Sol xx Mifa 7
“ไม่ต้องมามองหน้าแบบนั้นเลย ไปอาบน้ำจะพาไปกินข้าว” นี่เขาไม่เข้าใจหรือยังไงว่าฉันไม่อยากไปกับเขา
“ฟา ถ้าไม่อาบจะพาไปทั้งชุดแบบนี้เลยนะ” เขาไม่พูดเปล่า ขายาว ๆ นั้นก้าวเข้ามาใกล้มือใหญ่ยื่นมาหมายจะจับแขน แต่ฉันรีบถอยหลังออกห่างเพราะมั่นใจว่าเขาทำอย่างที่พูดแน่ ๆ ซอลชะงักไปฉันจึงรีบหนีจากเขาเข้าห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำทันที เสียงหัวเราะดังตามหลังมาอย่างมีความสุขนั่นทำให้ฉันอดที่จะเคืองไม่ได้
“มีความสุขมากนักหรือไงที่ได้แกล้งกันแบบนี้น่ะ” ฉันพึมพำเสียงงอน ๆ และก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ริมฝีปากฉันยกยิ้มขึ้นแบบนี้
สี่สิบนาทีต่อมา เราสองคนนั่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซอลทำหน้าที่สั่งอาหารอย่างคุ้นชิน ราวกับว่ามาที่นี่บ่อยเหลือเกิน ส่วนฉันด้วยความที่ไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรกเลยปล่อยหน้าที่สั่งอาหารให้ซอลทำแทน
“ฟา...”
“อะไร”
“ที่พูดเมื่อเช้า เข้าใจหรือเปล่า” ซอลถามย้ำอีกครั้งระหว่างเรานั่งรออาหาร
“...” แต่คำถามแบบนี้ฉันควรจะตอบยังไงกันล่ะ
“เราชอบเธอ...” เดี๋ยวนะ!! มาบอกง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างเขาไม่เคยมีทีท่าจะชอบฉันเลยสักนิด มาพูด มาบอกแบบนี้ตั้งใจทำอะไรกันแน่ซอล อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกเราจะได้ไหม
“ชอบจริง ๆ ชอบตั้งแต่เจอครั้งแรก แต่เพราะเราเป็นเพื่อนกันเราไม่อยากเสียเธอไปหากบอกว่าชอบ เราลองคุยลองคบกับคนอื่นแต่มันก็เหมือนเดิมเพราะเราเอาแต่คิดถึงเธอ อยากคุยอยากเจอเธอ ขอโทษนะ”
“....”
“ขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดีในหลาย ๆ เรื่อง”
“...”
“เรารู้แล้วฟา รู้แล้วว่าต่อให้คุยกับคนที่คล้ายเธอ แต่ยังไงใจเรามันก็เรียกร้องแต่เธอ ตอนเธอเมิน ไม่ตอบไลน์ ไม่รับสาย ไม่สนใจเรา เราเหมือนจะตายเลยว่ะ เราโทรไปปรึกษาพี่รู้ไหมพี่บอกเราว่าไง?”
“...” ด้วยความที่ตกใจอยู่เลยส่ายหน้าแทนการเอื้อนเอ่ยประโยคตอบกลับเขา ตกใจจริงๆ กับสิ่งที่เขาเล่าในตอนนี้
“พี่บอกว่าถ้าเราไม่คิดอะไรกับเธอก็ไม่ต้องสนใจถ้าเธอจะไม่ยอมรับการติดต่อ”
“...”
“แต่ใครจะไปทำได้ล่ะ แค่เธอเมินสามวันเราก็จะตายแล้ว ขอโทษจริง ๆ นะที่ทำตัวแย่ ๆ ”
“เอ่อ คือ...” ฉันตกใจจริง ๆ นะ ไม่ทันตั้งตัว และไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาคิดยังไงกับตัวเอง ปกติมีเพียงตัวฉันเองที่คิดเกินเพื่อนต่อเขา พอรู้แบบนี้ก็อดที่จะเขินจนใจเต้นแรงตึกตักไม่ได้
“อย่า...อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยนะ ขอโทษโอกาสให้เราจีบเธอได้ไหม นะครับ” แววตาจริงจัง น้ำเสียงจริงจัง ทุกการกระทำของเขาที่แสดงออกมาในตอนนี้ฉันสามารถเชื่อใจเขาได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ
“อ้าวซอล มากับใครวะเนี่ย” ประโยคคำถามนั้นถูกส่งมาให้ซอลโดยมีคนตัวสูงร่างสมส่วนเป็นเจ้าของคำถาม
“มากับ...คนที่จีบอยู่น่ะ มาไง?”
“มากับไอ้มนต์อ่ะดิ เดี๋ยวมันเดินเข้ามา ขอนั่งด้วยได้ไหมวะไม่อยากนั่งกับมันสองคน กลัวแฟนมันมาต่อย” คนมาใหม่เอ่ยขอ ซอลหันมามองฉันทันทีเมื่อเพื่อนเขาเอ่ยขอ
“เอ๊ย ๆ ไม่ได้อะไรนะ ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไร...”
