ดูเธอไม่ค่อยสบาย?
ความรู้สึกแปลก ๆ แล่นเข้ามาในใจของฉู่ซิงหลาน มันเป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยจนทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“ฝ่าบาท พระองค์เห็นว่าฐานฝึกทหารแห่งนี้มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” อเล็กซานเดอร์เห็นฉู่ซิงหลานขมวดคิ้ว ก็นึกว่าอีกฝ่ายไม่พอใจ จึงรีบถามขึ้นมาก่อน
ฉู่ซิงหลานตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “เมคคาค่อนข้างเก่าไปหน่อย กลับไปแล้วคุณไปติดต่อกับเริ่นฮวนที่กองบัญชาการ ให้จัดการเรื่องเมคคาสำหรับฝึกซ้อมชุดใหม่ด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ พ่ะย่ะค่ะ” อเล็กซานเดอร์รีบพยักหน้ารับคำ
ทางด้านเหลยหย่วนคิดอยู่สักพัก แล้วจึงรีบพูดขึ้นมาบ้าง “ฝ่าบาท แล้วพระองค์เห็นว่าการฝึกของนักศึกษากลุ่มนี้เป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”
“ไม่มีระเบียบวินัย”
“พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมจะให้พวกครูฝึกเพิ่มความเข้มข้นของการฝึกทันที!”
ฉู่ซิงหลานพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินจากไป ครั้งนี้เขามาก็เพื่อจะตักเตือนซูลั่ว ให้ผู้หญิงคนนั้นเลิกคิดอะไรไม่เข้าท่า
ส่วนตัวเขาเองก็ยังมีงานอื่นต้องไปทำ มีข่าวว่าพบร่องรอยของโจรสลัดอวกาศที่ดาวรกร้าง ได้ยินมาว่าพวกนี้พยายามจะขโมยแร่พลังงาน เขาต้องรีบไปที่นั่น
หลังจากที่ฉู่ซิงหลานออกจากฐานฝึกไป อเล็กซานเดอร์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เขาเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก “ไม่รู้ทำไมผมถึงได้กลัวองค์ชายคนนี้เป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับพระองค์แล้ว องค์รัชทายาทกลับทำให้คนรู้สึกสบายใจและเข้าถึงง่ายกว่ามาก”
“แค่ก ๆ ” เหลยหย่วนกระแอมเตือน
อเล็กซานเดอร์รีบเปลี่ยนเรื่อง “อย่าพูดเรื่องนี้เลย ว่าแต่...ท่านจะเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกของเด็กพวกนั้นจริง ๆ เหรอ?”
เหลยหย่วนมองไปยังกลุ่มนักศึกษาแล้วพยักหน้า “ถึงตอนสอบปลายภาคของทุกปี กองบัญชาการจะส่งคนมา ท่านยังจำปีนั้นได้ไหม ที่องค์ชายเก้ามาดูการสอบปลายภาคของคณะการทหารด้วยตัวเอง”
“จำได้สิ! ปีนั้นถึงองค์ชายเก้าจะไม่ได้ปรากฏตัว แต่กลับทำให้นักศึกษาเกือบครึ่งสอบตก! อย่างกับปีศาจ”
“ไม่ใช่ปีศาจหรอก แต่เป็นเพราะพระองค์รู้ดีกว่าใครถึงความโหดร้ายของสนามรบในอวกาศ การที่พระองค์เข้มงวดขึ้นหน่อย ก็เพื่อตัวของนักศึกษาเองนั่นแหละ”
อเล็กซานเดอร์ไม่อยากพูดอะไรต่อ แม้ว่าในกองบัญชาการ ชื่อเสียงขององค์ชายเก้าจะดีที่สุด แต่ถ้าให้เทียบกันแล้ว ทุกคนก็อยากเข้าหาองค์รัชทายาทที่ดูสุภาพ อ่อนโยน และเป็นมิตรมากกว่าอยู่ดี
เพราะยังไงซะ...องค์ชายเก้าก็น่ากลัวเกินไป!
ทางด้านนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวฝึกยิงเป้า ไม่รู้เลยว่าการฝึกของพวกเขากำลังจะถูกอัปเกรด จากโหมดปกติกลายเป็นโหมดนรก!
ซูลั่วรู้สึกว่าทุกย่างก้าวของเธอเหมือนกำลังเดินเหยียบลม
จินแอนนี่เห็นสภาพของเธอก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว “เธออย่าฝืนจะได้ไหม? ไปลาป่วยเถอะน่า แค่รายการนี้ได้ศูนย์คะแนนแล้วมันจะเป็นอะไรไป?”
ซูลั่วส่ายหน้า เหงื่อเย็นบนหน้าผากไหลลงมาตามแก้ม
“หลังจากที่ฉันออกจากตระกูลซู พวกเขาก็อยากให้ฉันกลับไป แต่มีข้อแม้ว่าฉันต้องไม่ไปยุ่งกับเรื่องที่ซูเสี่ยวซีทำ”
แต่จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง?
วันนี้ซูเสี่ยวซีกล้าบังคับเธอแต่งงาน วันพรุ่งนี้จะทำอะไรอีกก็ไม่รู้! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้ซูเสี่ยวซียังแอบไปเปลี่ยนภาควิชาที่เธอสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิอีก
ตอนนั้นซูลั่วรู้เรื่อง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะสำหรับเธอแล้ว ภาควิชาการบัญชาการกับภาควิชาเมคคามันก็ไม่ได้ต่างกัน แถมภาควิชาเมคคาก็ยังสะดวกต่อการปกปิดความจริงที่ว่าเธอสามารถสร้างเมคคาได้ในอนาคตมากกว่า
ผลคือยัยนั่นยังไม่พอใจ ยังจะมายื่นขอแต่งงานให้เธออีก!
พอคิดถึงองค์ชายปีศาจที่ตอนนี้หย่าไม่ได้ ซูลั่วก็รู้สึกหดหู่ใจอย่างยิ่ง
เธอต้องแข็งแกร่งขึ้น เพราะมีแค่การแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ถึงจะไม่ต้องกลัวใคร
จินแอนนี่รู้สึกสงสารซูลั่วอยู่บ้าง “ก็จริงนะ ถ้าเธอได้คะแนนดี ๆ ก็จะสามารถเหยียบยัยซูเสี่ยวซีที่แม้แต่มหาวิทยาลัยจักรวรรดิยังสอบไม่ติดให้จมดินได้เลย แต่การที่เธอฝืนตัวเองแบบนี้ มันก็ลำบากเกินไป”
“ไม่เป็นไร ได้คะแนนมาเท่าไรก็เอาเท่านั้นแหละ”
นักศึกษาแต่ละคนจะเข้าสู่สนามยิงเป้าของตัวเองตามลำดับคะแนนจากการวิ่งวิบาก และบังเอิญว่าอันดับที่เก้าก็คือเหมิงซาน นักบินเมคคาจากคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาท
เขาไม่พอใจท่าทีของซูลั่วก่อนหน้านี้อยู่แล้ว พอมาเห็นสภาพอิดโรยของเธอในตอนนี้ ก็พูดจาแขวะขึ้นมา “ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน เดี๋ยวเข้าไปข้างในแล้วจะโดนยิงจนพรุนเอา!”
จินแอนนี่ทนไม่ไหว “แกพูดจาดี ๆ เป็นไหม?! อีกอย่าง นักบินเมคคาคะแนนยิงปืนจะอ่อนหน่อยแล้วมันมีปัญหาอะไร?”
เหมิงซานยิ้มเยาะ “ฉันก็เป็นนักบินเมคคาเหมือนกัน ได้เลย เดี๋ยวพอคะแนนออกมา ฉันจะมาแข่งกับยัยนี่ดู ว่าคะแนนยิงปืนของใครจะสูงกว่ากัน!”
พูดจบ เขาก็เชิดหน้าแล้วเดินเข้าไป
จินแอนนี่หงุดหงิด “เกลียดพวกคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทที่สุดเลย! นอกจากมู่หรงซ่งฉือแล้ว คนอื่น ๆ มีแต่พวกอีโก้สูงทั้งนั้น!” โดยเฉพาะลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนั้น!
จินแอนนี่บ่นอยู่พักใหญ่ ก็เห็นว่าซูลั่วไม่ตอบอะไร พอก้มลงมอง ก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังเอาอะไรบางอย่างมาพันไว้ที่แขน
“เธอกำลังทำอะไรน่ะ?”
“พลังจิตของฉันไม่เสถียร ตอนนี้แรงก็ไม่ค่อยมี ต้องใช้อะไรบางอย่างมาช่วยเล็งแล้วก็ล็อกเป้าหมาย”
“เห้ย! นี่มันไม่ใช่แส้ของเธอก่อนหน้านี้เหรอ?”
“อืม ร่างที่สาม”
แส้พันรอบมือซ้ายของซูลั่วจนแน่น มองเผิน ๆ ก็เหมือนกับถุงมือกลไก แต่จริง ๆ แล้วฟังก์ชันของมันแข็งแกร่งกว่านั้นมาก
ในไม่ช้าก็ถึงตาของซูลั่ว เธอรับปืนกลแล้วเดินเข้าไป ทันใดนั้นทุกอย่างรอบตัวเธอก็มืดลง
เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นข้างหู “หมายเลขสิบ ยิงเป้านิ่งโดนหนึ่งเป้า บวกหนึ่งคะแนน คุณมีเป้านิ่งทั้งหมดหนึ่งร้อยเป้า ยิงเป้าเคลื่อนที่โดนหนึ่งเป้า บวกห้าคะแนน คุณมีเป้าเคลื่อนที่ทั้งหมดห้าสิบเป้า เป้าไล่ล่ามีทั้งหมดสองร้อยเป้า พวกมันจะโจมตีคุณ คุณถูกโจมตีหนึ่งครั้ง จะถูกหักห้าคะแนน แต่ถ้าคุณยิงพวกมันโดนหนึ่งครั้ง จะได้บวกสิบคะแนน”
“นอกจากนี้ คุณยังมีเป้าพิเศษเก้าเป้า ยิงโดนหมายเลขเก้า บวกยี่สิบคะแนน ยิงโดนหมายเลขแปดบวกสามสิบคะแนน ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งยิงโดนหมายเลขหนึ่งจะได้บวกหนึ่งร้อยคะแนน ส่วนอีกฝ่ายโจมตีคุณจะได้เพียงหนึ่งคะแนนเท่านั้น”
แม้จะฟังดูซับซ้อน แต่สรุปง่าย ๆ แค่ยิงก็จบ
และซูลั่วยังจับรายละเอียดสำคัญได้อย่างหนึ่ง เธอมีเป้าพิเศษเก้าเป้า...หรือว่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเก้าคนที่เข้าไปก่อนหน้านี้?
เธอเข้าใจคำพูดของอาจารย์เมื่อกี้แล้วที่บอกว่า ‘อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไป’
การได้อันดับต้น ๆ มันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริง ๆ เพราะจะกลายเป็นเป้าเคลื่อนที่ให้คนข้างหลังโดยอัตโนมัติ! แถมคะแนนที่ได้จากการยิงสวนกลับก็น้อยนิด!
นักศึกษาคนอื่น ๆ เพื่อให้ได้คะแนนสูง ๆ อาจจะกลายเป็นสไนเปอร์คอยซุ่มยิงนักศึกษาที่อันดับสูงกว่า โดยเฉพาะสิบอันดับแรก!
แต่ช่างคนอื่นก่อน...ซูลั่วนึกถึงคำพูดท้าทายของเหมิงซานตอนที่เพิ่งเข้ามา
ได้เลย...พลังงานฉันมีจำกัด งั้นก็ขอตั้งใจยิงแก...หมายเลขเก้าคนเดียวแล้วกัน!
ทิวทัศน์เบื้องหน้าปรากฏขึ้น เป็นเมืองร้างที่เต็มไปด้วยป้ายโฆษณาเปื้อนเลือด ตึกรามบ้านช่องที่พังทลาย และเศษกระจกที่แตกละเอียดเกลื่อนพื้น
เป้านิ่งหาง่ายมาก ซูลั่วยิงโดนไปสิบเป้าอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่พละกำลังของเธอก็ลดลงฮวบฮาบ เหงื่อเย็นซึมจนชุดฝึกชุ่มไปหมด
ไม่ได้...เธอต้องรีบจบเกม!
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงลมเย็นวูบพัดมาจากข้างหลัง ซูลั่วรีบหมอบลงทันที แล้วหันกลับมายิงสวนไปยังทิศทางที่กระสุนพุ่งมาหนึ่งนัด!