"ตึก ๆ ๆ ๆ"
เสียง.....เหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกกระทั้นอยู่ภายใต้กระโจมที่เขาเหยียบอยู่จาร์บูฮาร์ ก้มลงไปดูจึงได้รู้ว่า บาตู นั้นถูกมัดอยู่เขารีบมุดข้าไปเพื่อแก้มัดให้น้องชาย ทั้งสามพี่น้องคนกอดกันร่ำไห้ ด้วยความดีใจ บาตูคิดว่าจาร์บูฮาร์อาจจะตายไปแล้ว ทั้งสองพี่น้องช่วยกันขุดหลุมฝังศพผู้เป็มารดาและบิดาของเขา ทำป้ายชื่อ และสัญลักษณ์ไว้เพื่อในสักวันหนึ่งเขาจะกลับมาและแก้แค้น โจชิ น้องสุดท้องไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ชายทั้งสองกำลังทำอยู่เขาได้แต่ยืนมอง
“พวกเราอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว พี่จะพาไปหาท่านลุง บาร์ฮาน ที่เผ่า หนจิราท่านลุงจะช่วยพวกเราได้”
“ข้าจะหาท่านพ่อ ท่านแม่อยู่ไหน?...ฮือ...ๆ ๆ ๆ”
“ชูววว...โจชิอย่าร้องสิ เดี่ยวพวกเราจะไม่ปลอดภัยบางทีพวกนั้นอาจยังอยู่ที่นี่”
“ฮึก ๆ ๆ ๆเมื่อไรท่านแม่จะมารับ”
“เงียบก่อนสิ พี่จะพาเ้าไปหาท่านแม่”
จาร์บูฮาร์ จำเป็ต้องโกหกเพื่อไม่ให้โจชิร้องออกมา การเดินทางที่ยากลำบากของเด็กทั้งสามคน ทั้งหิว และเหน็ดเหนื่อยทั้งอากาศที่หนาวเย็นเนื่องด้วยว่าหิมะได้ตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน จนพื้นที่ทุ่งหญ้ากลายเป็สีขาวโพลนมองไม่เห็นแม้แต่เส้นขอบฟ้า สามพี่น้องเดินสะเปะสะปะไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้ทิศทาง เพราะมองไปทางใดก็เป็สีขาวไปหมดความหนาวเหน็บทำให้เด็กชายทั้งสามเดินต่อไปไม่ไหว จาร์บูฮาร์ พยายามหาที่หลบซ่อนและหาไออุ่น จากสิ่งรอบ ๆ แถวนั้น แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเลย
“บาตูกอดโจชิให้แน่น ๆแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่เ้าทั้งสองจะได้ไม่หนาวเหน็บ ข้าจะไปหาอะไรมาให้กิน”
จาร์บูฮาร์เดินไปรอบ ๆ เขาเกลี่ย ๆ หิมะออกเป็วงกว้าง ๆ เพื่อที่จะหาไม้แห้งๆมาก่อไฟ เหมือนที่บิดาของเขาเคยสอนขณะที่จาร์บูร์ฮาร์กำลังใช้ไม้เกลี่ยหาบางอย่างที่พออจะประทังชีวิตได้เขาได้เจอดาบเก่า ๆ เล่มหนึ่ง เมื่อเขาชักมันออกจากฝัก ก็ได้เห็นว่าดาบเล่มนี้ ยังใช้ได้ดีมีความคมมันวาวและคมกริบ เขาฉีกชายเสื้อเพื่อเป็สายผูกดาบแล้วก็สะพายมันไว้ที่หลัง
“เจอแล้ว อาหาร....”
