าไม่หน่ายกลศึก ไม่เคยหมดไปจากวิถีของโลกเพียงแต่วันเวลาปรับเปลี่ยนรูปแบบของมันให้ต่างไปจากเดิมเท่านั้นไม่สำคัญที่ปมขัดแย้ง ไม่สำคัญที่จำนวนผู้ร่วมรบ
แต่ไหนแต่ไรมาเหรินซวงอิ๋นมองทุกคนที่้าหาผลประโยชน์จากตนเป็ศัตรูที่ต้องเข่นฆ่ากลางสมรภูมิทั้งสิ้นแต่ละวันคือการทำาต้องวางแผน ตั้งรับ และรุกไล่ ศัตรูต้องถูกกำจัดส่วนคนรอบกายต้องใช้เป็หมากให้ถูกหน้าที่
ความคิดนี้เป็ของปู่ที่ตกทอดมาสู่พ่อและจากพ่อมาถึงเหรินซวงอิ๋น
คนเป็พ่อบ้านในจวนใหญ่ก้าวพลาดเพียงครึ่งก้าวเท่ากับชีวิตที่อาจสูญสิ้น เลวร้ายกว่านั้นอีกทั้งจวนอาจจะสิ้นตามเขาไปด้วย เพราะแบบนี้เหรินซวงอิ๋นจึงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ
พ่อบ้านตระกูลจ้าว ชื่อฉาย ไร้แซ่เข้ามาแนะนำตัวต่อหน้าเหรินซวงอิ๋น
เขามองเห็นบางสิ่งที่แอบแฝงอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายถึงพ่อบ้านจะต้องดูมากด้วยเล่ห์เป็เื่สามัญ แต่พ่อบ้านฉายนั้นต่างออกไปคนมากเล่ห์แต่ไม่ได้หวังร้ายต่อเรา จะไม่รู้สึกซับซ้อนเท่านี้ไหนจะความมุ่งมั่นบางอย่างที่อธิบายออกมาได้ไม่ชัดเจนอีก เหรินซวงอิ๋นรู้ทันทีว่า
คนผู้นี้้าทำากับเขา
“กระผมชื่อฉายเป็พ่อบ้านดูแลตระกูลจ้าวมาสิบกว่าปีแล้วครับ” เหรินซวงอิ๋นเคารพเขากลับด้วยท่าทีเช่นเดียวกัน พ่อบ้านฉายรีบห้ามเสียงหลง
“คุณชายเหรินอีกหน่อยคุณจะมาเป็เ้านายของผม ไม่จำเป็ต้องทำความเคารพผมครับ ไม่เหมาะ ไม่เหมาะเลยครับ”
ปากร้องห้ามแต่ในใจยิ้มเยาะคุณชายเหรินว่าที่คุณนายจ้าวงั้นเหรอ รับมือง่ายราวกับปอกกล้วยขนาดเจอกันวันแรกยังก้มหัวให้เขาแล้ว ต่อไปมีหรือจะกล้าหือน่าเสียดายที่คำสั่งต้องมือหนัก ไม่งั้นฉายจะยอมรับคุณชายหัวอ่อนคนนี้เป็คุณนายอนาคตทำงานก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก
น่าเสียดาย....
“ลุงฉาย เรียกผมเสี่ยวเหรินก็ได้ครับคุณปู่บอกว่าลุงทำงานเก่ง ดูแลตระกูลจ้าวอย่างดีมาตลอดจากนี้ไปผมก็ต้องรบกวนลุงอีกมาก”
“มิกล้ารับๆเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
ทักทายกันแล้วพ่อบ้านฉายก็พาคุณชายเหรินไปดูห้องพัก ทางปีกซ้ายของคฤหาสน์ชั้นที่เหรินซวงอิ๋นจะพักอยู่ เดิมเอาไว้รับรองแขกคนสำคัญอยู่แล้วตอนนี้มีแค่เขาที่เป็แขกคนเดียว ทั้งกว้างขวางและสะดวกสบายอย่างยิ่ง
แต่ยิ่งกว้างก็ยิ่งอ้างว้างหากเป็คนอื่นคงมีสองอย่าง คือรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ปลอดภัยจนเปลี่ยนใจไม่อยากอยู่แล้ว หรือไม่ก็รู้สึกว่าที่นี่หรูหรา มั่งคั่งจนแทบจะกอดตำแหน่งคุณนายจ้าวเอาไว้ให้แน่น ฝันถึงวันที่จะได้เป็นายหญิงของที่นี่
คนส่วนใหญ่เป็ประเภทหลัง ส่วนประเภทแรกคือคนที่ไม่โลภ มองโลกในแง่ดี และโหยหาความสุขทางใจมากกว่าเงินทองภายนอก
ดูท่าพ่อบ้านฉายจะเป็คนรอบคอบไม่น้อย แค่ที่พักก็ใช้มาประเมินเขาได้แล้วน่าเสียดายที่เหรินซวงอิ๋นไม่ใช่คนในสองประเภทที่ว่ามาเขาเป็ประเภทที่ใครก็คาดเดาไม่ได้ปล่อยให้ศัตรูอ่านออกั้แ่ยังไม่ลงสนามก็เท่ากับนับถอยหลังรอความตาย!!!
