
...ชายลึกลับนั้นล้มลงกับพื้นด้วยท่าทางหวาดกลัว แต่ก็พยายามดิ้นรน เขาถูกหลินเซียนใช้ปราณน้ำตรึงข้อเท้าไว้แน่น ชายลึกลับร้องเสียงสั่นเครือ “อย่าทำข้าเลย ๆ … ข้าไม่ใช่คนร้าย!”
แววตาพรั่นพรึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าในความสับสนหลินเซียนกลับมองเห็นบางสิ่งผิดแปลก เขาเอื้อมตัวเข้าไปใกล้ๆ จับที่มือชายผู้นั้นและเพ่งมองใบหน้าอย่างละเอียด แล้วเขาก็ชะงักไปชั่ววูบหนึ่ง พลางมองเสื้อผ้าขาดวิ่น เปื้อนฝุ่นโคลน ของชายผู้นั้นใกล้ๆ
ชายผู้นั้นเหมือนคนสติไม่ดี พูดซ้ำๆ คำเดิมๆ อย่างน่าสงสัย "ข้ายอมแล้วๆ อย่าทำข้า"
หลินเซียนปล่อยชายผู้นั้นไป แต่เขาเอาส่งแป่นยันต์ติดตามเล็กๆ ใส่ไว้ที่หลังและซึมเข้าร่างกายชายผู้นั้น ก่อนที่ชายผู้นั้นจะวิ่งหนีไป
....คืนของวันที่ 7 นับจากกระดาษแจ้งเตือนว่าจะมารับเ้าสาว หลินเซียนแจ้งท่านเศรษฐีว่าจะล้อมจับปีศาจน้ำวันนี้ คืนนี้เขาสวมใส่ชุดเซียนสีขาว
แม้นจะเป็ข้างแรมใกล้คืนเดือนมืด แต่ใบหน้าที่ขาวผ่องหล่อเหลาของเขาก็ยังสะท้อนแสงจันทร์ชวนให้น่าหลงไหลอยู่ดี
รอบๆ สระน้ำมีแผ่นยันต์ มือซ้ายหลินเซียนถือกระดิ่ง ส่วนมือขวาก็ถือกระบี่ คนทั้วบ้านท่านเศรฐีออกมาดูเขาร่ายอาคมพิธีกรรมปราบปีศาจนั้น
ทันใดนั้น…พื้นดินใต้เท้าสั่นะเืเบา ๆ ก่อนสระน้ำกลางเรือนจะพลันเกิดคลื่นวนอย่างไร้สาเหตุ
จากผิวน้ำสงบ กลับมีไอดำขุ่นข้นคละคลุ้งลอยขึ้นทีละสาย พันเกี่ยวกันราวงูพิษนับร้อยเลื้อยคลานสู่ฟ้า
เสียงครวญครางต่ำลึกดังก้องออกมา มิใช่เสียงมนุษย์ หากแต่เป็เสียงบิดเบี้ยวประหนึ่งิญญานับพันกำลังร่ำไห้พร้อมกัน
“อ๊าาา…อือออออ…อ๊าาาาา…” เสียงก้องสะท้อนดังกรีดสยองไปทั่วอากาศ
ลมหนาวเย็นเฉียบพัดวูบเข้าปะทะร่างผู้คนราวกับมือผีที่ลูบไล้ กระดูกทุกท่อนสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
บ่าวไพร่หลายคนขนลุกร้องอุทานเสียงหลง ก่อนจะถอยหลังออกห่าง บางคนถึงกับทรุดลงกับพื้น ขาสั่นจนขยับไม่ได้
แม้แต่พ่อบ้านชราที่ขึ้นชื่อว่าหน้าดุยังเบิกตากว้าง สีหน้าซีดเซียวไร้เืฝาด ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
บรรยากาศมืดดำแผ่ปกคลุมทั้งคุ้มเศรษฐี ราวกับทุกลมหายใจถูกไอดำนั้นกลืนกินไปทีละน้อย
"ออกมา เ้าปีศาจ!"
หลินเซียนะโเสียงดัง สั่นกระดิ่ง และโยนยันต์ที่เผาข้างลงในสระน้ำ
จากกลางสระน้ำสงบเงียบ เงามืดสีดำค่อย ๆ พวยพุ่งขึ้นคล้ายหมอกหนาทึบ
ร่างปีศาจน้ำปรากฏเป็เงาอวบอิ่ม ดำสนิทราวกับกลืนทุกแสงรอบตัว
มันลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ ใบหน้าปราศจากรูปร่างชัดเจน แต่สายตาที่เปล่งประกายเยือกเย็น ทำทุกคนชะงักและขนลุกซู่
"ท่านเซียนรีบฆ่ามันเร็ว!" ท่านเศรษฐีร้องอุทานออกมาด้วนหา้ตาตื่นใ
"ใช่! ข้าต้องรีบกำจัดมัน"
ว่าแล้วหลินเซียนก็พุ่งเข้าไปที่สระน้ำ
แต่....เขากลับฟันต้นไผ่ ทำลายหินในสวน
"ท...ท่านทำอะไร???" เศรษฐีใกับสิ่งที่หลินเซียนทำ
"ข้าก็กำจัดปีศาจไง" หลินเซียนตอบ พรางยิ้มที่มุมปากนิดๆ
ทันใดนั้นเงาดำของปีศาจน้ำก็โพยพุ่งควันสีดำออกมามหาศาล กระจายไปทั่ว
ท่านเศรษฐีและเหล่าคนใช้ใมาก
"ท่าน! ทำอะไรของท่าน!" แววตาของเศรษฐีมีความไม่พอใจจนเห็นได้ชัด
"ตายซะเ้าปีศาจ"
หลินเซียนใช้พลังปราณวารีสร้างกระบี่น้ำจำนวนมาก ลอยขึ้นรอบตัวเขา
"กำจัด!"
กระบี่ปราณน้ำมากมายพุ่งเข้าใส่คนทั้งบ้านท่านเศรษฐี พ่อบ้าน สาวใช้ คนงาน ภรรยาท่านเศรษฐี แม้แต่ตัวท่านเศรษฐีเองก็ถูกกระบี่วารีพุ่งเข้าปักกลางอก
"อ๊ากกก! เ้า! เ้าทำอะไรของเ้า??"
"หึ!" หลินเซียนหันมายิ้มเยาะที่มุมปาก แล้วชี้หน้าไปที่ท่านเศรษฐี
"พวกเ้านี่ไง ปีศาจไม่ใช่รึ?"
"อย่ามาใส่ร้ายข้าๆ ไม่ใช่ เ้ามันพวกปเดียวกับปีศาจน้ำ ช่วยด้วย ช่วยด้วย!"
หลินเซียนพุ่งกระบี่วารีอีก 3 เล่มเข้าแทงท่านเศรษฐี
ไม่พอ! หลินเซียนพุ่งกระบี่วารี 10 เล่มเข้าไปแทงซ้ำอีก แต่ท่านเศรษฐีกลับไม่มีเืออก แถมยังยืนได้!
"เ้าใช่คนแน่รึ? กระบี่ปัก 14 เล่ม ไม่มีเืออกสักหยด แถมยังยืนได้เช่นนี้"
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…เ้าคิดว่าเ้าเข้าใจความจริงแล้วหรือ?” เสียงหัวเราะก้องกังวาน ราวกับสะท้อนมาจากห้วงลึกใต้โลก
ร่างกายของเศรษฐีเริ่มบิดเบี้ยว ผิวพรรณเปลี่ยนเป็สีดำเงา ลายเส้นปรากฏคล้ายเกล็ดน้ำที่ลื่นไหล
มือและเท้าของเขาขยายยาวเป็กรงเล็บแหลมคม ราวกับสามารถฉีกฟ้าและฉีกดินให้แหลกสลาย
ร่างท้วมสง่างามที่เคยเต็มไปด้วยความหรูหรา ค่อย ๆ ละลายกลายเป็เงามืดคลุ้มครึ้ม
ดวงตาที่เดิมแฝงแววความมั่งคั่ง กลายเป็ประกายสีแดงเรืองรอง เยือกเย็นและน่ากลัว
"ท่านผู้พิทักษ์ช่วยข้าเร็ว!"
