“บุญรอด ดูทรงแล้วเองคงไม่น่ารอดนะ”
เสียงหลวงตาแปะที่กำลังกวาดลานวัดอยู่เอ่ยขึ้นกับหนุ่มผมทรงโมฮ๊อคซึ่งกำลังใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการแต่งกิ่งต้นมะม่วงภายในวัดอยู่
“หลวงตา บอกแล้วไงครับว่าอย่าเรียกชื่อนั้น ตอนนี้ผมมีชื่อใหม่แล้ว”
“เหอะ!.. ชื่อบ้าชื่อบออะไรของเองไอ้บุญรอด”
เสียงของเ้าอาวาสวัดดังขึ้นในขณะยืนมองชายหนุ่มอยู่ด้านล่าง
“ข้าไม่ให้เองชื่อถุงแตกก็ดีเท่าไหร่แล้ว ต้องให้เล่าประวัติมั้ยว่าทำไม”
“ถุงแตก... สาบานนะครับว่านั้นชื่อคน”
“รีบๆตัดให้มันเสร็จๆแล้วไปอาบน้ำอาบท่าซะ ข้ามีที่ต้องไปอีกนะเว้ย!”
“โถ่หลวงลุง จะรีบไปไหนกันงานศพมันไม่หนีหรอกตาป๊อกแกโดนปังตอเมียตายไปแล้ว ไม่ลุกขึ้นมาวิ่งหนีเมียอีกแน่ ดูหลวงตาดมสิไม่เห็นจะรีบเลย”
แค๊ก แค๊ก แค๊ก
เสียงไม้กวาดทางมะพร้ามถูกกระหน่ำใส่พื้นอย่างเร่งรีบสวนกับคำพูดของชายหนุ่มทันที ฟุ่นควันจากการกวาดคุ้งไปทั่วจนแทบมองอะไรไม่เห็นเลยก็ว่าได้
เวลามาถึงชั่วค่ำซึ่งเป็เวลาที่นัดหมาย บุญรอด หรือชื่อใหม่ที่เขาตั้งให้ตัวเองคือ มอสขับรถกระบ่ะคันเก่าๆพาพระจากวัดที่ตนอาศัยอยู่จำนวน 4รูปมายังบ้านซึ่งมีงานศพของอดีตเ้าของบ้านฝั่งชายที่ตายเพราะปังตอเมียอยู่
ภายในงานเสียงสวดมนต์งานศพดังอยู่เรื่อยๆในขณะที่มอสเองก็กำลังนั่งฟังและเล่นมือถือของตนไปด้วย ในขณะนั้นเองจู่ๆก็มีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นและแน่นอนว่าไม่ใช่แค่มอสเท่านั้นที่รู้สึก แม้แต่คนในงานเองก็ยังรู้สึกถึงขนาดที่พระยังต้องหยุดสวดชั่วคราว
“เมื่อกี้มันอะไรกัน”
ตึง!
“หลวงพ่อ!!”
ตึง!!
“หลวงลุง!!”
โครมม!!
“เฮ้ย! หลวงตาแปะหงายท้อง!!”
เสียงของคนภายในงานะโลั่นหลังพระทั้งหมดต่างพากันหงายท้องลงไปอย่างไร้สาเหตุ ทำเอาทั้งงานวุ่นอย่างหนักต้องพากันห้ามทั้งสี่ออกมา
“ไอ้ถุงแตก! พาหลวงพ่อกับหลวงตาไปหาหมอหน่อย!”
“เฮ้ยใครเรียกชื่ออุบาทนั้นฟร๊ะ! อร๊ากก หลวงลุง! พลวงตา!! ไหงนอนนิ่งเป็ไอติมแบบนั้นล่ะท่าน!!”
ในขณะที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหา จู่ๆมอสก็รู้สึกวูบไปชั่วขณะและทุกๆอย่างในสายตาของเขามันก็เริ่มช้าลงก่อนที่เขาจะหมดสติไปในทันที
“อ่าวไอ้เวร! ให้พาหลวงพ่อกับหลวงตาไปหาหมอ มาหลับใส่ดื้อๆเลย! เฮ้ย! ไอ้ถุงแตก!!”
