พริบตานั้นเองก็มีพลังจิตปริมาณมหาศาลทะลักออกมาฉีกกระชากพลังจิตที่หลินหยางส่งเข้ามาทันทีขณะเดียวกันก็พลิกหน้าลูกเต๋าของเขาที่กำลังจะกลายเป็นเลขหนึ่งให้กลับไปที่หน้าของเลขหกเหมือนเดิม
“อายุแค่นี้แต่มีระดับพลังวรยุทธ์ที่สูงส่งขนาดนี้แล้วแถมยังสามารถฝึกพลังจิตจนแข็งแกร่งได้ถึงระดับนี้อีก ลุงคนนี้ขอปรบมือให้เลย...”เซวียนหยวนกวังพูดกับหลินหยางด้วยท่าทางสบายๆ สุดขีดพร้อมกับที่เขาเตรียมจะตัดสินผลแพ้ชนะการประลองพลังจิตครั้งนี้แล้วแต่วินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“ไอ้หนู... เจ้า จะทำอะไร!”
ตูมม
หลินหยางที่อยู่ตรงหน้านั้นในจังหวะสุดท้ายที่พลังจิตของเขากำลังจะถูกฉีกจนสลายหายไปหมดนั้นเขากลับสามารถระเบิดพลังจิตอันทรงพลังอย่างน่าตะลึงออกมาอีกสายหนึ่งได้
ความแข็งแกร่งของพลังจิตสายนี้นั้นอยู่เหนือกว่าขีดจำกัดสูงสุดของหลินหยางไปไกลโขรุนแรงเสียจนรอบๆ ตัวเขานั้นเกิดเป็นลมพายุพลังจิตที่หมุนวนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด
ภายในพายุนั้นสามารถได้ยินเสียงร้องคำรามเบาๆ ของมังกรตัวหนึ่งได้ถึงแม้ว่ามันจะเบามากแต่กลับเป็นเสียงที่แฝงไว้ด้วยบารมีมังกรอันทรงพลังจนน่าหวาดกลัว
“นี่มัน!!”
แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งระดับเซวียนหยวนกวังยังถึงกับหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกับที่ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปทางหลินหยางด้วยแววตาเหลือเชื่อ
พูดให้ถูกจริงๆ ก็คือจ้องไปที่หน้าผากของหลินหยางตอนนี้ที่มีสัญลักษณ์รูปมังกรสีเขียวปรากฏขึ้น
ในที่สุดหลินหยางก็ได้ใช้ไพ่ตายด้านพลังจิตที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้แล้ว
ลักษณ์สุดท้ายของหนึ่งในพลังเทพอัคคีสี่ลักษณ์ - ลักษณ์แห่งมังกรเขียว
อสูรเทพมังกรเขียวเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งทรงพลังมากที่สุดในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัดนี้มาตั้งแต่โบราณกาลแล้วเสียงมังกรคำรามดังขึ้น ฟ้าดินล้วนต้องยอมสยบ
ลักษณ์ที่สี่ของพลังเทพอัคคีก็คือการใช้พลังบารมีมังกรของมังกรเขียวในการเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังจิตให้กับผู้ใช้ช่วยให้สามารถระเบิดพลังจิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าออกมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ
หลินหยางรอจังหวะนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ทันทีที่เซวียนหยวนกวังคิดว่าพลังจิตของตนสามารถขับไล่พลังจิตของหลินหยางไปได้และกำลังจะชนะได้แล้วนั้น
หลินหยางก็ได้ระเบิดพลังของลักษณ์แห่งมังกรเขียวออกมาทันทีจากนั้นก็ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าในพริบตานั่นเข้าไปปะทะกับพลังจิตของเซวียนหยวนกวังที่อยู่ในถ้วยลูกเต๋านั่นอย่างดุเดือดจนกลายเป็นลมพายุพลังจิตอันเกรี้ยวกราดที่หมุนรอบถ้วยลูกเต๋าเอาไว้
ตึงตึงตึงตึง!