ร่างดำสนิทกลางสระน้ำค่อย ๆ สลายไอดำจนหมด กลายเป็ละอองแสงใส สีฟ้าอมเขียวส่องประกายระยิบระยับคล้ายหยดน้ำคริสตัล
โครงร่างค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เป็ภูติวารีรุปร่างเล้กจิ๋ว ผมยาวเป็สายน้ำไหลไหว เส้นสายร่างเรียวยาวงดงามเป็สายน้ำที่ผสมแสงจันทร์
ดวงตาของภูติวารีเปล่งประกายใสเหมือนทะเลสาบบริสุทธิ์ มีพลังเยือกเย็นแต่สงบนิ่งดั่งธรรมชาติ
หลินเซียนก้าวออกจากขอบสระ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายเยือกเย็น ปราณกระบี่สายนทีวายุในมือพุ่งวาบเป็เส้นแสงตัดอากาศ
ภูติวารีลอยสูงเหนือผิวน้ำ แสงฟ้าอมเขียวจากร่างงดงามของมันพุ่งทะลุม่านไอดำที่ปีศาจเศรษฐีปลอมปล่อยออกมา
เสียงหัวเราะชั่วร้ายของปีศาจก้องกังวาน ขณะที่มันฟาดกรงเล็บดำสนิทเข้าหาหลินเซียน
หลินเซียนหมุนตัว ลมปราณนทีพัดสายน้ำแรงจนใบไม้และฝุ่นรอบสระพุ่งกระจัดกระจาย กระบี่ตัดผ่านอากาศเป็เส้นสายสีเงินพร่างพราย
ภูติวารีร่ายเวทสายน้ำ มือสอดประสานกับน้ำในสระ น้ำพุ่งขึ้นเป็เกราะคลุ้มครึ้ม ปรากฏเป็เกล็ดน้ำใสส่องแสงราวคริสตัล
ปีศาจเศรษฐีปลอมพยายามโจมตี ทั้งพ่นเงามืดและคลื่นหยินทมิฬ แต่หลินเซียนและภูติวารีเคลื่อนไหวประสานราวดวงดาวและสายน้ำ
กระบี่ปราณของหลินเซียนฟันพุ่งตัดผ่านเงามืด แสงพลังปราณชนกับคลื่นหยินกระจายเป็ระลอก เสียงะเิดังก้องเหมือนฟ้าผ่า
ภูติวารีโบกมือ น้ำในอากาศกลายเป็แสงสีเขียวฟ้า ก่อเกิดเส้นสายน้ำส่องประกายพุ่งตรงสู่ปีศาจ
ปีศาจเศรษฐีปลอมกรีดร้องด้วยความโกรธและเ็ป ร่างดำเริ่มฉีกออก กระจายเป็ไอดำ ก่อนจะถูกพลังปราณหลินเซียนและภูติวารีกวาดสลายไป
ตอนนี้ไม่มีใครเหลือที่ตรงนั้นอีกแล้ว เหล่าปีศาจและสมุนสลายกลายไปไอดำแล้วค่อยๆ หายไป ราวกับที่นี่ไม่มีใครอยู่
"ท่านออกมาเถอะ"
แล้วร่างชายลึกลับที่แอบลอบเข้ามาในวันก่อนก็โผล่ขึ้นมา หลินเซียนมองเขาอีกครั้ง
คนผู้นี้แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่น เปื้อนฝุ่นโคลน แต่เนื้อผิวกลับเปล่งประกายความนวลสะอาดของผู้เคยอยู่ในห้องหอหรูหรา
ใช่แล้ว! เขาคือท่านเศรษฐีหลงอวี่ตัวจริง!