“นี่คือหยาหยา และอู๋โถงเป็เด็กที่มือไม้คล่องแคล่ว ผมให้มารับใช้่ที่คุณชายพักอยู่ที่นี่อยากได้อะไรบอกพวกเขาได้ทุกอย่าง”พ่อบ้านกล่าวอย่างสุภาพมีรอยยิ้มประดับบนหน้าตลอดเวลาก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็เมินเฉยไปทางเด็กรับใช้ทั้งสอง “ถ้ามีปัญหาไปหาฉันได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”ไม่ลืมกำชับเสียงเข้มว่า
“ดูแลคุณชายเหรินให้ดี”
สาวใช้หยาหยารุ่นราวคราวเดียวกับเหรินซวงอิ๋น หน้าตาสะสวย ส่วนอู๋โถงเป็ชายหนุ่มวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาคนหนึ่ง
เหรินซวงอิ๋นแกล้งยิ้มซื่อๆให้กับคนใช้ทั้งสอง “รบกวนพ่อบ้านฉายแล้วขอบคุณมากครับ” พ่อบ้าน กล่าวอีกสองสามคำก็ขอตัวออกไป ทิ้งคนใช้หน้าตาดีไว้กับเขา
หยาหยารีบเสนอตัวเข้ารับใช้“คุณชายให้หยาหยาจัดของให้ก่อนดีไหมคะ”ว่าแล้วก็หมายจะเอื้อมมือไปที่สัมภาระของเหรินซวงอิ๋น
“เดี๋ยว” เขาดึงเก้าอี้ใกล้มือมานั่งมองสำรวจทั้งหยาหยาและอู๋โถงั้แ่หัวจรดเท้า
ตระกูลจ้าวมีคนรับใช้สองระดับคนงานทั่วไปสวมชุดสีครามผ้าป่าน แขนสั้นขาสามส่วน ไม่อาจขึ้นมาเดินบนตึกใหญ่ได้รับผิดชอบงานสวน งานครัว และงานที่ต้องใช้แรง
ส่วนสองคนนี้คงเป็คนรับใช้ที่อยู่มานานกว่าห้าปีสวมชุดสีขาวไข่ เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว กิริยามารยาทสุภาพกว่าพวกคนงานทั่วไป
คนงานประเภทหลังคอยรับใช้นายท่านกับบรรดาเ้านายใกล้ชิดงานทำความสะอาด และงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
เหรินซวงอิ๋นขอแค่ชาร้อนนั่งจิบไม่รีบเร่ง คนรับใช้หนึ่งหญิงหนึ่งชาย ได้รับมอบหมายให้ทอดสะพานใครทำให้เหรินซวงอิ๋นพอใจได้ ถึงขั้นลากขึ้นเตียงด้วย จะได้รับเงินก้อนโต พอให้ไม่ต้องเป็คนใช้ของตระกูลจ้าวก็อยู่ได้อย่างไม่ลำบาก
ได้ยินมาว่าคุณชายเล็กคนนี้นิสัยเอาแต่ใจ ฉลาดน้อย แต่ติดที่รักปักใจกับคุณชายใหญ่จ้าวเท่านั้น ไม่สนใจคนอื่นพ่อบ้านฉายบอกคุณนาย้ากันเขาออกจากลูกชาย จึงคิดแผนการนี้ขึ้นมาหากเหรินซวงอิ๋นทำไม่งามในระหว่างวันเยี่ยมครอบครัวสามีคิดว่าใครหน้าไหนก็คงไม่อยากต้อนรับสะใภ้คนนี้
“เอ่อ...คุณชายคะ”
หยาหยาทำเสียงหวานหว่านเสน่ห์เรียกเหรินซวงอิ๋นที่ยังนั่งที่เดิมไม่ขยับหรือสั่งงาน ให้เธอกับอู๋โถงยืนเฉยๆเกือบครึ่งชั่วโมงมาแล้ว ทั้งเมื่อยและอึดอัด
“ยืนไม่ไหวแล้ว?”
เหรินซวงอิ๋นเลิกคิ้วขึ้นถามทั้งสองรีบส่ายหน้า ตอบแทบจะพร้อมกัน “ไม่ค่ะ/ไม่ครับ”
คนฟังยิ้มมุมปาก “ดี” แล้วเริ่มถาม “เล่าประวัติของพวกเธอให้ฟังหน่อยเอาให้ละเอียด”
“จากนั้นล่ะ”
“จากนั้นคุณชายก็ถามพวกเราค่ะ”
“เื่?”