ลูกเต๋าหกลูกที่อยู่ท่ามกลางพายุพลังจิตนั้นก็เกิดการพุ่งกระแทกไปมาภายในถ้วยอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงดังตึงตังออกมาอย่างต่อเนื่อง
พลังจิตอันทรงพลังสองก้อนที่ปะทะกันอยู่นั้น ทำเอาเซวียนหยวนกวังตกตะลึงจนตั้งตัวไม่ทันจากนั้นหลินหยางก็ใช้พลังจิตทั้งหมดยกถ้วยลูกเต๋าขึ้นทันที
ฟิ้ว
ถ้วยลูกเต๋าของเซวียนหยวนกวังถูกยกลอยขึ้นฟ้าไป
บนพื้นนั้นเหลือแค่ลูกเต๋าที่มีสีสันหลากหลายทั้งหมดหกลูกวางอยู่ซึ่งบนลูกเต๋านั้นมีตัวเลขหลายรูปแบบหงายอยู่ รวมๆ แล้วมีแต้มทั้งหมดแค่สิบแปดแต้มเท่านั้น
ในจังหวะเดียวกันนั้นเองหลินหยางก็ได้ใช้พลังจิตของตัวเองเปิดถ้วยลูกเต๋าขึ้นมาด้านในนั้นมีลูกเต๋าหกแต้มวางอยู่ทั้งหมดหกลูก แต้มรวมทั้งหมดเท่ากับสามสิบหกแต้ม
“ข้าชนะแล้ว!!”
หลินหยางสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
ทั้งหมดที่อธิบายมานั้นดูแล้ววุ่นวายยุ่งเหยิงสุดขีดจนเหมือนจะกินเวลานานตั้งแต่ที่หลินหยางระเบิดลักษณ์แห่งมังกรเขียวออกมาจนกระทั้งส่งพลังเข้าไปในถ้วยลูกเต๋าของอีกฝ่ายจนเกิดเป็นพายุพลังจิตไปจนถึงการเปิดถ้วยลูกเต๋าของตัวเองออกนั้น อันที่จริงแล้วมันกินเวลาเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นเองเร็วจนคู่ต่อสู้ไม่อาจจะตอบสนองได้ทัน
เซวียนหยวนกวังดูจะตกตะลึงจนยืนเอ๋อไปแล้ว
เขามองไปที่หลินหยางอย่างงงๆภายในดวงตาที่เคยมองเห็นเรื่องราวต่างๆ มามากมายนับไม่ถ้วนแล้วนั้นก็เกิดความรู้สึกอันยุ่งเหยิงยากจะอธิบายได้แบบหนึ่งขึ้นมา
“มะ มัง...”
ริมฝีปากของเขาขยับพึมพำ เหมือนว่าจะกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่มีความรู้สึกบางอย่างที่ไหลทะลักออกมาจากในใจเขา
เขาอึ้งอยู่อย่างนั้นไปนานหลายวินาทีจึงจะเรียกสติกลับคืนมาได้ จากนั้นก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะดังสนั่นขึ้นมาทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ฮ่าฮ่า ดี... ข้าแพ้แล้วฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ดีมาก!!”
เขาหัวเราะสักพักหนึ่งก็เอามือไปประสานไว้ที่ท้ายทอยจากนั้นก็นอนลงพื้นไปทันที ราวกับว่าเขาเพิ่งไดพบกับเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในชีวิตก็ไม่ปาน...
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดีมาก ดีมากๆ เลยจริงๆ...”
หลินหยางเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน
คนตรงหน้านี่นอกจากจะเป็นผีพนันแล้ว ดูเหมือนสมองจะเพี้ยนนิดๆ ด้วยนะนี่
เเต่พลังของอีกฝ่ายนั้นน่ากลัวอย่างแท้จริงถ้าไม่ใช่เพราะเขาแอบเล่นลูกไม้เพิ่มเข้าไปละก็แค่จะทำให้เซวียนหยวนกวังกระดิกนิ้วยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำจะต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูปแน่นอน
เขาไม่ได้ไปขัดจังหวะหัวเราะของเซวียนหยวนกวังอะไรแค่หยุดพักปรับลมหายใจแบบเงียบๆ ฟื้นหัวสมองที่บวมจนแทบระเบิดแล้วให้กลับเป็นปกติ
เขาหัวเราะนานเกือบหนึ่งนาที ถึงจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้งเขามองมาที่หลินหยาง จากนั้นก็พูดออกมาว่า
“ดี ดีมาก ดีจริงๆ !แม่มันเถอะวันนี้ข้าแพ้แล้วจริงๆแต่แพ้แบบสนุกมาก แพ้ได้สะใจดีจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า หลินหยาง ไอ้หนูอย่างเจ้านี่อันตรายจริงๆข้ายอมเจ้าเลย คำว่า ลุงกวัง นี่เจ้าเก็บไว้เรียกวันหลังก็แล้วกัน!”
