ยามนี้ประหนึ่งว่าหลินหลานหรูปลดพ้นจากทุกพันธนาการด้วยเื่อดีตชาติ อำนาจ การแพ้ชนะ และแผนการต่างๆ นี่จึงเรียกว่าตัวตนของนางรอยยิ้มและดวงตาสว่างสดใส
มีแต่ความจริงแท้เต้นระริกในดวงตาทำคนมองนิ่งอึ้งจนไม่อาจละสายตาจากจะมีสักกี่ครั้งที่นางลดเกาะป้องกันตัวเองลงแล้วเผลอตัวเช่นนี้มุมปากเสวี่ยเฟิ่งอดจะโค้งขึ้นน้อยๆ ไม่ได้
ข้าตกหลุมรักเ้าเข้าแล้ว
หลายวันมานี้หลังว่างจากการจัดหาที่ซ่อน...เอ๊ยไม่ถูกที่พักให้เหล่าทหารจากเมืองหลวงที่มารดายัดเยียดส่งมาให้เสวี่ยเฟิ่งจะอาศัยเวลาว่าง่นั้นมาแอบๆ บนหลังคาเรือนของหลินหลานหรู
กระทั่งมีครั้งหนึ่งจ๊ะเอ๋เข้ากับผู้ติดตามนางถูกจับได้ก็หลายครั้ง ไปๆ มาๆ พี่ชายตาบอดท่านนั้นเริ่มี้เีไล่จึงนั่งกันมันทั้งสามคนบนหลังคาเสียเลย
มองหลินหลานหรูนั่งหน้าเครียดอ่านตำราคัดอักษรนางจะยิ้มหน่อยก็ต่อเมื่อได้เล่นกับสาวใช้ เื่ที่...นางเล่นกับสาวใช้นั้นถูกแล้วเพียงแต่วิธีเล่นของนางผิดแผกเกินคนปกติอยู่บ้าง
เสวี่ยเฟิ่งเหม่อคิดไปชั่วครู่เห็นภาพหลินหลานหรูยิ้มเต็มดวงหน้า เอ่ยว่า "คุณชายเย่า ท่านดู"นางอยากอวดผู้อื่นยิ่ง
เสวี่ยเฟิ่งเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"เ้าเก่งมาก"
แววตาหลินหลานหรูเกิดประกายเปี่ยมสุขล้นหลามขึ้นมานางชอบคำชมเป็ที่สุด
คำชมที่ไม่ใช่ 'ทำได้แค่นี้เหรอมากกว่าที่สองแค่สิบแต้ม อย่าหลงระเริงดีใจจนเกินไป' ดังนั้นเพื่อให้ได้คำชมไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ นางเอาแต่เรียนแล้วก็จมอยู่กับกองตำราหนังสือจนลืมเล่นสนุกอย่างที่เด็กทั่วไปควรทำ
ฉะนั้นความกดดันนี้สักวันก็ต้องปะทุคนเราไม่อาจจมอยู่ในโลกที่มืดหม่นแบบนั้นชั่วชีวิต พักบ้างย่อมค้นพบคุณค่าของชีวิต
ทว่ากลับนิสัยที่คุ้นชินไม่ว่าจะเดินนอกกรอบเพียงไรสุดท้ายทุกก้าวที่ย่างเดินก็มักจะถูกดึงให้คืนกลับมายังที่เดิมเสมอ...
เกมพนันยังดำเนินต่อไป และต่ออีกรอบอย่างเมามันตรงหน้าหลินหลานหรูค่อยๆ ปรากฏกองเงินตำลึงเพิ่มจำนวนขึ้นเท่าตัวแต่ละรอบนางเล่นเทหมดหน้าตัก ไม่มีพลาดสักรอบ แม้แต่รอบนี้ก็ด้วย
หลินหลานหรูมีพิรุธ?
ั์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวในทุ่งหญ้าของเสวี่ยเฟิ่งหรี่ลงเล็กน้อยมองหลินหลานหรูอย่างจับสังเกต ั้แ่เมื่อไรกันที่นางโกง
ที่เห็นคือหลินหลานหรูสนุกจนลืมตัวเสียงนางเริ่มแหบเล็กๆ เพราะะโร้องสู้เสียงคนในบ่อนเป็เวลานานเกินไปอย่าว่าแต่สตรีอื่นในโถงนี้กิริยาไม่งามเลยยามนี้คุณชายจอมปลอมอย่างนางก็ไม่สง่างามเยี่ยงบุรุษเช่นกัน...เ้าจะสนุกจนลืมตัวไปแล้วหรือไม่
ทางด้านหลินหลงอู่ยังคงทำาประสาทกับชายหน้าไฝไม่เลิกจะจ้องจับผิดอะไรนักหนา เขาเล่นแพ้มาเป็สิบๆ รอบ ยอดหนี้เพิ่มขึ้นราวม้าวิ่งทั้งยังต้องแสดงท่าทีว่าติดอกติดใจอีก วิธีของน้องเฟิ่งรักษาชีวิตไว้ได้ก็จริงแต่เหนื่อยไป
ชายหน้าไฝลุกขึ้นยืนในที่สุดก่อนก้าวเท้ามาทางโต๊ะพนันอย่างเนิบช้า อากัปกิริยาไม่น่าไว้ใจโดยสิ้นเชิงจากนั้นกดไหล่หลินหลงอู่ให้โน้มตัวลงไปข้างหน้าตามแรง ขยับปากกล่าวเบาๆ ว่า"พวกเ้าคิดเล่นตุกติกใดกัน"
"ใครเล่นตุกติกลุงก็มองข้าอยู่ตลอดมิใช่รึ เอาอะไรทำตาถึงเห็นว่าข้าตุกติกจะกล่าวหาผู้ใดก็ต้องมีหลักฐาน ทำเช่นนี้หาเื่กันชัดๆ"
ชายหน้าไฝพลันอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมากดไหล่หลินหลงอู่ก้มต่ำลงไปอีก จนเด็กหนุ่มต้องคว้าขอบโต๊ะไว้ทรงตัวให้มั่นคง
จากนั้นมองตามชายหน้าไฝที่ยกมือชี้ไปยังโต๊ะแรกนับจากปากทางเข้าอย่างเชื่องช้าไม่ต่างจากจังหวะเสียงที่เอ่ยหลังจากนี้ "นั่นน้องสาวเ้ารึถ้าใช่ก็ฆ่าทิ้งซะ"
โง่เง่า! ถามเช่นนี้ผู้ใดจะตอบว่าใช่เล่าสมองกลวงหรือไร "นั่นไม่ใช่..."