เมื่อเขาเห็นภูติวารีที่สระน้ำเขาก็คุกเข่าโขกหัวคำนับราวกับเป็บรรพชน
ภูติวารีปล่อยพลังปราณสีฟ้าอ่อนๆ ไปสู่รอบตัวเขา สักพักท่านเศรษฐีก็เริ่มจดจำได้ ความทรงจำกลับมา
"ข้าน้อยหลงอวี่ ทายาทตระกูลหลงรุ่นที่ 45 คาราวะท่านภูติผู้พิทักษ์"
ท่านเศรษฐีลุกขึ้นยืนแล้วหันมาทางหลินเซียน
"ขอบคุณท่านเซียนมาก ว่าแต่....ท่านรู่ได้อย่าไรว่าปีศาจคือเ้าพวกนั้น"
"ข้าดูที่มือท่าน ผิวพรรณ หน้าตาท่าน ภายใต้ชุดเก่าสกปรกและท่าทางเสียสตินั้น ข้าเห็นตัวของท่าน"
“รูปลักษณ์ปรากฏขึ้นจากใจ”
“ตาที่เห็นไม่จำเป็ว่าจริงใจ ข้าใช้ใจและสติปัญญาหลายวันจนรอบคอบแล้วจึงตัดสินใจ”
ท่านเศรษฐียิ้ม ชายผูนี้ไม่ใช่มีดีแค่งามสง่าหล่อเหลาแต่เพียงภายนอก แต่เขายังเป็ผู้มีความสามารถยิ่งนัก
เศรษฐียืนนิ่งสักพัก แล้วเขาก็พูดว่า
"ข้ามีของจะให้ท่าน" เขาพูดพลางหันไปทางภูติวารี พร้อมพยักหน้าเข้าใจกันด้วยภาษากาย
ภูติวารีปล่อยพลังบางอย่าง แล้วก็มีหยดน้ำหยดหนึ่งลอยขึ้นมาจากสระ
มันเป็หยดน้ำที่ส่องแสงระยิบระยับ ราวกับมีจันทร์เสี้ยวสะท้อนอยู่ภายใน
ละอองน้ำกระเพื่อมเล็ก ๆ กลายเป็ประกายฟ้าอมเขียว แสงนั้นค่อย ๆ แผ่ซ่านออกเป็วงกว้างราวกับพลังปราณบริสุทธิ์
เมื่อหลินเซียนยื่นมือรับ หยดน้ำไหลเข้าสู่ฝ่ามือเหมือนร่างกายหลอมรวมกับปราณธรรมชาติ
แต่ละหยดที่ซึมเข้าสู่ร่างกายไม่เพียงฟื้นฟูพลังปราณเท่านั้น หากยังปรับสมดุลพลังหยิน-หยาง ทำให้ปราณทุกระดับไหลเวียนอย่างกลมกลืน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำพุ่งขึ้นเหมือนละอองหมอกยามเช้า สร้างความสงบและความแจ่มใสให้จิตใจ
"นี่คือหยดน้ำจากสระ์"
"บรรพบุรุษข้าเคยช่วยเหลือท่านเซียนผู้หนึ่ง และเขามอบหยดน้ำนี้ให้เพื่อตอบแทน"
"หยดน้ำนี้สามารถเรียกสัตว์น้ำได้ทุกชนิดที่ไม่เกินกว่าพลังปราณคนผู้นั้น"
"อย่างข้าก็เรียกได้แค่ปลาตัวเล็กๆ หอย และปู" ท่านเศรษฐีหัวเราะ
"แต่ก็ทำให้บรรพบุรุษข้าขายปลาได้มากจนร่ำรวยกลายเป็ตระกูลเศรษฐีมาจนถึงทุกวันนี้"
"หากแต่เดี๋ยวนี้ข้ามีกิจการที่หลากหลาย ไม่ได้ทำธุรกิจจับสัตว์น้ำขายอีกแล้ว"
"พวกปีศาจมันจ้าสิ่งนี้ มันจึงไม่ฆ่าข้าแต่ขู่บังคับให้ข้าบอกที่ซ่อน รวมถึงขังท่านภูผู้พิทักษ์ และปลอมเป็ข้า"
"ตระกูลข้าตอนนี้ไม่มีใครมีรากิญญาเป็เซียนได้เลย ข้าคงรักษามันไว้ต่อไปไม่ได้ ข้าจึงอยากมอบให้ท่าน"
...หลินเซียนก้มตัวลงต่ำสุด คาราวะด้วยความเคารพสุดใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ข้าขอขอบพระคุณท่านเศรษฐีหลงอวี่ และท่านภูติวารีผู้พิทักษ์ตระกูล” เสียงหลินเซียนดังเรียบแต่หนักแน่น
“น้ำใจนี้สูงส่งนัก”
ร่างสูงสง่าของหลินเซียนงดงามราวปราณสะท้อนในอากาศ ความเคารพซึมซับทุกหยดพลังที่ได้รับ
ภูติวารีลอยสง่าบนผิวน้ำ แสงฟ้าอมเขียวกระพริบเบา ๆ ราวกับตอบรับคำขอบคุณนั้น
ท่านเศรษฐีพยักหน้าเล็ก ๆ แววตาแฝงความพึงพอใจและความภูมิใจในผู้ที่คู่ควร
“น้ำใจของท่านทั้งสองจะไม่สูญเปล่า” หลินเซียนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจ