"ทำไมต้องหาแต่เื่ห้ะ...ไอ้นิสัยใจร้อนโผงผางเมื่อไรจะเลิกซะที..แล้วนี่ยังไปรวนรามคนอื่นไม่เลือกหน้า..งามหน้ามั้ยล่ะ"
ภูริชยืนเท้าเอวบ่นภคพลอุกเพราะเขารับรู้พฤติกรรมไร้มารยาทของลูกชายคนเล็กมานานแล้วคิดว่าโตขึ้นแล้วจะคิดได้กลับหนักกว่าเดิม
"บ่นพอหรือยังครับ.. ผมขอตัวไปทำแผลก่อนนะครับ"
ภคพลมองจ้องไปยังคนเป็พ่อด้วยท่าทีที่ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรก่อนจะเดินหนีหลังจากที่พ่อตนนั้นพูดจบเพราะไม่อยากจะฟังคำต่อว่าอะไรต่ออีก
"ฉันจะทำยังไงกับมันดี..เห็นทีต้องดัดไม้แก่กันก็คราวนี้"
ภูริชหันมาหาโนแอลไม่รู้ว่าเขาเลี้ยงลูกผิดั้แ่เมื่อไรโตมามีการมีงานทำถึงได้นิสัยเสียมากเข้าทุกวี่ทุกวัน
"ใจเย็นๆครับคุณพ่อ"
โนแอลรู้ว่าน้องชายตนนั้นมีอำนาจในมือล้นเหลือจนเคยตัวเขาต้องเป็หัวหน้าคนมากมายจึงทำให้ค่อนข้างติดนิสัยเผด็จการมากพอสมควรแต่ก็ยังมองไม่ออกเหมือนกันว่าจะขจัดนิสัยนี้ของน้องตัวเองได้อย่างไรไม่ใช่แค่ภคพลคนเดียวที่มีนิสัยเช่นนี้แต่นาดีลก็เป็เช่นกัน
ดึกมากแล้วสาวร่างเล็กในชุดนอนสายเดี่ยวซาตินสีชมพูสั้นเลยเข่ายังคงกอดอกเดินไปมาในห้องนอนครุ่นคิดถึงคำถามของภคพลเมื่อกลางวันอยู่ไม่วาง ไม่แปลกที่เขาจะคิดว่ายัยหนูพลอยขวัญเป็ลูกของเขาเพราะหน้าตาเหมือนกันอย่างกับเคาะกันมาเสียขนาดนั้นอยู่ที่ว่าเธอจะทำอย่างไรให้ภคพลนั้นเชื่อสนิทใจว่าพลอยขวัญไม่ใช่ลูกของเขา
แอดด..
พราวพิ้งค์หลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงประตูบานใหญ่หน้าบ้านเปิดออก เธอจำได้ว่าเธอนั้นลงกลอนอย่างแ่าดีแล้วลมก็ไม่มีไม่รู้ว่าทำไมประตูถึงเปิดออกได้
สาวเ้ารีบถือไม้เบสบอลอาวุธป้องกันตัวในห้องเธอค่อยๆเปิดประตูออกมาเปิดไฟในห้องโถงของบ้านเมื่อมองไปยังประตูที่เปิดกลับไม่เห็นใครขณะที่กำลังจะหันหลังมองรอบๆร่างของเธอก็ถูกผลักให้ติดกับผนังและไม้เบสบอลในมือก็ถูกสลัดโยนลงกับพื้นด้วยฝีมือของภคพล
"คุณพอล!..มาที่นี่ทำไม"
ร่างบางใกลัวจนหน้าซีดเผือดร่าบของเธอถูกตรึงขึงด้วยคนตัวโตที่แนบชิดร่างของเธอไม่ยอมให้ขยับไปไหนได้ หญิงสาวรับรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายเมามาเพราะกลิ่นแอลกอฮอลเตะจมูกคละคลุ้งไปทั่วจนเธอต้องกลั้นหายใจเป็ครั้งคราว
ฟอดด
ดวงตาคมไล่มองผิวพรรณผุดผ่องนวลเนียนของคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่แสนจะยั่วยวนเขาก้มลงกดหอมแก้มนวลฟอดใหญ่อย่างถือวิสาสะเพื่อดอมดมกลิ่นหอมอ่อนๆที่เขาคุ้นเคยและโหยหา
"อย่ามาทำแบบนี้กับฉัน.."
พราวพิ้งค์รีบเบือนหน้าหนีขณะที่คนตัวโตกำลังจะก้มหน้าลงมาจูบริมฝีปากของเธอ
"ต้องจ่ายเงินคุณเท่านั้นหรอถึงจะพูดคุยแตะต้องคุณได้"
น้ำเสียงห้วนของชายหนุ่มบาดลึกถึงหัวใจของพราวพิ้งค์เธอเงยหน้ามองค้อนคนที่กำลังเมาด้วยสายตาขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ยปากประชดกลับไป
"ค่ะ..ต้องจ่ายเงิน"
"หึ่...งั้นไอ้พ่อเลี้ยงนั่นคงจะจ่ายหนักล่ะสิถึงได้ดูตัวติดกันแจแบบนั้น"
ภคพลกัดฟันกรอดคนที่ทิ้งเขาให้อยู่ในห้วงโหยหาที่แท้ก็แค่ผู้หญิงที่ง่ายกับใครก็ได้ที่มีเงินให้
"แล้วแต่จะ.. ค.. อื้ออ.."
สาวเ้ายังว่าไม่ทันจบริมฝีปากบางก็ถูกประกบบดจูบโดยไร้ความนุ่มนวลพักใหญ่มือไม้ที่พยายามจะผลักคนตัวโตออกให้ห่างไม่นานนักมันกลับโอนอ่อนไม่ฟังเสียงสั่งของสมองรู้ได้ทันทีว่าตัวเองยังลืมเขาไม่ได้ตามที่เคยหลอกตัวเองมาทุกวัน
“ผมคิดถึงคุณ”
ภคพลผละจูบเงยหน้าเอ่ยเสียงอ่อนข้างพวงแก้มนวลดวงตากลมโตของพราวพิ้งค์ไหววูบเล็กน้อยคำที่เขาพูดออกมาไม่รู้ว่าจริวจากใจหรือแค่เมาจึงไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมาแต่มันก็เปรียบดั่งเปลวไฟที่แผดเผากำแพงในใจของเธอให้ทลายลงมาไม่น้อยไม่ชอบความรู้สึกที่หัวใจอ่อนแอแบบนี้สักนิดแต่ก็ห้ามมันไม่ได้จริงๆ
ภคพลก้มลงบดจูบหญิงสาวในอ้อมกอดอีกรอบครั้งนี้นุ่มนวลกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อเธอนั้นไม่ได้ต่อต้านอะไรเขาคิดถึงเธอจริงๆอย่างที่พูดแต่ไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำไมต้องหนีเขาไปทั้งที่เขาก็ทำให้เธอสุขสบายได้ทุกอย่างและกลับไปพลีกายให้คนอื่นเพื่อเงินแทนที่จะบริการให้แค่กับเขา
“แม่จ๋า...แง่.งงง.”
เสียงร้องของเ้าตัวกลมในห้องนอนที่ดังออกมาข้างนอกทำให้ทั้งสองหลุดจากภวังค์หวาน
“ปล่อยค่ะ..ฉันจะไปดูลูก”
แขนแกร่งยอมผละออกจากเอวบางแต่โดยดีทั้งที่ยังเสียดายเวลาที่จะได้ใกล้ชิดกับพราวพิ้งค์รู้สึกเจ็บหน่วงหัวใจพิกลเมื่อได้ยินสาวเ้าเอ่ยถึงลูกเพราะมันย้ำให้คำว่าเธอนั้นมีสัมพันธ์กับชายอื่นเข้ามาในหัว แต่ในตอนนี้เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นเพราะผลดีเอ็นเอเท่านั้นถึงจะพิสูจน์ได้ว่าพราวพิ้งค์พูดจริงหรือโกหก
“โอ่..โอ๋..ไม่ร้องนะคะแม่อยู่นี่แล้วน้าคนเก่ง”
ร่างบางนอนกล่อมเ้าก้อนกลมอยู่กับอกมือน้อยยกตบก้นเบาๆตามที่ลูกสาวชอบวิธีนี้เป็การกล่อมที่ทำให้ยัยหนูพลอยขวัญหลับลงง่ายที่สุด
แอดดด
เสียงปิดประตูที่หน้าบ้านทำให้พราวพิ้งค์รับรู้ได้ว่าภคพลคงจะกลับไปแล้วหญิงสาวจึงโล่งใจได้ แอบเคืองตัวเองเมื่อครู่พอสมควรที่โอนอ่อนตามอารมณ์ของภคพล ตอนนี้เธอยอมรับอย่างไม่ปฏิเสธกับหัวใจเลยว่าััของเขาคือสิ่งที่ใจของเธอโหยหาแม้นจะพยายามหลอกตัวเองว่าลืมเขาได้แล้วก็เถอะ