"ประเดี๋ยว... ข้ายังพูดไม่จบคิดดูให้ดีก่อนตอบ เพราะถ้านางไม่ใช่ข้าก็จะฆ่าทิ้งซะ"
บัดซบ! นี่โง่เง่าหรือปัญญาอ่อนคำก็ฆ่าสองคำก็ฆ่า ตูนี่แหละจะฆ่ามึงก่อน
หลินหลงอู่เริ่มข่มกลั้นอารมณ์เดือดพล่านไม่ไหวคราวก่อนกับมู่หวังจงไม่เท่าไร แค่ต่อยเืกบปากเท่านั้นแต่กับคนผู้นี้หากไม่ใช่เสวี่ยเฟิ่งบอกให้ใจเย็นคงไม่รอให้กดจนศีรษะต่ำกว่าโต๊ะพนันเยี่ยงนี้
เสียศักดิ์ศรี!
สภาพโดนข่มเช่นนี้น่าอับอายยิ่ง...
"เฮ!"เสียงหลินหลานหรูดังขึ้นเป็่ นางโกยเงินมากเกินไปแล้ว เสวี่ยเฟิ่งเกรงว่าจะทำให้ชายหน้าไฝผิดสังเกตยามนี้คุณชายหลินตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นแล้ว คงอีกไม่นานเป็ได้ะเิแน่
"คุณหนูหลิน"เสวี่ยเฟิ่งยื้อแขนนางแล้วกล่าวข้างหูเสียงเบา "เ้าโกงใช่หรือไม่"
หลินหลานหรูสะดุ้งเฮือกนางรู้สึกเย็นะเืยามลมหายใจเสวี่ยเฟิ่งปัดผ่านติ่งหูจึงเอียงศีรษะกล่าวตอบเขากลับไปว่า "ข้าเปล่า"
นางโกหก! นางโกหกเห็นๆ
สีหน้าเสวี่ยเฟิ่งเคร่งเครียดขึ้นทันตาลอบค้นหาสิ่งแปลกปลอมบนตัวนางยามเผลอ ก็พบ... น้ำมันเชื้อเพลิง กระบอกจุดไฟ หมึกดำมีด กระทั่งพบลูกเต๋าลูกหนึ่งเข้า นางจะวางเพลิงฆ่าคนหรือไร ขี้ระแวงถึงขั้นหมึกดำก็ยังพกเอามาทำเพื่อ?
"คุณชายเย่า ท่านอย่าแตะตัวข้ามันจั๊กจี้" นางกล่าวห้วนๆ บอกชัดว่าไม่พอใจ
เสวี่ยเฟิ่งจึงตำหนิเสียงดุ"เ้าแสบมาก อยากตายเร็วนักหรือ!"
พอได้ยินคำขู่เช่นนี้ขนทุกเส้นบนตัวหลินหลานหรูพลันลุกชันพรึบ ใครเล่าอยากตาย นางย่อมรู้ขอบเขตดี"คุณชายเย่า ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว ...คงใกล้เวลาแล้วกระมัง"
เสวี่ยเฟิ่งอยากเคาะศีรษะนางแรงๆเอาให้มึนจนโง่ไปเลยยิ่งดี "ใกล้เวลาอะไรของเ้า"
หลินหลานหรูชักสีหน้าก่อนส่ายศีรษะไปมาตอบว่า "ไม่มีอะไรเ้าค่ะ คุณชายท่านฟังผิดแล้ว"
ฟังผิดที่ใดกัน ได้ยินเต็มสองรูหูกระทั่งสะท้อนก้องไปมาในหัว มีที่ใดฟังผิด มีแต่นางที่มีพิรุธ พิรุธๆนางมีแต่พิรุธเต็มไปหมด
เป็พิรุธที่จงใจแสดงออกให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง
ขณะนั้นแว่วเสียงชายหน้าไฝดังมาทางนี้เสวี่ยเฟิ่งจึงรีบยัดลูกเต๋าซ่อนใต้สายคาดเอวของผู้อื่น พร้อมผลักๆ ให้คนผู้นั้นถอยห่างออกไปอย่างแเี
หลินหลานหรูมองตามทุกการกระทำของเขาค้นใต้แขนเสื้อก็พบว่าลูกเต๋าหายไปแล้ว คุณชายเย่าช่างมือไวประสานมือแล้วก้มศีรษะให้เลย...ผู้น้อยนับถือ
"เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่แล้วเป็ผู้ใดที่คิดเล่นตุกติก" กล่าวจบชายหน้าไฝก็กระชากปกคอเสื้อสีม่วงตัวยาวของหลินหลงอู่ลากมายังโต๊ะแรก เหวี่ยงจนเด็กหนุ่มหน้าฟุบลงบนโต๊ะพนันนักพนันรอบโต๊ะแตกฮือกระจายกันออก แต่ละคนต่างก็ใไปตามๆ กันไม่เว้นแม้แต่หลินหลานหรู
ใบหน้าหลินหลงอู่แนบพื้นโต๊ะถูกจับศีรษะกดอีกต่อจนแก้มโย้ ปากยู่ชิดจมูก แผดเสียงสบถด่าเสียงอู้อี้"บัดซบ! ตาลุงขี้ขลาด เจ็บโว้ย!"