“ให้เราสองคนเล่าประวัติส่วนตัวถามว่าทำงานที่นี่มีปัญหาอะไรบ้างตอนเป็คนงานทั่วไปกับเป็คนใช้บนคฤหาสน์ต่างกันมากหรือเปล่า อาหารการกินสวัสดิการ แล้วก็ยังมีเื่เงินเดือน”
พ่อบ้านฉายขมวดคิ้วคิดไม่ตกว่าที่คุณนายเล็กถามเื่พวกนี้ไปทำไมกันไม่ใช่ว่าใส่ใจความเป็อยู่ของคนรับใช้หรอกนะ
เป็ไปไม่ได้คนแบบนั้นบางทีอาจถามเพราะอยากรู้อะไรบางอย่างมากกว่า เช่นหลอกถามหยาหยาและอู๋โถงจนมึนก่อนจะวกมาถามเื่สำคัญ
แต่เขาก็แย้งตัวเองอีกรอบ
ไหนว่าคุณชายเล็กเหรินไม่ฉลาดไงคิดวิธีนี้มาได้เหรอ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครสอนมานี่นาต้องเป็เช่นนั้นแน่ มีคนคอยสอนอย่างไม่ต้องสงสัย คิดเองไม่ได้หรอก
“พวกเธอจับตาดูเขาไว้มีอะไรก็มารายงานฉัน”
“ค่ะพ่อบ้านฉาย”
“แล้วก็หาวิธีทำให้เขาสนใจด้วยอย่าลืม”
นั่นเป็เป้าหมายสำคัญของงานนี้หยาหยาไม่มีทางลืม “ไว้ใจเถอะค่ะ”เื่อื่นอาจจะพลาดได้แต่เื่นี้ต้องสำเร็จเท่านั้น
เย็นวันนั้นเหรินซวงอิ๋นไปทานอาหารร่วมกับว่าที่พ่อและแม่สามีส่วนผู้เฒ่าทั้งสองไม่รับมื้อเย็น คนแก่ท้องไส้ไม่ค่อยดีกินข้าวแค่วันละสองมื้อเท่านั้น
บนโต๊ะอาหารมีการพูดคุยไม่กี่คำก็แยกย้ายเหรินซวงอิ๋นทานแค่พออิ่ม และเลือกแค่จานที่คุณนายกินเท่านั้นแม้แต่น้ำเปล่าหลังอาหารก็ไม่จิบ
เขาระวังตัวอย่างมาก
พอแยกย้ายแล้วจ้าวมิ่งป๋ายก็อดถามคุณนายของตนไม่ได้“เมื่อครู่บนโต๊ะอาหาร เด็กคนนั้นคล้ายจะกินได้น้อยมากผมคิดว่าอาหารอาจจะไม่ถูกปากเขา” ประมุขจ้าวเงียบไปก่อนจะกล่าวต่ออย่างระมัดระวัง
“ไม่ก็..กำลังกลัวคุณเองเป็ผู้ใหญ่กว่าเขา อย่าทำให้เด็กลำบากเลยจะดีกว่า”
วิกตอเรียหน้าตึง“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง พูดให้เคลียร์นะมิ่งป๋าย”
เธอกำลังไม่พอใจ จู่ๆโดนสามีกล่าวหาว่ารังแกคน เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวเขาไม่เจริญอาหารเองโทษเธอไม่ได้
จ้าวมิ่งป๋ายเห็นท่าทีของภรรยาก็รู้แล้วว่าเธอคงไม่ได้ลงมือจริงๆเขาเปลี่ยนเสียงให้อ่อนลง
“ผมก็แค่พูดไปอย่างนั้นเองคุณไม่ทำอะไรแบบนี้ดีแล้ว น่ารักมากแมวน้อยของผม”วิกตอเรียปัดมือที่ยื่นมาบีบแก้มเธอ
เชอะ!!
ประมุขตระกูลจ้าวมองตามหลังภรรยาอย่างอ่อนใจสรุปว่าไม่ใช่เมียเขาทำ แล้วใครกันสร้างความระแวงให้ว่าที่ลูกสะใภ้ คิดไม่ตกก็หันมาเรียกพ่อบ้านคนที่ตนไว้ใจกว่าใคร
“เหล่าฉายนายไปสืบดูว่ามีใครมาพบคุณชายเหรินบ้าง นอกจากฉัน คุณนาย และผู้เฒ่าทั้งสอง”
พ่อบ้านฉายค้อมกายลง “ครับคุณท่าน”
สั่งคนสนิทไปหาคำตอบเสร็จจ้าวมิ่งป๋ายก็เหม่อลอยครู่ใหญ่ คิดเื่งานแต่งลูกชายคนโต เลยไปถึงท่าทางของว่าที่ลูกสะใภ้ในวันนี้
เขาไม่เคยเจอกับเหรินซวงอิ๋นเป็การส่วนตัวมาก่อนเจอกันวันแรกนับว่าไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ออกจะน่าประทับใจด้วยซ้ำแต่การเป็คุณนายจ้าวไม่ใช่แค่นี้จะเหมาะสม คงต้องดูกันอีกยาว
ผู้นำตระกูลเกิดคำถามโลกแตกอนาคตถ้าเหรินซวงอิ๋นทำหน้าที่ได้ดี แต่กลับคว้าหัวใจจ้าวจิงถิงมาไม่ได้เขาควรต้องจัดการเื่นี้อย่างไร?
