ตอนที่13
ได้รับการช่วยเหลือ
หลี่หลิงเฉินกับหลี่จ่าวเฉินต่างคนต่างรวบรวมพลังเข้าต่อสู้กับชายลึกลับที่มาปรากฏตัวช่วยเหลือตระกูลเฉิน แม้ว่าพวกเขาจะมีวรยุทธที่ไม่อาจจะต่อกรกับชายนั้นได้ แต่หากไม่ลองก็ไม่รู้โดยเฉพาะหลี่หลิงเฉินเขาไม่ยอมกลับไปแบบเสียหน้าแน่ยังไงก็ต้องลองประมือดูสองรุมหนึ่งอาจจะทำให้ชายชราาเ็เล็กน้อยก็ยังดีแต่ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเค้นพลังทั้งหมดมาต่อสู้มากเท่าไหร่ก็มิอาจทำอันตรายชายลึกลับนั้นได้แววตาหลี่หลิงเฉินออกจะเกรงกลัวอยู่ไม่น้อยเมื่อไม่อาจทำอะไรได้เลย
ชายชราลึกลับที่มีวรยุทธเหนือกว่าเพียงใช้ฝ่ามือป้องรับพลังที่โจมตีเพียงปัดมือออกพลังเ่าั้ที่พุ่งมาก็มลายหายไปในอากาศ เขาทำเช่นนั้นราวกับว่าพลังของชายทั้งสองเป็เพียงฝุ่นละอองที่้าปัดให้พ้นตัว
สองาุโตระกูลหลี่ถึงกับตกตะลึงไม่คาดคิดว่าสองรุมหนึ่งมิอาจโดนตัวชายชรานั้นได้ร่างที่ลอยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพวกเขาถึงกับลอบกลืนน้ำลายขนลุกซู่ยามเมื่อััถึงรังสีพลังอำนาจร้ายกาจมากระทบตัว
“เอายังไงดีพี่หลิงเฉินดูท่าแล้วเราคงสู้ไม่ได้เห็นทีว่าเราควรจะหยุดแค่นี้เถอะ” หลี่จ่าวเฉินมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าเหตุเกิดจากความกลัวที่ได้ัักับพลังที่แผ่รังสีออกมาจากเรือนกายชายลึกลับที่ดูน่ากลัวและทรงพลัง หลังจากประมือดูแล้วเขาคิดว่าไม่มีทางชนะชายผู้นี้ได้เลยขืนสู้ต่อไปมีแต่โอกาสที่พวกเขาจะได้รับาเ็มากกว่าเท่าที่สู้มาดูเหมือนว่าชายลึกลับจะออมมือให้กับพวกเขามากเห็นได้จากการไม่ตอบโต้ใดๆ มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่เป็ฝ่ายโจมตี
หลี่หลิงเฉินตอนนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งไม่ง่ายเลยที่จะทำอันตรายชายผู้นี้ได้คงต้องหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้การต่อสู้ไม่ได้ใช้เวลานานเพียงชั่วอึดใจเท่านั้นเพราะไม่ว่าจะเป็พลังหรือกระบี่ของเขาก็ไม่สามารถโดนตัวชายผู้นั้นได้ความเร็วของคนผู้นั้นยากที่เขาจะประชิดตัวทำให้การต่อสู้ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจบางอย่างเมื่อเห็นว่าทำอะไรไม่ได้ เขาแหงนหน้าขึ้นมองคนที่ลอยอยู่เบื้องหน้าก่อนจะกล่าวในสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับตระกูลของเขาและไม่บาดหมางกับคนผู้นี้
“เื่ตระกูลเฉินข้าไม่อาจที่จะรามือได้แต่วันนี้ข้าขอหยุดการต่อสู้เพียงแค่นี้หวังว่าคราวหน้าท่านจะไม่ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง”