เกมพนันรอบนี้หยุดไว้ชั่วคราวต่างคนต่างหยิบเงินของตัวเองแล้วถอยออกมายืนห่างๆหลินหลานหรูเองก็ถูกเสวี่ยเฟิ่งจับดึงให้ห่างเช่นกัน
นางเห็นหลินหลงอู่ไร้กำลังต่อสู้ทั้งยังถูกผู้อื่นกระทำอย่างเสียเปรียบ ใจนางจึงรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาหากบอกว่าปวดใจแทน...เื่นี้สมองนางค้านถึงที่สุด แต่ก็ยากจะอธิบายสุดท้ายเลยไม่เข้าใจอารมณ์ของตนเอง
เสวี่ยเฟิ่งเห็นหลินหลานหรูก้มหน้าลงสองมือกำเป็หมัดแน่นก็คิดไปว่านางกำลังห่วงกังวลแทนพี่ชาย จึงแตะไหล่นางปลอบพลางกล่าวอย่างอบอุ่น"ใจเย็น เ้าอย่าได้กังวล"
หลินหลานหรูเงยหน้าขึ้นมองมือเสวี่ยเฟิ่งที่วางทาบบนไหล่มือข้างนั้นค้างบนไหล่นางแค่ชั่วอึดใจก็ดึงกลับ หันไปกล่าวกับชายหน้าไฝแทน"พี่ชาย ท่านข้องใจสิ่งใดหรือ"
ชายหน้าไฝไม่เอ่ยตอบขยับมือออกปากสั่งชายฉกรรจ์ด้านหลัง "ค้นตัว"
ซวยแล้วอย่างไรเสวี่ยเฟิ่งชูสองมือพลางถอยหลังชนหลินหลานหรู คิดปกป้องนางกระทั่งนางล้มหายไปกับแข้งขานักพนันที่ยืนออกันรอบโต๊ะ ยิ้มกล่าวกวนประสาทคนว่า"ข้าไม่ได้โกงนะพี่ชาย ก็แค่อยู่ใกล้ผู้ใดแล้วจะทำให้คนผู้นั้นดวงดีอืม...บางทีก็ซวย"
ชายฉกรรจ์เห็นท่าทางเสวี่ยเฟิ่งออกตัวร้อนรนมีพิรุธจึงจับล็อกเด็กหนุ่มผู้นี้ เตรียมลงมือค้นตัวก่อนหน้าสั่งค้นตัวผู้ใดนั้นก็ไม่แน่ใจ
"เดี๋ยวๆ พี่ชาย หากท่านค้นตัวข้าท่านไม่ต้องค้นตัวทุกคนในโถงหมดหรือ"
"เหตุใดต้องค้นทุกคน"ชายหน้าไฝนึกแปลกใจ
"แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าต้องค้นตัวข้า"นั่น มีย้อน
หลินหลานหรูมองลอดแข้งขาผู้อื่นหาช่องทางลุกขึ้นยืน ทว่านางไม่รู้ตัวเลยว่า่ที่ตนหงายหลังล้มลงไปเมื่อครู่เชือกที่ใช้มัดมีดกับต้นขาได้คลายออกจากกันแล้ว ทำให้มีดยาวเล่มหนึ่งร่วงตกลงพื้นโดยไม่มีใครเห็น
"เอ๊ะ! เ้าเด็กนี่พวกเ้าสองคนมีพิรุธ ข้าสั่งค้นตัวก็ถูกแล้ว จะพูดวกไปวนมาให้ข้างงทำไมคิดหลอกสิ่งใดข้าอีก" ตอนจับเข้ามาก็ว่าแปลกแล้วฟังเด็กหัวใสพวกนี้เอ่ยจนเคลิ้มตาม หลอกเสียจนนักเลงหัวหมุนผิดเจตนาเดิมโดยสิ้นเชิง แทนที่จะได้ทรมานคนกลายเป็ว่าเขาปล่อยให้คนเดินเล่นไปมาเสียอย่างนั้น
ส่วนตัวเองต้องมานั่งจับตามองราวกับกังวลบุตรหลานจะเล่นซนเหนือความคาดหมายเอามาก
"เช่นนั้นท่านค้นตัวข้าก็ไม่เจอสิ่งใดข้าแค่จับเท็จคนโกงได้ ลงเงินเล่นตามเขาก็เท่านั้น"เสวี่ยเฟิ่งยังหาทางหนีต่อไป
"ผู้ใดโกง"ชายหน้าไฝกล่าวเสียงขรึม
"นั่นอย่างไร"เสวี่ยเฟิ่งชี้นิ้วข้ามศีรษะหลินหลานหรูไม่รู้นางโผล่ขึ้นมาทำตาแป๋วยืนเป็ตุ๊กตาผ้าั้แ่เมื่อไร
ชายหน้าอ่อนผู้หนึ่งถูกชี้ตัวอย่างไร้สุ้มเสียงก็ใจนเผยสีหน้าเลิ่กลั่กกล่าวปฏิเสธไปว่า "น้องชาย ข้าอยู่ใกล้เ้าก็จริงเห็นพวกเ้าลงเงินพนันชนะหลายรอบข้าก็แค่ลงตาม..."
"เ้ากล้ายกคำพูดข้ามาใช้?" เสวี่ยเฟิ่งกล่าวตัดบทชายหน้าอ่อนน้ำเสียงทรงอำนาจราวกับกุมชะตาชีวิตของคนทั้งแคว้นไว้ในมือตนอย่างไรอย่างนั้น
ชายหน้าอ่อนทั้งอึ้งทั้งหวาดกลัวสุดท้ายคนถูกใส่ร้ายก็ตัวสั่นจนหน้าซีด
ชายหน้าไฝไม่รอฟังคำกล่าวอ้างสั่งคนค้นตัวจนลูกเต๋าลูกหนึ่งหล่นเปาะกลิ้งหลุนๆ มายังเท้า ฮึ! ช่างท้าทายมากชายหน้าไฝกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมทีหนึ่งก็ะโสั่ง "ฆ่ามันทิ้งซะ!"
เชือด!พริบตาเดียวเืชายหน้าอ่อนก็พุ่งกระฉูดออกจากลำคอที่ขาดวิ่นไปเกือบครึ่ง เสียงสตรีนางหนึ่งด้านหน้าประตูกรีดร้องอย่างหวาดผวาวิ่งถลาเข้าผลักชายหน้าไฝอย่างไม่กลัวเกรง จนคนถูกผลักซวนเซไปข้างหลินหลงอู่จึงเป็อิสระในที่สุด
"พี่ชาย เหตุใดท่านต้องฆ่าคน!"หญิงผู้นั้นตวาด
นางโผล่มาได้อย่างไร
เสวี่ยเฟิ่งกับหลินหลงอู่ต่างประหลาดใจ
"หนิงหนิงไม่ใช่เวลานี้เ้าควรอยู่นอกเมืองรึ"ชายหน้าไฝตกตะลึงระคนหวาดหวั่นในใจเมื่อเห็นน้องสาวยืนอยู่ตรงหน้า"เกิดอะไรขึ้น"
หนิงหนิงจะยืนอยู่ที่นี่ได้อย่างไรในเมื่อนางควรออกนอกเมืองเพื่อส่งเครื่องเคลือบลายครามแก่พ่อค้าชาวเปอร์เซียกว่านางจะขอร้องข้าจนได้รับอนุญาตต้องเสียน้ำตาอยู่นานเหตุใดนางทิ้งโอกาสนี้ไปง่ายดายถึงเพียงนั้น
หนิงหนิงมองหน้าพี่ชายด้วยแววตาเจ็บช้ำทางหนึ่งก็ผิดหวังจนไม่รู้ว่าจะผิดหวังอย่างไรได้อีกแล้วส่วนอีกทางก็รู้สึกสงสารตัวเองอย่างที่สุด นางหลับตาลงพลางนึกถึงเื่ก่อนหน้านี้ต้องขอบคุณที่ทำให้นางตัดสินใจได้เสียที
เดิมทีหนิงหนิงกำลังจะออกจากเมืองแล้วบังเอิญว่าเวลานั้นแม่นมมาหานางที่ร้านเนื่องจากไม่ได้พบหน้ากันนานจึงอยู่พูดคุยกันครู่ใหญ่ในห้องชั้นในของร้านนางเผลอเล่าเื่ทุกข์ใจให้แม่นมฟังเื่ของพี่ชายนางทำให้นางปวดใจจนอยากร้องไห้
