเซียนตรงมายังสวนตระกูลเนี่ยที่หวังเค่อยืนอยู่

            “ศิษย์พรรคอีกาทอง? ศิษย์พรรคอีกาทอง?” มารร้ายอุทาน

            “มีกับดักจริงๆ ด้วย?” มารอีกตนหนึ่งร่ำร้อง

            “พวกเราติดกับแล้วพวกเราติดกับแล้ว จูเยี่ยน เจ้ากล้าหลอกลวงพวกเรา!” มารอีกตนหนึ่งโวยวาย

            ฝูงมารพลันจ้องไปยังจูเยี่ยนเป็นตาเดียวไอ้ตัวโสโครก กล้าหลอกลวงพวกข้ามาสังเวย?

            “ได้ยังไง? เป็นไปได้ยังไง?” จูเยี่ยนเบิ่งตาแทบฉีกขาด

            “ไม่ใช่จูเยี่ยนทำร้ายเรามันเข้าสู่วิถีมารแล้ว ฝ่ายธรรมะไม่มีทางร่วมมือกับมัน!” มารตนหนึ่งที่เข้าใจเรื่องราวรีบช่วยจูเยี่ยนแก้ต่าง

            “ถูกต้อง ถูกต้องข้าเองก็เป็นมาร จะไปรวมหัวกับพวกฝ่ายธรรมะได้ยังไง? หวังเค่อมันโกหก!” จูเยี่ยนตะโกน

            “หือ?” ทุกคนมองไปทางหวังเค่อ

            เมื่อเรื่องโกหกหลอกลวงของตัวเองถูกจับโป๊ะได้จะทำยังไง? แน่นอนก็ขึ้นโป๊ะใหม่อีกครั้งน่ะสิ!

            “เฮอะ ใช่แล้วจูเยี่ยนไม่รู้เรื่องข้าและศิษย์พี่วางกับดักพวกเจ้าไว้ที่เมืองจูเซียนเพราะมันไม่รู้ ถึงได้สามารถหลอกลวงพวกเจ้ามาถึงที่นี่ได้!ถึงได้หลอกลวงพวกเจ้าเข้ามาในกับดักได้ยังไงล่ะ? ฮ่าฮ่าฮ่าจูเยี่ยน ขอบคุณเจ้ามาก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

            จูเยี่ยน “…!”

            เหล่ามาร “…!”

            เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วจูเยี่ยนตัวมันเองก็ถูกหลอกมาเหมือนกัน มันเองก็ไม่รู้เรื่องดังนั้นพาพวกเราเข้าสู่กับดักฝ่ายธรรมะ? พวกเราโทษว่าจูเยี่ยนไม่ได้ต้องโทษที่ฝ่ายธรรมมะชั่วร้ายมากเล่ห์ต่างหาก! พวกมันอ่อยเหยื่อเพื่อล่อแมลง!

            “เจ้าพวกมารร้าย พวกเจ้าล้วงคอรอรับความตายได้เลยรู้หรือไม่? ข้าและศิษย์พี่เพื่อฆ่าพวกเจ้าต้องตระเตรียมการมานานแค่ไหนรวบรวมศาสตราวุธวิเศษไว้มากมายปานใด ขอเพียงเจ้าชักช้าเพียงนิดพวกเจ้าทั้งหมดจะต้องชดใช้กรรมในวันนี้ ฆ่าประหารหมดไม่มีละเว้น!” หวังเค่อตวาดลั่น

            มารร้ายสีหน้าถมึงทึงพวกมันไม่ทันใคร่ครวญให้ดีว่าหวังเค่อจะเผย “ไพ่ตาย” ออกมาทำไมจะบอกแผนการของฝ่ายธรรมะมาเพื่ออะไร?

            บอกออกมาสิยิ่งดีพวกเรารู้ว่าพวกมันเตรียมการพรักพร้อม พวกเรายิ่งไม่ประมาท ไม่สิเพิ่มความระมัดระวังไปก็เปล่าประโยชน์ ต้องเปลี่ยนจากรับเป็นรุก โจมตีก่อนได้เปรียบหากรอจนพวกมันออกปาก คงลงมือประหารฆ่าหมดไม่ละเว้น? ไม่ได้การ พวกเราต้องลงมือก่อน!