“ได้ข้าจะไม่ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวแต่ข้าขอให้พวกเ้าหยุดทำลายคนตระกูลเฉินก่อนให้พวกเขาได้มีชีวิตอิสระตลอดระยะเวลา5 ปีนี้หลังจากครบ 5 ปีพวกท่านก็ค่อยสะสางกับพวกเขาเอาเอง”เหตุที่เขาต้องกล่าวเช่นนี้ก็เพราะ้าให้ชายหนุ่มที่มีพร์ได้ฝึกปรือฝีมือภายใน5 ปีเ้าเด็กหนุ่มนี่ก็คงน่าจะเอาตัวรอดได้ เขาคงช่วยเหลือได้เพียงเท่านี้ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเ้าเด็กนี่แล้ว
หลี่หลิงเฉินเงียบไปอยู่ครู่หนึ่งหากคิดว่าถ้าไม่รับปากเห็นทีจากที่เขาจะ้าทำลายคนตระกูลเฉินกลับเป็ตระกูลเขาเองที่จะโดนทำลายเมื่อไม่อยากจะต่อกรกับคนที่มีพลังเหนือกว่าหลายขั้นเขาจึงต้องยอมรับข้อเสนอนั้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ได้ ข้าตกลงภายใน 5ปีนี้ข้าจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับคนตระกูลเฉินแล้วคนตระกูลเฉินก็อย่ามาวุ่นวายกับพวกข้าไม่เช่นนั้นแล้วถือว่าข้อตกลงระหว่างเราเป็อันสิ้นสุดและหลังจาก 5 ปีข้าถือว่าข้าจะทำลายตระกูลเฉินยังไงก็ได้ไม่มีท่านมาเกี่ยวข้อง”
“ได้ข้ารับปากตามนั้น”
เมื่อได้ขอยุติพวกเขาก็เหาะกลับไปแต่ก็ยังหันมาจ้องไป๋เหอด้วยสายตาเ็าแฝงด้วยความแค้นก่อนที่จะหายลับไปจากลานบ้านอย่างรวดเร็วใช่ว่าเขาจะลืมการกระทำที่ไป๋เหอได้สร้างรอยแผลให้คนในตระกูลถึง3คนเขาไม่มีวันลืมรอวันแก้แค้นเมื่อถึงเวลาตระกูลเฉินจะต้องถูกลบชื่อออกจากเมืองนี้
ไป๋เหอและเจียวฉือหลังจากช่วยกันประคับประคองร่างลุกขึ้นยืนได้ก็ได้เฝ้ามองการต่อสู้ตลอด พวกเขาถึงกับตื่นตะลึงในพลังร้ายกาจของผู้มาเยือน สองคนตระกูลหลี่ต่างคิดว่าเก่งกาจกันแล้วกลับด้อยกว่าคนผู้เดียวนัก เมื่อการต่อสู้จบลงได้ยุติเื่ราวทั้งหมดพวกเขามองดูคนที่ลอยอยู่เบื้องหน้าก่อนจะประสานมือทำความเคารพอย่างอ่อนน้อม
“ข้าน้อยไป๋เหอขอบคุณท่านที่เมตตาช่วยเหลือตระกูลให้รอดปลอดภัยในภัยพิบัติครั้งนี้”
“ข้าก็ขอบคุณท่านเช่นกันที่ได้ช่วยไว้บุญคุณครั้งนี้ข้าจะตอบแทนอย่างสาสม” เจียวฉือกล่าวขึ้นมาบ้างดวงตามีแววเลื่อมใสชายผู้นี้ที่ดูสง่างามเมื่อลอยอยู่กลางอากาศแถมพลังนั้นจัดว่าหายากที่ผ่านมาเขาพบไม่กี่คน
“เื่ตอบแทนข้าไม่้าข้าเพียงรับปากกับศิษย์ของข้าว่าจะช่วยเหลือคนตระกูลเฉินและตอนนี้ข้าก็ได้ช่วยแล้วหลังจาก5ปีผ่านไปก็แล้วแต่วาสนาของพวกเ้าว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนที่จะช่วยเหลือตระกูล ส่วนเ้าเด็กนี่เ้ามีพร์แต่ขาดพรแสวงหากเ้ามีโอกาสจงไปร่ำเรียนเปิดโลกกว้างของเ้าภายใน5 ปีนี้เ้าจะต้องแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดบนโลกนี้ได้เอาล่ะข้าจะชี้แนวทางให้กับเ้าแล้วกันเห็นว่าเ้ามีพร์น่าจะไปได้ไกล” เขาเพียงสะบัดชายเสื้อแผ่นหยกสีเหลืองแผ่นหนึ่งก็ปรากฏต่อหน้าและวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าไป๋เหออย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวขึ้นอีก “นี่คือหยกพิเศษสำหรับคำเชิญให้ไปเรียนที่สำนักเมฆา์อยู่ทีู่เาเทียนจื่อซานเพียงเ้าแสดงป้ายหยกนี้คนที่เฝ้าประตูก็จะให้เ้าเข้าไป เ้าเพียงต้องไปสมัครเรียนในสำนักนี้แล้วเ้าจะได้ความรู้และมีโอกาสก้าวหน้าอย่างไม่รู้จบ” เขากล่าวเพียงเท่านี้ก่อนจะลอยลับไปถือว่าได้ช่วยเหลือเต็มที่แล้ว
ไป๋เหอมองดูชายชราเหาะไปไกลลับตาก่อนจะยื่นมือหยิบจับหยกชิ้นนั้นมาพิจารณาดูก่อนจะเก็บมันเข้าไปในแหวนคำพูดของชายชราทำให้เขาคิดที่อยากจะไป
“ใครกันที่ช่วยพูดให้ช่วยเหลือพวกเราแถมเป็ศิษย์ของชายผู้นี้ด้วย” เจียวฉือที่ยังคงสงสัยคนที่ยื่นมือเข้าช่วยไม่รู้ว่าเขาคือใครที่สามารถเชิญคนที่มีวรยุทธชั้นสูงมายุติศึกในครั้งนี้ได้ต้องขอบคุณคนผู้นี้ที่ได้ยื่นมือมาไม่งั้นตระกูลก็คงจะล่มสลาย แม้ว่าจะไม่ระรานกัน 5ปีแต่หลังจากนั้นพวกมันต้องมาบุกฆ่าคนตระกูลเฉินแน่หากไม่รีบเก่งกว่านี้ภายใน 5ปีน่าจะมีโอกาสให้เขาพัฒนาไปไกลกว่านี้แต่ตอนนี้ต้องหาวิธีเพื่อจะเข้าสู่ระดับชั้น์ขั้นที่6 หลังจากติดขั้นที่5 มาหลายปี
“ข้าก็ไม่รู้ใครที่ได้ช่วยเหลือพวกเรา”ไป๋เหอคิดไม่ออกคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแถมเป็ศิษย์ผู้มีวิทยายุทธเก่งกาจอีก
ในระหว่างที่สองคนยังสับสนแม่นางจื่อลู่ก็ได้วิ่งหน้าตั้งมายังพวกเขาทันที
“เป็อย่างไรบ้างพวกท่านาเ็ตรงไหนเหรอไม่ข้านำยามาแล้วพวกท่านกินก่อน” หญิงสาวถามอย่างร้อนรนมองเห็นอาการาเ็แต่ละคนนางเป็ห่วงยิ่งนัก รีบนำยาออกมาจากแหวนมิติแล้วเทออกมายื่นให้เจียวฉือและไป๋เหออย่างละหนึ่งเม็ดรักษาอาการช้ำใน
“ขอบใจเ้ามากหากไม่ได้เ้าพวกข้าก็คงจะแย่”หลังจากกลืนยาไปแล้วปรับเปลี่ยนเดินลมปราณก็สามารถช่วยให้พลังเขากลับคืนมาและร่างกายก็ดีขึ้นกว่าเดิมมากยาที่แม่นางจื่อลู่ให้มานั้นเขายอมรับว่าสรรพคุณมันดีเกินคาดยาพวกนี้ที่ร้านของเขายังไม่มีขายแต่นางกลับมีสิ่งพวกนี้อยู่กับตัวเช่นนั้นแล้วนางก็คงจะมีทรัพยากรพวกนี้จำนวนมาก
หลังจากดูความเสียหายของบ้านเรือนแล้วไป๋เหอและเจียวฉือถึงกับส่ายหัวเหล่าบรรดาบ่าวรับใช้ที่ได้เสียชีวิตอู๋เจ๋อก็ได้จัดการอย่างสมเกียรติแม้ศึกจะจบลงแต่อาการโศกเศร้ายังคงมีบุคคลสำคัญอย่างลุงหลิวที่ต้องจบชีวิตไปทำให้ไป๋เหอรู้สึกผิดนักบั้นปลายชีวิตของแกควรจะอยู่บ้านเฉย ๆแล้วตายตามอายุขัยแต่ไม่คิดว่าจะตัดสินใจจบชีวิตเพื่อปกป้องเขา การกระทำนี้ทำให้เขาถึงกับซาบซึ้งในความดีของชายชราผู้นี้และสัญญากับตนเองแล้วว่าจะต้องล้างแค้นแทนให้จงได้ภายใน5 ปีเขาจะต้องรีบเร่งการฝึกฝนเพื่อให้เก่งกาจที่สุดเท่าที่จะทำได้
