ตอนที่ 33: ภารกิจเร่งด่วน
เสียงฆ้องศึกดังกึกก้อง ในศูนย์บัญชาการ เ้าสำนักทั้งสี่, ผู้สืบทอดหอคอยิญญายุทธ์, เ้าเมืองจากแต่ละทวีป และตัวแทนราชวงศ์ต่างลุกขึ้นยืนแทบพร้อมเพรียง ใบหน้าทุกคนเคร่งเครียด หลังได้รับข่าวจากหน่วยลาดตระเวนพิเศษว่า เมืองฝู่หลง ในทวีปตะวันตก กำลังตกอยู่ภายใต้การโจมตี จากคลื่นสัตว์อสูรและกองทัพปีศาจจำนวนมหาศาล
"ศึกนี้... ไม่ใช่แค่เื่ของทวีปตะวันตกอีกต่อไปแล้ว"
น้ำเสียงของขุนนางจากราชสำนักหนักแน่นพอจะทำให้ทั้งห้องเงียบลงทันตา
ณ.เมืองฝู่หลง เห็นซากปรักหักพังหลายแห่ง กองกำลังเสริมจากอาณาจักรเทียนหวังเมืองหลวงของทวีปตะวันตก ก็ได้มาถึงแล้ว
ทหารเฝ้าเมืองถูกสังหารไปกว่าครึ่ง ป้อมเวทบางจุดพังทลายั้แ่ชั่วโมงแรกของการจู่โจม
ประชาชนส่วนใหญ่อพยพเข้าเขตชั้นในหมดแล้ว ถึงมีการพยายามโจมตีทางอากาศ ก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลป้องกันได้
กำลังเสริมและหน่วยแพทย์ตั้งโรงเรือนพยาบาล พร้อมกับนำคนเจ็บมารักษา บางส่วนไปซ่อมค่ายกลป้องกัน
ฝ่ายสัตว์อสูรนิ่งล้อมอยู่นอกเมือง เหมือนกำลังรอโจมตีรอบต่อไป
ที่อาณาจักรไห่หลงทวีปตอนใต้ เมืองหลวงมหาราชวัง ราชสำนักต้องจัดประชุมฉุกเฉิน พร้อมส่งสารไปยังทุกทวีปเพื่อให้สำนักทั้งสี่, ภาคีโอสถ, หอิญญายุทธ์ สมาคมการค้า ทุกองค์กรได้รับรู้ข่าวสาร และเข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือ
ทั่วทวีป เสียงฆ้องศึกถูกตีขึ้นทุกหัวเมือง ปราสาทใหญ่ในเมืองหลวงต่างคึกคักด้วยการขนส่งอาวุธและเวทศาสตรา กลุ่มทหารและผู้ฝึกยุทธชั้นสูงถูกเกณฑ์เร่งด่วน หน่วยข่าวกรองใช้หยกผนึกเสียงติดต่อกันแทบไม่หยุด
ที่บ้านฤทธา…
“อาจารย์ปู่ ข้าจะวางใจได้อย่างไรล่ะขอรับ ถ้าอาจารย์ปู่อยู่ด้วยก็ยังดีกว่าปล่อยให้ชีต้าร์อยู่คนเดียว” ฤทธาอ้อนวอนอาจารย์ปู่
“เ้าหมายความว่าไง ข้ารู้ว่าอาจารย์ปู่เก่งกว่าข้า แต่เ้าพูดเหมือนไม่ไว้ใจข้าอย่างนั้นแหละ” ชีต้าร์ยืนกอดอกถามอย่างข้องใจ
“ท่านสองคนฟังข้าก่อนนะ สมมติว่าถ้าข้าเกิดเข้าตาจน แบบจวนตัวสุดๆ ข้าก็ยังเรียกชีต้าร์ไปได้ใช่มั้ยล่ะ” ฤทธาอธิบายเหตุผลให้ฟัง ทั้งสองพยักหน้าเริ่มเห็นด้วย
“ถ้าข้าไปด้วยก็จะวางใจถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดนะ” อาจารย์ปู่ก็ยังเป็ห่วงอยู่ดี
ฤทธาหันหลังไปทางหน้าต่าง ทำท่ายืนเอาสองแขนไพล่หลังเลียนแบบเ้าสำนัก แล้วพูดเสียงเข้มว่า
“ถ้าไม่ต้องเผชิญอุปสรรคอะไรเลย จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้เยี่ยงไร”
อาจารย์ปู่เห็นท่าทางของฤทธา ก็หัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นศิษย์หลานทำท่าเลียนแบบศิษย์ตัวเอง