            “สหายไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกับพวกมัน ฆ่าให้หมด!” มารตนหนึ่งตะโกนลั่น

            “ใช่!” ทั้งกลุ่มขานรับ

            ทันใดนั้นกลุ่มมารปลดปล่อยไอมารออกมาตลบอบอวล ปราณมารแผ่พุ่งรอบทิศสายตาจดจ้องกระเรียนมงกุฎแดงที่โบยบินบนฟ้า ยกกระบี่ชี้ขึ้น

            ศิษย์พรรคอีกาทองคำที่ไม่อาจจับตัวจางเจิ้งเต้าได้ล้วนอารมณ์เสียขณะเดียวกัน มันก็คิดว่าหวังเค่อคงไม่ได้หนีไปไหนไกล ดังนั้นเสาะหาทุกทิศทางเรียกได้ว่ากระเรียนเหล่านี้ต่างเปิดเรดาห์เต็มกำลัง ทันทีที่พบเห็นก็จะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาไปได้

            จวบกระทั่งเห็นประกายแสงหลากสีสาดกระจายทั่วท้องฟ้าภาพเหตุการณ์เดิมก็หวนคืนสู่ห้วงสมองของจางเสินซวี

            มันเคยเห็นลำแสงมหาพิธีมาแล้วสองครั้งและทั้งสองครั้งก็มาจากหวังเค่อ นี่คือครั้งที่สาม? ใช่หวังเค่ออีกหรือไม่?

            “ศิษย์พี่ เจอแล้ว มาเร็วศิษย์พี่ มาเร็ววววววววววววววว!” เสียงศิษย์น้องดังแว่วมาแต่ไกล

            “มา ฮ่าฮ่าฮ่า ไปกันเร็วพวกเราขยี้มันให้แหลก” จางเสินซวีตะโกนด้วยตื่นเต้น

            “ขอรับ!”

            เสียงขานรับจากทั่วทิศ นกกระเรียนทุกตัวพุ่งไปยังเมืองจูเซียน

            จางเสินซวีที่กลางหาวมองเห็นหวังเค่อในที่สุด

            “เป็นหวังเค่อจริงๆ?” จางเสินซวีจ้องตาไม่กะพริบ

            เนื่องเพราะการประชุมก่อนหน้านี้หวังเค่อใส่ชุดดำเสแสร้งไว้อาลัยต่อการสูญเสียของตระกูลหวังชุดดำของมันกลมกลืนไปกับกลุ่มมารชุดดำที่ด้านล่าง ชั่วขณะนั้นดูเหมือนทั้งหมดล้วนเป็นพวกเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือกัน

            หวังเค่อมันพาพวกชุดดำมาด้วย?

            แต่ไฉนองค์หญิงโยวเยว่กลับอยู่ที่นี่? นั่นไม่สำคัญที่สำคัญคือเจ้าหวังเค่อมันบังอาจตระเตรียมคนไว้เพื่อรอต้อนรับข้า? บังอาจเกินไปแล้ว! หาที่ตาย!

            จางเวินซวีนำขบวนศิษย์แล่นสู่เมืองจูเซียนทันใดนั้น “พรรคพวก” ของหวังเค่อพลันปล่อยไอมารออกมาเต็มพิกัด

            “ไอมาร? พวกมาร? หวังเค่อไปสุมหัวกับพวกมันได้ยังไง?”จางเสินซวีประหลาดใจ

            หวังเค่อคือศิษย์ของเฉินเทียนหยวนเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยไอมารออกมา แต่พรรคพวกของมันกลับเป็นพวกมารร้าย? ทั้งหมดยังชี้กระบี่มาที่พวกมัน?เจ้าถึงกับไปเสาะหามารมาเพื่อช่วยจัดการข้า?

            หวังเค่อ อา หวังเค่อรวมหัวกับพวกมาร ไม่มีใครช่วยเจ้าได้อีกแล้ว! จางเสินซวีเผยสีหน้าชั่วร้าย

            นกกระเรียนพุ่งไปเบื้องหน้าในพริบตาจางเวินซวีตระเตรียมหยามเหยียดอัปยศหวังเค่อ แต่หวังเค่อกลับเคลื่อนไหวก่อน

            “ไม่ต้องพูดพล่ามไร้สาระฆ่าพวกมัน ฆ่าพวกมันซะ! อย่าให้เหลือรอด! ฆ่าให้เหี้ยน!” หวังเค่อลั่น

            มารร้ายทั้งหลายคิดว่าหวังเค่อกำลังตะโกนบอกต่อ“ศิษย์พี่” ของมัน ส่วนพวกของจางเสินซวีก็คิดว่าหวังเค่อกำลังตะโกนบอกต่อ“พรรคพวก” เช่นกัน

            ฆ่าคนปิดปาก? ฝันไปเถอะ!

            “ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!” 

            ชาวบ้านทั้งหลายหลบลี้หนีห่างพวกมันลอบมองออกมาจากที่ห่างไกล สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยความริษยา

            “ประมุขหวังน่าทึ่งจริงๆ เข้าสำนักเซียนไม่กี่วันถึงกับรุ่งโรจน์โชติช่วงแม้แต่ศิษย์ดวงธาตุทองคำจากสำนักเซียนก็สามารถออกคำสั่งได้ตามใจ? ร้ายกาจ ร้ายกาจ!”

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน