มือของหลู่ชูหังที่ถือบุหรี่ค้างอยู่กลางอากาศ เขาเป็นคนที่เคยเห็นโลกมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังตกใจอยู่ดี เมื่อได้ยินหลี่ซีเหวินพูดถึงราคา 7 เหมา
“7 เหมา ราคานี้จะเป็นไปได้ยังไง” หลู่ชูหังส่ายศีรษะเบา ๆ
“7 เหมา เป็นเพียงราคาประเมินของผมเท่านั้นครับ แต่ราคาจริงจากโรงงานอาจจะถูกกว่านั้น และผมจะให้เงินสนับสนุนจากกำไร 20% แก่หนังสือพิมพ์ของคุณทุกเดือน โดย 10% จะใช้เป็นเงินค่าโฆษณา ส่วนอีก 10% หัวหน้ากองบรรณาธิการหลู่สามารถใช้มันภายใต้ชื่อสำนักหนังสือพิมพ์เพื่อสนับสนุนโครงการสังคมสงเคราะห์และช่วยเหลือเด็กที่ยากไร้ได้เลย”
“คุณแน่ใจหรือว่าราคาดังกล่าวจะสามารถทำกำไรจริง ๆ” หลู่ชูหังถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ปัญหาเรื่องผลกำไร ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหัวหน้ากองบรรณาธิการหลู่ครับ ผมมีกลยุทธ์เป็นของตัวเอง” หลังจากพูดจบหลี่ซีเหวินก็ยิ้มอย่างมั่นใจ “หัวหน้ากองบรรณาธิการหลู่ ผมรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีอุดมการณ์สูงส่งและก่อตั้งหนังสือพิมพ์นี้มาเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียน แต่ถ้าคุณต้องการรักษาสำนักหนังสือพิมพ์นี้เอาไว้ แค่แรงบันดาลใจและการสนับสนุนจากภาครัฐบาลมันไม่เพียงพอหรอกครับ
นอกจากนี้ คุณคงไม่อยากจะพัฒนาแค่เฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ อย่างเมืองเฉาโจวแห่งเดียวหรอกใช่ไหม หากคุณทำให้สำนักหนังสือพิมพ์ใหญ่ขึ้นได้ แข็งแกร่งขึ้นได้ คุณจึงจะสามารถเข้าถึงทุกเขตในประเทศนี้ได้ แล้วถึงจะสามารถสะท้อนคุณภาพของนักเรียนได้อย่างแท้จริง ซึ่งนั่นเป็นความตั้งใจเดิมของคุณไม่ใช่หรือครับ
ยิ่งไปกว่านั้น ในสังคมปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและอินเทอร์เน็ตก็เพิ่งจะเกิดขึ้น ผมรับรองได้เลยว่าภายในสิบปีอินเทอร์เน็ตจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงเวลานั้นหนังสือพิมพ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์แห่งยุคสมัยก็จะค่อย ๆ จางหายไปจากสายตาของผู้คน หายไปตามกาลเวลา สำนักหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
คลื่นลูกใหญ่ซัดทรายออกไป จากนั้นสำนักหนังสือพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงก็จะเข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิใหม่ ขณะที่สำนักหนังสือพิมพ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จก็จะจมอยู่ในกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากของกาลเวลา
ดังนั้นสำนักหนังสือพิมพ์ของคุณจึงต้องการการเงินอัดฉีด ไม่ว่าจะมองจากมุมมองของการพัฒนาหรือมุมมองของอนาคต คุณสามารถปฏิเสธเงินทุนนี้ได้ แต่ไม่สามารถปฏิเสธบทบาทของเงินทุนได้นะครับ
แน่นอนว่าสิ่งที่ผมพูดไปอาจจะดูไกลเกินไปหน่อย แต่ผมคิดว่าหัวหน้ากองบรรณาธิการหลู่จะเข้าใจในสิ่งที่ผมหมายถึง ห้านาทีผ่านไปแล้ว ผมหวังว่าหัวหน้ากองบรรณาธิการหลู่จะให้โอกาสผมและให้โอกาสสำนักหนังสือพิมพ์ของคุณด้วยนะครับ”
คำพูดของหลี่ซีเหวินไม่เพียงทำให้หลู่ชูหังตกใจเท่านั้น แต่ยังทำให้ฉางไห่และหลินชูที่อยู่ข้าง ๆ ตะลึงจนอ้าปากค้างไปเช่นกัน
ยุคของอินเทอร์เน็ตอะไร หนังสือพิมพ์จะหายไปอะไร การเปลี่ยนแปลงอะไรเหล่านี้ พวกเขาไม่เคยได้ยินและไม่เคยนึกถึงมันมาก่อนเลย
นี่เป็นการคุยโม้อีกแล้วใช่หรือไม่ บางทีเขาอาจต้องการใช้ทักษะบางอย่างเพื่อสร้างเรื่องราวดี ๆ ฉางไห่ก็รู้สึกว่าคน ๆ นี้ไม่ใช่หลี่ซีเหวินที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไป ส่วนหลินชูได้ยกระดับตำแหน่งของหลี่ซีเหวินที่อยู่ภายในใจให้สูงขึ้นไปอีกระดับแล้ว
แม้แต่หลู่ชูหังผู้รอบรู้ก็ยังเงียบไปครู่หนึ่งเช่นกัน ก่อนที่จะเขาจะเปิดปากว่า
“น้องชายบอกตามตรงนะว่า สิ่งที่คุณพูดมานั้น ฉันก็ได้ยินมาจากการประชุมสัมมนาที่เมืองหยานจิงเหมือนกัน วิทยากรเป็นศาตราจารย์อาวุโสของประเทศ ฉันไม่คิดมาก่อนว่าจะได้พบกับคนหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์เช่นคุณในเมืองเฉาโจวแห่งนี้” หลังจากหลู่ชูหังพูดจบ เขาก็ถามอย่างสุภาพว่า “คุณจบจากมหาวิทยาลัยไหนมาหรือ”
“ขอบอกความจริงกับหัวหน้ากองบรรณาธิการหลู่ ผมไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนเลยครับ” หลี่ซีเหวินยิ้ม “แต่ผมชอบอ่านหนังสือและสะสมความรู้”
“เรียนรู้ด้วยตนเองงั้นหรือ น่าสนใจ” หลู่ชูหังพูดพร้อมกับยื่นมือขวาออกไป “สหาย ตกลง ฉันจะร่วมมือกับคุณ แล้วโรงงานของนายชื่ออะไร”
“ไซอิ๋วครับ” หลี่ซีเหวินยื่นมือออกไปแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ทันทีที่ชื่อนี้ถูกพูดออกไป ก็เกิดความเงียบขึ้นในทันที ภายในห้องนั้นฉางไห่และหลินชูไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลี่ซีเหวินจะใช้ชื่อนี้
ในยุคที่เคร่งขรึมเช่นนี้ ชื่อเล่น ๆ แบบนี้ไม่ควรปรากฏขึ้นมาได้เลย
อย่างไรก็ตามหลู่ชูหังกลับหัวเราะออกมาหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
********* *****
วันรุ่งขึ้นข่าวพาดหัวของสติวเดนท์เดลี่ ตัวอักษรใหญ่ขนาดเท่ากับ 12 ประกาศว่าโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮมไซอิ๋วจะเปิดกิจการอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้
เนื่องจากสติวเดนท์เดลี่เป็นที่นิยมในโรงเรียน ดังนั้นข่าวนี้จึงไม่ได้สร้างความฮือฮาในสังคมมากนัก
แต่นี่เป็นโฆษณาชิ้นแรกที่เผยแพร่โดยสติวเดนท์เดลี่ มันจึงทำให้ผู้คนในวงการตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีการคาดเดาเกี่ยวกับเบื้องหลังของโรงงานไส้กรอกแฮมไซอิ๋วอีกด้วย
สำหรับกลุ่มสังคมธุรกิจในเมืองเฉาโจว บางคนสังเกตเห็นโฆษณานี้และเฝิงหยูฮุ่ยก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ประธานเฝิงครับ คุณคิดว่าหลี่ซีเหวินคนนี้มีปัญหาทางสมองหรือเปล่า โรงงานเปิดกิจการแทนที่จะลงข่าวในหนังสือพิมพ์เจ้าใหญ่ ๆ เพื่อโฆษณา แต่กลับไปเลือกสติวเดนท์เดลี่ นี่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกหรือครับ” เฒ่าตงพูดด้วยรอยยิ้ม หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ถูกเขานำมาที่นี่ด้วย
“ไร้สาระงั้นเหรอ” เฝิงหยูฮุ่ยขมวดคิ้วแน่น “ลุงจะไปรู้อะไร”
เฒ่าตงหดคอของเขากลับ หลังจากถูกดุไป เขาจึงพูดอย่างระมัดระวังว่า “ประธานเฝิง มีอะไรยุ่งยากในนี้หรือครับ”
แม้ยอดขายของหนังสือพิมพ์ขนาดใหญ่จะสูง แต่ก็มีโฆษณาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้ ในทางกลับกันโดยไม่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีตั้งแต่ก่อตั้งสติวเดนท์เดลี่มา ที่มีการลงโฆษณาเชิงพาณิชย์ แม้จะไม่ได้สร้างความฮือฮาในสังคมมากนัก แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับความสนใจจากนักเรียน ประกอบกับชื่อของโรงงาน เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการบุกตลาดนักเรียน
“แต่ผู้บริโภคหลักของสินค้าราคาแพงเช่น ไส้กรอกแฮมยังคงเป็นผู้ใหญ่อยู่นะครับ” เฒ่าตงรู้สึกงงงวย
“แม้ว่าผู้บริโภคหลักจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าผู้ใหญ่จำนวนมากนั้นซื้ออาหารไว้สำหรับลูก ๆ ของตัวเอง หากสามารถจับหัวใจของพวกเด็ก ๆ ได้ ก็จะสามารถยึดครองตลาดส่วนหนึ่งได้อย่างแน่นอน”
ใบหน้าของเฝิงหยูฮุ่ยเคร่งขรึมขึ้น “อันที่จริง สำหรับแนวคิดเรื่องโฆษณาในหนังสือพิมพ์สติวเดนท์เดลี่นั้น ฉันก็เคยเข้าหาหลู่ชูหังเพื่อจะให้เขาลงโฆษณาในสติวเดนท์เดลี่ให้เหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละผู้ชายคนนั้นไม่ไว้หน้าฉันเลย และตอนนี้ฉันยังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลี่ซีเหวินกับอีกฝ่านว่าเป็นอย่างไรกันแน่”
“อาจเป็นเพราะจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมากก็ได้นะครับ” เฒ่าตงพึมพำ
“เป็นไปไม่ได้หรอกเพราะหลี่ซีเหวินไม่มีเงิน ส่วนหลู่ชูหังคนนี้ก็ไม่ใช่คนที่เห็นเงินเป็นสำคัญด้วย ฉันได้ยินมาว่าเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภาครัฐด้วยนะ” เฝิงหยูฮุ่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อพูดเรื่องนี้ “หลี่ซีเหวินคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดาซะแล้ว ฉันต้องการพบเขา”
เฒ่าตงตกใจเล็กน้อย เขาไม่เห็นอะไรพิเศษเกี่ยวกับหลี่ซีเหวินที่อายุน้อยคนนี้เลย แต่สำหรับเฝิงหยูฮุ่ย เขาจริงจังกับเรื่องนี้มากเกินไปหรือเปล่า
เวลาห้าโมงเย็น
หลี่ซีเหวินนอนอยู่บนโซฟาในสำนักงาน วางแผนดำเนินการธุรกิจขั้นต่อไปในใจ
เมื่อขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จสิ้น การปรับปรุงโรงงานสิ้นสุดลง เวลาเปิดกิจการก็ถูกกำหนดไว้แล้ว การโฆษณาก็ดำเนินการเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ดังนั้นขั้นตอนต่อไปคือการมุ่งเน้นไปที่ตัวสินค้า
สาเหตุที่เขาคิดเรื่องนี้ได้ในที่สุด เนื่องจากเขามีตำแหน่งของสินค้าในใจอยู่แล้วนั่นเอง ประการที่สองเป็นเพราะหนี้สินกับผู้จัดหาวัตถุดิบด้วย
ทุกสิ่งที่เขากระทำไปก่อนหน้านี้ เป็นเพียงการสะสมเบี้ยต่อรองให้ตัวเองเท่านั้น การเจรจาในครั้งต่อไปมีไว้สำหรับผู้จัดหาวัตถุดิบเหล่านั้น
เป็นเวลาสี่วันแล้ว ที่เขาเข้ามาครอบครองโรงงานแปรรูปและเจ้าหนี้รายย่อยบางรายก็เข้ามาแล้วเช่นกัน ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก แต่เจ้าหนี้รายใหญ่ตัวจริงเสียงจริงกลับยังไม่เคยมาที่นี่เลย
เห็นได้ชัดว่าเหตุผลที่เจ้าหนี้รายใหญ่เหล่านั้นยังไม่มา ไม่ใช่เพราะไม่รู้ข่าว แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังรอโอกาสที่จะมาขอรับการชำระหนี้ต่างหาก
“บอส บอสครับ” อยู่ ๆ เสียงของหลินชูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของหลี่ซีเหวิน เขาลุกขึ้นนั่งและเห็นหลินชูวิ่งเข้ามาในสำนักงานอย่างกระวนกระวาย
“หลินชูช่วยลดเสียงลงหน่อยสิ นายทำให้ฉันตกใจหมดแล้ว”
ก่อนที่หลี่ซีเหวินจะทันได้พูดอะไร ฉางไห่ซึ่งกำลังนั่งทำบัญชีอยู่ในสำนักงานก็บ่นขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้น” หลี่ซีเหวินถามขึ้น