คิดแล้วก็เกิดความเข้าใจพ่อแม่ของตนขึ้นมาตอนที่ถูกบังคับให้แต่งกับคนที่ไม่รัก เขาแทบไม่อยากอยู่เป็ผู้เป็คนยังทำตัวไม่ดีกับเมียแต่งคนแรกหลายอย่างจนเธอตรอมใจโรคกำเริบและจากไปก่อนวัยอันควรเป็สาเหตุให้ลูกชายคนรองและคนสุดท้องไม่สนิทกับเขาจนถึงวันนี้
ต่อมาวิกตอเรียหญิงที่เขารักได้เข้ามานั่งในตำแหน่งคุณนายของบ้านพ่อแม่คัดค้านไม่ได้แล้ว แต่ว่าอย่างที่แม่พูดมาก็เป็เื่จริงวิกตอเรียจัดการดูแลบ้านจ้าวไม่ได้ เธอเป็ยอดดวงใจ เป็คนที่เขารักที่สุดแต่ว่าเธอกลับไม่เหมาะสมกับตำแหน่งคุณนายจ้าว
หลายครั้งที่ตระกูลจ้าวเจอปัญหาวิกตอเรียแทบไม่มีบทบาทช่วยคลี่คลาย เธอสนใจแค่ลูกชายคนโตลูกชายคนรองและคนเล็กถึงไม่เกลียดกันแต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิด
จ้าวมิ่งป๋ายผู้มีประสบการณ์ล้มเหลวในการเลือกคู่ครองกำลังคิดหนักว่า ควรชี้นำลูกชายอย่างไรถึงจะดีที่สุด เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิมของตน
ลงจากเขามาที่เขตเจริญที่สุดของเกาะคอนโดเทลที่แพงที่สุด ชั้นสิบเก้าแสงจากแชนเดอเรียตกกระทบใบหน้างดงามของชายผู้หนึ่ง รูปร่างของเขาไม่ผอมเกินไปเอวกลับคอดสะโพกกลับกลมแน่นน่ามอง เป็คนที่เหมาะสมกับคำว่าสวยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ตรงข้ามเขาคือชายอีกคนที่โครงหน้าเข้มสันกรามชัด จมูกโด่ง ริมฝีปากหนา รูปร่างหน้าตาเรียกว่าหล่อเหลายังน้อยไปดูดีไร้ที่ติจึงจะถูก
จ้าวจิงถิงใช้หางตามองความงามของอีกคนอย่างดูถูก“คราวนี้เป็ใครส่งมาอีก” คำถามนั้นไม่ได้ถามคนสวยแต่ถามคังข่าย
หัวหน้าบอดี้การ์ดหน้าดุตอบเสียงเรียบ“คุณชายรองครับ”
มือที่หั่นเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปากไม่มีสะดุดไม่แปลกใจเท่าไหร่ จ้าวจูหลั่นมักจะใช้แผนทำนองนี้สร้างความลำบากให้เขาเ้าโง่นั่น คงคิดว่าทุกคนจะมักมากเหมือนตนเอง
“จะให้ทำยังไงครับ”
จ้าวจิงถิงโบกมือไล่ “ทุกคนออกไปฉันจะจัดการเอง”
คังข่ายได้ยินเช่นนั้นแววตาก็วาวขึ้นมาแต่ก็รีบเก็บอาการอย่างรวดเร็วในที่สุดคุณชายใหญ่ก็ไม่ใช่พระ และไม่ได้บำเพ็ญตบะอย่างที่คนเขาเล่าลือเพียงแต่คนที่ทำให้ศีลขาด เป็เด็กที่น้องชายผู้อยากแย่งตำแหน่งผู้สืบทอดส่งมาแบบนี้
จะดีเหรอ?
