ระหว่างที่พูดออกไปกู่ซินเอ๋อร์ก็ทำได้เพียงเดินตามหลังเมิ่งฝานไปอย่างจนปัญญาเดินตามหลังเมิ่งฝานไม่นานก็ขึ้นมาเดินเคียงไหล่เมื่อได้กลิ่นหอมจากเด็กสาวข้างกายทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเหมือนได้กลับไปยามที่ยังเป็เด็กในยามนั้นพวกเขามักจะออกมาเก็บสมุนไพรและเล่นด้วยกันอยู่เสมอ เพียงแต่ในภายหลัง...
เด็กหนุ่มครุ่นคิดแล้วถอนหายใจอยู่ในใจไม่อยากคิดอันใดต่อ จึงก้าวเดินไปยังชายเขาเยียนหลางต่อไป
ต้นไม้สูงใหญ่ พืชพรรณนานาชนิดผืนป่าชายเขาเยียนหลางแห่งนี้คือผืนป่าเขียวชอุ่มและทอดยาวไปไกล
แม้ว่าหมู่บ้านอูเจิ้นจะห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในเขาเยียนหลางแต่สำหรับบริเวณโดยรอบชายเขาแล้วไม่มีข้อห้ามใดๆ สถานที่แห่งนี้คือจุดที่เด็กๆมักมาเล่นสนุกกันนอกจากจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วยังมีสัตว์อสูรที่มักออกมาตระเวนหาอาหารซึ่งแน่นอนว่าพวกมันเป็เพียงสัตว์อสูรระดับต่ำเท่านั้น
เมิ่งฝานทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้าเขารู้ดีว่าวันนี้เป็วันที่เขาเยียนหลางจะมีกระแสอสรพิษมากที่สุด
คำว่ากระแสอสรพิษก็คือบรรดาอสรพิษจำนวนมากที่มักเลื้อยเพ่นพ่านอยู่บริเวณชายเขาและยามนี้จะชุกชุมเป็พิเศษ ขอเพียงบริเวณชายเขามีกลิ่นเนื้อโชยไปเท่านั้นบรรดาฝูงอสรพิษบนเขาก็จะพากันเลื้อยลงมา
สัตว์อสูรระดับหนึ่งมีพลังการทำลายล้างไม่มาก แต่จิตอสูรของมันกลับมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญตนอย่างมากสิ่งที่เมิ่งฝานคิดว่าสำคัญที่สุดคือหลังจากนำจิตอสูรของสัตว์เ่าั้ออกมาแล้วเนื้อของมันก็ยังสามารถนำกลับไปกินที่บ้านได้อีกด้วย
แน่นอนว่าเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการพบหน้ากับกู่ซินเอ๋อร์จึงทำให้ไม่ได้มาจับอสรพิษหลายปีในที่สุดเมื่อมาถึงชายเขานี้เขามองไปยังผืนป่าที่คุ้นเคยยกยิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าวันนี้จะต้องยืดเส้นยืดสายสักหน่อยแล้วล่ะ!”
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเมิ่งฝานกู่ซินเอ๋อร์พลันชะงักงันแล้วถามออกไปด้วยความสงสัย “พี่เมิ่งฝาน เหตุใดวันนี้ถึงดูแปลกไปล่ะคล้ายว่าท่านจะมีอะไรบางอย่างที่ต่างไปจากเมื่อก่อน?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็หัวเราะออกมาเสียงเบาก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “ก็อาจจะอย่างนั้น!”
ขณะที่เอ่ยปากเมิงฝานก็หาที่ว่างกลางผืนป่าแล้วนั่งลง เขาเอาเนื้อที่ต้มสุกแล้วออกมาวางไว้บนพื้นเพื่อให้กลิ่นหอมของมันลอยไปแตะจมูกของเหยื่อ
“หึหึ จมูกของอสรพิษพวกนั้นไวจะตายไป รอไม่นานพวกมันก็มาแล้วล่ะ!”
เมิ่งฝานพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกกู่ซินเอ๋อร์หัวเราะเสียงเบามองไปยังใบหน้าของเมิ่งฝานที่ดูเหมือนว่าวันนี้จะยิ้มมากกว่าที่เคยเจอแล้วอดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้
เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปก็มีเสียง ‘สวบสาบ’ ดังขึ้นในป่าเห็นได้ชัดว่าอสรพิษเ่าั้กำลังเริ่มเลื้อยเข้ามาตามกลิ่นหอมของเนื้อแล้วเสียงนี้ทำให้กู่ซินเอ๋อร์ถอยหลังไปหาเมิ่งฝานในทันใดฝ่ามือเล็กจับมือของเมิ่งฝานเอาไว้ด้วยความกลัวปราศจากท่าทีของผู้บำเพ็ญตนขั้นฝึกกายาระดับห้า
เมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือของอีกฝ่ายเมิ่งฝานก็หัวใจเต้นแรงแล้วว่าพลางยิ้มขึ้น “ไม่ต้องห่วงข้าอยู่ตรงนี้แล้ว!”
หลังจากที่เอ่ยปากไปเพียงไม่กี่คำเมิ่งฝานก็เริ่มลงมืออสรพิษเหล่านี้สำหรับเมิ่งฝานในยามปกติก็เป็เพียงเหยื่อที่ถูกล่าเท่านั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขาในยามนี้
เมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่กู่ซินเอ๋อร์ชะงักงันไปชั่วครู่ต่อมาใบหน้าของเด็กสาวมีความเหลือเชื่อปรากฏขึ้น เพราะนั่นเป็ประโยคที่ก่อนหน้านี้กู่ซินเอ๋อร์เคยได้ยินจากปากของเมิ่งฝานทว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ไม่เคยได้ยินมันอีกเลย
วันนี้เมิ่งฝานคล้ายมีบางอย่างเพิ่มขึ้นมาและนั่นก็เป็สิ่งที่เขาควรจะมี...การเป็ลูกผู้ชาย!
เมื่อคิดได้เช่นนี้กู่ซินเอ๋อร์ก็ร้อง ‘เพย’ ออกมาในใจด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
ทว่าในตอนนี้เมิ่งฝานกลับไม่ได้สนใจความคิดของเด็กสาวที่อยู่ข้างหลังนิ้วทั้งห้าของเขากางออกอย่างรวดเร็วเพื่อจับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอสรพิษมรกตสิบกว่าตัวที่เลื้อยเข้ามานับว่าเป็กำไรจากการวางเนื้อที่ดีมากจริงๆและนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มเผยสีหน้าแสดงความดีใจออกมา
ฟ่อ!
เมื่อเห็นการจู่โจมของเมิ่งฝานอสรพิษมรกตที่อยู่บนพื้นจึงยกหัวขึ้นในทันใดแล้วพุ่งเข้าจู่โจมเด็กหนุ่มด้วยความเร็วดุจลูกศร
สัตว์อสูรมีพลังที่เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญตนมาแต่กำเนิดนอกจากร่างกายที่แข็งแกร่งแล้วพวกมันก็ยังมีจิตอสูรที่เทียบได้กับพลังปราณของผู้บำเพ็ญตนอีกด้วยแต่เพราะสัตว์อสูรระดับหนึ่งไม่มีสิ่งนั้นอยู่มิเช่นนั้นเมิ่งฝานก็คงไม่กล้าเข้าไปแหย่พวกมัน
ในวินาทีต่อมาเมิงฝานขยับฝ่ามือนิ้วทั้งสองยื่นออกไปด้วยความมั่นใจพลันร่างของอสรพิษมรกตก็เข้ามาอยู่ในซอกนิ้วพอดี
กร๊อบ!
เมื่อเมิ่งฝานออกแรงเล็กน้อยก็สามารถหักกระดูก่ใต้ศีรษะของอสรพิษมรกตจากนั้นจึงยกยิ้มแล้วเอ่ยเสียงเบา “หึหึ ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแต่ฝีมือก็ยังไม่ตก!”
ในระหว่างที่พูดเมิ่งฝานก็ไล่ล่าสัตว์อสูรเ่าั้ไปเรื่อยๆแม้ว่าอสรพิษมรกตสิบกว่าตัวนี้จะเลื้อยอย่างรวดเร็วแต่เมื่อเด็กหนุ่มลงมือไล่ล่าพวกมันทั้งหมดก็เข้ามาอยู่ในมือของเขาได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยซ้ำไป
เมื่อเมิ่งฝานหยุดเคลื่อนไหวก็พบว่ามีอสรพิษมรกตนอนตายเกลื่อนพื้นกู่ซินเอ๋อร์ที่อยู่ข้างหลังยิ้มกว้างด้วยความดีใจงดงามราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานดึงดูดผู้คนแล้วเอ่ยพลางปรบมือเสียงดัง
“พี่เมิ่งฝานเก่งที่สุดเลย!”
เมื่อได้ยินคำชมเมิ่งฝานก็ยิ้มเขินทันทีเขากำลังจะเอ่ยปากแต่กลับมีเสียงฝีเท้ามากมายดังขึ้นขณะเดียวกันก็มีเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นมา
“หึหึ ไม่เลว ท่าทางทะมัดทะแมงไม่น้อยคิดไม่ถึงว่าเ้าเมิ่งฝานจะมีฝีมือในการจับอสรพิษด้วยข้ายังคิดว่ากำลังดูสุนัขกินมูลเสียอีก!”