“เอาล่ะๆ ข้าจะอยู่ช่วยดูที่นี่ให้ เ้าไปให้สบายใจเถอะ” ในที่สุดหวังเซียนก็ใจอ่อน
“ขอบคุณครับ งั้นข้าไปบอกพ่อ-แม่ข้าก่อนนะขอรับ” ฤทธาเจรจาสำเร็จรีบวิ่งไปหาพ่อกับแม่
“พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะ ข้าแค่ไปส่งของ รองเ้าสำนักก็ไปด้วย” ฤทธารีบอธิบายให้พ่อ-แม่ฟัง
“พ่อรู้ แต่ามันบอกอะไรล่วงหน้าไม่ได้หรอกนะ” เจิ้งเทียนพ่อผู้เคยอยู่ในเขตายังคงเป็กังวล
“ลูกจะต้องระวังตัวให้มาก ๆ นะ” เมิ่งเหยาผู้เป็แม่ท่าทางเป็ห่วงมาก
ฤทธารู้เหตุผลดี เขาเอาอุปกรณ์มาโชว์
“ข้ามีอุปกรณ์วิเศษมากมาย ใช้เวลาเดินทางสามถึงสี่วันกว่าจะถึงไปถึงาอาจจะจบแล้วก็ได้ครับ ข้าไม่อยากให้พวกท่านกังวลให้มากไป” ฤทธาปลอบใจทั้งคู่ ฤทธาเอาแหวนที่พ่อเคยมอบให้เขาคืนให้ผู้เป็พ่อ
“ท่านพ่อท่านแม่ ข้ารู้ว่าพวกท่านพอมีสมบัติเก่าอยู่บ้าง แต่ข้าก็ไม่อยากให้ประหยัดกันมากเกินไป ตอนนี้ข้าพอมีรายได้บ้างแล้ว อนาคตก็จะมีเพิ่มอีก พวกพ่อแม่ก็ซื้อของมาแต่งบ้านกันบ้างเถอะ ที่ข้าให้ไว้คงพอนะ” ฤทธาบอกแล้วยิ้มให้ทั้งสอง
พ่อลองดูของข้างในแหวนแล้วตะลึง เสร็จแล้วยื่นให้ผู้เป็แม่
“ไปหามาจากไหนมากมายเนี่ยลูก” ผู้เป็แม่ถาม
“ก็ขายของ,เดิมพันตอนแข่งอันดับ แล้วก็แข่งสี่สำนักที่ท่านแม่ไปดูนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงนะ ที่ข้าก็มีพอ ๆ กับที่ให้ไป” ฤทธาเอาแหวนอีกวงให้ดู
“คือพวกเรารวยกันแล้วใช่มั้ย ห๊ะแม่” พ่อถามแม่
“คงงั้นแหละ” เธอตอบสามี
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปซื้ออะไรกันดี”
ฤทธาเห็นบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายแล้วก็โล่งใจ
“ฤทธากลับมาที่สำนักด่วน” เสียงจากป้ายประจำตัวดังขึ้น
“ครับอาจารย์” ฤทธายกป้ายมาตอบกลับ
“ข้าต้องไปก่อนนะ” ฤทธาลาพ่อ-แม่แล้วรีบวิ่งออกไป
สำนักเย่วจีหนึ่งในหัวหอกฝ่ายแพทย์และวิศวกรรม ได้รับคำสั่งด่วนจากราชสำนัก
ภารกิจที่ 1: ส่ง หน่วยแพทย์โอสถ เดินทางด่วน เพื่อรักษาทหารและชาวบ้านที่าเ็
ภารกิจที่ 2: ขน อุปกรณ์ขนาดใหญ่ และเวทเครื่องกลซ่อมแซมกำแพงเมือง โดยต้องเดินทางด้วยเรือเหาะ เนื่องจากสิ่งของมีขนาดใหญ่เกินกว่าวงเวทเคลื่อนย้ายจะรับไหว
ภารกิจที่ 3: เตรียมผู้ใช้เวทค่ายกลระดับสูงคุ้มกันเส้นทาง และประสานงานภาคีอื่นๆ เพื่อซ่อมแซมเมือง
ฤทธาและสหาย ได้รับมอบหมายให้ติดตาม เรือเหาะคุ้มกันอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ทั้งหมดห้าลำ โดยมี รองเ้าสำนักหานเยว่ เป็ผู้นำภารกิจ
"อาจารย์หานเยว่ เ้าแห่งตึกดำ... แต่ดันชอบใส่ชุดขาว"