แค่สงสัยแต่คงไม่มีสิทธิ์ถามเขายังอยากทำงานนี้ต่อไป ทำได้เพียงหันหลังก้าวออกจากห้องนั้นปิดประตูและยืนเฝ้าเอาไว้จนกว่าเ้านายจะเสร็จสมอารมณ์หมาย
“พี่ว่าคุณชายชอบเด็กคนนั้นแต่ทำไมไม่ชอบคุณชายเหรินกันนะ ผมว่าสองคนก็แนวเดียวกัน” หมายถึงความสวย
คังข่ายมองมือขวาของตน อะไรก็ดีหมดเสียแค่ปากไม่มีหูรูดไปหน่อย “อยากรู้ไปถามคุณชายดู”
โจยิ้มแห้งพูดกับตัวเอง “ใครจะกล้า”
กลับมาในห้องเสียงต่ำถามขึ้นหลังประตูปิดสนิท “บอกแซ่และชื่อมา”
พอเห็นสายตาที่มองเด็กหนุ่มก็สะดุ้งหลบตามองพื้น ตอบเสียงสั่น “ก๋านเอิน”
เนื้อวัวชั้นดีย่างด้วยไฟระดับที่พอเหมาะนุ่มละลายในปาก ถูกเขาเคี้ยวช้าๆจ้าวจิงถิงดื่มด่ำกับมื้อเย็นพร้อมใช้สมองคิดถึงสถานะของเด็กคนนี้
แซ่ก๋าน? ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย
“รู้จักน้องชายฉันได้ยังไง”
ก๋านเอินไม่ใช่คนที่โกหกจนเป็นิสัยเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเอาตัวรอดอย่างไรตอนถูกจับได้ จึงได้แต่คายความจริง
“พ่อแม่ผมป่วยหนักสองปีก่อนพวกท่านทำงานให้คุณชายรอง ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้นผมไม่ได้อยู่บนเกาะ กลับมาอีกทีพวกท่านก็เสียแล้วคุณชายรองช่วยออกค่ารักษาและช่วยจัดการงานศพให้อย่างดี ผมรู้สึกติดค้างเขา จึงเอ่ยปากขอทำงานให้เขาก็ส่งมาหาคุณบอกว่าทำยังไงก็ได้ให้คุณชอบผม”
“ฉันชอบแล้วยังไง”
“ผม..ไม่ทราบ”
ก๋านเอินไม่รู้แต่เขารู้จ้าวจูหลั่นหมายจะให้เขาหลงนกต่อก่อนหลังจากนี้อยากสร้างความลำบากแบบไหนให้ก็ง่ายเหมือนชี้นิ้วสั่งไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องชายทำอะไรเช่นนี้ ก่อนหน้าก็มีส่งมาหลายคนเป็สาเหตุให้เขาไม่คบใครไม่ยุ่งกับใคร เพราะไม่มั่นใจว่าใครส่งมา
ถ้าไม่ทำอะไรเลย คงมีคนต่อไปอีกไม่หยุดไม่หย่อน
เด็กหนุ่มที่ทำงานไม่สำเร็จนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้เผชิญหน้ากับคุณชายใหญ่ที่ใครต่อใครให้ฉายาว่าไร้หัวใจ มองสเต๊กเนื้อในจานถูกหั่นและส่งเข้าปากคำแล้วคำเล่าราวกับตนเป็เนื้อก้อนนั้นที่ถูกหั่นจนไม่เหลือซาก กลัวขนาดไหนไม่อาจพูดออกมาได้
“คุณ..คุณจะทำยังไงกับผมครับ”
จ้าวจิงถิงไม่ตอบ เขากินต่อจนอิ่มดื่มน้ำเล็กน้อย ยกผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับแล้วกองผ้าผืนนั้นไว้ข้างจาน ทำทุกอย่างเป็ขั้นเป็ตอนไม่รีบร้อน สุดท้ายใช้มือประสานใต้คาง จ้องเด็กนกต่อของน้องชายไหล่บางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
“เลาะฟันให้หมดปากแล้วส่งกลับไป”ฟังจบก๋านเอินเกือบเป็ลมคาเก้าอี้ เขาลงไปนั่งกองบนพื้น พนมมือร้องขอชีวิต
“ผม..ผม..อย่าทำผมเลย ขอร้องล่ะครับ”
คุณชายใหญ่จ้าวหัวเราะแต่สายตายังแข็งกร้าว“ฉันไม่ได้จะฆ่า กลัวไปได้”
เลาะฟันให้หมดปาก ไม่ตายก็ไม่ต่างเมื่อเห็นความกลัวถึงขีดสุดของเขาแล้ว จ้าวจิงถิงก็ดูผ่อนคลายลงคล้ายกับพอใจที่จะได้ทรมานคน “เอาเถอะฉันก็ไม่อยากทำร้ายของสวยๆ งามๆ ของน้องหรอก เอาแบบนี้ ”
เขาเสนอทางเลือก
“กลับไปบอกจ้าวจูหลั่นว่านายกับฉันมีอะไรกันแล้วฉันพอใจนายมาก ระหว่างนี้ฉันจะเรียกนายมาหาบ้าง นายก็มีหน้าที่ทำยังไงก็ได้ให้น้องชายของฉันชอบนาย อ่า..ไม่แค่ชอบฉันพูดผิด ต้องให้เขารักนาย รักมากรักจนตายแทนนายได้ เื่วันนี้จะไม่เอาความ”
เมื่อน้องชายยื่นมีดมาทางเขาเขาก็แค่หันปลายมีดกลับไปเท่านั้น
ก๋านเอินอ้าปากค้างมองไปทางไหนก็ไม่เห็นทางออก...