“หลินหยางต้องขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ออมมือให้”หลินหยางยกมือทำท่าคำนับ
“ชิ อย่ามาไม้นี้เลย แพ้แล้วก็คือแพ้ใครออมมือให้ฮะ!” เซวียนหยวนกวังกลับมามีท่าทางสบายๆ อีกครั้ง“ฟังให้ดีล่ะ ในเมื่อข้าแพ้แล้ว ข้าย่อมรักษาคำพูดเมื่อประมาณหลายวันก่อนนี่ละมียอดฝีมือที่ไม่สมควรปรากฏอยู่ในที่แห่งนี้เข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดสามคน...”
พอเซวียนหยวนกวังพูดเรื่องจริงจังขึ้นมานั้นก็มีท่าทางที่สุขุมลุ่มลึกขึ้นมาทันทีเขาบอกเล่าข้อมูลที่สำคัญที่สุดให้หลินหยางฟังด้วยคำพูดสั้นๆ แต่ใจความครบถ้วนชัดเจน
สามศาสนาใหญ่ที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ตอนนี้ต่างก็มียอดฝีมือระดับโพ่ไห่ขั้นกลางศาสนาละหนึ่งคนมาเข้าประจำการแล้ว
ศาสนาเหล่านั้นเริ่มสนใจทวีปชี่อู่แล้วจริงๆ ด้วย
หลินหยางรู้ว่าการลงมือของลัทธิหมื่นวิญญาณนั้นเท่ากับว่าคำสัญญาที่สี่ศาสนาใหญ่ให้ไว้กับแม่ของเขาเมื่อสิบห้าปีก่อนได้ถูกยกเลิกไปแล้วเกรงว่าตอนนี้เหล่าขุมอำนาจใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหลายน่าจะต้องลงมือกับ “สมรภูมิฝังเทพ”ในไม่ช้าแน่
ส่วนยอดฝีมือระดับโพ่ไห่ขั้นกลางของทั้งสามศาสนาตอนนี้นั้นน่าจะยังเป็นแค่หน่วยที่มาสังเกตการณ์เท่านั้น กองกำลังที่ใหญ่มากกว่านี้ของพวกมันรวมถึงของพวก“ลัทธิวิญญาณอสูร” ด้วย จะต้องกำลังตามหลังมาอยู่แน่ เวลาที่พวกนั้นจะมาถึงทวีปชี่อู่นั้นอยู่ห่างไปอีกไม่ไกลมากแล้ว...
“หลินหยางขอบคุณผู้อาวุโสที่บอกกล่าว”
ถึงแม้หลินหยางจะกำลังรู้สึกกังวลใจอยู่ แต่ก็ยังต้องแสดงความขอบคุณให้กับเซวียนหยวนกวังผู้ลึกลับคนนี้ก่ออน
“ไม่ต้องหรอกไม่ต้อง ข้ามาเล่นก็ได้เล่นแล้วแถมยังแพ้แล้วด้วย กำลังจะไปแล้วละ” เซวียนหยวนกวังพลันค่อยๆจมหายไปในความว่างเปล่าช้าๆ
แต่ก่อนจะจากไปนั้น ก็มีประกายแสงสายหนึ่งลอยมาทางหลินหยาง
“เจ้าหนูน้อย วันนี้เจ้าแสดงผลงานได้ไม่เลวเลยข้ามอบของเล็กๆ น้อยๆ นี่ให้เป็นที่ระลึกก็แล้วกัน! อีกไม่นานทวีปชี่อู่จะต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้นแน่ๆของที่ข้าให้ไปจะต้องเป็นประโยชน์กับเจ้าอย่างมากแน่นอน เอาละ ลาละนะ!!”
พอพูดจบ เงาร่างของเขาก็หายวับไปย่างสมบูรณ์
หลินหยางยื่นมือไปรับของชิ้นนั้นไว้พอยกขึ้นมาดูก็พบว่ามันคือลูกเต๋าที่ใช้ประลองกันเมื่อครู่นี้หนึ่งลูกนั่นเอง
นี่มัน...
ของดีเลยนะนี่!!