เสียงกระซิบของเหล่าศิษย์ดังมาเบา ๆ ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว
ทว่าการปรากฏตัวของเขา กลับทำให้ทุกคนเงียบได้ในพริบตา
ฤทธาได้นั่งเรือลำเดียวกับลำที่พาเขามาสำนักเย่วจี เมื่อสามปีก่อน มันเต็มไปด้วยความทรงจำ การกลับขึ้นมาอีกครั้งเหมือนเป็สัญลักษณ์ของการเติบโต จากเด็กอยากเป็จอมยุทธ จนจะได้เห็นสมรภูมิครั้งแรก
“การไปครั้งนี้ ข้าอยากให้พวกเ้าไปเห็นความโหดร้ายของา เพื่อจะได้เรียนรู้และเตรียมตัวให้พร้อมถ้าต้องเผชิญกับมัน” ไป๋ิเ้าสำนัก ยืนหันหลัง มองออกไปนอกหน้าต่าง บอกฤทธาศิษย์ของเขา
“ข้าเข้าใจดีครับท่านอาจารย์” ฤทธารับฟังคำสั่ง
“เ้าลองโจมตีมาที่ด้านหลังข้าสิ ไม่ต้องเกรงใจ” เขาบอกฤทธา
“ขอรับ” พูดเสร็จฤทธาก็พุ่งเข้าไปโจมตีที่หลังของเ้าสำนัก ทันใดนั้นโล่แสงก็ปรากฏขึ้นมาบังการโจมตีนั้น
“โล่แสงใช้แบบนี้ได้ด้วยหรือขอรับ” ฤทธาตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น
“เ้าลองไปฝึกดูนะ” เขาบอกศิษย์ตัวน้อย
ฤทธาลืมตาจากการนั่งสมาธิ เขากำลังคิดถึงสิ่งที่อาจารย์สอน ก่อนจะออกเดินทาง ตอนนี้เขาอยู่บนเรือเหาะขณะเดินทางไปเมืองฝู่หลง
“ตอนใช้โล่แสง ข้าแค่อยากป้องกัน จึงยกมือขึ้นมาแล้วเพ่งไปที่ธาตุแสง” เขาลองนึกทบทวนตอนเรียกโล่แสงออกมา แล้วเพ่งสมาธิไปที่พลังธาตุเหมือนตอนข้าปลูกต้นไม้ โล่ก็จะปรากฏ
พรึ่บ! โล่แสงปรากฏขึ้นมา
“ถ้าข้าลองใช้ที่เข่าล่ะ” เขาเก็บโล่แสงที่มือ แล้วเพ่งสมาธิไปที่เข่ารวมพลังธาตุ
พรึ่บ! โล่แสงปรากฏที่เข่า
“ฮ่าๆ อย่างนี้นี่เอง ข้าทำได้แล้ว” แล้วหลังจากนั้นฤทธาลองที่ด้านหลังบ้าง ก็ทำได้เช่นกัน
อาจ้านผู้ดูแลเรือเดินเข้ามาในโถงเรือพอดี
“ท่านอาจ้าน” ฤทธาเรียกพร้อมคารวะ
“เอ้าเ้าหนูฤทธา ว่าไงรึ?” เขาหันมาถามฤทธา “เราเดินทางกันกี่วันหรือขอรับ”
ฤทธาอยากรู้ เพราะเขาจะเตรียมนั่งบ่มเพาะ
“อีกสองวันก็ถึง” อาจ้านบอกพร้อมกับเดินเอาผลไม้มาวางไว้ให้
“ขอรับ พอดีข้าว่าจะฝึก จะได้คำนวณเวลาได้ถูก” ฤทธาพูดพร้อมนั่งสมาธิต่อ
“ขยันจริงๆ เด็กสมัยนี้” อาจ้านพูดพร้อมเดินออกจากโถงเรือไป
ฤทธาเข้าไปในทะเลจิติญญา มีอักขระเคล็ดวิชาิญญา์ลอยอยู่เหนือดอกบัว
“ทำไมข้าถึงยังฝึกเคล็ดนี้ไม่ได้นะ” ฤทธาสงสัย ไค่หยงก็ปรากฏตัวออกมาจากดอกบัว
“ข้าว่าเ้าต้องรอให้ระดับสูงกว่านี้ถึงฝึกได้” ไค่หยงออกความเห็น
“เคล็ดวิชาระดับ์ขนาดนี้ปรกติต้องระดับแปดขึ้นไปถึงฝึกได้ แต่เ้ามีกระดูกิญญานี่ จิติญญาเ้าก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่แน่เลื่อนระดับคราวหน้าอาจจะฝึกได้ก็ได้นะ” ไค่หยงคาดเดาจากประสบการณ์