จ้าวจิงถิงก้าวออกจากห้องบอกลูกน้องว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยไปส่งก๋านเอินกลับ คังข่ายกับโจสบตากันเล็กน้อยไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่บ้าง
“คุณชายครับคุณนายโทรมา” เป็ลูกน้องอีกคนที่เข้ามารายงานเขายื่นมือไปรับมือถือแล้วยกมาแนบข้างหูเดินเข้าห้องนอนไปลำพังพร้อมกับแม่ที่อยู่ในสาย
“ครับแม่”
/คุณชายเหรินเข้าบ้านแล้วนะ/
“ให้แม่จัดการเลยครับ”
/ลูกจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าเขาเป็ยังไง/
“ไม่จำเป็ครับ”
ไม่ได้อยากรู้ สัญญาสามปีก็เซ็นมาแล้วไม่มีอะไรสำคัญอีก
/จ่ะ ๆ แล้วคอนโดอยู่สบายมั้ยขาดเหลืออะไรบอกแม่นะ จะให้เหล่าฉายจัดไปให้/
“ขอบคุณครับ ถ้า้าผมจะบอก”
ลูกชายบอกชัดเจนว่าไม่อยากรู้เื่ลูกสะใภ้แต่ว่าวิกตอเรียก็อดเม้าท์ไม่ได้ จึงพูดออกไปตามที่อยากพูด ลูกไม่อยากฟังก็ช่างลูก
/เขาวาดภาพมาให้พวกเรา คนละภาพปู่กับย่าของลูกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พ่อของลูกก็ถูกใจ จะว่าไปภาพของแม่ก็ใช้ได้แต่แม่ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าเขาวาดเอง/
“เขา?”
/เหรินซวงอิ๋นไง ว่าที่เ้าสาวของลูกว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่/
“แม่ครับผมรู้ว่าเขาคือใคร”
/อ้าวก็ลูกไม่สนใจเขาเลยแม่คิดว่าแม้แต่ชื่อก็จำไม่ได้/ คุณนายจ้าวหัวเราะน้อยๆขณะที่ลูกชายเริ่มอารมณ์ไม่ดี แค่ได้ยินชื่อก็หงุดหงิดยิ่งแม่มาย้ำเื่ว่าที่เ้าสาว หรือว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ยิ่งไปกันใหญ่
ปลายสายเงียบวิกตอเรียรู้ทันทีว่าลูกชายน่าจะไม่สบอารมณ์แล้วเป็แน่เธอจึงเลิกพูดถึงคนที่ลูกชายเกลียดเข้าไส้ คุยเื่อื่นแทน
เช้าวันต่อมาท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์จ้าวแจ่มใสอย่างยิ่งคุณนายผู้เฒ่าจ้าวออกมารำมวยจีน สูดอากาศบริสุทธิ์
ใบหน้าของหญิงสูงวัยอาบด้วยยิ้มอยู่ตลอดเมื่อวานสะใภ้ใหญ่เข้าบ้าน เช้านี้อากาศดีเมื่อคืนเธอยังฝันว่าได้ลูกแก้วสมปรารถนา หรือจะเป็ลางดี คุณชายน้อยเหรินคนนี้จะมาค้ำชูตระกูลจ้าวให้รุ่งเรืองต่อไป
“คุณหนูมีเื่ดีอะไรหรือคะ”คนรับใช้สนิทที่อยู่ข้างกายั้แ่ตอนเป็สาว ชื่อป้าจูยื่นผ้าขนหนูให้พร้อมกับถาม
จ้าวหลันหรูยิ้มให้อาจูของเธอ“รู้หรือเปล่าเมื่อคืนฉันฝันดีมาก ฝันว่าเ้าแม่กวนอิมประทานลูกแก้วสมปรารถนาให้ลูกใหญ่มาก ใสกระจ่าง สวยเหลือเกิน”
ป้าจูบอกผู้เป็นาย“งั้นก็ต้องมีเื่ดีๆ เกิดขึ้นเป็แน่ค่ะ”
“ใช่ไหมล่ะจริงสิเช้านี้ให้คนไปตามซวงอิ๋นมากินข้าวเช้ากับฉันเถอะ”สามีของเธอไม่อยู่ไปเยี่ยมญาติบนแผ่นดินใหญ่แต่เช้า น้องชายของจ้าวเถียนอ้ายป่วยเห็นว่าจะเลยไปดูบริษัทสาขาใหญ่ด้วย อาจจะค้างสักสองคืนเธอเหงานิดหน่อยแต่โชคดีมีหลานสะใภ้อยู่ ที่ดีกว่านั้นคือเป็หลานสะใภ้ที่เธอถูกใจ
ทางเหรินซวงอิ๋นเมื่อได้ยินว่าใครมาเชิญไปกินข้าวเช้าด้วยเขาก็ยิ้มทันที ไม่ลืมเรียกคนรับใช้สองคนที่พ่อบ้านฉายหาให้ตามไปด้วย
“คุณชายปรกติเรือนพักของท่านผู้เฒ่ากับคุณนายผู้เฒ่าเราสองคนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปค่ะ”
“ตามมาเถอะครับ”
หยาหยากับอู๋โถงลอบร้องในใจ ‘แย่แล้ว’พร้อมกัน แต่ก็จนใจจะขัดคำสั่ง จึงต้องก้มหน้าเดินตามเหรินซวงอิ๋นไปต้อยๆพ่อบ้านฉายให้ทั้งสองคอยจับตาดูคุณชายเหริน แต่ไม่รู้ทำไมพวกเธอถึงอึดอัดมากเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายเล็กคนนี้
ดั่งมีตานับร้อยจ้องอยู่ คอยจับผิดรอให้พวกเขาทำอะไรพลาด ทั้งๆ ที่ท่าทีคุณชายก็ไม่มีอะไรแปลก เวลาเผลอสบตากันราวกับว่าคุณชายอ่านแผนการของพวกเขาออกอย่างนั้นแหละ ไม่ต้องพูดถึงจะหาทางเข้าหาบอกเลยว่ามันไม่ง่าย
ตกลงใครคอยจับตาใครกันแน่!!
ทั้งคู่รู้สึกเครียดมากนี่ขนาดผ่านมาแค่คืนเดียวเอง รอให้ครบเจ็ดวัน ไม่อยากจะคิดสภาพ
“มาแล้วๆ ซวงอิ๋นมานั่งข้างย่านี่มา”พอเขานั่งลงข้างหญิงชราเธอก็ถาม “เมื่อคืนหลับสนิทหรือเปล่าลูก”เหรินซวงอิ๋นได้โอกาสที่้าก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกหันไปมองคนรับใช้ที่ตามตนมา แล้วก็หันมามองจ้าวหลันหรูคล้ายกับว่าอยากพูดแต่พูดไม่ได้
“ผมหลับสบายครับขอบคุณคุณย่าที่เป็ห่วง”
คุณนายผู้เฒ่าหรี่ตามองไปด้านหลังของเขาแล้วหันไปทางป้าจูที่ยืนใกล้เธอ แค่สบตา คนสนิทก็รู้ความ้า
“ตั้งโต๊ะแล้วก็ออกไปก่อนคุณนายผู้เฒ่ากับคุณชายจะได้ทานอาหารอร่อยๆ”
ป้าจูไล่ต้อนทุกคนออกไปหมดสวนสวยจึงมีแค่จ้าวหลันหรูและเหรินซวงอิ๋น นั่งตรงข้ามกันมีโต๊ะอาหารคั่นกลาง
“สองคนที่มากับหลานนั่นใคร”เหรินซวงอิ๋นนึกชอบใจที่คุณย่าสามีหัวไว ไม่ต้องรอให้เขาเกริ่นเอง
“หยาหยากับอู๋โถงเป็คนรับใช้ที่ลุงฉายหามาให้ครับคุณย่า ลุงดูแลผมอย่างดีจริงๆ จนผมเกรงใจ”
“งั้นเหรอ”ไม่ใช่คำถามแต่เป็คำอุทานกับตัวเองต่างหาก
พ่อบ้านฉายหาคนคอยรับใช้ว่าที่คุณนายเล็กก็ไม่แปลกแต่ที่แปลกคือสองคนนั้น คนหนึ่งสวย คนหนึ่งหล่อ ไม่พอยังตามติดหลานสะใภ้ของเธอขนาดนี้เขตเรือนพักของเธอไม่ใช่ว่าห้ามคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามารึไง
“สองคนนั้นบอกจะตามหลานมาด้วยเหรออ่ะ..กินเถอะ กินไปคุยไปก็ได้ ย่าไม่ถือ”
“เื่นี้..เอ่อ...เป็ผมที่ให้พวกเขาตามมาครับ”พูดจบก็หลบสายตาคล้ายกับว่ากำลังโกหก คนฟังไม่ซักถามอีกคิดว่าคงสรุปคำตอบเองได้แล้ว
เหรินซวงอิ๋นนอบน้อมอย่างมากทุกการกระทำของเขาที่ปฏิบัติต่อคุณนายผู้เฒ่า สุภาพตามความเคยชินั้แ่ชาติก่อน
เขาเอาน้ำร้อนในกาล้างถ้วยชารอบหนึ่งเสร็จแล้วถึงรินชาใส่ถ้วยให้ พร้อมกับอธิบาย
“คุณย่าของผมชอบให้ทำเช่นนี้ตอนเช้าอากาศเย็น อุ่นถ้วยชาก่อน ชาจะได้ไม่เสียรสชาติครับ”จ้าวหลันหรูมองมือเรียวสวยจับตรงนั้นเทตรงนี้ แล้วยังคีบของกินให้เธอเป็อย่างๆปากก็บอกด้วยว่าอะไรดีต่อร่างกายยังไงบ้างเธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกเอาใจใส่จากบ่าวคนสนิท
“หลานกับอาจูเหมือนกันมากเลยนะ”
“ใครครับ”
“อ้อ..ก็ป้าจู คนที่อยู่กับย่าไงเป็คนที่รู้ใจและใส่ใจมาก เราสองคนโตมาด้วยกันอาจูไม่แต่งงานเพราะอยากอยู่ดูแลย่าไปตลอด”
“ป้าจูคงรักคุณย่ามาก”
จ้าวหลันหรูยิ้มอ่อนโยนมองเขาอย่างผู้ใหญ่ที่เอ็นดูลูกหลานถึงไม่เท่าที่เหรินเชียงซินคุณย่าของร่างนี้มองแต่ก็ััได้ว่าเธอเอ็นดูเขาจากใจจริง
“อันนี้อร่อยมากเลยครับ”เด็กหนุ่มเคี้ยวอาหารคำโต แต่ไม่ดูเสียมารยาท จ้าวหลันหรูเห็น