หลินหยางที่เมื่อครู่นี้ได้สัมผัสถึงความหนักและความแน่นของมวลในลูกเต๋านี้แล้วก็พบว่ามันเป็นสุดยอดสมบัติที่ต้องมีทักษะการช่างในระดับที่เหนือกว่าวิถีราชันถึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้
ลูกเต๋าที่หนักขนาดนี้แต่กลับมีขนาดเล็กเท่ากับข้อนิ้วหนึ่งข้อเท่านั้น เมื่อใช้พลังจิตควบคุมมันแล้วละก็หากปล่อยมันออกไปด้วความเร็วสูงสุด มันจะต้องสามารถทะลวงทุกสรรพสิ่งได้อย่างแน่นอนมันคืออาวุธสังหารแห่งวิถีพลังจิตอันไร้เทียมทาน!!
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้หลินหยางไม่เคยมีอุปกรณ์พลังจิตที่สมบูรณ์พร้อมในครอบครองเลย “ตาข่ายผนึกวิญญาณ”ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ “นาฬิกาสลายวิญญาณ” ก็ยังใช้ไม่ได้ดังนั้นลูกเต๋านี่จึงกลายเป็นไพ่ตายใบใหม่ของหลินหยางได้พอดี
ลักษณ์แห่งมังกรเขียวที่ช่วยเพิ่มระดับพลังจิตให้สูงขึ้นหลายเท่านั้นเมื่อรวมกับลูกเต๋าไร้เทียมทานลูกนี้แล้วละก็หลินหยางเชื่อว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับโพ่ไห่ขั้นกลางก็ตามถ้าถูกโจมตีใส่ด้วยสิ่งนี้ในจังหวะทีเผลอละก็จะต้องอาการสาหัสอย่างแน่นอน
พลังต่อสู้ของเขาได้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง
ของขวัญที่เซวียนหยวนกวังมอบให้หลินหยางนั้นทำให้เขารู้สึกยินดีขึ้นมาแต่ก็รู้สึกประหลาดใจด้วยเหมือนกัน
คนลึกลับผู้นั้น...
มาทำดีกับเขาทำไมกัน?
หลินหยางไม่รู้เลยว่าเซวียนหยวนกวังที่เข้าไปในความว่างเปล่าแล้วนั้น ในแววตาของเขาตอนนี้ได้เปล่งประกายแสงแห่งความหวังที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยมานานนับหมื่นปี
เขาแย้มยิ้มขึ้นความยินดีแต่ก็ดูลึกลับ
..................................
วันต่อมา
งานจัดอันดับยุทธภัณฑ์เทวะระดับวิถีราชันก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง
โต๊ะพนันของเซวียนหยวนกวังยังคงร้อนแรงเหมือนเคย
เมื่อวานนี้ “กำแพงแห่งความว่างเปล่า”ของหลินหยางนั้นได้ขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งในตารางแล้วมันได้พาเอาความคึกคักเร่าร้อนของเหล่าชาวเมืองดินแดนศักดิ์สิทธิ์พุ่งขึ้นสูงถึงจุดสูงสุดไปด้วยเช่นกัน
“ไอ้หลินหยางนี่สุดยอดเลยนะนี่ไม่รู้ว่าปีนี้มันจะมียุทธภัณฑ์สุดเทพที่ทรงพลังกว่านี้โผล่มาอีกรึเปล่า...”
“ยากแล้วกระมัง...ตราผนึกผู้สรรค์สร้างยังครองอันดับหนึ่งมาได้ตั้งห้าปีมันไม่มีทางถูกล้มได้ง่ายๆ หรอก ข้าว่าไอ้กำแพงแห่งความว่างเปล่านี่น่าจะอยู่ได้อีกอย่างต่ำๆก็สองถึงสามปีเลยกระมัง”
“อย่างนั้นหลินหยางก็อิ่มเลยน่ะสิ...รางวัลที่ได้ในครั้งนี้อย่างต่ำๆก็คือวัตถุดิบขั้นหกจำนวนสามชิ้นไม่แน่ว่าถ้าไปอยู่ในมือเขามันอาจจะสามารถสร้างอะไรที่มันสุดยอดมากๆ ออกมาก็ได้นะ!”
พอผู้คนมาถึงจุดที่ตั้งหน้าจอผลึกตารางอาวุธแล้วก็เริ่มถกเถียงวิเคราะห์กันทันที
เซวียนหยวนกวังเองก็เริ่มทำงานด้วยสีหน้าคึกคักด้วยเช่นกัน
“ฮ่าฮ่า แค่เดาเล่นอย่างเดียวมันจะไปได้อะไรกันสหายต้องลงพนันด้วยสิมันถึงจะสมกับเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง! หลินหยางจะถูกคนอื่นแซงไปได้หรือไม่ถ้าโดนจะโดนวันนี้ พรุ่งนี้ หรือว่ามะรืนนี้กันแน่? เอาละ สหายทั้งหลายรีบเข้ามาลงเดิมพันไว้เร็วการพนันนี่แหละที่จะทำให้พวกเจ้าได้สัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงของการเป็นมนุษย์! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า แต่ลงเงินแล้วห้ามเปลี่ยนใจนะโว้ย!!”
“ข้าเอาด้วย!”
“ข้าเทหมดหน้าตักเลย!”
ฝูงชนในวันนี้ดูจะไม่ต้องให้เซวียนหยวนกวังพูดปลุกใจอะไรอีกแล้วมาถึงก็ใส่สุดกันเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกเสียดายหน่อยๆ ก็คือถึงแม้ว่าในกการคัดเลือกวันที่สองนี้จะยังมีอาวุธใหม่ๆ ได้ขึ้นตารางตลอดเวลาแต่กลับไม่มีอันไหนที่โดดเด่นจนสะเทือนฟ้าเลยสักนิด
ทั้งวันนี้สิบอันดับแรกบนตารางนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเลยแม้อันดับเดียว
แต่เพราะมีโต๊ะพนันของเซวียนหยวนกวังอยู่ทำให้วันที่ค่อนข้างน่าเบื่อแบบนี้ยังพอจะมีรสชาติอยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันผู้คนก็ยังคงคาดหวังว่าจะมีสุดยอดอาวุธที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ปรากฏขึ้นมาอีก
จากนั้นเวลาก็ผ่านไปห้าวันอย่างเรียบง่าย
ยังเหลือเวลาอีกแปดวันถึงจะสิ้นสุดงานคัดเลือกครั้งนี้
ช่วงห้าวันที่ผ่านมานั้นไม่ค่อยมีอะไรน่าแปลกใจเกิดขึ้นสักเท่าไรนักมีเพียงแค่อันดับสิบเท่านั้นที่ถูกแทนที่เข้าไปนอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเลย
แต่ในช่วงบ่ายของวันที่หกนั่นเอง ในที่สุดก็มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ช่วงบ่ายวันนั้นแต่เดิมแล้วหัวข้อพนันที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือในงานคัดเลือกครั้งนี้จะมีอาวุธของนักการช่างเพศหญิงได้ขึ้นตารางทั้งหมดกี่คนแต่พอเกิดความเปลี่ยนแปลงหนึ่งขึ้น ทั่วทั้งสนามก็พลันคึกคักตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว!”
อันที่จริงตอนนี้ขอแค่มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้แล้ว
แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นั้นมันได้ทำให้ผู้คนทั่วทั้งสนามถึงกับตาเบิกโพลง
“โอ้สวรรค์! อันดับหนึ่งของหลินหยาง...มันเปลี่ยนแล้ว!!”
ผู้คนนับหมื่นคนพลันตกลงสู่ความเงียบงันทันที
ไม่มีใครคิดเลยว่ามันจะมีอาวุธชิ้นใหม่ที่สามารถขึ้นมาโค่น “กำแพงแห่งความว่างเปล่า”ของหลินหยางลงได้ แบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย
หรือว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ไอ้พวกนักการช่างเก่งๆ มันนอนหลับกันอยู่แล้วเพิ่งมาตื่นเอากันปีนี้นะ?
บนโลกนี้ นอกจากเลี่ยนคุนหลุนแล้วหรือว่ายังมีคนอื่นที่สามารถสร้างสุดยอดยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันแบบนั้นได้อยู่อีกหรือ?
ผู้คนทั้งหลายต่างก็จับจ้องไปที่รายชื่ออันดับหนึ่งนั้นจนราวกับว่าจะมองให้ทะลุหน้าจอผลึกตรงหน้านี้เลย
และในที่สุด
ก็มีข้อความใหม่ปรากฏขึ้น
อาวุธใหม่ที่ได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งตอนนี้คือกระบี่เล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า“ประกายโลหิต” สุดยอดยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันขั้นสูงสุด