“ขอรับ งั้นข้าลองไปดูเจดีย์ก่อนดีกว่า” แล้วฤทธาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“ข้าคงต้องหาที่เงียบ ๆ” ฤทธาออกจากโถงเรือไปด้านนอก เห็นเรโซ่กำลังคุยกับอาจารย์เกาอยู่
“อาจารย์ครับ ข้าพอใช้ห้องไหนได้บ้าง ข้าว่าจะนั่งบ่มเพาะสักหน่อย” ฤทธาถามอาจารย์เกา
“จะไม่พักสักหน่อยรึ ข้ากับอาจารย์กำลังคุยเื่ศิษย์พี่ที่อยู่เรือลำข้างหน้า” เรโซ่ถามเพื่อน
“พอดีข้ากำลังจะเลื่อนอีกขั้น เลยอยากให้เสร็จก่อนถึงเมืองฝู่หลงน่ะ” ฤทธาบอกเรโซ่
“ข้าใช้ห้องด้านในฝั่งซ้าย เ้าใช้ด้านในฝั่งขวาก็แล้วกัน” อาจารย์บอก
ฤทธาก็คารวะแล้วรีบเข้าไปทันที
“เ้านี่บ้าฝึกจริงๆ คงยังคิดเื่ยอนมินอยู่สินะ” เรโซ่ชื่นชมความขยันของเพื่อนและรู้ในใจของฤทธาคงคิดเหมือนเขา อาจารย์เกาก็พลอยยิ้มไปด้วย
เข้าห้องเสร็จ ฤทธาลองเรียกเจดีย์ออกมา
“หยดเืลงไปก่อนเลยอันดับแรก” เสียงไค่หยงดังขึ้นในใจของฤทธา ฤทธาทำตาม เสร็จแล้ว เจดีย์ก็ปรากฏในทะเลจิต เป็เจดีย์สีทองโปร่งแสง ตัวเขาก็เข้าไปด้านในเจดีย์ ในเจดีย์เป็ห้องโถงทรงแปดเหลี่ยม และได้พบกับอสุรกาย มหิงส์แดง ที่สูงเกือบสามเมตร รูปร่างคล้ายคนแต่มีหัวเป็กระทิง ิัสีแดงทั้งร่าง
“เ้ารึ ผู้เจดีย์คนต่อไป”
มหิงส์แดงตัวใหญ่ พูดกับฤทธา
“ท่านคือเ้าของเจดีย์นี่หรือขอรับ”
ฤทธาถามอย่างสงสัย
“หึ ถ้าใช่ก็คงดี ตอนนี้เ้าจำวิชาควบคุมเจดีย์ให้ได้ก่อน เลื่อนระดับแล้วค่อยมาสู้กับข้า”
มหิงส์แดงกล่าวเสร็จก็สะบัดมือ
มีอักษรมากมายวิ่งเข้ามาในหัว แล้วตัวฤทธาก็ถูกส่งออกมา…
สามวันผ่านไป กลุ่มเรือเหาะบินลัดข้ามูเาอันหนาวเหน็บและทุ่งหญ้ากว้างของทวีปตะวันตก ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เสียงหวีดของศรเวทพุ่งทะลุอากาศ
"ระวัง! ซุ่มโจมตีจากบนฟ้า!"
เสียงะเิดังสนั่นกลางอากาศ ค่ายกลบนเรือแตกกระจาย ขนนกสีดำตกเกลื่อนจากฝูงวิหคอสูรสายฟ้า และปีศาจอีกา ปีกดำที่ซ่อนตัวในม่านเมฆ ได้โจมตีเรือสามลำที่อยู่ด้านหน้า พวกมันมีราวๆ สิบสองตัว ในขณะที่ทุกคนกำลังป้องกันการโจมตี ทันใดนั้น ก็มีเสียงะเิ ตู้ม!!! มีการซุ่มโจมตีจากด้านล่าง เรือสองลำด้านหลัง ที่ไม่ทันตั้งตัวก็โดนเข้าอย่างจัง ระลอกแรกทำลายค่ายกลป้องกัน ระลอกสองเข้าตัวเรืออย่างจัง
การโจมตีรุนแรงมาก ค่ายกลป้องกันระดับสามเอาไม่อยู่ เป็ปรกติของเรือขนสินค้า ที่ไม่ได้ติดเครื่องป้องกันระดับสูง ไม่เหมือนกับพวกเรือรบ
ลำหนึ่งคือเรือขนข้าวสารอาหารแห้ง และอีกลำคือ เรือของฤทธา ถูกพลังทำลายกลางอากาศ ร่างของเขาพลัดตกลงไปพร้อมเปลวเพลิงที่เผาท้องฟ้าให้แดงฉาน
เสียงสุดท้ายที่ฤทธาได้ยินก่อนสติจะดับไป...
"ฤทธาาาาาา!!"
จบตอน.