“พี่ต้อมเรียกผมเหรอพี่”
“อื้อ .... น้ำ เข้ามาก่อนสิ” นทีทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเ้านาย
“พอดีว่าวันนี้มีตามที่นัดหมายวีพีจะเข้ามาพบเรา แต่ว่าเ้านายเขาติดภารกิจมาไม่ได้วันนี้ ก็เลยอยากให้เราไปพบเขาที่สำนักงานใหญ่พรุ่งนี้”
“เรานี่คือผมกับพี่เหรอครับ” พี่ต้อมส่ายหน้า
“อึอือ .... ไม่ใช่พี่ หมายถึงแค่เราคนเดียว”
“ไปทำไมเหรอพี่”
“ไปรับโล่ประกาศเกียรติคุณมั้ง” แล้วทำหน้ายิ้มเม้มปากไม่เห็นฟัน
“เอาดี ๆ พี่ต้อม อย่าอำผมสิ” ดูเหมือนว่าเขากับเ้านายคนใหม่สนิทกันพอสมควร
“เอาตรง ๆ เลยนะ ก็อย่างที่รู้กันว่าเอ็งทำงานที่นี่มาก็ปีกว่าแล้ว ตลอดเวลาที่ทำอยู่ที่นี่โดยเฉพาะหกเดือนล่าสุดนี้ ยอดขายของแผนกเราเติบโตเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ มันทำให้ทางสำนักงานใหญ่เขาสนใจว่าทำได้ยังไง”
“พี่จะให้ผมไปบอกเขาเหรอพี่ว่าทำได้ยังไง”
“ไม่ใช่อย่างนั้น พี่ก็แค่รายงานไปตามตรงว่าที่สาขาย่อยของเรา มีม้ายูนิคอร์นหนุ่มที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มเตรียมจะบินไปมิสชั่นทูเดอะมูนอยู่ตัวหนึ่งเป็กำลังสำคัญ ไม่รู้ไปดึงลูกค้าจากที่ไหนมามีแต่ลูกค้าเงินหนาทั้งนั้น เขาเลยสนใจเรา”
“พี่จะขายผมให้คนอื่นแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น พี่ก็แค่อยากให้เราเติบโตในหน้าที่การงาน ไอ้การอยู่ที่นี่เนี่ยก็ดีอยู่หรอก แต่ว่าก็ได้เท่านั้น ตำแหน่งมันตันแล้ว เต็มที่ก็หัวหน้า เอ็งไปโตที่สำนักงานใหญ่น่าจะดีกว่า”
“แต่ผมไม่อยากไปนะพี่ ผมอยากอยู่กับพี่ต้อม พี่เป็คนเดียวที่ให้โอกาสผม”
“คนเราทำงานก็ต้องเติบโตซีวะ อนาคตก็ต้องมีครอบครัว เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ่ที่มีไฟเนี่ยก็ทุ่มทะลวงให้สุด ๆกับชีวิตจะได้ไม่เสียใจภายหลัง” พี่ต้อมคงไม่รู้ว่าเขาผ่านจุดนั้นมาแล้ว ทำให้เขาไม่อยากกลับไปเจออีก แม้ว่ามันอาจจะไม่เหมือนกัน แต่การอยู่ใกล้ผู้มีอำนาจสูงมีทั้งดีและร้ายเพียงแต่ว่าเขาได้พบเจออย่างหลังและเลือกเส้นทางที่เคารพศักดิ์ศรีของตัวเอง จนอยู่ในสภาพนี้
“อีกอย่างนะน้ำ พี่ก็ไม่ได้ไล่เอ็งออกไปสักหน่อย ยังไงก็บริษัทเดียวกัน แค่ไปออดิชั่นดูก่อนเท่านั้น ถ้าเขาดึงตัวไว้ก็ยิ่งดีใหญ่”