เพียงแค่ไม่กี่นาทีต่อมา ผู้คนบนโลกต่างพากันหมดสติไปอย่างไม่มีเหตุผล บางคนที่ยังพอมีสติต่างแตกตื่นใและพยายามช่วยเหลือผู้คนจำนวนมาก
โดยที่ไม่รู้ตัวกันเลยว่าเหนือหัวของพวกเขา เหนือชั้นบรรยากาศของโลกขึ้นไปเกือบจะทั่วทุกทิศดาวเทียมของกลุ่มคนปริศนากำลังยิงคลื่นประหลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง
เช้าวันรุ่งขึ้น
อึก..
เสียงของมอสที่เริ่มได้สติหลังหลับไปทั้งคืน เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนั้นนอนอยู่ในห้องพัปผู้ป่วยโดยเตียงข้างๆเขานั้นคือเหล่าหลวงลุงและหลวงตา
“หลวงลุง!”
พอจะลุกออกจากเตียงมอสก็พบว่าไม่ใช่แค่พวกเขาที่นอนอยู่ แต่มีคนอีกจำนวนมากที่ค่อยๆลืมตาตื่นขึนมาด้วยอาการมึนงงสงสัย มอสฃ๊อคกับเหตุการณ์ที่กำลังปรากฏอยู่ในตอนนี้เป็อย่างมาก
[ทางรัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินหลังเกิดเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกหมดสติไปอย่างไม่มีสาเหตุ ในตอนนี้ยังไม่มีใครให้คำตอบอะไรได้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว]
[รัฐบาลหลายประเทศเริ่มใช้คำสั่ง แต่ละประเทศในตอนนี้กำลังวุ่นวายเป็อย่างหนัก]
[ต้องเป็ฝีมือของอเมริกาแน่ๆ!]
[รัซเซียคือผู้อยู่เื้ัในเื่นี้!]
เสียงของข่าวจากทีวีดังอยู่เรื่อยๆในขณะที่มอสกำลังนั่งป้อนข้าวต้มให้กับหลวงตาแปะที่นอนดูข่าวอยู่บนเตียง ในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีใครเป็อะไรมาก
“เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อยู่ๆข้าก็รู้สึกง่วงขึ้นมากะทันหัน”
“เหมือนกันเลย”
เสียงของหลวงตาแปะกับหลวงตาจันทร์คุยกันก่อนจะหันไปทางเ้าอาวาสของตน
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไอ้ถุงแตกเองก็หลับไปเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“หลวงลุง บอกแล้วไงว่าให้เรียกมอสๆ บุญรอดก็ได้ชั่วโมงนี้ อย่าเรียกชื่อนั้นได้มั้ย”
“ทำไม! ชื่อถุงแตกมันไม่ได้ตรงไหนวะ!! ดีด้วยซ้ำไม่มีใครตั้งได้ไม่โหลแถมจำง่าย!”
แปะ...
มอสได้แต่ตบหน้าผากตัวเองเบาๆ
“ว่าแต่เองไม่เป็อะไรนะไอ้บุญรอด”
หลวงตาแปะหันมาถามมอส อีกฝ่ายพยักหน้าตอบกลับก่อนจะก้มมองมือตัวเอง ความรู้สึกประหลาดก่อนที่เขาจะหลับไปยังจะได้อยู่เลย มันเย็นและชาไปทั้งตัวแต่แค่ชั่วครู่เท่านั้น
[ข่าวด่วน ตอนนี้เกิดเหตุประหลาดขึ้นอีกแล้วค่ะ]
เสียงจากทีวีเรียกความสนใจของคนในห้องทันที สิ่งที่ปรากฏในทีวีคือกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อเอามากๆ
[เขาปล่อยไฟออกจากมือได้!!]
[ผู้หญิงคนนั้นเร็วมาก!]
มอสได้แต่มองอย่างตรึงกับสิ่งที่เห็น คนธรรมดาๆที่จู่ๆก็สามารถใช้พลังได้ แต่ดูเหมือนว่าแต่ละคนจะมีพลังที่ไม่เหมือนกันเลยซะทีเดียว
[ตอนนี้ในหลายๆประเทศดูเหมือนจะมีมนุษย์ที่มีพลังพิเศษปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆ]
[เกิดเหตุรุนแรงในหลายประเทศ ตำรวจและทหารกำลังใช้ความสามารถเพื่อยับยั้งเหตุ!]
ทุกคนภายในห้องได้แต่ช๊อคกับสิ่งที่เห็น มอสเองก็ไม่ต่างเพราะสิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้มันเหลือเชื่อเอามากๆ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในหัวของเด็กหนุ่มคือคนพวกนั้นใช่พวกที่หลับไปในเมื่อคืนเหมือนกับเขาหรือเปล่าเพราะถ้าใช้งั้นก็แสดงว่าตัวของเขาเองก็มีสิทธิ์มีพลังเหมือนคนพวกนั้น
พรึบบบ!!
“ทำอะไรของเองไอ้ถุงแตก”
เสียงของหลวงลุงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นมอสยกมือขึ้นกะทันหัน อีกฝ่ายดึงมือกลับมามองอย่างประหลาดใจก่อนจะหันกลับไปตอบหลวงลุงของเขา
“ก็คนในข่าว คนพวกนั้นน่าจะเป็พวกที่หมดสติไปเหมือนกับพวกเรา อย่างให้มั่นใจว่าพวกที่หมดสติไปเมื่อคืนพอตื่นมาเลยมีพลังน่ะครับหลวงลุง”
หลวงตาแปะกับหลวงตาจันทร์เมื่อได้ยินแบบนั้นต่างพากันยกสองมือขึ้นใส่กันทันที แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะทำหน้าเซ็งๆใส่กัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังเหรอมันเป็แค่จินตนาการที่เกิดจากจิตใจของมนุษย์”
“แต่ว่าในข่าว..”
“ไอ้ถุงแตกฟังหลวงลุงนะ เราเป็แค่คนธรรดาไม่ใช่เหมือนอย่างพวกเขา อย่าเชื่อหรืองมงายกับอะไรที่เกิดขึ้นง่ายๆ”
“เอิ่ม.. เลิกเรียกผมว่าถุง...”
“ที่นี่ประเทศไทยนะ จะไปมีคนมีพลังพิเศษแบบนั้นได้ยังไงกัน”
บึ่มมม!!!!
เสียงการะเิดังขึ้นพร้อมพลังทำลายที่ซุดห้องพักผู้ป่วยหายไปครึ่งหนึ่ง ปล่อยให้แสงจากดวงอาทิตย์ส่องเข้ามาพร้อมกับควันฝุ่น
อร๊ากกกก!!
ตามมาด้วยเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งของใครอีกคนที่ดูเหมือนจะกำลังคลั่งอย่างมาก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงการะเิติดต่อกันอีกหลายๆครั้ง
“หลวงลุง.. ไหนบอกว่าที่นี่ประเทศไทยไม่มีคนมีพลังพิเศษยังไงล่ะครับ...”
ทุกๆคนต่างมองเป็ตาเดียวกับกับชายหนุ่มที่กำลังะเิทุกๆอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่สนใครทั้งนั้น มอสหันกลับมามองหลวงลุงตัวเองที่กำลังหน้าซี๊ดอย่างหนัก
“หลวงลุง!....”
“ไม่ต้องพูด ไอ้ถุงแตก... รีบพาพวกเข้ากลับวัดด่วน!!”
ตลอดระยะทางของการกลับวัดนั้นเรียกได้ว่าทั้งไกลและโคตระของความอันตราย เพราะตลอดระยะทางเหล่าผู้คนจำนวนมากต่างพากันออกมาแสดงอิทธิฤทธิ์กันอย่างล้นหลาม ทั้งน้ำเอย ไฟเอย นู้นเอย นี้เอย เรียกได้ว่าเต็มท้องถนนจนรถแทบจะผ่านไปไม่ได้