งาน คล้ายวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ ทั่วหล้า มีการเฉลิมฉลอง ลี่หยาง ในอาภรณ์สีขาวมุก ที่หว่านหนิงตัดเย็บให้รูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลา จน หว่านหนิงอดชื่นชมไม่ได้คนอะไรจะหน้าตาดีได้ ปานนั้น แล้วเหตุใดถึงไร้ผู้คนรักใคร่ได้ปานนี้ การสวมผ้าใหม่ในวันมงคล องค์ชายยัง อยากปฏิบัติเหมือนคนทั่วไป แต่จนป่านนี้ยังไม่มีใคร ส่งข่าวให้ลี่หยางร่วมงานมงคลที่น่าจะเป็งานรื่นเริงสำหรับทุกคนในวังหลวง หวานหนิง กวาดใบไม้รวมกันตรงงานหน้าตำหนัก หยิบมันมาเผาแกะเปลือกส่งให้สามี อากาศยังคงหนาวเหน็บไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาคงจะรู้สึกเจ็บซ้ำ จนเกินจะกล่าวคำใด หว่านหนิง เองก็ไม่กล่าวคำใดให้ระคายหูเสียงแซ่ซ้องโห่ร้องจากงานเฉลิมฉลองดังแว่วมาแต่ไกลอิงไถกับกุ้ยอิงหอบอาหารจากงานเลี้ยงมาวางให้ทั้งสองคน
“จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อพวกเขา เฉลิมฉลองสนุกสนานแต่เราต้องเร้นกายกินของเหลือที่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหายไป”เขาไม่แตะอาหารเ่าั้ หว่านหนิงครุ่นคิดบางอย่าง ฮ่องเต้เป็ใหญ่ในแผ่นดินเื่ราวมากมายสามารถจัดการได้แต่เื่ภายในกับไม่สามารถรับมือ
เสี่ยวกู้ยืนนิ่งรับรู้ถึงความเศร้าหมองนั้น ใจเขาตอนนี้ ไม่เข้าใจฮองเฮาเหมือนกันว่าเหตุใดถึงได้ โดดเดี่ยวองค์ชายผู้แสนดีคนนี้ได้ลงคอ
เสียงเด็กทารกร้องลั่นในค่ำคืนมืดมิด สนมจินเฟย นอนไร้เรี่ยวแรงบนอกมีองค์ชายน้อยลี่หยางที่เพิ่งคลอด มือซีดขาวกอดรัดองคืชายน้อยอย่างทะนุถนอม
“ฝ่าาเร่งเดินทางคาดว่ารุ่งสางจึงจะถึงวังหลวง”เสียงของนางกำนัลข้างกายพูดขึ้น
“ไม่เป็ไรข้ากับองค์ชายน้อยปลอดภัยแล้ว” เพียงอึดใจนางกำนัลข้างกายก็ล้มลงกับพื้นหมดสติไปในทันที พระสนมจินเฟย ขยับตัวลุกขึ้นด้วยความใอุ้มองค์ชายน้อยลี่หยางแนบอก ร่างสูงชะลูดของมือสังหารในเงาสะท้อนของแสงเทียนก้าวเข้ามา ซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอก จนสนมจินเฟยสลบไสล ขันทีและนางกำนัลนอนไร้สติเกลื่อนกลาดทั่วตำหนัก เปลวเพลิงลุกโชติ่ ไหม้ลามเลียรวดเร็วจากห้องครัวกำลังจะไปถึงห้องบรรทม ที่เป็ที่ถือกำเนิดของลี่หยาง มือสังหารวิ่งกลับเข้าไปอุ้มเอาองค์ชายน้อยออกมาวางบนกระถางดอกไม้ ห่างออกมาจากตำหนักที่ถูกเปลวไฟลามเลียเผาไหม้ จนตำหนักใหญ่ทั้งหลังแดงฉานไปด้วยสีของเปลวเพลิง องครักษ์วิ่งกรูกันเข้ามาดับไฟ ลี่หยางร้องลั่น ฝานกงกงคุมทหารมาดับเพลิงอุ้มองคืชายน้อยขึ้นมา กอดประคององค์ชายน้อยไว้แนบกาย ดวงหน้าน้อยกลับ นิ่งสนิทหยุดร้องฉับพลัน
งานเฉลิมฉลอง เริ่มขึ้นเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด ไฟในงานมงคลถูกจุดสว่างไสว ผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญ
“ฝ่าา ไท่จือจัดการร่ายรำแบบชนเผ่า ที่คงความงดงามมาให้ได้ชม นับว่าสวยงามอย่างที่สุด”
“ดีดี ปีนี้ จัดงานได้ยิ่งใหญ่ไม่น้อย ว่าแต่ปีนี้ เ้าห้ากับชายาน่าจะเข้าร่วมงาน”ฮองเฮาเปลี่ยนสีหน้าเป็เรียบเฉย
“ฝ่าา้าเช่นนั้นหม่อมฉันให้คนตาม องค์ชายห้าแต่เกรงว่าเขาจะมาชักสีหน้าบึ้งตึงในงานมงคลจน ทำให้งานสนุกรื่นเริงกลายเป็งานทุกขืตรมได้ไม่ยากในเมื่อเขาไม่เต้มใจที่จะมาถวายพระพรฝ่าาจะบีบบังคับเขาทำไม”ฮ่องเต้ถอนใจยาวไม่ต่อความ หันไปกระซิบฝานกงกง
เื่เสวยในงานเลี้ยง มากมายถูกลำเลียงมายังตำหนักร้อยดาว ฝานกงกงเดินนำหน้า ประสานมือคารวะ ลี่หยาง
“องค์ชาย ท่านสง่างามในวันมงคลเช่นนี้ไม่น้อยเหตุใดไม่ไปร่วมอวยพรให้กับฝ่าา”
“ฝ่าามีผู้อวยพรมากมาย ลี่หยางเพียงแค่คนผู้หนึ่งที่ไร้โชค”หว่านหนิงกลืนน้ำลายลงคอ
“เครื่องเสวยมากมายฝ่าาประทานให้ท่าน”
“หลายปี ไม่เคยมีสิ่งใดประทานให้ในวันมงคล”ฝานกงกงเหลือบตามองอาหารที่อิงไถกับกุ้ยอิงนำมาวาง ด้วยความหดหู๋
“ฝ่าาทรงเกรงว่าพระชายา จะซูบผอมจึงได้ประทานของเหล่านี้มาให้กับพระชายา”หว่านหนิงย่อตัวลงขอบคุณฝานกงกง
“กงกง ลำบากท่านแล้ว องค์ชายห้ามักคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวในค่ำคืนมงคลมาหลายปี วันนี้มีหว่านหนิงมาอยู่เป็เพื่อนจึงรู้สึกไม่คุ้นเคยอาจ ทำให้อารมณ์ไม่สู้ดีนัก”
“อีกสักครู่จะมีการจุดพลุเฉลิมฉลอง พระชายากับองค์ชาย มองดูพลุจากที่ไกลๆ เช่นนี้สวยไม่น้อย ฝานกงกงไม่กวนแล้ว ทูลลา”ลี่หยางนั่งลงด้วยความรู้สึกหลากหลายย้อนแย้งในตัวเองมองเครื่องเสวยที่มีแต่ของดีๆ ด้วยสายตาสับสน
เสียงจุดพลุในงานดังสนั่น แสงสว่างวาบก่อนที่จะเป็สีต่างๆ สวยงาม
หว่านหนิงยิ้ม ชี้ชวนให้ลี่หยางมองพลุที่ส่องแสงสีบนฟากฟ้า อิงไถ เสี่ยวกู้กับกุ้ยอิง นำกระบอกไม้ไผ่ลำใหญ่มหึมาถึงกับต้องช่วยกันหาม ออกมาจากตำหนักร้อยดาวลี่หยางขมวดคิ้ว พุลในงานที่ลานหน้าพระราชวังเงียบเสียงลงแล้ว ท้องฟ้ากลับมามืดดำเหมือนเคย
หว่านหนิงตั้ง กระบอกไม้ไผ่กับพื้นดินผูกติดกับต้นไม้ เสี่ยวกู้ส่งคบไฟให้ลี่หยาง
“หว่านนิงมอบมันให้องค์ชาย จุดมันด้วยมือขององค์ชายเถิด”ลี่หยางเก้เก้กังกัง หว่านหนิง เอื้อมมือโอบกอดกุมมือที่ถือคบไฟไว้เลื่อนไปจ่อที่สายชนวน เปลวไฟ ลามเลียสายชนวนจนหายเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่อึดใจเดียวเสียงวี๊ดดังลั่น แสงไฟพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้ากว้าง เสียงะเิกัมปนาทอยู่บนฟ้ามืดดำ ที่บัดนี้กลับกลายเป็สว่างไสวกลายเป็คำอวยพร
…..“มีความสุขดั่งทะเลตะวันออก
อายุยืนดั่งูเาทางใต้” ……..
ที่มองเห็นไกลนับสิบลี้ ฮ่องเต้ และผู้คนในงานล้วนตะลึงมองอักษรจากพลุดอกไม้ไฟที่ แม้แต่คนตาบอดก็รู้ว่าถูกจุดจากตำหนักร้อยดาว