ในมือของเขาขยับอย่างคล่องแคล่วชวนมองยิ่งเหรินซวงอิ๋นกินข้าวไปสองถ้วยตบท้ายด้วยของหวานอีก ดูเจริญอาหารไม่น้อยยังชมว่าอาหารอร่อยกว่าที่บ้านเหรินอีกด้วย ป้าจูคนทำยิ้มไม่หุบ
หลังอาหารเช้า ทั้งสองนั่งคุยกันเหรินซวงอิ๋นชวนคุณย่าเดินย่อย ผ่านสวนสมุนไพรก็หยุดดูอย่างสนใจจ้าวหลันหรูไม่มีความรู้เื่สมุนไพร สวนนี้เป็ของป้าจูเห็นเขามองเธอก็บอกว่าอยากได้อะไรหรืออยากเรียนเื่สมุนไพรก็มาได้ตลอด
เอาใจคนแก่จนถึง่สายจ้าวหลันหรูก็เหนื่อยอยากพักสายตา เหรินซวงอิ๋นจึงขอตัวกลับหยาหยากับอู๋โถงโดนไล่กลับไปก่อนนานแล้ว หลังเขาไปแล้วคุณนายผู้เฒ่าก็สั่งคนสนิท
“ไปสืบดูว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับซวงอิ๋นบ้างยัยผู้หญิงหยำฉ่าคนนั้นแผลงฤทธิ์อะไร” ที่เธอพูดถึงก็คือสะใภ้ซึ่งเธอไม่ยอมรับวิกตอเรีย แม่ดาราที่ใช้เสน่ห์ยั่วยวนลูกชายของเธอจนหูหนวกตาบอด
ป้าจูทำงานไวมาก พอตื่นจากพักสายตาก็มีเื่ที่เธออยากรู้รอรายงานแล้ว
“พ่อบ้านฉายให้สองคนนั้นคอยตามดูคุณชายเหรินค่ะอาหารเย็นเมื่อวานพวกที่คอยรับใช้บอกว่า คุณชายเหรินทานน้อยมาก แทบจะไม่ทานอะไรเลยแม้แต่น้ำยังไม่ยก”
จ้าวหลันหรูขมวดคิ้วใบหน้าชรามีร่องรอยแห่งวัยชัดขึ้นกว่ายามปรกติ “คำสั่งวิกตอเรียงั้นเหรอ”
“น่าจะใช่ค่ะ”
“ไม่ใช่แม่นั่นแล้วจะเป็ใครได้ช่างร้ายกาจซะจริง ไปถามซวงอิ๋นว่าเขาอยากย้ายมาพักกับฉันหรือเปล่า่นี้นายท่านผู้เฒ่าไม่อยู่ บอกว่าฉันเหงา”
“ได้ค่ะ แล้วคนรับใช้สองคนนั้นล่ะคะ”
“ขนาดตามมาถึงเรือนนี้ได้เ้านายคงสั่งมาเป็อย่างดี สงสารก็แต่ซวงอิ๋น เฮ้อ..บอกว่าไม่ต้องมาก็แล้วกันที่เรือนเราไม่ขาดคนใช้ รออยู่ที่นั่นซวงอิ๋นกลับไปค่อยให้ดูแลต่อ”
เธอคงให้ความสงบกับว่าที่หลานสะใภ้ได้บ้างสักสองคืนก็ยังดี
ป้าจูรับคำสั่งสาวเท้าว่องไวไปทางคฤหาสน์หลัก
พอได้ฟังคำขอของคุณนายผู้เฒ่าใครบ้างจะกล้าขัดเหรินซวงอิ๋นเก็บของที่จำเป็ไปค้างกับหญิงชราเขาเดินผ่านพ่อบ้านฉายที่ทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างบันได
ตำแหน่งหนึ่งในทัพที่สำคัญตามการจัดทัพเพื่อรบทุกศึกของปู่ในชาติก่อน คือกองหน้าที่ใช้ทะลวงเปิดทางให้ทัพใหญ่เข้าเขตศัตรูได้ เรียกว่าพลทะลวง ต้องมีพลังอย่างมากเก่งการใช้ทวนและหอกยาว
ท่านปู่ปรับใช้กับสถานการณ์เวลาเจอปัญหาหากมีศัตรู้าจะทำร้ายเรา ต้องรีบป้องกัน ตั้งรับเพื่อตอบโต้หากองหน้าที่แข็งแกร่ง และมีอำนาจเหนือศัตรูมาป้องกันเราก่อน
ในตอนนี้ไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีไปกว่าจ้าวหลันหรู
ส่วนจุดประสงค์จริงของพ่อบ้านฉายและที่ว่าเขาจะลงมือยังไง คงต้องอดทนรอ ใครจะกำชัยยังต้องดูกันอีกทีแต่คนอย่างเหรินซวงอิ๋นอดีตพ่อบ้านจวนเหริน มีหรือจะยอมเป็ฝ่ายแพ้ง่ายๆ