“ออดิชั่น”
“ไปสัมภาษณ์ โดยวีพีและคณะกรรมการแต่ก็ไม่ต้องกังวลคนตัดสินใจคือวีพีคนเดียว”
“สัมภาษณ์เอาไปทำอะไรพี่”
“งานั์โปรเจคใหญ่ของสำนักงานใหญ่ รู้แค่นี้ที่เหลือเป็ความลับงานระดับนี้ก็คงประกาศให้รู้ทั่วกันตอนลอนจ์โปรเจ็คนั้นแหละ พี่ก็ไม่ค่อยรู้เื่ภายในของส่วนกลางนักหรอก”
“พี่ก็รู้นี่ว่าพวกเราถนัดแต่งานเล็ก ๆ กินนาน ๆ งานของผมอัพสเกลแบบเขาไม่ได้หรอก”
“คุณมินตราเขาดูโปรไพล์เอ็งแล้วนะ เขากำลังฟอร์มทีมทำแคมเปญใหญ่ อยากให้ดาวเด่นของแต่ละสาขาย่อยเข้าไปฟิชชิ่ง แล้วเขาจะเลือกอีกทีหนึ่งว่าจะเอาใครบ้าง อย่าให้เสียชื่อเราล่ะ”
“ถ้าเขาไม่เอาก็อย่าเคืองกันนะป๋า” เขาแหย่เ้านาย
“พี่มั่นใจลึก ๆว่าเอ็งต้องเป็หนึ่งในทีมนั้นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคุณมินตราไม่มาสัมภาษณ์เองถึงที่นี่หรอก แต่ติดตรงที่ว่าเธอมีธุระด่วนแหมเสียดาย แต่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องถ่อมาถึงที่นี่ ดูเหมือนจะเร่งมาก”
“พรุ่งนี้พี่ไม่ไปกับผมจริง ๆ นะเหรอ”
“ไปไม่ได้หรอก เขารีเควสเอ็งคนเดียว ขอให้โชคดีนะไอ้น้อง”
ต้อม ประชา พรพรหม ผู้จัดการสาขาวัยห้าสิบกุนซือแห่งบริษัทโฆษณาสาขาย่อยของเดอะโอกิลว่า ชายผู้ให้งานที่เป็โอกาสเดียวของ น้ำ นที หลังจากที่เขาชวดจากงานหลาย ๆ เปรียบดังว่าเขาให้ชีวิตใหม่ ในสายงานใหม่แก่เขา เขาได้รับการสอนงานอย่างไม่กั๊ก และเป็มืออาชีพ ในสายงานโฆษณาจนถึงทุกวันนี้ มันทำให้นทีนับถือ เชื่อฟังชายผู้นี้ไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่
…….. …….. …….. & …….. …….. ……..
“วันนี้กูไม่ไปกินข้าวเที่ยงกับมึงนะเพื่อน” คิมหันต์บอก
“มึงจะไปไหนล่ะ”
“กูมีนัดกินข้าวกับสาวเว้ย”
“สาวที่ไหนวะ”
“บงกชไง เธอยอมไปกินข้าวกับกูแล้วเว้ย” คำตอบของคิมหันต์ทำให้นทีใ
“เหรอวะ” แต่ทำเป็เฉย ๆ
“เออ ... กูกะว่าจะพาไปกินร้านประจำของกู”
“อือ ขอให้เจริญอาหาร”
“และอาจจะกลับมาเลทนิสนุง..." เขาทำเสียงหยอกอ้อนด้วยภาษาวิบัติน่าหมั่นไส้
"ที่กูมาบอกมึงเนี่ย ก็เพราะว่า ถ้าเกิดว่ากูมาเลทไม่นิสนุงเนี่ย มึงช่วยแก้ตัวกับพี่ต้อมให้กูด้วยนะเพื่อน”