“ยี๊....ซากสัตว์มันตายไปแล้ว”
แต่มันยังไม่เน่านะเพราะว่ามันอยู่ใต้หิมะอย่างไรล่ะ ข้าจะก่อไฟ บาตูเ้าใช้หินสองก้อนนี้ทุบกันให้เกิดประกายไฟนะให้ประกายไฟโดนกับเศษไม้แห้งที่ข้าวางไว้ตรงนั้นเดี๋ยวข้าจะใช้ดาบเล่มนี้ชำแหละเ้านี่มาย่างให้เ้ากิน”
บาตูทำตามที่พี่ชายบอกทุกอย่าง จนเกิดประกายไฟ และสามารถจุดไฟให้ติดได้ บาตูรู้สึกตื่นเต้นที่เขาเคยจุดไฟเป็ครั้งแรก
“เ้าเก่งมาก บาตูน้องพี่ข้าจะเผามันทั้งหมดเพื่อเก็บไว้กินกลางทางเพราะไม่รู้ว่าจะบังเอิญโชคดีอย่างวันนี้อีกหรือเปล่าเราต้องเดินทางกันอีกยาวไกลนัก”
หลังจากที่ได้กินอาหารจนอิ่มแล้วทั้งสามก็นอนกอดกันอยู่ข้าง ๆกองไฟ จบหลับไป จนกระทั่ง ทั้งสามตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมีพายุหิมะโหมกระหน่ำจนไฟมอดดับลงไป หิมะในยามนี่สูงท่วมหัวของโจชิแล้ว จาร์บูฮาร์มองไม่เห็นหนทางที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้เลยหรือว่าเขาจะพาน้องชายทั้งสองมาหนาวตายกลางทางเช่นนี้จาร์บูฮาร์ได้แต่สวดมนต์ภาวนาตามที่มารดาของเขาเคยสอนหากจากภัยธรรมชาติให้สวดมนต์ขอความช่วยเหลือจาก เทพเ้าเท็นกี ( เทพเ้า ดิน ฟ้าอากาศ)
“เทพเ้าเท็นกีได้โปรดเมตตาข้าน้อยด้วยเถิด ช่วยให้พวกเรารอดจากความเหน็บหนาวในครั้งนี้ไปให้ได้ด้วยเถิด”
จาร์บูฮาร์สวดมนต์ภาวนา จนกระทั้งเขาหลับไปในออมกอดของกันและกันสามคนพี่น้องแสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องมาแตะััใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้พวกเขาตื่นขึ้นมา พื้นที่ที่พวกเขานอนอยู่เฉอะแฉะไปด้วยหิมะที่ละลายกลายเป็น้ำ มีบางพื้นที่ที่ยังมีหิมะจับตัวเป็ก้อนยังละลายไม่หมดไปเสียทีเดียวแต่ก็ยังดีที่ได้รับความอบอุ่นจากแสงแดด เมื่อ มีแสงแดดจาร์บูฮาร์ก็มองเห็นเส้นขอบฟ้าและทิศทางที่จะพา น้อง ๆ ไปหา บาร์ฮาน สหายรักของบิดาของเขาทั้งสาม การเดินทางได้เริ่มขึ้นอีกครั้งเสบียงจากซากสัตว์ตัวนั้นมีมากพอที่จะประทังชีวิตของเด็กทั้งสามไป ได้ทั้งสามคนเด็กน้อยล้มลุกคลุกคลานเดินทางมาจนกระทั้ง เห็นเขตแดนของชนเผ่าหนจิราอยู่เบื้องหน้า แต่ทว่า เด็กทั้งสามบังเอิญได้เจอกับ กันตุลกาอีกครั้ง จาร์บูฮาร์พาน้องทั้งสามวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจาก...กันตุลกา...........ให้ได้ จาร์บูฮาร์แบกโจชิไว้บนหลังอีกมือก็จับแขน บาตู วิ่งหนีอย่างไม่คิดดชีวิต กันตุลกาและทหารคนสนิทขอองเขา จำได้ว่า จาร์บูฮาร์นั้นเป็บุตรชายของ หัวหน้าเผ่า ไตเซชานกันตุลกา ไม่มีทางที่จะปล่อยให้เด็กทั้งสามรอดไปได้แน่ ๆ เพราะสักวันเมื่อเด็กน้อยทั้งสามโตขึ้นอาจจะเป็ภัยให้กับเขาได้มันจำเป็ที่เขาจะต้องสังหารเด็กทั้งสาม ในขณะที่เด็กทั้งสามวิ่งหนีอยู่นั้นกันตุลกา ก็หันปลายธนูชี้ไปยังเด็กทั้งสามคนอย่างไม่ปราณี
“ฉุบ....!....โอ๊ย....ท่านพี่”
บาตูถูกยิง แขนของเขาหลุดดออกจากมือของจาร์บูฮาร์ กันตุลกา เข้ามาประชิดตัวของ
บาตูแล้วจับเขาไว้ได้จาร์บูฮาร์วางโจชิลงชักดาบออกมาหมายจะแลกด้วยชีวิตเพื่อช่วยน้องชายของเขาให้รอดจากเงื้อมือของกันตุลกา ถึงแม้ว่าจาร์บูฮา จะฝึกดาบและเรียนการต่อสู้มาบ้างจากบิดาของเขาแต่ทว่าเขาเพิ่งมีอายุแค่สิบขวบปีไม่สามารถต่อกรกับทหารที่ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วนได้จาร์บูฮาร์ถูกฟันที่หัวไหล่ สายตาที่เขามองกันตุลกา มีแต่ความเคียดแค้นก่อนที่จะลดสายตา มองลงพื้น น้ำตาของเด็กน้อยไหลอาบแก้มเพราะคิดว่าเขาคงไม่รอดแน่แล้วเขาไม่ได้ห่วงตัวเองแต่เขาห่วงน้องชายของเขาทั้งสอง
“ข้าขออะไรท่านสักอย่างจะได้หรือไม่...?...ปล่อยน้องชายทั้งสองของข้าไปเถิดสังหารข้าแต่เพียงผู้เดียวเถอะนะขอรับ”
“เ้าคิดว่าสถานการณ์เยี่ยงนี้เ้าสามารถเรียกร้องหรือต่ออรองกระไรได้อีกรึ ?แต่ถ้าเ้าไม่อยากเห็นเวลาที่ข้าสังหารน้องของเ้าข้าจะสังหารเ้าก่อนจะได้ไม่ต้องเห็น”
ทหารคนสนิทของ กันตุลกา เงื้อดาบหมายจะฟันเด็กน้อยเพียงแค่ดาบเดียว เขาจะได้ไม่ต้องทรมาน
“ฉุบ....”
ธนูปริศนาพุ่งตรงมาหาคนที่กำลังจะลงดาบ ทะลุข้อมือของเขาจนดาบหล่นลงพื้น ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ได้เข้ามาช่วยเด็กน้อยทั้งสาม กันตุลกา เห็นท่าจะสู้ไม่ไหว เพราะเขากับทหารคนสนิทมากันแค่สี่คนเท่านั้น กันตุลกาควบม้าหนีไปพร้อมกับจับ บาตูไปด้วยเขาไม่สามารถปล่อยเด็กคนนี้ไปได้เพราะสายตาของ บาตูนั้นมีความแค้นและมีดวงตาที่อัมหิตแฝงอยู่มากกว่าจาร์บูฮาร์ผู้เป็พี่ชายเสียอีก เขาจะต้องสังหารบาตูทิ้งเสีย จาร์บูฮาร์และโจชิได้รับความช่วยเหลือจากทหารกลุ่มนั้นจาร์บูฮาร์พยายามวิ่งตาม กันตุลกาเพื่อไปช่วยบาตู แต่เขาถูกจับตัวไว้เสียก่อน
“อย่าตามไปเลยเ้าช่วยกระไรไม่ได้หรอก และไม่ต้องกังวลพวกมันยังไม่สังหารน้องชายของเ้าแน่เพราะเ้าเด็กนั้น มีความสูงยังไม่พ้นวงล้อเกวียน ตามธรรมเนียมห้ามทำเด็ดขาดมิเช่นนั้น เทพเ้าเท็นกีจะพิโรธเราค่อยบุกไปช่วยในภายหลังก็ยังไม่สาย”
จาร์บูฮาร์ถูกนำตัวไปที่ชนเผ่า หนจิรา โดยมี บาร์ฮานเป็ข่าน และเขาผู้นี้นี่เองที่เป็สหายของบิดาที่จาร์บูฮาร์กำลังตามหาอยู่
“เ้า...!...ทำไมสภาพของเ้าเป็เยี่ยงนี้”
“เด็กสองคนนี้ถูกไล่ล่าจากเผ่า คียาร์ด ขอรับท่านข่าน มีเด็กอีกคนถูกจับตัวไปได้”
“ท่านลุงได้โปรดช่วย บาตูของพวกเราด้วยนะขอรับ ตอนนี้ ไตเซชานหมดสิ้นแล้วบิดาและมารดาของข้า ตายหมดเพราะพวกมัน”
“ข้าคงช่วยน้องชายเ้าไม่ได้ กองกำลังของข้าไม่เพียงพอที่จะไปต่อกรกับพวกนั้น”
“แต่ว่า ท่านบอกว่าจะช่วย”
“ก็ในเวลานั้น ข้าคิดว่าชายฉกรรจ์สี่คนนั้นเป็เพียงแค่โจร...ถ้าเ้าอยากแก้แค้นจงตั้งใจร่ำเรียน ฝึกฝน วิชาการต่อสู้ เพื่อในวันข้างหน้าเ้าจะได้แก้แค้นให้ บิดามารดา และน้องชายของเ้า”
ไม่มีทางอื่นที่จาร์บูฮาร์ จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว เขาคงต้องทำใจให้ได้ว่าไม่มีทางช่วยชีวิตบาตูได้ และคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้ว
ทางด้านบาตูที่ถูกจับตัวมา เขาทั้งาเ็และหิวโหย บาตูถูกคุมขังไว้เพราะเขายังเด็กเกินไปที่จะถูกสังหารได้ กันตุลกา ไม่กล้าลองดีกับเทพเ้าเท็นกีเขาจึงขังบาตูแล้วปล่อยให้อดตายไปเอง แผล ที่กำลังเริ่มจะติดเชื้อ ทำให้เขาป่วยในขณะที่บาตู นอนหิวโหยและเ็ปอยู่นั้น มีสตรีนางหนึ่งนำยามาทาแผลให้เขา และป้อนอาหารกับยาให้เขากินอยู่อย่างนั้นทุกวัน ๆ จนเขาหายดดี กันตุลกา คิดดว่าบาตูคงตายไปแน่ ๆ แล้ว เขาเข้ามาดู แต่กลับเห็นเด็กน้อยไม่เป็อะไรเลยซ้ำแผลก็ยังหายดี แล้วก็ยังมีร่องรอยการช่วยเหลือทหารที่เฝ้าอยู่ด้านหน้า ก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นอะไรและให้เหตุผลกับข่านของตนเองว่า
“เ้าเด็กคนนี้มันแข็งแรงนักขอรับ มันอาจจะหายด้วยตัวของมันเองก็ได้หรือไม่ก็อาจจะมีเทพเ้าคุ้มครองมันอยู่”
“ข้าไม่สนเทพเ้าอะไรทั้งนั้นแล้ว ในวันพรุ่งข้าจะสังหารมันถ้าไม่ติดว่าวันนี้เป็วันไหวเทพเ้าข้าจะสังหารมันเสียวันนี้เลย”
เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังแอบดู กันตุลกา ผู้เป็พ่อกล่าวเช่นนั้นก็นึกใและวิ่งหนีหายไปก่อนที่ บิดาของนางจะเดินออกมาจากที่คุมขัง
ในวันรุ่งขึ้นเด็กน้อยถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่มือทั้งสองติดไว้กับคอเพื่อไม่ให้เขาหนีไปได้ถึงจะผิดกฎแต่ กันตุลกา จำเป็ต้องทำเพื่อตัดไฟั้แ่ต้นลมเพราะเขาไม่ไว้ใจเด็กน้อยผู้นี้ ที่มีแววตาของความแค้นและน่ากลัวแฝงอยู่ในดวงตา
“ปล่อยเขาไปเถิด เด็กน้อยตัวเท่านี้ทำอะไรพวกเรามิได้หรอกประเดี๋ยวเทพเ้าจะพิโรธ” กันตุลกาไม่ฟังคำทัดทานของประชาชน ในชนเผ่าของเขาที่รู้สึกสงสารเด็กตัวน้อยที่นั่งอยู่บนลานกว้างกลางแดดจ้า ร้อนเสียจนผิวไหม้ เพชฌฆาตถือดาบออกมาพร้อมกับกวัดแกว่งเดินวนรอบร่างเล็ก หวังว่าจะสังหารเด็กน้อยเพียงแค่ดาบเดียวเพื่อที่เขาจะได้ไม่ทรมานมันคือความปราณีดีที่เขามีให้ได้เพียงเท่านี้ เพราะไม่มีใครกล้าขัด ผู้เป็ ข่านของชนเผ่าได้ ในขณะที่เพชฌฆาตกำลังเงื้อดาบ
“เปรี้ยง...!.
สปอยนิดนึง................
เื่นี้มีฉากรักฉ่ำ ๆ แต่อาจจะอยู่่ตอนแรกๆจะเล่าถึงความเป็มาเป็ไปของพระเอกที่มีความแค้นต่อพ่อของนางเอกก่อนค่ะ
ตัวละครในเื่นี้ไม่ได้มีอยู่จริง และเื่ราวเป็เพียงสิ่งที่นักเขียนสมมุติขึ้นมา อาจจะสอดแทรกเกร็ดประวัติเล็กน้อยเข้าไปเพื่อให้ได้อรรครสในการรับชมขอให้นักอ่านมีความสุขค่ะ