“นั่งด้วยกันได้ค่ะ นั่งเลย” ฉันรีบเอ่ยบอก ดูท่าแล้วอีกฝ่ายจะเกรงใจฉันอยู่ไม่น้อยกับท่าทีแสนร้อนรนนั่น
“มึงนั่งฝั่งนี้แล้วกันนะ” ซอลบอกเพื่อนเขา จากนั้นก็เป็นฝ่ายขยับมานั่งข้าง ๆ ฉันแทนพร้อมกับยื่นมือไปยกแก้วน้ำของเขามาวางข้าง ๆ ส่วนคนที่มาใหม่ก็ขยับมานั่งฝั่งตรงข้ามทันที
“ขอบใจนะ เราชื่อครอสนะ เพื่อนที่คณะของซอลมันน่ะ” อีกฝ่ายแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ มีฟาค่ะ เพื่อนซอล...” ฉันแนะนำตัวกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มก็ต้องหายวับไปกับตาเมื่อได้ยินเสียงบ่นงึมงำของคนข้าง ๆ
“ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนสักหน่อย”
“คนนี้สินะที่มึงเคยพูดให้กูฟัง”
“เออคนนี้แหละ” ซอลตอบเพื่อนของเขา
“ไหนบอกกลัวเสียเขาไปไง”
“ขอลองสักครั้งเถอะว่ะ มีเขาเป็นเพื่อนแต่เขาหนีห่างกูก็แทบบ้าละ ให้กูได้ลองทำตามหัวใจตัวเองบ้างเถอะ”
“สู้มึง เดี๋ยวไอ้มนต์มามึงโดนมันแซวแน่ ๆ ”
“เตรียมใจละ มึงสั่งเลยนะ”
“เออ” ครอสรับคำจากนั้นก็เรียกพนักงานเข้ามาสั่งอาหารเพิ่ม เราอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นน่ะ ฉันสั่งเกี๊ยวทอดไปด้วยก่อนหน้านี้ ส่วนอาหารฉันสั่งข้าวหน้าไก่เทอริยากิแล้วก็น้ำส้มคั้น ส่วนซอลเขาสั่งอะไรไม่รู้ตอนนั้นโกรธเขาอยู่เลยไม่ได้ฟังว่าเขาสั่งอะไรไปบ้าง
“อ้าว ซอลมากินข้าวเหมือนกันเหรอ?” คนมาใหญ่เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่ออกจะแมน ๆ หน่อยเธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ครอส
“ใช่ เจอครอสมันบอกว่ามากับแกเราเลยชวนมานั่งด้วยกัน ได้ใช่ไหมล่ะ” ซอลถามเพื่อนตัวเอง
“ได้สิ แล้วนี่...แฟนเหรอ?”
“อยากให้เป็นแฟนอยู่” คนถามไม่เท่าไหร่แต่คนตอบนี่สิ น่าตีนักเชียว พอถูกฉันมองดุ ๆ เขากลับยิ้มกริ่มใส่ มือข้างที่อยู่ใกล้กับฉันยื่นมาจับมือฉันไว้หลวม ๆ จากนั้นก็ดึงไปวางไว้ที่ต้นขาเขาเบา ๆ จะดึงกลับซอลก็กระชับจับมือแน่นขึ้น
“ชัดเจน นี่เหรอที่ทำให้แกเป็นหมาหงอยช่วงอาทิตย์ก่อน”
“อือ คนนี้นี่แหละ”
“จีบได้แล้ว จีบตรง ๆ ไปเลย ไม่จีบหมาคาบไปก่อนนะ”
“จะจีบแล้ว รอไม่ไหวแล้วล่ะ”
“เยี่ยม!! ต้องอย่างนี้สิ ว่าแต่ครอสสั่งอาหารยัง”
“สั่งแล้ว นั่งดี ๆ หน่อย บอกแฟนแกมารับด้วยนะ” ครอสบอกกับคนมาใหม่ที่ฉันเองก็พอจะเดาได้ว่าเธอชื่อมนต์ คนที่อยู่ในบทสนทนาของครอสและซอลก่อนหน้านี้
“อ้อลืมเลย เราชื่อมนต์นะ”
“เรามีฟาค่ะ” ฉันส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ ที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางเพื่อน ๆ ของซอลแบบนี้ เพราะความไม่คุ้นชินทำให้ฉันก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าอย่างเดียว ซอลที่นั่งคุยกับเพื่อนเรื่องเรียนมือเขาก็คอยตักนั่นตักนี่มาใส่จานให้ด้วยอย่างใส่ใจ
“ตอนเย็นเพื่อนชวนไปกินข้าวด้วย...”
“เรามีงานต้องทำส่ง...”
“ได้เดี๋ยวเราบอกมาร์ชเอง จะกลับห้องใช่ไหม” ซอลถามต่อ ไม่ติดใจที่ฉันเอ่ยปฏิเสธคำชวนของเขา
“ใช่”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
“เออซอล รายงานเสร็จหรือยังเตยบอกว่าคู่กับแกนี่” เตย? ชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ จังแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักที่
“ไม่ใช่ เราคู่กับริค ที่สำคัญเราทำเสร็จกันแล้ว”
“เออ โล่งใจหน่อย เราล่ะไม่ชอบเตยเลยให้ตายสิ ตั้งแต่วันแรกก็เขม่นเราเลย ดีที่แกเลิกกันแล้ว” ถึงกับร้องอ๋อกันเลยทีเดียว แฟนซอลนี่เอง คนที่เจอที่ร้านหมูกระทะนั่นแหละ
“ยังไม่ทันคบเสียหน่อย แค่เคยคุย ๆ กันเอง”
“ดีแล้ว ๆ ยัยนั่นนะร้ายมากบอกได้แค่นี้”
“แต่คนนี้...”
“ตัวจริง ไม่ยอมปล่อยไปไหนแล้ว”
====
ถ้าหายไปอีกสักพักไม่ต้องกลัวว่าเราจะเทนะคะ โน๊ตบุ๊คพัง ตอนนี้ขอบแตกแยกส่วนแล้ว T_T