สุดท้ายก็ข่มกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ฟุบหน้าร้องไห้ไปบนตักแม่นมไล่ั้แ่เื่สมคบกับทางการก่อกรรมทำเข็ญ จับลูกหนี้ไปขายเป็ทาสอย่างไม่ปรานีที่ว่ายอมรับความโหดร้ายนี้ได้ก็เหมือนจะไม่ใช่แล้ว ลึกๆนางหวาดกลัวพี่ชายคนนี้มาก
กระทั่งได้ยินเสียงลูกจ้างหญิงในร้านเอ่ยเรียก'คุณหนู' แต่นั่นไม่ได้เรียกหานางอย่างแน่นอนฉะนั้นเมื่อเงยหน้าขึ้นจากตักแม่นมตรงประตูทางเข้าก็ปรากฏเด็กหญิงน้อยชุดชมพูผู้หนึ่งยืนอยู่นางจึงรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าด้วยความรู้สึกอับอาย
ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เข้ามาั้แ่เมื่อไร
หนิงหนิงถามเด็กคนนี้ว่า้าสิ่งใดแต่กลับได้รับรอยยิ้มหมองเศร้ากลับมา รอจนนางเดินมาใกล้หมายจะถามไถ่เด็กคนนี้กลับยื่นแผ่นกระดาษยับยู่ยี่มาตรงหน้า แล้วก็ไม่เอ่ยสิ่งใดหมุนตัวเดินออกจากร้านไปเสียอย่างนั้น
นางอ่านข้อความบนกระดาษแล้วนอกจากเวลาและสถานที่ก็ไม่มีข้อความใดเขียนชี้แจงไว้อีกเพียงแต่สถานที่ที่ระบุในนี้ทำให้นางรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย
หลังส่งแม่นมกลับไปแล้วถึงเวลาที่นางต้องออกเดินทาง ลูกจ้างหญิงในร้านคนเดิมก็เข้ามารายงานว่าคนงานชายหกคนที่ว่าจ้างหามาอย่างยากลำบากนั้นหลังนั่งพักกันที่หลังร้านก็หมดสติไปพร้อมกันทั้งหมด ปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น
ดังนั้นเครื่องเคลือบลายครามบนรถลากกว่าหนึ่งร้อยชิ้นจำต้องยกกลับลงมาเนื่องจากไม่มีคนงานช่วยขนไปส่ง หากจะหาใหม่นั้นเป็เื่ที่แทบเป็ไปไม่ได้สุดท้ายจึงมีแต่ต้องคืนรถลากให้เหลาป่านกิจการขนส่งไปแล้วยกเลิกเงินว่าจ้างทั้งหมด
การค้าครั้งนี้นางเสียหายหนักอย่างมากทั้งยังต้องยกของลงจากรถลากด้วยกำลังตน น่าเจ็บใจยิ่ง!
ทว่าหนิงหนิงเพิ่งขนลงมาได้ไม่กี่ชิ้นบุรุษร่างสูงใหญ่สามคนจากสำนักคุ้มภัยหนานเหรินก็มาถึงบอกกล่าวว่าได้รับการจ้างวานด้วยเงินครึ่งหนึ่งของราคาว่าจ้างให้มาช่วยยกของเหล่านี้ลงจากรถลาก
นางแปลกใจทีเดียวจึงคิดปลอบใจตนเองไปว่าคงเป็พี่ชายที่ช่วยหาคนมาให้ ทว่า...แล้วพี่ชายนางรู้ได้อย่างไรว่านางกำลังประสบปัญหามิหนำซ้ำปากชายสามคนนี้ก็ยังบอกชัดว่าถูกจ้างให้ 'ยกของลง' ไม่ใช่ 'ยกของไปส่ง' ยังนอกเมือง
พลันเวลาและสถานที่ในกระดาษผุดขึ้นมาในสมองนางจึงหันไปถามลูกจ้างหญิงว่ายามใดแล้ว คำตอบที่ได้คือเวลาเดียวกันที่ระบุบนกระดาษแม้แต่ของก็ขนลงมาจนครบทุกชิ้น ราวกับคำนวณไว้แล้วว่าต้องเสร็จในยามนี้
ฉะนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุผลใดที่นางต้องรั้งอยู่ที่ร้านต่อ
หนิงหนิงเพียงถอนหายใจออกมาเบาๆนึกถึงแววตาของเด็กน้อยชุดชมพูผู้นั้นแล้วก็รู้สึกขุ่นเคืองพี่ชายนางขึ้นมา
ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ออกนอกเมืองแล้วไปหาที่ชายที่บ่อนหน่อยเป็อย่างไร เมื่อเช้านางมึนตึงใส่เขาอยู่บ้างไปหาเวลานี้ก็คงสมควรแล้วถือโอกาสนี้ถามเขาถึงเื่คนงานชายที่หมดสติไปพร้อมกันนั้นด้วย
เื่ผิดแปลกถึงเพียงนี้ต้องมีคนจงใจลงมือจะใช่ศัตรูของพี่ชายนางหรือไม่ ไปหาเขาถามเอาความคงได้รู้กัน
หนิงหนิงจะไปแล้วโดยมีบุรุษทั้งสามคนตามมาด้วยเนื่องจากนางยังไม่ให้ค่าจ้างอีกครึ่งที่เหลือ แต่ได้รับคำตอบจากพวกเขาว่าติดตามนางไปยังบ่อนนั้นมีคนจ้างวานอีกเช่นกัน
นางถึงกับตะลึงอยากรู้ว่าคนผู้นั้นเป็ใคร เหตุใดถึงได้รู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้
หากแต่น่าเสียดายที่ชื่อแซ่ผู้ว่าจ้างไม่อาจเปิดเผยที่รู้คือ สองครั้งที่ว่าจ้างมาไม่ใช่คนเดียวกัน
ระหว่างทางก็ไม่รู้ว่าเหตุบังเอิญหรือจงใจอีกเช่นกันดันได้ยินว่าสองชั่วยามก่อนมีเด็กคนหนึ่งร้องไห้เสียงดังเอิกเกริกจนคนลือเล่าเดินมาขอความช่วยเหลือให้ตามหาพี่ชายบอกว่าพี่ชายนางหายเข้าไปในบ่อนหลายวันยังไม่กลับออกมาเื่ของบ่อนผู้ใดจะกล้ายุ่ง
ถนนย่านนี้มีบ่อนที่เดียวเท่านี้ก็สะกิดให้หนิงหนิงโมโหเดือดดาลถึงที่สุดแล้วซ้ำหนักเข้าไปอีกว่าคนที่ร้องไห้ยังสวมชุดผ้าไหมสีชมพูสดภาพในหัวจึงผุดใบหน้าเศร้าหมองของคุณหนูที่นางเจอในร้านวันนี้ขึ้นมาอีก
ยิ่งไปกว่านั้นข้อความบนกระดาษยังมีเหตุกระตุ้นให้ผุดขึ้นมาในสมองอยู่เรื่อยจนนางจำขึ้นใจ เพียงเท่านี้ไฟโทสะก็บังเกิดขึ้นสมทบอีกหลายขุม
ก่อนที่นางจะใจสลายเมื่อได้เห็นภาพพี่ชายสั่งฆ่าคนอย่างเืเย็น...