จื่อลู่ที่เฝ้าดูไม่ห่างมองเห็นความเศร้าผ่านดวงตาคู่นั้นนางถึงกับทุกข์ใจไปไม่น้อย นางเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆพลางกล่าวเื่ที่นางคิดว่าจะเป็หนทางให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
“ไป๋เหอตอนนี้เ้ามีเวลาถึง 5ปีเพื่อที่จะได้เรียนรู้การฝึกฝน อาจารย์ข้าได้ชี้นำทางให้แก่เ้าแล้วขอเพียงออกเดินทางเ้าจะได้ค้นพบความสำเร็จมากมายหาได้จากที่สำนักเมฆา์”
“เอ๊ะ..เหตุใดเ้าถึงรู้เื่โรงเรียนแห่งนี้อย่าบอกนะคนที่ช่วยเหลือตระกูลข้าเป็อาจารย์ของเ้า”
ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อหากนางไม่ได้กล่าวออกมาเขาก็คงยังสงสัยว่าชายชราลึกลับนั้นเป็ใครแต่นี่เขาได้รู้แล้วว่าคนอยู่เื้ัก็คือนางที่มีพระคุณกับเขา
“ข้าได้ไหว้วานอาจารย์ให้เข้ามาช่วยเหลือท่าน อาจารย์ของข้าที่แวะมาเยี่ยมเยียนพอดีหลังจากไม่ได้พบหน้ามาหลายปี”
นางนึกถึงวันแรกที่ตนได้เข้าไปยังสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งนี้และก็ได้พบกับอาจารย์ที่รับนางเป็ศิษย์สอนสั่งวิชาต่างๆให้อย่างมากมาย ด้วยความที่นางเป็ถึงคุณหนูรองแห่งตระกูลหวงผู้มีอำนาจทำให้ภาระหน้าที่สำคัญนางจึงต้องออกมาดูแลกิจการของครอบครัวโดยการอยู่ดูแลที่นี่จนกว่าจะมีผู้นำเข้ามาแทนที่นางถึงจะได้กลับไปเรียนอีกครั้ง
ผ่านมาก็หลายปีแล้วที่นางได้พำนักและดูแลหอประมูลแห่งนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วไม่มีใครไม่รู้จักหอประมูลเฉินหลงและชื่อเสียงของนางต่างก็พร่ำพรรณนาว่าสตรีที่ดูแลที่นี่งดงามเพียงไรมีชายมากมายแวะเวียนเข้ามาเพื่อจะได้ยลโฉมของนางแต่ก็ไม่มีชายใดสามารถทำให้นางตกหลุมรักได้ จนมาบัดนี้ชายที่ทำให้นางสนใจกลับเป็เด็กหนุ่มอายุ 16ที่ทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวคราแรก้าเพียงที่จะแกล้งเล่นด้วยไหนเลยกลับเป็ว่ายิ่งได้รู้จักก็ยิ่งชมชอบเขามากขึ้น
“จื่อลู่เ้าเป็อะไรไป”ไป๋เหอที่กำลังตั้งใจฟังเห็นแม่นางจื่อลู่เงียบไปไม่ได้กล่าวอะไรต่อเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ทำให้เขาถึงกับต้องดึงสตินางกลับคืนมา
“ข้าขออภัยพอดีทำให้ข้าคิดอะไรบางอย่างข้าต้องขอโทษท่านด้วย”
“เ้าเคยเป็ศิษย์ของสำนักเมฆา์มาก่อนอย่างนั้นเหรอ”ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นเมื่ออยากรู้ประวัติความเป็มาที่นี่หากเป็ที่น่าสนใจอย่างที่นางได้กล่าวเขาจะได้ออกเดินทางทันทีไม่ให้เสียเวลามากกว่านี้
