ทันย่ารู้สึกว่าตนเองนั้นไร้ค่ายิ่งกว่ามดปลวก เพราะองค์ความรู้ระดับนี้ทำให้สมองของมนุษย์นั้นแทบจะประมวลผลไม่ทัน
เผ่าพันธุ์มนุษย์ดูเล็กไม่ต่างไปจากเซลล์ของปรสิต ประวัติศาสตรของดวงดาวโลกแห่งนี้ เทียบไม่ได้แม้แต่เสี้ยวนึงของห้วงจักรวาลที่กว้างใหญ่ เขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดมามันจะเป็ความจริงหรือไม่ แต่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับนี้ ไม่มีใครบนดาวโลกที่สามารถสร้างมันได้
สิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ก่อร่างปรากฏขึ้นมาและมีชีวิตต่างไปจากมนุษย์เช่นพวกเขา ความเหนือล้ำระดับนี้ คงทำให้นักวิจัยของโลกต้องสั่นะเืขึ้นอย่างแน่นอน พวกเขาคงอยากศึกษาเทคโนโลยีของดวงดาวที่ยิ่งใหญ่มากยิ่งกว่า
[นายท่านของข้า ผู้เขมือบดวงดาวเลโกลัสถือเป็นักวิทยาศาสตร์และนักสู้แห่งดวงดาวที่อยู่ในอันดับแนวหน้าของห้วงจักรวาล]
[เมื่อหลายพันล้านปีก่อน เขาชอบปรับแต่งพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตมากมายในจักรวาล เพื่อก้าวล้ำไปสู่จุดสูงสุดที่ยังไม่เคยมีใครไปถึง]
[ตัวของท่านได้เริ่มหมกมุ่นอยู่กับผลลัพธ์ของการวิจัย นิสัยใจคอของท่านเองก็เริ่มวิปริตและชั่วร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ สายพันธุ์มากมายในจักรวาลต่างถูกท่านจับมาทดลองอย่างโหดร้ายทารุณ แต่เพื่อผลลัพธ์ปลายทางอันยิ่งใหญ่ มีหรือที่เลโกลัสจะยอมละทิ้งเื่ที่สำคัญเช่นนี้]
[ท่านเป็นักสู้ระดับสูงที่มีความแข็งแกร่งจนสิ่งมีชีวิตมากมายต่างต้องเกรงกลัว พลังอำนาจของเขาสามารถครอบงำได้ทุกสิ่ง สายพันธุ์มากมายต่างถูกเขาจับตัวมาทดลองอยู่เรื่อยๆ และในที่สุด ผู้แข็งแกร่งในจักรวาลก็ไม่อาจทนต่อการกระทำที่โหดร้ายของท่านได้ ผู้เขมือบดวงดาวเลโกลัสได้ถูกตีหน้าว่าเป็หนึ่งในอาชญากรที่ชั่วร้ายมากที่สุด ต้องถูกตามล่าจากคนระดับเดียวกัน หลบหนีไปมาในอวกาศอยู่เนิ่นนานนับล้านปี]
ยิ่งได้รับฟังไปเรื่อยๆ ใบหน้าที่งดงามของทันย่าก็ตกตะลึงซะจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้างอยู่แบบนั้น
[ใน่ที่กำลังหลบหนี เขาก็ได้ลอบสร้างห้องทดลองขึ้นอยู่หลายแห่ง ทำการวิจัยต่อไปอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งพันล้านปีก่อน ท่านได้เดินทางมายังดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ สร้างห้องทดลองที่ทันสมัยมากที่สุดขึ้น สุดยอดAIเช่นเราก็ได้ถูกสร้างขึ้นใน่เวลานั้นเช่นเดียวกัน]
[และหลังจากที่รู้ว่าตนเองไม่อาจหลบหนีไปจากเงื้อมมือของผู้ยิ่งใหญ่เ่าั้ได้พ้น เขาจึงได้ทิ้งผลการวิจัยของตนเอาไว้ในห้องทดลองบนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ เก็บเป็ความลับและไม่ให้ใครได้พบมันอีก และในห้องการทดลองนี้ก็มีผลของการวิจัยที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเขาได้ทิ้งเอาไว้]
[ทว่ามันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เขาจึงได้ปล่อยให้เราดาวาลทำการศึกษาและค้นคว้าต่อไป ส่วนตนเองก็ถูกฆ่าตายลง]
[ในที่สุด ความฝันที่ท่าน้าอยู่ตลอดมันก็ได้เป็จริง เราสามารถสานต่องานวิจัยดังกล่าวจนประสบผลสำเร็จ]
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของดาวาลก็เต็มไปด้วยความจริงจัง จนทำให้ทันย่าต้องกลั้นหายใจและเอ่ยถาม
“ผลการวิจัยของเขาคืออะไร.. ทำไมนักสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นถึงต้องยอมละทิ้งทุกสิ่งเพื่อมัน”
ทันย่าเริ่มััได้ถึงความลับอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้นจนไม่อาจควบคุมได้อยู่ ทว่าดาวาลก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่นางได้ลอยไปมาอยู่รอบๆตัวของชายหนุ่ม จากนั้นก็หยุดนิ่งลง แววตาเรืองแสงและเต็มไปด้วยความซับซ้อน เหมือนกำลังตัดสินใจถึงบางสิ่ง
[ถ้าเ้าอยากรู้งั้นตัวของเ้าก็ตามข้าไปยังห้องที่อยู่ในส่วนลึกมากที่สุด]
[แต่ถ้าเ้าเกิดรู้แล้ว หลังจากนี้เ้าจะหันหลังกลับไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะ]
ตอนนั้นดาวาลได้ลอยออกไปโดยที่ไม่สนใจถึงคำตอบ เธอรู้ดีว่าทันย่าผู้นี้มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะ้าพลังไปทำบางสิ่ง ด้วยความใคร่รู้ของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอยู่ในระดับล่างของจักรวาล ทันย่าจะต้องไม่ปฏิเสธและก้าวเดินตามหลังเธอมาอย่างแน่นอน
“แน่นอนท่านดาวาล ยังไงฉันก็ไม่มีหนทางให้กลับไปอีกแล้ว!!”
เป็อย่างที่เด็กสาวคิด ทันย่าไม่ได้สนใจอะไร พร้อมพยักหน้ารับด้วยแววตาที่ดูมุ่งมั่น
หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้เดินผ่านห้องทดลองไปอีกหลายห้อง กระทั่งได้มาถึงยังห้องลับที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกของฐานบัญชาการแห่งนี้
ภายในห้องดูเงียบสงัดและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นะเื ภายในห้องแห่งนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย มีเพียงขวดทดลองเล็กๆขนาดเท่ากำมือนึงที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศบนเทคโนโลยีชั้นสูง ของเหลวภายในนั้นมีสีดำ ส่องประกายไปด้วยแสงสีทองอันวูบวาบ ให้ความรู้สึกที่น่าหลงใหล
“น้ำสีดำในหลอดแก้วทดลอง? หรือว่านี่คือการวิจัยที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของผู้เขมือบดวงดาว”
ในตอนแรกทันย่าก็คิดว่างานวิจัยดังกล่าวอาจเป็อาวุธที่ทรงพลัง หรืออะไรก็ตามที่เป็สิ่งของอานุภาพทำลายล้างสูง ทว่าความคิดของเขานั้นผิดคาดไปทั้งหมด ผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลยอมละทิ้งทุกสิ่งเพื่อหลอดทดลองเล็กๆนี้ มันมีค่าที่มากมายมหาศาลถึงเพียงนั้นเลยหรือไง
[ลืมไปแล้วหรือไงทันย่า เราก็บอกว่าเลโกลัสนั้นเชียวชาญในการตัดแต่งพันธุกรรมและรีดเค้นศักยภาพของสิ่งมีชีวิต]
[และของเหลวในหลอดแก้วทดลองเบื้องหน้านี้.. มันก็คือยีนส์พันธุกรรมที่ร้ายกาจมากที่สุดของจักรวาล]
[เป็พันธุกรรมระดับสุดยอดที่หลอมรวมมาจากสายพันธุ์สัตว์อวกาศนาๆชนิด รวมข้อดีทั้งหมดเอาไว้ในยีนส์พันธุกรรมชนิดเดียว แม้แต่สายพันธุ์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งมากที่สุดในจักรวาลอย่างสัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาว ยีนส์ของพวกเขาก็ถูกหลอมรวมเข้าไปในของเหลวนี้ทั้งหมด]
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของทันย่าก็ดูตกตะลึงเป็อย่างมาก ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา
“พะ..พันธุกรรมที่ยิ่งใหญ่ของหลายเผ่าพันธุ์มารวมกันอยู่ในหลอดแก้วนี้!!”
เขาไม่อาจอธิบายถึงความยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้เลยซักนิด เขารู้สึกว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่มากเกินไป องค์ความรู้ของมวลมนุษย์เทียบได้เป็แค่เศษเสี้ยวนึงจากทั้งหมด ต่อให้ตอนนี้ดาวโลกได้ให้กำเนิดนักสู้พันธุกรรมขึ้นมาแล้วก็ตาม พวกเขาก็คงไม่ต่างไปจากมดปลวกตัวเล็กๆกองนึง
[ใช่แล้วทันย่า สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ในการหลอมรวมพันธุกรรมของเผ่าพันธุ์อื่นๆในจักรวาล เลโกลัสและเราสามารถทำมันได้สำเร็จ]
ดาวาลเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นเธอก็เริ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆกับทันย่า พร้อมกับดวงตาที่เริ่มหรี่ลง
[เราได้ตั้งชื่อโปรเจคการทดลองนี้ว่า.. ราชันแห่งมอนเตอร์ Behemoth (เบฮีมอท)]
..
หยุดพักจริงๆแล้วนะ หลังจากนี้คือการเริ่มต้นของทันย่าอย่างแท้จริง