หลินหลานหรูชำเลืองมองหญิงสาวผู้นั้นด้วยสายตาเยียบเย็นมุมปากก็มีรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นว่าเฉิงอิ้นทำงานตามที่สั่งได้อย่างเรียบร้อย
จากนั้นก็ขยับมาด้านหลังเสวี่ยเฟิ่งเล็กน้อยหวังหลบสายตาผู้คน แต่กลับได้ยินเสียงตำหนิอย่างเ็าจากเขาซ้ำ"เ้าไม่ควรดึงคนบริสุทธิ์มาเกี่ยวข้อง"
หลินหลานหรูพลันสะดุ้งในใจมองสายตาสงบนิ่งที่เยือกเย็นผิดแปลกไปจากทุกครั้งแล้วนางก็รู้สึกหวั่นเล็กๆ ในใจกระนั้นเบื้องหน้านางยังพูดทำเป็ยิ้มแย้ม "คุณชายพูดถึงสิ่งใดเ้าคะ"
ธนูได้ง้างสายไปแล้วไม่อาจไม่ปล่อย แผนการไม่อาจล้มเลิก แต่เขากลับ...
"คนมากเล่ห์อย่างเ้าไม่มีทางเข้ามาที่นี่โดยไม่มีแผน"
เขาถึงกับกล้าตำหนิข้า?! ถ้อยคำประโยคนี้กระทบจิตใจหลินหลานหรูเกินไปแล้ว
หลินหลานหรูเม้มริมฝีปากอย่างกรุ่นโกรธชั่วอึดใจก็ชกหมัดแรงๆ กลางหลังเขาระบายโทสะไม่ว่าอย่างไรคำกล่าวหานี้ก็ไม่เหมาะ...ข้ามากเล่ห์แล้วอย่างไร ผิดอย่างนั้นรึเ้ามีสิทธิ์ใดมาต่อว่าข้าเช่นนี้ เมื่อครู่เ้าเองยังใส่ร้ายคนนั่นก็ไม่เรียกว่าผู้บริสุทธิ์หรือไร!
เสวี่ยเฟิ่งโดดหมัดเล็กๆอัดโดยไม่ทันตั้งตัวจนเกือบเสียหลักล้มได้ยินนางกัดฟันพูดเสียงเบาอย่างหยุดไม่อยู่ "ทีท่านเล่า ฆ่าคนได้รึ"
เขาเองก็สวนตอบกลับด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นเช่นกัน"เื่ของข้า!"
เื่ของเ้า? แล้วเหตุใดเื่ของข้าเ้าต้องยุ่งไม่เข้าเื่! ขัดใจนางยิ่ง!
หลินหลานหรูกำมือชกหมัดรัวๆเสวี่ยเฟิ่งทนไม่ไหว หมุนกลับไปคว้ามือนางแล้วล็อกไม่ให้ลงมือกับเขาอีก
มือขยับไม่ได้ก็ใช้ตาแทนขึงจนตาแทบถลนออกจากเบ้า เขาดีดหน้าผากนางเป็การลงโทษที่สุดนางได้แต่กระทืบเท้า... เหอะๆ เท้าก็ยังกระทืบไม่ได้เพราะจะทำให้เกิดเสียงดังจนกลายเป็จุดสนใจขึ้นมาน่าสงสารคุณหนูหลินเสียจริง
หลินหลานหรูทำอะไรตอบโต้ไม่ได้ในใจนางทั้งชังทั้งหวาดหวั่นคุณชายผู้นี่เขาไม่กลัวด้วยซ้ำว่านางกับเขาที่ถือเป็คนแปลกหน้าต่อกัน ควรมีมารยาทต่อนางบ้าง
ทั้งสองทำศึกปะทะกันทางสายตาไม่มีใครยอมใคร
ข้าต้องกำจัดเ้า! หลินหลานหรูตั้งเป้าไว้แล้วนี่ไม่ใช่คำขู่
เ้าอย่าได้ฝัน! เสวี่ยเฟิ่งหรี่ตาคมกริบกดดันเขาย่อมไม่แพ้ให้เด็กผู้หญิง
...เหตุใดพวกเขาถึงได้ทะเลาะกันเสียแล้วหรือนี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความร้าวฉาน คงใช่กระมัง หลินหลงอู่เห็นแล้วส่ายหน้า
หลินหลานหรูออกแรงดึงจนมือเป็อิสระในที่สุดทว่าเวลาต่อมานางเกือบซวนเซเมื่อหญิงสาวที่ชื่อหนิงหนิงวิ่งเข้าหาแต่เป้าหมายคือมีดยาวบนพื้นด้านหลังของนางต่างหาก
นั่นมีดยาวของนางไม่ใช่หรือตกไปั้แ่เมื่อไร หลินหลานหรูเริ่มกังวลขึ้นมา มีผู้ใดเห็นตอนที่นางทำหล่นบ้างนางมองโดยรอบอย่างละเอียด ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวผู้นั้นจึงได้วางใจลงหลายส่วน
ยกเว้นผู้เดียวที่มองนางเอาเป็เอาตายเหตุใดไม่จับนางยัดเข้ากระเป๋าเขาเลยล่ะ
"หนิงหนิง เ้าวางมีดลง"ชายหน้าไฝพลันใบหน้าซีดเผือด มองน้องสาวยกมีดขู่
"ไม่! ข้าเกลียดท่าน"
"หนิงหนิงวางมีด คนดีของข้าส่งมีดให้ข้าดีหรือไม่" ชายหน้าไฝพยายามพูดหว่านล้อมทุกทางน้ำเสียงอ่อนโยนจนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากคนโเี้เช่นนี้ได้
ปากชายหน้าไฝพูดเกลี้ยกล่อมไปส่วนเท้าก็ลอบเดินเข้าหาอย่างช้าๆ พอถึงระยะคว้าตัวกลับถูกน้องสาวสะบัดมีดใส่วิ่งหลบเขาไปอีกทาง
"ท่านอย่าคิดบังคับข้า"หนิงหนิงเอ่ยทั้งน้ำตา นางทนมาพอแล้วและนางจะไม่ทนกับความเลวร้ายนี้ของพี่ชายอีกต่อไปไม่รู้ว่านางต้องทำดีอีกตั้งเท่าไรถึงจะหักลบกลบเื่ชั่วช้าที่พี่ชายนางสร้างไว้ได้
ภายในห้องโถงเริ่มตึงเครียดขึ้นมาจากเดิมหลายคนเกรงจะเจ็บตัว ลอบเดินออกจากอาคารไปอย่างเงียบเชียบทิ้งไว้เพียงบางส่วนที่ชอบยุ่งเื่ของผู้อื่น กับคนของชายมีหน้าไฝห้าหกคนด้านนอกยังมีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่จากสำนักคุ้มภัยหนานเหรินที่ติดตามหนิงหนิงน้องสาวชายหน้าไฝมาด้วยอีกสาม
"ข้าเตือนท่านแล้ว"เสียงเอ่ยสั่นพร่า แววตาของนางยังเด็ดเดี่ยว "อย่ามีชีวิตอยู่อีกเลย!"
หนิงหนิงจะทำอะไร!?
นางจะฆ่าเขา...
เฉิงอิ้นยืนมองอยู่ในมุมอับของโถงพนันชั้นล่าง
ยามนั้นหนิงหนิงจ้วงมีดคิดแทงพี่ชายตนเอง
ทว่าหลินหลานหรูกลับถูกชายหน้าไฝดึงตัวไปเป็โล่มีดในมือหนิงหนิงจึงแทงหน้าอกหลินหลานหรูอย่างไม่มีสิ่งใดหลบเลี่ยงหยดเืสีเข้มซึมเป็วงกว้างผ่านเนื้อผ้าสีน้ำเงินราคาถูก
เฉิงอิ้นเพียงขมวดคิ้วมองหลินหลานหรูหงายหลังล้มลงพื้นคุณชายทั้งสองพลันใสุดขีด
จากนั้นชายหน้าไฝก็โมโหจัดโกรธน้องสาวจนบ้าคลั่ง สั่งให้คนไปยกถ่านไฟและเหล็กนาบมาทางหนึ่ง้าประชดหนิงหนิงให้รู้ถึงความเลวร้ายของเขาส่วนอีกทางก็้าลงโทษทุกคนเพื่อระบายอารมณ์เดือดพล่านในใจ
ใครจะคิดว่าสุดท้ายหนิงหนิงถึงกับทนไม่ไหวผลักหลินหลงอู่ที่กำลังจะถูกนาบด้วยเหล็กร้อนออกไป คนของชายหน้าไฝยั้งมือไม่ทันเหล็กร้อนพลาดไปนาบแก้มหนิงหนิงแทน
นางเจ็บจนร้องโอดครวญทั้งรู้สึกผิดบาปที่ตนเองฆ่าหลินหลานหรู และเกลียดชังพี่ชายจนแค้นใจคว้ามีดได้ก็กล่าวลาเขา ลงมือปลิดชีพตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว
ให้ชีวิตของนางเป็เครื่องเตือนใจพี่ชายไปจนวันตายให้เขารู้ว่าถ้าจะรักก็ต้องทะนุถนอมให้ดี!
ชายหน้าไฝถึงกับเืขึ้นหน้าทั้งโกรธทั้งเสียใจ ปวดร้าวไปทั้งอก ใบหน้าดำทะมึนก่อนสั่งให้ลูกสมุนฆ่าคนที่อยู่ในนี้ให้ตายทั้งหมด
ถึงตอนนี้เฉิงอิ้นเพียงยืดตัวขึ้นเต็มความสูงมองหลินหลานหรูที่เล่นสนุกจนพอแล้ว นางก็ลุกขึ้นยืน คุณชายทั้งสองต่างอึ้งตาค้าง
นั่นยิ่งทำให้ชายหน้าไฝโมโหอย่างมากเด็กที่ถูกแทงเืไหลขนาดนั้นยังไม่ตาย? หนิงหนิงรู้สึกผิดก็เพราะหลินหลานหรูจนต้องฆ่าตัวตายเหตุใดเด็กบ้านี่ถึงยังไม่ตาย!
ดวงตาชายหน้าไฝแทบจะแผดเผาทุกคนให้วอดวาย
เสวี่ยเฟิ่งกับหลินหลงอยู่ย่อมต้องปกป้องหลินหลานหรูชั่วอึดใจต่อมาก็เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น
ส่วนเฉิงอิ้นเพียงชักกระบี่สังหารสมุนของชายหน้าไฝให้มีจำนวนน้อยลงเพียงพอต่อการสู้ตัวต่อตัวได้ทั้งสองฝ่าย ก่อนจะเดินออกจากตัวอาคารและเฝ้าระวังความปลอดภัยของหลินหลานหรูอยู่ห่างๆ
เนื่องจากอาคารนี้ยังมีสภาพดีอยู่นั่นหมายความว่าหลินหลานหรูยังไม่ทันอาละวาดมากพอเขาย่อมไม่อยากขัดอารมณ์สุนทรีย์ของคุณหนู
ครึ่งชั่วยามให้หลังสภาพภายในโถงบ่อนพนันเริ่มเละเทะ มองไปทิศทางใดก็มีแต่ความฉิบหายวายวอด
ยามนี้หลินหลงอู่ไร้อาวุธ จึงถูกรุมล้อมหน้าหลังด้วยชายฉกรรจ์ร่างั์
"พี่ใหญ่ระวังเ้าค่ะ!"หลินหลานหรูร้องะโ ทว่าเสียงนางแหบมิต่างจากเสียงกระซิบจึงดูไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง คิดพาตัวเองเข้าไปขวางโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวแต่กลับถูกเสวี่ยเฟิ่งผลักหลบ
นางหรือจะยอมให้เขาผลักโดยง่ายจึงคว้าเสื้อคลุมสีดำของเสวี่ยเฟิ่ง กระทั่งเชือกที่ผูกหลุดออกเสื้อคลุมสีดำนี้จึงลอยติดมือนางมาด้วย
แรงดึงไร้ที่ยึดเกาะข้อเท้าที่ผูกบนตั่งไม่อาจทรงตัวได้ เท้านางจึงพลิกตัวเอียงจนล้มศีรษะกระแทกขอบโต๊ะอย่างแม่นยำ
ทว่าชั่วเสี้ยวเวลานั้นเสวี่ยเฟิ่งหมุนตัวกลับ ใช้ฝ่ามือวางซ้อนศีรษะนางไว้ได้ทันท่วงทีหลังมือของเขาจึงกระทบเหลี่ยมโต๊ะ เด็กหนุ่มเจ็บจนหน้าเปลี่ยนสีเกิดรอยซ้ำของเืขนาดใหญ่บนหลังมือ
เสวี่ยเฟิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอก...เกือบไปแล้วเชียว
เมื่อเขาทรงตัวและช่วยหลินหลานหรูได้แล้วทางฝั่งหลินหลงอู่กลับกำลังวิกฤตเขาจึงร้องเตือน
เสร็จจากนั้นเสวี่ยเฟิ่งก็ไม่รอช้าอีกเช่นกันจับหลินหลานหรูนั่งบนพื้นมั่นคงก็คว้ามีดยาวเปื้อนเืตัดเชือกบนข้อเท้านางออกอย่างว่องไว
หลินหลานหรูเห็นมีดเล่มเดียวกันนี้แทงทั้งตัวนางทั้งหญิงสาวนางนั้นก็ผงะไปอยู่บ้าง ตอนซื้อมาก็คิดอยู่ว่าเหตุใดราคาถูกเยี่ยงนั้นที่แท้ก็มีดต้องสาป!
ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งลุกขึ้นมาได้เห็นเสวี่ยเฟิ่งย่อตัวหันหลังให้จึงคิดลงมือไม้หน้าสามเงื้อขึ้นเตรียมหวดลงมาหนักๆ กลางหลัง หลินหลานหรูไม่ทันร้องเตือนแต่แรกก็คิดว่าไม่ทัน จึงยกมือผลักเสวี่ยเฟิ่งออก กระทั่งตัวเขาหลบพ้นวิถีไม้ฟาด
จังหวะนั้นคุณชายก็สวนเท้ากลับทันใดชายฉกรรจ์เสียหลักทำไม้ในมือหลุด หลินหลานหรูจึงเห็นโอกาส
นางเห็นว่าพี่ใหญ่เสียเปรียบในการต่อสู้ด้วยมือเปล่าไม้นี่คงจะใช้ต่างกระบี่ได้ จึงเอื้อมมือไปคว้ามาคิดโยนส่งไปให้พี่ใหญ่แต่กลับไปไม่ถึง ด้วยแรงนางมีน้อย ไหนจะไม้ที่มีน้ำหนักใช่เล่นไม่ต้องพูดถึงว่านางซึ่งนั่งอยู่เช่นนี้ย่อมไม่ถนัด
ฉะนั้นจึงไม่ทันการหลินหลงอู่เลยพลาดท่าถูกอัดเข้ากลางลำตัว กระทั่งโซเซล้มไปอีกทาง
เสวี่ยเฟิ่งเข้าใจเจตนาของนางจึงใช้เท้าเตะไม้ให้ลอยเข้าหาหลินหลงอู่ อีกฝ่ายได้ไม้เหมือนได้จับกระบี่เผยกระบวนท่าร้ายกาจราวกับเป็อีกคน
ความชุลมุนนี้เสริมด้วยคู่ของบุรุษร่างสูงใหญ่จากสำนักคุ้มภัยหนานเหรินที่ติดตามน้องสาวชายหน้าไฝมาด้วย ต่างฝ่ายต่างจับคู่ต่อสู้กันกำลังคนทั้งสองฝ่ายถือว่าเท่าเทียม
หลินหลานหรูเอื้อมจับขาโต๊ะลุกขึ้นยืนแต่เท้าข้างหนึ่งกลับให้ความรู้สึกเจ็บแปลบ จึงทุ่มน้ำหนักไปที่ขาข้างเดียวแทนก่อนจะกวาดตามองออกไปทั่วทั้งโถง เห็นแล้วภาพนี้ช่างวุ่นวายยิ่ง
นี่คงถึงเวลาที่นางต้องออกจากที่นี่แล้วตอนเข้ามาก็บอกไปแล้ว หากนางจะออกผู้ใดจะห้ามนางได้
ดังนั้นหลินหลานหรูจึงล้วงน้ำมันเชื้อเพลิงในแขนเสื้อพร้อมกระบอกจุดไฟออกมาเทน้ำมันราดไปบนเศษไม้หักพังจากการต่อสู้ ต่อมาคือจุดไฟ
ชั่วพริบตาเปลวไฟก็ลุกพรึบก่อนไล่ลามออกไปอย่างน่าหวาดกลัว ทำคนพบเห็นะโหนีตัวลอยจากที่ต่อสู้กันอย่างเมามันพอเห็นไฟต่างก็รีบเผ่นหนีกันจ้าละหวั่น
แม้แต่เสวี่ยเฟิ่งเห็นยังตกอกใภายในโถงเละไปด้วยซากโต๊ะไม้พังๆ ง่ายต่อการติดไฟมาก ทั้งอาคารยังเก่าทรุดโทรมเรียกได้ว่าเป็แหล่งเชื้อเพลิงอย่างดี ดังนั้นหลังเขาสลัดชายฉกรรจ์คนสุดท้ายไปได้จึงรีบคว้าเสื้อคลุมสีดำบนพื้นขึ้นมา
จากนั้นวิ่งเข้าหาหลินหลานหรูเขกศีรษะนางไปหนึ่งทีก่อนกล่าวต่อว่าชุดใหญ่ "คุณหนูหลิน! เ้าบื้อหรือเล่นจุดไฟเผาทั้งที่ตัวเองยังอยู่ข้างใน คิดตายไปพร้อมกับศัตรูหรือไรเ้าช่างหาญกล้าเสียสละนัก"
หลินหลานหรูคิดจะเอ่ย แต่เขาไม่รอให้นางยกสิ่งใดมากล่าวอ้างห่อเสื้อคลุมรอบตัวนางได้ก็ม้วนๆ จนมิดศีรษะ อุ้มนางขึ้นแล้วโกยเท้าหนีออกไปทันที
ส่วนหลินหลงอู่เห็นว่าน้องเล็กถูกช่วยออกไปแล้วจึงทิ้งชายฉกรรจ์ที่กำลังต่อสู้ติดพันอยู่ก่อนหน้าวิ่งหนีฝ่ากองเพลิงออกไปอย่างทุลักทุเลเช่นกัน
ชายหน้าไฝโกรธเกรี้ยวจนเส้นเืข้างขมับปูดโปนมองร่างน้องสาวอันเป็ที่รักนอนจมกองเืใบหน้านางยังปรากฏรอยแผลจากเหล็กร้อนนาบก่อนนางจะตายความรู้สึกทรมานนี้ผลักให้ตวาดสั่งเสียงดังลั่นให้คนตามเด็กพวกนั้นออกไป
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับมาแล่เนื้อเถือหนังบรรเทาความปวดร้าวนี้ให้จงได้
อ๊าก!