“นี่มึงจะไปกินข้าวหรือไปกินอะไรกันแน่วะ”
“มึงก็รู้ ว่ากูเป็ใคร ครั้งนี้กะเวลาไม่ได้จริง ๆเพื่อน”
“เขายอมมึงแล้วเหรอ ถึงได้มั่นหน้าขนาดนี้วะไอ้เค”
“่นี้กชมันมีปัญหากับแฟน กูก็แค่เป็ที่ปรึกษา เป็สายลมที่หวังดีปรึกษาปัญหาชีวิตกันมาหลายวันแล้ว ดูเหมือนจะเวิร์คว่ะ หล่อนเอาด้วย เปิดใจไปไหนมาไหนกับกูซะที”
“แน่ใจนะว่าไม่ได้ล่อลวงเขา”
“โอย ... กูไม่ใช่คนเลวอะไรมึงก็รู้ ถ้าผู้หญิงไม่เล่นด้วยกูจะข่มขืนเขาได้ไหมเล่า”
“เสี่ยงไปนะเว้ย เวลาแค่พักเที่ยงมึงมาไม่ทันหรอก อย่าเลย”
“เหลือเฟือเพื่อน ส่วนต่างมึงก็ช่วยแก้ตัวให้กูหน่อยละกัน อ้างว่ากูไปหาลูกค้าก็ได้”
“หายไปแพ็คคู่เลยเนี่ยนะ”
“นะเพื่อนนะ ขากลับกูจะสั่งอเมริกาโน่ แบบไม่หวานที่มึงชอบมาให้ด้วยแทนคำขอบคุณของเรา”
“ไอ้สัตว์ ...” เขาลากเสียงบ่น ทั้งที่ในใจเริ่มใจคอไม่ค่อยสู้ดีนัก
“น่า .... กูรู้ว่ามึงเซ็ง ๆ เพราะเห็นมึงเหล่ ๆ อยู่ แต่ดูเหมือนกชมันจะไม่ค่อยขอบมึงเท่าไหร่ ของอย่างนี้ทำบุญมาไม่เท่ากันเว้ย ถือว่าส่งเสริมเพื่อนก็แล้วกัน อย่าคิดมากแฟร์กูรู้ว่ามึงไม่ได้ใจแคบใช่ไหมเพื่อน”
“แล้วเขาเลิกกับแฟนจริง ๆ แล้วเหรอวะ”
“คงงั้นมั้ง เมื่อตะกี้กูพาไปปลอบที่ดาดฟ้า เธอบอกว่าหมอนั่นเอาผู้หญิงมานอนที่ห้องตอนที่เธอกลับบ้านแม่ที่ต่างจังหวัด เผลอ ๆ คืนนี้กชมันคงไม่มีที่นอน มึงก็คิดเอาละกันว่ากูควรต้องช่วยไหมล่ะเพื่อน ในฐานะเพื่อนมนุษย์ออฟฟิศด้วยกัน”
“เฮ้อ ...”
“มึงถอนหายใจทำไมไอ้น้ำ”
“ไม่มีอะไร สัตว์โลกย่อมเป็ไปตามกรรม”
“อย่าแอบตามมาละกัน นู่นยัยนุชซี่มองมึงตาเป็มันอยู่นู่น จัดการซะนะเพื่อน ถ้าช้ากูจะช้อนอีกแล้วมึงจะมาเสียใจ ถอนหายใจแบบนี้อีกไม่ได้นา”
แล้วคิมหันต์ก็เดินออกไป ทิ้งไว้แต่เสียงวิ้ง ที่อยู่ในหูทั้งสองข้างของนที เขายืนโง่ ๆ ทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงที่เดิมอยู่หลายนาที จนนุชซี่เข้ามาสะกิดเขา แล้วทักชวนไปพักเที่ยงด้วยประโยคสองแง่สองง่ามที่คุ้นเคย
“ว่าไงสุดหล่อ พักเที่ยงแล้ว ไปกินด้วยกันไหม” นุชซี่ถือวิสาสะคล้องควงแขนเขาอย่างออกนอกหน้า เหมือนอย่างเคยเช่นกัน
และคราวนี้เขาคงจะไม่ปฏิเสธเธออีกต่อไป ...