กังหลงมิกล่าวตอบโต้อันใด เพียงเกร็งลมปราณหมุนวนด้วยความรวดเร็ว ใช้ออกด้วยท่าเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยเป็นคำรบที่สาม ครานี้แยกร่างเงาออกเป็นสี่ร่าง พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม จนเอาร่างหายวูบไปแล้วมาปรากฎรอบกายเฉินลี่ในสี่ทิศทางเงื้อหมัดแล้วต่อยออกไปเต็มแรง
"วูบบบบ..!!"
"ฟ้าววว..!!"
""นั่น..!!..เจ้าหนุ่มตระกูลกังครานี้แยกร่างออกมาถึงสี่ร่าง ..โอ้..!! ..ช่างเคลื่อนไหวรวดเร็วนักเหมือนกับหายตัวไปปรากฎตรงหน้าเจ้าเฉินลี่มิผิด..!!
"อาาา..!!...เจ้าหนุ่มกังหลงโจมตีด้วยหมัดอีกแล้ว ..ครานี้จะได้ผลรึไม่..?"
ผูุ้ชมด้านนอกเวทีประลองต่างส่งเสียงอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นกังหลงสามารถแยกร่างเพิ่มขึ้นมาเป็นสี่ร่างและพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง แม้แต่เยี่ยนฟางก็ยังฉงนกล่าวด้วยความกังวล
"พี่กังหลงจะทำอะไรกันแน่..ครานี้แยกร่างออกมาถึงสี่ร่างแล้ว แต่ยังโจมตีด้วยหมัดเช่นเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้การโจมตีด้วยหมัดธรรมดามิได้เกิดผลอันใดแม้แต่น้อย..!!"
"เปรี้ยง..เปรี้ยง..เปรี้ยง..เปรี้ยง..!!"
"ปึ๋ง..ปึ๋ง..ปึ๋ง..ปึ๋ง..!!"
เสียงต่อยและเสียงสะท้อนกลับดังเกือบพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังเป็นเช่นเดิม เมื่อเฉินลี่โดนโจมตี โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลได้ห่อหุ้มปกป้องร่างกายไว้พร้อมกับปล่อยเปลวเพลิงออกมาดูดพลังและดีดสะท้อนร่างของผู้โจมตี ร่างทั้งสี่ที่พุ่งเข้าโจมตีถูกต้านทานสะท้อนกระเด็นย้อนกลับ ร่างจำแลงสามร่างได้เลือนหายไปหมดสิ้นคงเหลือแค่เพียงร่างจริงเท่านั้น เมื่อผลที่ออกมายังเป็นเช่นเดิม เสียงหัวร่อของเฉินลี่ยิ่งดังลั่นออกมามากกว่าเดิม
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!"
"เปล่าประโยชน์..เจ้าดิ้นรนไปก็แค่นั้น..เจ้ายอมแพ้เสียเถอะเจ้าม้ามืด..ก่อนที่เจ้าจะสิ้นเรี่ยวแรงและอเนจอนาถไปกว่านี้ "
สิ้นเสียงของเฉินลี่ ผู้คนรอบข้างที่เฝ้ามองเหตุการณ์ต่างส่ายหน้าต่อการกระทำของกังหลงและวิพากวิจารณ์ เพราะเห็นกังหลงยังดันทุรังโจมตีแบบเดิมมิเปลี่ยนแปลงแม้จะสร้างความประหลาดใจที่สามารถสร้างร่างเงาเพิ่มขึ้นมาได้ แต่ผลการโจมตีที่ออกมายังคงเป็นเช่นเดิม เฉินลี่มิได้รับอันตรายใด ๆ แม้แต่น้อยแถมยังกลับมีพลังที่กล้าแข็งขึ้นเพราะการดูดซับพลังของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลที่มีความพิสดารสามารถดูดซับพลังปราณพลังโจมตีของคู่ต่อสู้มาเพิ่มให้แก่ตนเองได้
เพียงคุณสมบัติการป้องกันที่เลิศล้ำของโล่ห์และยังมีความสามารถด้านคอยดูซับพลังจากคู่ต่อสู้มาเพิ่มพลังให้แก่ผู้ใช้อีก อาวุธระดับราชนย์ชิ้นนี้จึงต่างเป็นที่อิจฉาเลื่อมใสและสร้างความโลภอยากครอบครองให้ผู้คนมิทราบมากมายเท่าใด หากผู้ใดมีไว้ครอบครองก็ดุจดังพยัฆค์ติดปีกที่ผู้คนยากจะต่อกร ยิ่งผู้ใช้มีพลังที่กล้าแข็งยิ่งต่อสู้ยาวนานพลังของผู้ใช้ยิ่งเพิ่มพูน..โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล..นี่นับเป็นอาวุธที่สร้างความลุ่มหลงอย่างบ้าคลั่งให้นักสู้ทุกคนอย่างมิต้องสงสัย
"เจ้าหนุ่มกังหลงคิดทำอะไรกันแน่ แม้จะสร้างร่างเงาเพิ่มขึ้นมา แต่ยังคงต่อยตีเช่นเดิมทั้งที่รู้ว่าทำอันใดมิได้ ดูเหมือนคนโง่มิมีผิด..!!"
"หรือเจ้าหนุ่มคนนี้มิมีกระบวนท่าโจมตีอย่างอื่นแล้ว แต่เอ๊ะ..!! ก่อนหน้านี้เจ้าหนุ่มนี่เคยใช้ดาบประหลาดด้วยนี่นา แต่เหตุไฉนครานี้ถึงได้ละทิ้งไปหล่ะ"
"ถ้ายังคงต่อสู้เช่นนี้ก็คงต้องสิ้นเรี่ยวแรงพ่ายแพ้ไปอย่างมิต้องสงสัย ดูเจ้าเด็กตระกูลลี่สิยิ่งต่อสู้พลังยิ่งกล้าแข็งขึ้น ดูเหมือนตอนนี้ระดับพลังจะสูงกว่าระดับปราณครึ่งขั้นสู่ราชันย์ขั้นต้นไปแล้ว ดูท่าเจ้าหนูตระกูลลี่คนนี้ไม่ธรรมดาเลย หากเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับเจ้าหนูจากตระกูลฉานแม้ตัวเองจะมีระดับพลังที่ต่ำกว่าขั้นหนึ่ง แต่อาศัยอาวุธพิศดารโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลหากต่อสู้นานไปคนที่ย่ำแย่คงจะต้องเป็นเจ้าหนูจากตระกูลฉานอย่างแน่นอน.."
"เจ้าหนูตระกูลกังคิดจะทำอะไรกันแน่ ลูกหงษ์คิดว่าครานี้เจ้าหนูนี่จะเอาชนะเจ้าหนูจากตระกูลได้รึไม่ ?"
ผู้นำตระกูลราชวงศ์กล่าวถามบุตรีเมื่อเห็นการกระทำของเฟนเทียนยังเป็นเช่นเดิม ผลการต่อสู้ก็เห็นจะมิมีเปรียบอันใดแม้แต่น้อย หงษ์เหลี่ยนนั่งเอามือเท้าคางผมยาวสยายสวยงามดุจแพรไหมเพิ่งพิศดูภาพชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยท่าทางน่าหลงไหล เมื่อได้ยินผู้เป็นบิดากล่าวถาม สายตาสวยใสดุจประกายเพชรชวนฝันกระพริบคราหนึ่ง ขนตางอนงามรับกับดวงตากลมเปี่ยมเสน่ห์ หากชายใดได้สบเพียงครั้งกับดวงตาเปี่ยมมนต์เสน่ห์นี้คงประทับตรึงตราในใจมิอาจลืมเลือนได้ นางเพียงกล่าวเบา ๆ
"ด้วยความสามารถที่ลูกได้พบเจอกับเขามา การที่เขาจะพ่ายแพ้ให้กับเฉินลี่ คงมิมีทางจะเป็นไปได้ ที่เป็นเช่นนี้ลูกคิดว่าเขาคงต้องการจะพิสูจน์อะไรสักอย่างถึงได้โจมตีธรรมดาซ้ำ ๆ กันแบบนี้.."
สายตาสงสัยของผู้นำตระกูลเพ่งมองบุตรสาวที่กล่าวเหมือนเชื่อมั่นในตัวบุรุษหนุ้มผู้นี้และสายที่แสดงออกมายามกล่าวถึงบุรุษหนุ่ม ด้วยประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านโลกมาเช่นเขาย่อมมองปฏิกริยานี้ออก จึงเริ่มให้ความสนใจและให้ความสำคัญในตัวของกังหลงมากกว่าก่อนหน้านี้ ...สามสาวและกลุ่มของผู้คนจากตระกูลกังก็เริ่มพูดคุยถึงการต่อสู้ของกังหลงเช่นกัน
"เจ้าขยะ...เอ่อ..เจ้ากังหลงมันกำลังทำอะไรของมัน สู้แบบนี้ไม่นานเดี๋ยวก็สิ้นเรี่ยวแรงตายแน่..!!"
"เจ้าเบื๊อก..!!..เจ้าไม่สังเกตุสีหน้าของเจ้ากังหลงรึ มิเห็นมีอาการเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนล้าลงแม้แต่น้อย ตอนนี้เจ้ากังหลงมิใช่ข้ากับเจ้าจะไปเทียบได้ เจ้าหมอนี่มิทราบมีอะไรที่ปิดบังไว้อีกมากมายเท่าไร เจ้าดูสิ่งที่เจ้านั้นแสดงออกมาหลังจากที่มันจากไปแล้วกลับมาตอนการคัดเลือกผู้นำตระกูลสิ..หึ..หึ..คอยดูเถอะ..ข้าว่าเดี๋ยวไม่นานจะต้องมีสิ่งที่น่าตื่นตกใจออกมาอีก..!!"
ผู้คนจากตระกูลกังเมื่อได้ยินบุรุษหนุ่มสองคนพูดคุยกันจึงต่างพยักหน้า หวนคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่กังหลงเริ่มสำแดงพลังฝีมือตอนงานคัดเลือกผู้นำตระกูล การกำจัดนักฆ่าคู่โหดผู้โด่งดัง การที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมโอสถ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกินจากความคาดคิดของพวกตนทั้งสิ้น..!!
"ดูท่า..คุณชายกังหลงสนใจในความพิเศษของอาวุธระดับราชันย์ชิ้นนี้เข้าแล้ว ตอนนี้คุณชายคงพอจะทราบอะไรมาบ้างแล้วกระมัง จากการพุ่งเข้าโจมตีแบบเดิม ๆ ถึงสามครา..!!"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวออกมากับอีกสองสาวข้างกาย นางจ้องมองร่างซึ่งบัดนี้ที่สงบนิ่งยืนอย่างสง่างาม ท่าทางทรนงคล้ายมิมีสิ่งใดน่าหวั่นเกรงต่อสายตาของชายหนุ่มผู้นี้อีกแล้ว ใบหน้าอันหล่อเหล่าแม้จะดูกร้านคล้ำไปกว่าเดิมเล็กน้อยรับกับรูปหน้า คิ้วหนาโก่งดุจคันธนู สายตาสดใสคมกริบเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจอบอุ่น นั่นยิ่งเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดอันน่าหลงไหลให้กับสตรีที่ได้เมียงมอง นางปรายตาสังเกตุมองไปยังหยางเสี่ยวเอ๋อร์ เยี่ยนฟาง และสตรีอีกนางหนึ่งที่อยู่ยังฝั่งตรงข้ามของเวทียังตำแหน่งของตระกูลราชวงศ์ บัดนี้สายตาของสตรีทั้งสามล้วนถูกตรึงไว้ด้วยร่างของบุรุษหนุ่มกลางเวทีดุจดังต้องมนต์สะกด จึงถอนใจออกมาเบา ๆ จนแทบจะได้ยินเพียงจนผู้เดียว
"เฮ้อ.!!......."
ท่วงท่าสิ่งที่กังหลงแสดงออกนี้กังหลงมิทราบว่า ทั้งความแข็งแกร่งบุคลิกหน้าตาท่าทางเหล่านี้ได้สร้างความประทับใจลุ่มหลงงมงายให้แก่สตรีมากมายปานใด ส่วนความเข้มแข็งทรนงนั้นมิทราบจะสร้างความประทับใจเป็นแบบอย่างให้บุรุษผู้นิยมในผู้กล้ามากมายปานใดเช่นกัน