"จับพวกมัน!! จับมาให้ข้าจับมันมาให้ข้า!" ชายหน้าไฝเสียสติจนคลุ้มคลั่งไปแล้วกอดร่างไร้ลมหายใจของน้องสาวด้วยน้ำตาหลั่งริน
กระทั่งเปลวเพลิงลุกลามมาถึงเขาก็ยังไม่ขยับใบหน้าซีกหนึ่งถูกเสาไม้ร้อนๆ ปัดผ่าน สร้างแผลฉกรรจ์เหวอะหวะชวนสยองให้ ดวงตาอาบไปด้วยรอยอาฆาตประกายความโกรธแค้นลุกโชนทั่วทั้งร่าง
หลินหลานหรูได้สร้างปีศาจร้ายตนหนึ่งขึ้นมาแล้ว
เสวี่ยเฟิ่งไม่แม้แต่จะผ่อนฝีเท้าลงหลังหนีออกมาจากอาคารสองชั้นหลังนั้นที่ยามนี้เรียกได้ว่าเป็กองเพลิงไปเรียบร้อยแล้ว
หลินหลานหรูชักพะอืดพะอมขึ้นมาท้องไส้ปั่นป่วนจวนจะอาเจียน
รอบข้างนั้นมืดและก็มืดมืดอย่างมาก นางมองไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกจากความมืดมิดเบื้องหน้าราวกับโลกทั้งใบไร้ซึ่งแสงสว่าง หรือไม่แล้วนางอาจกำลังตาบอด "อ๊า... โอ๊ย!คุณชายเย่าถ้าจะอุ้มข้าแล้วหกล้มเช่นนี้ ให้ข้าวิ่งเองไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ"
"ชู่ว... เ้าเงียบเสียงหน่อย"
นางรู้สึกอึดอัดและกำลังจะขาดอากาศหายใจในไม่ช้าสองมือจึงขยับหาช่องให้ลอดผ่านแต่กลับไม่พบ กระทั่งยกแขนขึ้นเหนือศีรษะรั้งขอบเสื้อคลุมลงมาใต้แขน
เฮอ...ค่อยหายใจสะดวกขึ้นหน่อยเพียงแต่รอบด้านก็ยังคงมืดเช่นเดิม
ยามนั้นพลันหูได้ยินเสียงบรรเลงกู่ฉินดังลอยมาอย่างไร้ทิศทางบาง่ขาดห้วงตามแรงลมกระโชก ให้ความรู้สึกวังเวงชอบกล หากนางเดาไม่ผิดเสียงดีดวุ่นวายสับสนเช่นนี้คงไม่พ้นมาจากหอศิลป์กระมัง
ยิ่งเวลานี้ฟ้ามืดลมแรงปราศจากจันทร์ประดับท้องนภาเป็่ที่กิจการยามค่ำคืนเริ่มทยอยเปิดทำการ
เอ๊ะ? นี่ยามใดแล้ว อา...กู่ฉินของข้าลืมไปเสียสนิทว่าต้องกลับไปเรียนกู่ฉินกับอาจารย์ฝู เหอะๆเป็ผู้ใดบอกว่าความจำข้าล้ำเลิศกัน ยัดเยียดให้ข้าทั้งเพ!
"คุณหนูหลิน เ้าอย่าขยับข้าอึดอัด"
ข้าสิอึดอัด? หลินหลานหรูถลึงตาใส่เด็กหนุ่มตรงหน้าเอ๋...ไม่ถูกกระมัง เหตุใดเขาหันหลังให้นาง
เช่นนั้น"ท่าน...ท่านเอาข้ามาซ่อนไว้ที่ใดเ้าคะ" นางกล่าวไม่เต็มเสียงนัก
จมูกเพิ่งััได้ถึงกลิ่นซีอิ๊วพิลึกๆลอยตลบคลุ้งเต็มอากาศ พร้อมกันนั้นความเปียกแฉะบนพื้นก็ค่อยๆ ซึมผ่านถุงเท้าของนางเข้ามา
ที่น่าตระหนกสุดขีดคือบนความเปียกแฉะนี้ฝ่าเท้ายังััได้ถึงความอ่อนนุ่มเป็เส้นๆ ด้วยบวกกับบางสิ่งเล็กๆ ขยับไปมาอยู่ข้างใน นางถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอเอ่ยถามเสวี่ยเฟิ่งเสียงเบา "คุณชายเย่าเ้าคะ"
"หืม?"
"ท่านยังไม่ตอบข้า ท่านเอาข้ามาซ่อนไว้ที่ใดเ้าคะ"นางจะร้องไห้แล้ว
"ไหหมักซีอิ๊วเ้าอยู่ข้างในนั้น"
ได้ฟังเช่นนั้นพลันท้องไส้นางปั่นป่วนจวนอยากอาเจียนอีกคราน้ำตาเริ่มสะสมยังก้นบ่อทีละนิด รอจนเต็ม จากนั้นคงได้คลอหน่วยท้ายที่สุดเพียงเจอสิ่งกระตุ้น ได้ไหลโดยไม่ต้องให้ผู้ใดสั่ง "ไหซีอิ๊วเน่า?"
"ถูก"
ฉิบ!
"แล้วท่านเล่าอยู่ที่ใด"นั่นคือสิ่งที่นางอยากรู้มากที่สุด
"อยู่ข้างนอก"
บัดซบ! เมื่อครู่เ้าบอกว่าอึดอัดเหตุใดเป็ข้าที่อยู่ข้างในคนเดียว ยามนี้นางขอกลั้นน้ำตาไว้ก่อน รอจนร้องะโดังๆใส่หูเขาว่า...'ข้าจะหักกระดูกเ้า!' จากนั้นค่อยยกเท้าถีบแผ่นหลังของเสวี่ยเฟิ่งหนักๆค่อยว่ากันเื่จะร้องไห้ดีหรือไม่
จวบจนตอนนี้เขาก็ยังหันหลังพูดกับนางทั้งยังเอานางมาไว้ในไหเหม็นเน่าข้างในนี้เต็มไปด้วยหนอนตัวั์ชอนไชไปมาชวนขนลุกลำพังแค่กลิ่นซีอิ๊วก็สุดจะทนแล้ว เ้าตัวอ่อนนุ่มนิ่มยังมุดเข้ามาในรองเท้านางอีก
ร้อยวันพันปีหมักซีอิ๊วตามธรรมชาติไม่เคยเน่าเสียเป็ผู้ใดโง่เง่ากระทั่งหมักซีอิ๊วง่ายๆ ยังทำไม่ได้! อยู่บนโลกนี้มาได้อย่างไร...
ข้าอยากร้องแต่ร้องไม่ออก