“ใช่ข้าเคยเรียนก่อนที่ข้าจะถูกเรียกตัวให้กลับมาดูแลกิจการที่นี่ทำให้ข้าต้องออกจากสำนัก แต่ว่าข้าจะต้องกลับไปแน่เพียงแต่ต้องรอท่านาุโมาดูแลกิจการต่อจากข้าถึงจะไปได้ หากเ้าอยู่ที่โน่นข้าก็จะไปพบเ้า” แววตาของนางแฝงด้วยรอยยิ้มมองคนที่นางชี้แนะหากจะได้ไปเล่าเรียนสำนักที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ตัวเขาจะก้าวะโขึ้นทันทีทรัพยากรที่สำนักมีให้ค้นหามากมายขอเพียงเขาตั้งใจและนางเชื่อว่าคนอย่างไป๋เหอฉลาดพอควร
“จื่อลู่ข้าขอบใจเ้ามากที่ได้ช่วยเหลือข้ามาหลายครั้งข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้ายังไงดี”เขามองสตรีอย่างซาบซึ้งใจที่ได้ช่วยเหลือมาโดยตลอดั้แ่มีนางยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรก็ล้วนจะดีไปหมดคนเช่นนางควรคบไว้เป็การดีที่สุดและหากจะเป็ไปได้ระหว่างเขากับนางก็ควรจะสนิทสนมกันให้มากกว่านี้แต่เมื่อนึกถึงว่านางมีคนสำคัญไปแล้วการที่ทำดีกับตนอาจจะเป็ไมตรีจิตที่นางเป็คนมีใจคิดดีคิดช่วยเหลือเท่านั้นไม่ได้สนใจอะไรในตัวเขาเลยเมื่อคิดได้ตรงนี้เขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์
“ถ้าหากเ้าอยากตอบแทนข้าจริง ๆล่ะก็ฝึกตนเองให้แข็งแกร่งแล้วข้าจะมาเอาค่าตอบแทน” เมื่อคิดว่าจะเอาค่าตอบแทนจากเขานางก็มีแก้มสีแดงระเรื่อ
ด้วยความที่ว่ามีเวลาแค่ 5ปีเขาจะต้องแข็งแกร่งการตัดสินใจของเขาที่จะเข้าเรียนสำนักเมฆา์ก็ได้รับการเห็นชอบจากผู้เป็อาที่เห็นด้วยเพราะสำนักเมฆา์เป็สำนักที่โด่งดังที่สามารถสร้างคนให้เก่งกาจได้ไม่มีใครไม่รู้จักหากใครเอ่ยชื่อหรือเป็ศิษย์สำนักนี้ต่างคนก็ต่างยำเกรงไม่อาจต่อกรได้กลัวจะเป็ภัยกับตนเองฝีมือเหล่าลูกศิษย์ไม่ว่าจะเป็ศิษย์ชั้นนอกชั้นใน ศิษย์หลักล้วนแล้วแต่การันตีได้ว่าเก่งไม่แพ้ใคร
เจียวฉือได้ยินชื่อเสียงสำนักนี้มานานและได้รู้ว่ามันโด่งดังมากหากใครได้เรียนที่นี่มีแต่จะกลับออกมาด้วยพร์มากมายเขาเคยได้ประมือมาแล้วกับศิษย์ชั้นนอกยอมรับว่าเขายังสู้ไม่ได้เลยนี่แค่ศิษย์ชั้นนอกเขายังพ่ายแพ้กลับมาถ้าหากได้เจอกับศิษย์ชั้นในเขาคงไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ การที่ได้เห็นหลานชายมีโอกาสดีดีเช่นนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นนัก
จื่อลู่ได้เล่าประวัติเกี่ยวกับสำนักเมฆา์ให้ไป๋เหอฟังและนางยังบอกว่าหากได้เข้าไปแล้วให้ไปหาใครคนหนึ่งเขาจะช่วยคุ้มครองในระหว่างที่เรียนอยู่ที่โน่นและบอกเขาว่าแม้จะเป็สถานที่มีชื่อเสียงแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นก็มีมากเช่นกันให้ระมัดระวังตนเอง
ปลดล๊อกอ่านฟรีวันละ 1 ตอนสำหรับสายอ่านฟรีสามารถกดติดตามอ่านได้เลย
หากใครไม่อยากรอช้าสามารถกดซื้ออ่านเหรียญล่วงหน้าได้เลยไม่ต้องรอให้เสียเวลานะครับ